รวยและสวยได้ด้วยJeunesse
รวยและสวยได้ด้วยJeunesse

        Home   Today News   Web-Board    Sponsor   News   Miscellanous          


 บริษัท vShip4U อเมริกา
 Realtime World-Clock
 Hatinh Tour
 Mega Million Jackpot $326M
 Mega Million Jackpot $355M
 $1.5B Powerball Winner
 PowerBall $590M winner
 Thai lottery Result-Chk
 BellAir Shuttle
 ราคาประเมินที่ดิน, คอนโด
 Anniversary Maephim Group
 Thai Restaurant in Blaine, Washington
 Warehouse Asia
 Yahoo Greeting
 Thai-YellowPage USA
 Thai Tel-Search ToT
 US PersonSearch
 CountryCode Search
 USA Advance Search
 SnapFish Photo Album
 ShutterFly Photo Album
 PhotoBucket Album
 Job DB
 อีเมลล์ Yahoo Mail
 อีเมลล์ Hotmail
 Currency Exchange Rate
 WorldExchangeRate
 Paypal ส่งเงินทั่วโลก
 US Bank
 President Choice MC
 KEY-Bank
 Chase Canada
 Bank Of America
 Citi-Bank
 Bank of America
 OptionsMasterCard
 Capital One Bank
 BMO Bank
 TD Bank
 CIBC Bank
 Bangkok Bank LogIn
 Kasikorn Bank
 Amazon
 Thai LA.net
 US CIS
 American VISA
 Safety-Technology KU
 Thai Council of Prof-Engineer
 APEC Assessment
 APEC Engineers Manual
 ToastMaster Division-J
 Vancouver Business Network
 เวป Used Market
 Classified Page
 WorldMostClassified
 Unitel Lao
 I-Smart Engineering
 เวป Pantip มาร์เก็ต
 Canada -Kijiji
 Pattaya Classified
 Savan Park
 Vancouver Used
 คนไทยใน Sydney, Australia
 Classified Singapore
 S'pore Classified Website
 ศูนย์รวมComputor&Part
 Today in History TV
 Internet TV (1,000 Ch.)
 CNN-HeadLine
 Siam Media USA
 SIAM Town USA
 Thai in WA
 Rujirat News
 Thai-TV Nation Channel
 ฟัง "สนธิ" Click ที่นี่
 ManagerMultimedia
 Doo ThaiTV
 HotTV LeeNa Jang
 Watch ASTV now
 See San TV
 Thai TV Online
 Radio Online
 International Dictionary
 Fun with Science
 Astronomy Games
 Math Racing Games
 วิชาการดอทคอม
 Countries Study Index
 Job Canada
 Canada Gov-Job
 Job DB
 Job Monster
 Career Click
 Job in USA
 JobSet
 M & A Group
 US Lottery Visa 2006
 About 1CellNet "Voice"
 ชำระเงินPay Online
 USA Lotto Visa


Miscellanous

ลือสะพัด "ทนายนพดล" สละโสด "อ้อเล็ก"?



ผลวิจัยชี้เด็กอเมริกัน9% มีอาการสมาธิสั้น/ไฮเปอร์


วอชิงตัน (เฮลท์เดย์รีพอร์ตเตอร์) : ผลวิจัยทางการแพทย์ระบุเมื่อวันที่ 3 กันยายนว่าเด็กอเมริกันเกือบ 9 เปอร์เซ็นต์ มีปัญหา “สมาธิสั้น-ไฮเปอร์” แต่วงการแพทย์ยังไม่มองเป็นเรื่องใหญ่ เป็นเหตุให้เด็กที่มีปัญหาเพียงแค่ 32 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ได้รับการดูแลรักษาทางการแพทย์

ผลการวิจัยทางการแพทย์ระบุว่า เด็กอเมริกันมีปัญหาทางจิตใจที่เรียกว่าสมาธิสั้น และตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา (attention-deficit/hyperactivity disorder หรือ ADHD) นั้น ปัจจุบันมีสัดส่วนสูงถึง 9 เปอร์เซ็นต์ของเด็กทั้งหมด และในจำนวนผู้ป่วยทั้งหมดนั้น มีเพียง 32 เปอร์เซ็นต์ที่ได้รับการรักษาทางการแพทย์

ดร.ทันย่า ฟรออีฮิลช์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการของเด็ก แห่งซินซินเนติ ชิลเดรนส์ เมดิคัล เซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมวิจัยดังกล่าวบอกว่า ที่ผ่านมา วงการแพทย์สหรัฐฯ เชื่อว่า อาการ ADHD ของเด็กนั้นเป็นเรื่องเล็ก และถูกประเมินว่าเป็นปัญหาที่ใหญ่จนเกินความจำเป็น เพราะอาการดังกล่าวจะหายไปเมื่อเด็กเติบโตขึ้น ทั้งที่ความจริงแล้วเป็นเรื่องที่ตรงกันข้าม และสามารถก่อปัญหาใหญ่ให้กับผู้ป่วยได้

โดยผลการวิจัยพบว่า เด็กอายุระหว่าง 8-15 ปีประมาณ 2.4 ล้านคนมีอาการสมาธิสั้น/ไฮเปอร์ฯ ในระดับที่จำเป็นต้องรับการรักษาโดยแพทย์ โดยในจำนวนนี้ มีถึง 1.2 ล้านคนไม่ได้รับการดูแลรักษา ยิ่งกว่านั้น เด็กจากครอบครัวยากจนจะมีสัดส่วนของอาการดังกล่าวสูงที่สุด อีกทั้งเป็นกลุ่มที่ได้รับการรักษาทางแพทย์น้อยที่สุดด้วย เพราะส่วนใหญ่จะไม่มีประกันสุขภาพ

ข่าวระบุว่า ผลการวิจัยดังกล่าว มาจากการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้รับจากการสัมภาษณ์เด็ก 3,082 คน ประกอบกับข้อมูลจากแพทย์ และปริมาณยาที่แพทย์ใช้รักษาอาการ ADHD ทั่วประเทศ พบว่าเด็ก 8.7 เปอร์เซ็นต์ มีอาการของโรค ADHD แต่มีเพียงแค่ 47.9 เปอร์เซ็นต์ถูกวิเคราะห์ว่ามีอาการ และมีเพียง 32 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ได้รับการรักษาทางการแพทย์

อาการ ADHD ซึ่งสถาบันสุขภาพจิตของสหรัฐฯ ระบุว่าเป็นอาการทางจิตที่ปรากฏมักพบในเด็กระดับก่อนวัยเรียนและเด็กประถมนั้น สามารถรักษาให้หายได้โดยการใช้ยา ผู้มีอาการสามารถมีชีวิตได้อย่างปกติสุขหากได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม

“มีบุคคลระดับมืออาชีพมากมายที่มีอาการ ADHD แต่ขณะเดียวกัน โรคนี้ก็อาจจะส่งผลลบได้มากเหมือนกัน เช่นผลการเรียนตกต่ำ ทำงานได้ไม่ดี ได้รับบาดเจ็บ หรืออุบัติเหตุรถยนต์” ดร.ทันย่า ฟรออีฮิลช์ กล่าว

นายแพทย์จอน เฮ ชอว์ ผอ.แผนกจิตแพทย์เด็กแห่งมหาวิทยาลัยการแพทย์ไมอามี กล่าวสนับสนุนผลการวิจัยฉบับนี้ว่า โรค ADHD ในปัจจุบัน ยังมีผู้ให้ความสนใจน้อยกว่าที่ควร และว่าโรคดังกล่าวสามารถรักษาให้หายได้ แต่ปัจจุบันยังมีเด็กเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเด็กจากครอบครัวยากจน ที่ไม่มีประกันสุขภาพ จะไม่ได้รับการรักษา



ลือสะพัด "ทนายนพดล" สละโสด "อ้อเล็ก"?

กลายเป็นข่าวที่พูดกันแบบ "ปากต่อปาก" ของคอกระจิบข่าวทั้งหลาย เมื่อทนายความขาประจำของทักษิณนามว่า "นพดล ปัทมะ" อดีตนักเรียนทุนอานันทมหิดล ที่ปัจจุบันได้รับทรัพย์กับตำแหน่ง "โฆษกและทนายความ" ประจำตระกูลชินวัตร รวมถึงรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชนคนที่ 2 เตรียมที่จะ "ร่วมหอลงโรง" อีกครั้งหนึ่ง กับสมาชิกพรรคพลังประชาชน "ดร.อ้อ-ณหทัย ทิวไผ่งาม" หรือฉายาที่พ่วงมาจากชื่อเล่นว่า "อ้อเล็ก"

แม้จากการ "เช็คข่าว" ในเบื้องต้น สายข่าวในกลุ่มเพื่อนฝูงจะได้คำตอบเพียงแค่ "ได้ยินข่าว" มาบ้างเหมือนกัน หรืออย่างล่าสุดในข่าวโทรทัศน์มีนักจัดรายการบางคนพูดกึ่งแซวว่า ทั้งคู่ "จูงมือกัน" ไปซื้อของที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน แต่ถึงกระนั้นเพื่อความแน่ใจ ต้องรอให้ "ทนายตาเหล่" เป็นผู้ออกมา "ชี้แจงแถลงไข" ด้วยตัวเองอีกครั้งหนึ่ง

ขึ้นอยู่กับว่านอกเหนือจากเรื่อง "แก้ต่างรายวัน" ของตระกูลชินวัตร จะกล้าตอบคำถามเพื่อทำ "โอที" ให้หรือไม่ ...

ย้อนไปเมื่อปลายปี 2548 คอลัมน์ "ซุบซิบอินไซเดอร์" ในเว็บไซต์ "ไทยอินไซเดอร์" ออกมาแฉถึงความสัมพันธ์ของนักการเมืองสาวนามว่า "อ.อ่าง" ในสังกัดพรรคการเมืองหนึ่ง มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ "บิ๊กการเมือง" ระดับสูงในสังกัดเดียวกัน จากการจัดหาของ "คนใกล้ชิด" ของบิ๊กการเมืองคนดังกล่าว

นอกเหนือจากปริศนา ส.ส.สาวอักษรย่อ "อ.อ่าง" ที่ให้ไปเดาตามสไตล์คอลัมน์มาลัยไทยรัฐ เจ้าของเว็บไซต์อย่าง "เอกยุทธ์ อัญชันบุตร" ก็ออกมาแฉปริศนาเพิ่มเติมว่า นักการเมืองสาวผู้นี้ได้ตั้งครรภ์อ่อนๆ ประมาณ 4-5 เดือน

ซึ่งเธออาจจะเตรียมเดินทางไปต่างประเทศ หากแก้ปัญหาการตั้งครรภ์อันไม่พึงปรารถนาไม่ได้

ที่สุดแล้ว เมื่อนักการเมืองสาวอักษรย่อ "อ.อ่าง" ถูกหลายคนเดาไปถึงตัว "อ้อเล็ก" ทำให้ตกเป็นข่าวฉาวขึ้นมาทันที เธอตัดสินใจดับกระแสข่าวร้อนด้วยการเปิดแถลงข่าว ปฏิเสธว่าไม่ได้มีความสัมพันธ์กับ "บิ๊กการเมือง" รวมถึงไม่ได้ "ตั้งครรภ์" ด้วยตัวเอง

ท่ามกลางความแปลกใจของเพื่อนร่วมพรรคอย่าง "ปุ้ม-สุรนันท์ เวชชาชีวะ" และ "หมอมิ้ง-นพ.พรมมินทร์ เลิศสุริย์เดช" ถึงอาการ "กินปูนร้อนท้อง" ของเธอ

ทั้งๆ ที่ข้อมูลในเว็บไซต์ไม่มีเนื้อหาใดบ่งชี้ว่าเป็นใคร หรือไม่ได้ระบุว่าเป็น "พรรคไทยรักไทย" โดยตรง แต่เว็บไซต์ก็ถูกทางการสั่งปิดจน "เอกยุทธ์" ต้องออกโรงโวยวายมาแล้ว

การเลือกตั้ง 2 เมษายน 2549 ที่ผ่านมา ป้ายหาเสียงของ "อ้อเล็ก" ถูกติดไปทั่วพื้นที่สี่แยกอโศก แต่ข่าวคราวการลงพื้นที่ของเธอไม่ได้นำเสนอให้เห็นเด่นชัด กระทั่งเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ที่ผ่านมา เธอหายไปจากสาระบบของการเมืองไทยชั่วขณะ จนหลายคนที่ตามติดเรื่องนี้แบบ "กัดไม่ปล่อย" มองว่าเธออาจจะหายไปต่างประเทศอย่างที่ "เอกยุทธ์" เคยว่าเอาไว้...

ล่าสุดทราบมาว่า ปัจจุบันเธอใช้ชีวิตเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนทิวไผ่งาม ย่านบางพลัด โดยก่อนหน้านี้ได้ยินมาว่า ที่ผ่านมาเธอไปพำนักอยู่ที่ "ออสเตรเลีย" (หรือที่ไหนสักแห่งหนึ่งในโลกเนี่ยแหละ) ยาวนานหลายเดือน แล้วเพิ่งจะกลับเมืองไทยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

เรื่องที่ว่า "ท้อง-ไม่ท้อง" ยังคงเป็นปริศนาที่รอการพิสูจน์มากกว่า "คำแถลงจากเจ้าตัว" ต่อไป สำคัญอยู่ที่งานแต่งงานที่กลายเป็นข่าวซุบซิบอยู่ในขณะนี้ จริงเท็จประการใดคงต้องรอให้ "ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง" ออกมาให้คำตอบที่เห็นเด่นชัดเอาเอง







27 สิงหาคม 2550

ได้อ่านข่าวที่ท่านพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส  แถลงเมื่อวันที่  24 สิงหาคม  เกี่ยวกับผลคืบหน้าการดำเนินการ คดีกุหลาบแก้ว ไหมครับ    นานเต็มทีแล้ว      

จับความได้ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งฟ้องนายสุรินทร์ อุปพัทธกุล หรือ ดาโต๊ะสุรินทร์ ผู้ถือหุ้นบริษัทกุหลาบแก้ว ผู้ถือหุ้นชั้นที่ 3 ในบริษัท ชิน คอร์เปอร์ชั่น จำกัด (มหาชน) ต่ออัยการในข้อหาเป็นคนสัญชาติไทย แต่ถือหุ้นแทนคนต่างด้าวผิดพ.ร.บ.ประกอบธุรกิจคนต่างด้าว และให้ดำเนินคดีกับบริษัทลาเฟมอง ที่อยู่บนเกาะบริติช เวอร์จิน เป็นผู้สนับสนุนให้นายสุรินทร์ ทำผิดพ.ร.บ.ประกอบธุรกิจคนต่างด้าว

                ผ่านมาถึงวันนี้แล้ว  ไม่น่าที่จะเสียหายประการใดถ้าจะได้เปิดเผยข้อมูลที่ได้ทราบมาให้ท่านผู้อ่านได้รับรู้กันไว้บ้างได้แล้ว

                กันลืมครับ    ต้องย้อนเล่าเรื่องเก่ากันสักนิด

ดาโต๊ะสุรินทร์คือผู้ถือหุ้นฝ่ายไทยใน บริษัทกุหลาบแก้ว  ท่านผู้นี้ใช้เงินลงทุนในบริษัทกุหลาบแก้วเป็นเงินประมาน 2,700 ล้านบาท     เรื่องแดงขึ้นมาเพราะกระทรวงพาณิชย์ได้ตรวจสอบและพบว่า

1.                          เงินจำนวนนี้ถึงแม้จะได้มีการสั่งจ่ายจากบัญชีเงินฝากของดาโต๊ะสุรินทร์ที่ฝากไว้กับธนาคารไทยพาณิชย์  แต่ปรากฎว่าเป็นเงินที่มีการโอนมาจาก บัญชีที่ประเทศสิงคโปร์     ฝากไว้ที่ธนาคาร เครดิต ซูอิส 

2.                          ที่เป็นเรื่องแปลกคือ เจ้าของบัญชีนี้ ไม่ใช่ชื่อ นายสุรินทร์ อุปพัทธกุล หรือ ดาโต๊ะสุรินทร์  แต่กลายเป็นบัญชีเงินฝากของบริษัทที่ตั้งอยู่ที่หมู่เกาะบริติชเวอร์จิ้นใช้ชื่อว่า แฟร์ม้อนต์  หรือน่าจะเป็นเลอเฟมอง  ที่ถูกดำเนินคดี

3.                          ไม่เพียงเท่านั้น     คนที่เป็นผู้สั่งจ่ายเงินจำนวนนี้ก็ไม่ใช่เจ้าของบัญชี เสียอีก    กลายเป็นบริษัทชื่อ  กรีนแลนด์ จำกัด

มีคนบอกผมว่านายสุรินทร์ อุปพัทธกุล หรือ ดาโต๊ะสุรินทร์  ได้ยอมรับด้วยว่าเขาไม่ได้เป็นเจ้าของเงิน 2,720 ล้าน     แต่เป็นการยืมมา     ยืมจากเลอเฟมองหรือบริษัทกรีนแลนด์    ผู้ใจดี   ให้ยืมเงินกันง่ายๆถึง 2,720 ล้านบาท

 นั่นคือเรื่องเก่าที่เล่ากันสู่กันฟัง    เป็นข้อมูลเก่า   ที่หาคำตอบกันไม่ได้ว่า ใครคือ บริษัทกรีนแลนด์  

ผมสืบเสาะหาข้อมูลของบริษัทกรีนแลนด์มาได้แต่ไม่ครบ    พอเห็นเป็นรูปเป็นร่างเหมือนกัน     ลองพิจารณาดูครับ 

บริษัทกรีนแลนด์ จำกัด เป็นบริษัทที่จดทะเบียนอยู่ที่ประเทศบรูไน  ตั้งอยู่ที่  Britannia House 41, 4th Floor, Cator Road Bandar Seri Begawan BS8811 Brunei Darussalam  

ตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าที่อยู่นี้เป็นที่ตั้งของบริษัท ชื่อ เฮอร์ริเทจ ทรัสต์ กรุ๊ป (Heritage Trust Group) ด้วยเหมือนกัน   ทั้งสองบริษัทใช้ที่อยู่เดียวกันครับ

 นอกจากนั้นแล้วทั้งสองบริษัทยังใช้ที่อยู่เพื่อการติดต่อที่ 50 Raffles Place #15-05/06 Singapore Land Tower  Singapore 048623  ที่เดียวกันอีก!! 

จาก เลเฟมอง เป็น กรีนแลนด์  เป็น เฮอร์ริเทจ ??????  ลึกลับพอสมควร

            โลกของ google ทำให้การสืบหาข้อมูลไม่ยากเกินไปนัก   ผมได้ชื่อผู้เกี่ยวข้องมาสองท่านครับ     Dr Angelo Vernados  and  NG GEOK LAN

Dr Angelo Vernados   is currently founder of the Heritage Trust Group,Singapore, a provider of offshore companies, nominee and trust services to the legal, accounting and private banking sectors throughout South East Asia and the Middle East.

Ref: http://www.intellitrain.biz/team_advpanel.php

            เป็นข้อมูลจากเว็บ  เชื่อถือได้เพราะเป็นข้อมูลบอกถึงความสามารถของ Dr. Vernadosส่วน ของ คุณ NG GEOK LAN นั้น   ท่านเป็นกรรมการของบริษัทเฮอร์ริเทจเช่นกัน   ที่สำคัญขึ้นไปอีกคือ ทราบมาว่าท่านเป็นคนสั่งจ่ายเช็คในนามของบริษัทกรีนแลนด์ด้วยครับ

             ใครที่อ่านบทความของผมเรื่อง “ การบริหารความมั่งคั่ง”  คงจะจำชื่อ บริษัท เฮอร์ริเทจได้เป็นอย่างดี   บริษัทนี้รับงานบริหารทรัพย์สินของท่านครับ  รับทำทั้งหมด ตั้งแต่รับจัดตั้งบริษัทอ๊อฟชอร์  จะเป็นที่ หมู่เกาะบริติชเวอร์จิ้น  หรือ ที่บรูไน   ได้ทั้งสิ้น   จัดหาชื่อบุคคลที่พร้อม เป็นกรรมการบริษัท หรือ พร้อมเป็นผู้ถือหุ้นแทนให้แบบเบ็ดเสร็จอีกต่างหาก    รวมทั้งรับทำหน้าที่เซ็นชื่อสั่งจ่ายเช็คให้อีกด้วย   เป็นนอมินีให้ได้ในทุกหน้าที่

              สำหรับกรณีกุหลาบแก้ว  เชื่อได้ว่าทั้ง   Dr Angelo Vernados   and  NG GEOK LAN  ทำหน้าที่เป็นตัวแทน ( นอมินี )ให้กับลูกค้าเท่านั้นเอง  

             ชัดเจนว่าผู้ถือหุ้นฝ่ายไทยในบริษัทกุหลาบแก้วนั้นมีตัวตน  ไม่ใช่ผีสางเทวดาที่ไหน ลูกค้าของ บริษัทเฮอร์ริเทจนั่นเอง    คำถามจึงมีอยู่ว่า ใครคือลูกค้าของบริษัทเฮอร์ริเทจ? ใครคือผู้ที่ว่าจ้างให้บริษัทนี้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนบริหารเงินๆทองๆให้   เป็นนอมินีถือหุ้นในบริษัทกุหลาบแก้ว

             ไม่น่าจะเป็นกองทุนเทมาเส็กนะครับ    เทมาเส็กเป็นของรัฐบาลสิงคโปร์   ไม่มีเหตุผลประการใดที่รัฐบาลสิงคโปร์จะตั้งบริษัท อ๊อฟชอร์ หลบๆซ่อนๆ อย่างนี้   เป็นไปไม่ได้หรอกครับ  หรือว่าทฤษฎีเก่าของผมถูกต้อง   ผมเคยเชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้ขายหุ้นให้ใคร    พ.ต.ท.ทักษิณอาจเป็นลูกค้าตัวจริงของบริษัทเฮอร์ริเท็จก็ได้    น่าคิดนะครับ.

  [ เข้าหน้าหลัก ]


korbsak.com
กอร์ปศักดิ์  สภาวสุ




“การยกเลิกการใช้กรีนการ์ดประเภทเก่า”

“การยกเลิกการใช้กรีนการ์ดประเภทเก่า”

(USCIS Proposes Mandatory Renewal of Permanent Resident Cards Without an Expiration Date)

 

โดย เอเดรียน เมดเวย์ ทนายความผู้เชี่ยวชาญด้านอิมมิเกรชั่น

แปลและเรียบเรียงโดย ทิฟฟานี่ ธนะสุพรรณ ผู้ช่วยทนายความไทย

 

 เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2007 หน่วยงานอิมมิเกรชั่นยื่นข้อเสนอต่อระเบียบเฟดเดอรัล รีจิสเตอร์ (Federal Register) ที่กำหนดให้ผู้ถือ “กรีนการ์ดประเภทเก่า” หรือผู้ที่ถือกรีนการ์ดประเภทที่ไม่มีวันหมดอายุจำนวนกว่า 750,000 คนยื่นกรีนการ์ดประเภทใหม่ ข้อเสนอนี้จะมีระยะเวลาการยื่น 120 วัน

เหตุผลของการกำหนดให้ยื่นกรีนการ์ดประเภทใหม่

อิมมิเกรชั่นให้เหตุผลของการกำหนดให้ยื่นกรีนการ์ดประเภทใหม่นี้เป็นไปเพื่อความปลอดภัยของระบบกรีนการ์ด และเป็นการจัดเก็บข้อมูลล่าสุดของผู้ถือกรีนการ์ด เช่น ประวัติอาญา และข้อมูลชีวภาพ เช่น ข้อมูลลายพิมพ์นิ้วมือและรูปถ่ายใหม่ของผู้สมัครทางอิเล็กทรอนิกส์ อิมมิเกรชั่นยังระบุอีกว่ากรีนการ์ดประเภทเก่านั้นไม่มีประสิทธิภาพที่จะใช้เป็นหลักฐานเพื่อแสดงข้อมูลทางอิมมิเกรชั่นหรือข้อมูลทางสถานภาพทางกฎหมาย ไม่สามารถแสดงวันเดือนปีที่การ์ดอนุมัติ และไม่มีประสิทธิภาพที่จะใช้เพื่อเป็นหลักฐานในการทำงาน หรือเอกสารที่แสดงประวัติการเดินทางเข้าออกสหรัฐ อีกทั้งตัวการ์ดนั้นเก่าและรูปถ่ายของผู้ถือกรีนการ์ดนั้นอาจเปลี่ยนแปลงไปมาก ซึ่งการ์ดรุ่นเก่าที่ผู้ถือกรีนการ์ดถือนี้มีอายุมากกว่า 17-30 ปี โดยการ์ดรุ่นใหม่ที่จะมาแทนที่นั้นจะเป็นเวอร์ชั่นใหม่ มีระบบการควบคุมความปลอดภัยที่มากกว่า และมีระบบป้องกันการปลอมแปลงการ์ด รวมทั้งระบุวันที่การ์ดหมดอายุ เพื่อที่การ์ดจะสามารถจัดเก็บข้อมูลใหม่ๆ ได้ เหตุผลสำคัญอีกประการที่อิมมิเกรชั่นกำหนดให้มียื่นกรีนการ์ดชนิดใหม่นั้นเป็นไปเพื่อการรักษาความปลอดภัยของประเทศ การกำหนดให้ผู้ที่ถือกรีนการ์ดรุ่นเก่ายื่นกรีนการ์ดแบบใหม่นั้น สามารถที่จะจัดเก็บลายพิมพ์นิ้วมือ ประวัติส่วนตัว และรูปถ่ายปัจจุบันของผู้ถือการ์ด ซึ่งถึงเวลาแล้วที่อิมมิเกรชั่นจะเริ่มยกเลิกการใช้กรีนการ์ดรุ่นเก่าอย่างจริงจัง

เนื่องจากข้อเสนอการยกเลิกกรีนการ์ดรุ่นเก่านี้ ณ ปัจจุบันยังเป็นเพียง “ข้อเสนอ” และยังไม่ได้มีผลบังคับกับบุคคลทั่วไป อย่างไรก็ดีผู้ที่ถือกรีนการ์ดรุ่นเก่าอาจที่จะเริ่มดำเนินการยื่นกรีนการ์ดแบบใหม่ก่อน เนื่องจากใบสมัครที่ยื่นแต่เนิ่นๆ ก่อนที่ข้อเสนอจะบังคับใช้เป็นกฎหมายอาจจะช่วยย่นระยะเวลาดำเนินการได้

วิธีและขั้นตอนการยื่นขอกรีนการ์ดรุ่นใหม่

ข้อเสนอนี้กำหนดให้ผู้ที่ถือกรีนการ์ดรุ่นเก่าหรือกรีนการ์ดที่ไม่มีวันหมดอายุนั้นยื่นแบบ “ฟอร์ม I-90” หรือ ใบสมัครเพื่อการยื่นขอกรีนการ์ดแทนใบเดิมที่ชำรุดหรือสูญหาย (Replacement) พร้อมกับค่าธรรมเนียมจำนวน $370 โดยหลังจากนี้อิมมิเกรชั่นจะจัดส่งใบนัดเรียกพิมพ์ลายนิ้วมือและถ่ายรูป (Biometric) ของผู้สมัคร กระบวนการทั้งหมดจะใช้ระยะเวลาประมาณ 120 วัน

เมื่อไหร่ที่ข้อเสนอนี้จะบังคับใช้เป็นกฎหมาย

โดยข้อเสนอนี้จะบังคับใช้เป็นกฎหมายก็ต่อเมื่อมีการประกาศลงระเบียบของเฟดเดอรัล รีจิสเตอร์ (Federal Register) เป็นระยะเวลา 120 วัน ทั้งนี้อิมมิเกรชั่นจะประกาศอีกครั้งในระเบียบของเฟดเดอรัล รีจิสเตอร์ว่าวันใดเป็นวันที่กรีนการ์ดรุ่นเก่าจะไม่สามารถใช้ได้อีกต่อปี หากมีการยื่นกรีนการ์ดแบบใหม่ช้า (กล่าวคือเป็นการยื่นหลังจาก 120 วันที่ประกาศใช้ในระเบียบ) หรือหากเป็น กรณีที่ผู้สมัครยื่นซิติเซ่นแทน อิมมิเกรชั่นจะยังคงรับเรื่องไว้ แต่จะไม่รับประกันผลของกรีนการ์ดรุ่นเก่าจะยังคงใช้ได้อยู่

อิมมิเกรชั่นระบุว่า ณ ปัจจุบันมีจำนวนผู้ถือกรีนการ์ดรุ่นเก่าจำนวนกว่า 75,000 คน ที่จะมีผลต่อข้อเสนอนี้ และจะต้องดำเนินการยื่นขอกรีนการ์ดรุ่นใหม่ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับข้อเสนอนี้ ท่านผู้อ่านสามารถเข้าไปเว็บไซต์ของทางสำนักงานที่ www.medvei-immigration.com










<<Back    Go to Miscellanous


views[7319]    

All contents
องค์กรช่วยเหลือสังคม ACORN
อพยพชาวซานดิเอโก้ครั้งใหญ่
14 ตุลารำลึก
ชมเรือนหอ 40 ล้าน ‘บอล’รับขวัญ ‘นาตาลี’
เที่ยวบินมรณะ ตายกว่า88 !!
ลือสะพัด "ทนายนพดล" สละโสด "อ้อเล็ก"?
เหยื่อกาม’ธีรพล’เปิดใจ ขอให้เขาทุกข์เหมือนฉัน
ยามเฝ้าแผ่นดิน
ผลสำรวจโดยรัฐบาลระบุเด็กเอเชียฉลาด และประสบความสำเร็จในการเรียนสูงกว่าชาติอื่น
เมืองนิวเฮฟเว่นสวนกระแส ออก”ไอดีโรบินฮูด”ให้ชาวเมือง
กฎหมายหย่าร้าง
“ดรีมแอ็กท์-ช่วยเด็กต่างชาติให้ได้รับสถานภาพที่ถูกกฎหมาย”
ทำใบเขียวคนครัวภายในหนึ่งปี
‘บุช’ยังดันกฎหมายอิมมิเกรชั่นสุดฤทธิ์
ปรับราคาใบเขียวและเปลี่ยนสัญชาติ
*ร่างกฎหมายปฏิรูปอิมมิเกรชั่น*
ประกาศแล้ว!! วีซ่าบูเลทินเดือน “มิถุนายน”
เส้นตายของการยื่นวีซ่า H-1B สำหรับปี 2007 - 2008
การรักษาสถานะกรีนการ์ด* (Maintaining Status as a Green Card Holder)
โอกาสรอบสองของ”โรบินฮูด”


Tell your friend   Make us your Homepage
  Home  | Today News | Web-Board | Sponsor | News | Menu Links | Miscellanous



thaibusinesscenter.net
Copyright (C) 2000-2006 All Rights Reserved