รวยและสวยได้ด้วยJeunesse
รวยและสวยได้ด้วยJeunesse

        Home   Today News   Web-Board    Sponsor   News   Miscellanous          


 บริษัท vShip4U อเมริกา
 Realtime World-Clock
 Hatinh Tour
 Mega Million Jackpot $326M
 Mega Million Jackpot $355M
 $1.5B Powerball Winner
 PowerBall $590M winner
 Thai lottery Result-Chk
 BellAir Shuttle
 ราคาประเมินที่ดิน, คอนโด
 Anniversary Maephim Group
 Thai Restaurant in Blaine, Washington
 Warehouse Asia
 Yahoo Greeting
 Thai-YellowPage USA
 Thai Tel-Search ToT
 US PersonSearch
 CountryCode Search
 USA Advance Search
 SnapFish Photo Album
 ShutterFly Photo Album
 PhotoBucket Album
 Job DB
 อีเมลล์ Yahoo Mail
 อีเมลล์ Hotmail
 Currency Exchange Rate
 WorldExchangeRate
 Paypal ส่งเงินทั่วโลก
 US Bank
 President Choice MC
 KEY-Bank
 Chase Canada
 Bank Of America
 Citi-Bank
 Bank of America
 OptionsMasterCard
 Capital One Bank
 BMO Bank
 TD Bank
 CIBC Bank
 Bangkok Bank LogIn
 Kasikorn Bank
 Amazon
 Thai LA.net
 US CIS
 American VISA
 Safety-Technology KU
 Thai Council of Prof-Engineer
 APEC Assessment
 APEC Engineers Manual
 ToastMaster Division-J
 Vancouver Business Network
 เวป Used Market
 Classified Page
 WorldMostClassified
 Unitel Lao
 I-Smart Engineering
 เวป Pantip มาร์เก็ต
 Canada -Kijiji
 Pattaya Classified
 Savan Park
 Vancouver Used
 คนไทยใน Sydney, Australia
 Classified Singapore
 S'pore Classified Website
 ศูนย์รวมComputor&Part
 Today in History TV
 Internet TV (1,000 Ch.)
 CNN-HeadLine
 Siam Media USA
 SIAM Town USA
 Thai in WA
 Rujirat News
 Thai-TV Nation Channel
 ฟัง "สนธิ" Click ที่นี่
 ManagerMultimedia
 Doo ThaiTV
 HotTV LeeNa Jang
 Watch ASTV now
 See San TV
 Thai TV Online
 Radio Online
 International Dictionary
 Fun with Science
 Astronomy Games
 Math Racing Games
 วิชาการดอทคอม
 Countries Study Index
 Job Canada
 Canada Gov-Job
 Job DB
 Job Monster
 Career Click
 Job in USA
 JobSet
 M & A Group
 US Lottery Visa 2006
 About 1CellNet "Voice"
 ชำระเงินPay Online
 USA Lotto Visa


News

โลกรอบสัปดาห์







w260“บุช”ทำนาย “คลินตัน” จะเป็นปธน.หญิงคนแรกของสหรัฐฯ


วุฒิสมาชิกฮิลลารี คลินตัน ขณะกล่าวในงานเลี้ยงหาทุนที่เมืองชาร์ล็อตวิลล์ เวอร์จิเนีย เมื่อวันที่ 23 กันยายน โดยเอพีรายงานข่าวเมื่อวันจันทร์ว่า ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ให้สัมภาษณ์หนังสือวอชิงตัน เอ็กแซมมิเนอร์ ว่า เขามีความเชื่อว่าอดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง จะเอาชนะคู่แข่งสำคัญคือ วุฒิสมาชิกบารัค โอบาม่า เพื่อเป็นตัวแทนของพรรคเดโมแครต ลงสนามประธานาธิบดีสหรัฐฯ อีกทั้งทำนายด้วยว่า นางคลินตันมีสิทธิอย่างมากที่จะเอาชนะคู่แข่งจากพรรครีพับลิกัน และก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกของสหรัฐฯ ได้สำเร็จจากการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นในช่วงปลายปี 2008 ด้วย




นวนิยายของแม้ว

 

ทักษิณ ชินวัตร จ้างนักเขียนจีนคนหนึ่งเขียนนวนิยายเรื่อง “24 ชั่วโมงของทักษิณ ภายหลังการรัฐประหาร” เริ่มเรื่องโดยการพยายามลอบสังหาร ทักษิณ ชินวัตร เมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2544 ด้วยการลอบวางระเบิดเครื่องบินโบอิ้ง 747 ของการบินไทย ซึ่งบรรทุกผู้โดยสาร 129 คน นาทีที่เครื่องบินเตรียมทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ที่นั่งหมายเลข 11A ของทักษิณเกิดระเบิดขึ้นกะทันหัน ผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก แต่ทักษิณโชคดียังไม่ได้ขึ้นเครื่องบิน เพราะลูกชายนายพานทองแท้มาช้า 25 นาที ตำรวจตรวจพบระเบิดฟอสฟอรัสขาวในที่เกิดเหตุ สันนิษฐานว่าผู้อยู่เบื้องหลังเป็นผู้ค้าขายยาเสพติดรายใหญ่ แต่ความจริงได้พบว่า เกิดระเบิดเพราะอุบัติเหตุจากเครื่องปรับอากาศ ขณะเครื่องบินของการบินไทยลำนั้นจอดอยู่ที่ลานจอด มีผู้บาดเจ็บเพียงเจ้าหน้าที่เท่านั้น และไม่ได้เกิดตรงที่นั่งของทักษิณเลย

การพยายามลอบสังหารทักษิณครั้งที่สองเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ.2549 ด้วยวัตถุระเบิดในรถยนต์ (คาร์บอมบ์) นักเขียนจีนระบุว่า พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี รอง ผอ.กอ.รมน. เป็นผู้สั่งการ เพราะเคยอยู่หน่วยลอบสังหาร มีอุปนิสัยโหดเหี้ยม เคยมีส่วนลอบสังหารนักการเมืองเลวประวัติไม่ดีหลายคน

พล.อ.พัลลภ ปฏิเสธเรื่องนี้ว่าถ้าคิดจะสังหารทักษิณจริง ทักษิณหนีไม่รอดแน่ แต่พลอทเรื่องการวางแผนสังหารทักษิณครั้งนี้ ลงทุนน้อยมาก จนนักข่าวหนังสือพิมพ์หลายฉบับจับได้ว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ ไม่ใช่เรื่องจริงเลย มีที่ไหนผู้ต้องหาที่จับได้ว่าเป็นผู้ขับคาร์บอมบ์คันนั้น รักและชอบทักษิณและพรรคไทยรักไทย แต่มาลงมือสังหารคนที่ตนรัก แปลกจริงนะ

หมอประเวศ วะสี ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า ถ้าเป็นเรื่องจริง แสดงว่า มีผู้เกลียดชังนายกรัฐมนตรีมากจนถึงขั้นพยายามลอบสังหาร

เรื่องความเกลียดชังคุณทักษิณนั้นต้องยอมรับว่ามีจริง การมีทั้งคนรักและคนชังก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่ในกรณีคุณทักษิณเรื่องนี้เป็นไปอย่างรุนแรง ยังไม่เคยมีนายกรัฐมนตรีคนไหนที่มีปริมาณของความเกลียดชังมากถึงขนาดนี้ ทั้งจำนวนคนที่เกลียดและดีกรีของความเกลียดชังที่ขึ้นสูงแบบสุดๆ เพราะบุคลิกที่แก้ไม่หายของคุณทักษิณที่ก้าวร้าว เหยียดหยาม ท้าทาย ไม่รู้จักทำตนให้เป็นที่รัก ผิดวิสัยคนที่เป็นนายกรัฐมนตรีที่จะต้องสมานไมตรี รวมพลังผู้คนไปช่วยกันแก้ปัญหาประเทศ การทำให้คนเกลียดนั้นอันตราย

แต่คนไทยถึงจะเกลียดผู้นำอย่างไร การคิดสังหารนั้นมีน้อย ต่างจากในสหรัฐอเมริกาที่เขาสังหารประธานาธิบดีไปหลายคนแล้ว ถ้าคราวนี้เป็นเรื่องจริงก็แปลว่าสังคมไทยมาถึงจุดเปลี่ยนแล้ว คือเปลี่ยนจากปริมาณไปสู่คุณภาพ หมายความว่าปริมาณความเกลียดชังเพิ่มมากขึ้นจนถึงจุดเดือด

นั่นเป็นการพูดถึงการทำด้วยอารมณ์เกลียด แต่การทำอาจทำด้วยความคิด คือความคิดที่ว่าคุณทักษิณเป็นปัญหาของบ้านเมือง เป็นชนวนของความแตกแยกและรุนแรงอาจนำไปสู่การนองเลือด ถ้าขจัดเสียได้ก็จะเป็นการป้องกันชีวิตของคนอื่นๆ จำนวนมาก

นักเขียนจีนคนนั้นเขียนตามคำบอกเล่าของทักษิณว่า ทักษิณเคยถาม พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก อย่างตรงไปตรงมาว่า “คุณคิดจะก่อรัฐประหารโค่นผมหรือเปล่า” พล.อ.สนธิตอบด้วยเสียงเบาๆ ว่า

“จะเป็นไปได้อย่างไร ผมไม่มีทางทำอย่างนั้นหรอก”

แต่พอสถานการณ์การเมืองแย่ลง พล.อ.สนธิกล่าวว่า “ในฐานะที่เป็นนักรบของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พวกเราอยากที่จะช่วยพระองค์ในการขจัดความกังวลและความทุกข์ยากทั้งปวง ฝ่ายทหารจะปฏิบัติตามพระราชประสงค์ของพระองค์อย่างเคร่งครัด”

นักเขียนจีนเขียนต่อไปอีกว่าทักษิณได้สัญญาสุภาพบุรุษกับ พล.อ.สนธิ ว่า พล.อ.สนธิจะไม่เข้าไปยุ่งเรื่องการเมือง หากตกลงทักษิณจะขยายเวลาให้อยู่ในตำแหน่งอีกหนึ่งปี

พล.อ.สนธิ ตอบตกลง ซึ่งต่อมาก็ชัดเจนแล้วว่า พล.อ.สนธิ หลอกและทรยศ ทักษิณ

แต่ภายหลัง พล.อ.สนธิกลับให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า “ตอนนั้นท่านทักษิณถามผมว่า คุณจะก่อการรัฐประหารหรือไม่ ผมก็ตอบไปอย่างชัดเจนว่า ผมจะทำ ผมไม่เสียใจที่ตอบไปเช่นนั้น หากย้อนเวลากลับไปได้ ผมก็จะตอบท่านเช่นเดิม”

ระยะเวลาไล่เลี่ยกัน ราวเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต อดีตผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 หนีราชการไปลอนดอน ประเทศอังกฤษ เพื่อสัมภาษณ์พิเศษ ทักษิณ ชินวัตร ลงในหนังสือที่เธอเขียน “ทักษิณ WHERE ARE YOU?” โดยตอนหนึ่งของการสัมภาษณ์ทักษิณ

ทักษิณกล่าวอย่างมีอารมณ์ฉุนเฉียวว่า

“รู้สึกทุเรศที่มีคนมาพูดว่าเงินและทรัพย์สินที่มีอยู่ได้จากการโกงมา หรือแม้กระทั่งบอกว่าใช้เงินเพื่อไปต่อท่อน้ำเลี้ยงในการต่อต้าน คมช. นั้นก็เป็นเรื่องที่คนกล่าวหากันไป กล่าวหาผมตั้งแต่ปฏิวัติใหม่ๆ แล้ว เดี๋ยวก็ท่อนั้นท่อนี้ ไม่รู้ท่ออะไรของเขา ไม่รู้บิดาใครชื่อท่อ เงินที่พีทีวีใช้ไม่ใช่เงินของผม กลุ่มแกนนำเขาจะใช้เงินกี่ตังค์กันเชียว พวกนี้เขาก็มีเงิน พวกนั้นพยายามหาเรื่องว่าเงินหายไปสองหมื่นล้านเพราะเอาไปใช้อย่างนี้ ปัดโธ่... เงินตรงนี้ หมื่นล้านอยู่เมืองไทย เอาไปลงทุนในบริษัท ลงทุนในหุ้น ซื้อที่ดิน ใครจะมาเก็บเงินสดเอาไว้ อีกส่วนก็ลงทุนในอังกฤษ ก็ขออนุญาตแบงก์ชาติถูกต้อง”

ที่ว่าขออนุญาตแบงก์ชาตินำเงินออกนอกประเทศไปลงทุนในอังกฤษนั้น รวมหมายถึงเงินเกือบหมื่นล้านบาท ที่นำไปซื้อทีมฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี้ ด้วยหรือไม่?

โชว์หลักฐานใบอนุญาตจากแบงก์ชาติหน่อยได้ไหมครับ?






ผู้ว่าการรัฐ 13 รัฐทำหนังสือร้องขอต่อสภาคองเกรส (Congress) และวุฒิสภา (Senate) ในเรื่องการขอโควต้าวีซ่า-1

Thirteen governors written to heads of Congress and the Senate pleading for more H-1B numbers for skilled workers

 

 

โดย เอเดรียน เมดเวย์ ทนายความผู้เชี่ยวชาญด้านอิมมิเกรชั่น

 แปลและเรียบเรียงโดย วรลักษณ์ โลหะบำรุงกุล ผู้ช่วยทนายไทย

 

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2007 ผู้ว่าการรัฐได้ร้องขอให้สภาคองเกรส (Congress) ได้พิจารณาทบทวนเกี่ยวกับเรื่องของอัตราจำนวนวีซ่าทำงาน (H-1B) และร้องขอต่อสภาให้มีการเพิ่มจำนวนโควต้าของผู้ที่ขอวีซ่าทำงานในขณะนี้ที่มีจำนวน 65,0000 ที่ต่อปี ซึ่งการเพิ่มจำนวนตรงนี้จะทำให้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถสามารถเข้ามาทำงานในประเทศสหรัฐฯได้เพิ่มขึ้น ผู้ว่าการรัฐทั้ง 13 ได้กล่าวในจดหมายที่ร่างถึงสภานี้ด้วยว่าถึงแม้ความพยายามในการเพิ่มจำนวนตัวเลขของผู้ที่จบสาขาทางคณิตศาสตร์ และสาขาคอมพิวเตอร์ในอเมริกา ณ วันนี้จะยังไม่บรรลุผลสำเร็จได้ แต่ทางประเทศอเมริกาเองก็ได้มีการเพิ่มโอกาสในส่วนของงานด้านไฮเทคโนโลยีขึ้นแล้ว อย่างไรก็ดีปัจจุบันทางเราก็ได้ประสบกับปัญหาการขาดแคลนจำนวนผู้ที่มีความสามารถเฉพาะทางขั้นสูงในสายงานของสาขาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ซึ่งทั้งสองสาขานี้ไม่เพียงพอต่อความต้องการในขณะนี้ได้ ผู้ว่าการรัฐทั้ง 13 ยังได้กล่าวต่อไปอีกว่าการที่สหรัฐฯจะสามารถแก้ปัญหาการขาดแคลนอัตราแรงงานในสาขาอาชีพนี้จำเป็นที่จะต้องทบทวนและให้ความสำคัญถึงความสามารถของแรงงานต่างชาติที่มีบทบาทต่อบริษัทห้างร้านต่างๆ ในประเทศ ดังนั้นทางอเมริกาจึงจำเป็นต้องเพิ่มจำนวนของผู้ที่ถือวีซ่าทำงานชั่วคราวและจำนวนของผู้ที่ถือใบเขียวด้วยเช่นกัน

ผู้ว่าการรัฐยังคงคำนึงถึงความสำคัญต่อเรื่องของความมั่นคงภายในประเทศ แต่อย่างไรก็ดีการให้ความสำคัญต่อระบบภาพรวมทางเศรษฐกิจก็ยังคงเป็นเรื่องที่ควรได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษด้วยเช่นกัน

ในการสร้างแรงงานที่มีทักษะสูงและให้เกิดการแข่งขันระหว่างกันไม่สามารถเกิดขึ้นในชั่วข้ามคืนและเมื่อระบบ H-1B ที่ซึ่งจำนวนโควต้าของวีซ่าชนิดนี้มีน้อยและได้หมดลงอย่างรวดเร็วในแต่ละปีจะไม่สามารถขับเคลื่อนต่อไปด้วย จำนวนโควต้า 65,000 ที่ของวีซ่าประเภทนี้ถูกกำหนดขึ้นในปี 1990 ซึ่งเห็นได้ชัดว่าปัจจุบันจำนวนโควต้าในระดับนี้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของระบบเศรษฐกิจสหรัฐฯในปัจจุบัน รวมทั้งไม่เพียงพอต่อความต้องการในสาขาอาชีพต่างๆ ที่ยังต้องการผู้มีทักษะและความรู้ความสามารถเฉพาะทางเป็นจำนวนมากอีกด้วย ตามตัวเลขในงบประมาณปี 2007 วีซ่า H-1B ที่ถูกจัดขึ้นได้หมดไปอย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้นก่อนการบรรจุลงไปในงบประมาณแผ่นดินเสียอีก ซึ่งจะเห็นได้จากยอดตัวเลขในปีงบประมาณ 2008 ที่จำนวนของวีซ่าที่ถูกจัดทำขึ้นเพี่อบุคคลที่ต้องการทำงานในสหรัฐฯนี้ได้หมดลงไปตั้งแต่วันแรกของการเริ่มต้นจัดทำงบประมาณปี 08

ผู้ว่าการรัฐฯทั้ง 13 ยังได้กล่าวถึงระบบกรีนการ์ดของสหรัฐฯด้วยว่าระบบนี้เองก็กำลังประสบกับปัญหาหนักเช่นกัน ซึ่งจากตรงนี้ก็จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคอุตสาหกรรมไฮเทคโนโลยี และยังเป็นแรงผลักดันให้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถรวมถึงผู้ที่มีคุณสมบัติในสายงานต่างๆ ต้องออกจากงานไปและกลับสู่ประเทศบ้านเกิด เนื่องจากเพราะต้องรอกระบวนการรอรับใบเขียวที่เนิ่นนานเกินไป

ผู้ว่าการรัฐต่างๆ ทั้ง 13 รัฐได้กล่าวเตือนไว้ว่าถ้าสหรัฐฯ ยังต้องการคงความเป็นผู้นำโลกในด้านนวัตกรรมต่างๆ และยังต้องการเห็นความเจริญเติบโตด้านเศรษฐกิจอยู่ สหรัฐฯเองจำเป็นจะต้องมีมาตรการรองรับผู้ทำงานและแรงงานต่างๆ ในประเทศ และควรจะเพิ่มความมั่นใจแก่ตัวระบบเศรษฐกิจภายในประเทศด้วยว่าเราจำเป็นจะต้องมีแรงงานที่มีทักษะและความชำนาญอยู่ทำงานในประเทศด้วยเช่นกัน แต่สิ่งที่ต้องยอมรับกันในขณะนี้คือทางสหรัฐฯเองนั้นไม่สามารถปฏิรูประบบ “Immigration” ทั้งระบบได้ อย่างไรก็ดีผู้ว่าการรัฐก็ได้ยื่นเรื่องต่อสภาคองเกรสให้แสดงท่าทีต่อปัญหาดังกล่าว และยังกระตุ้นให้ทางสภาได้คำนึงถึงกุญแจสำคัญที่ประเทศจำเป็นที่จะต้องเพิ่มกำลังและรักษาแรงงานในสาขาอาชีพต่างๆ ไว้ภายในประเทศ อีกทั้งยังจำเป็นที่จะต้องส่งเสริมและผลิตแรงงานที่เกิดและเติบโตภายในประเทศเพื่อผลในระยะยาวอีกด้วย

ผู้ว่าการทั้ง 13 รัฐที่ร่างจดหมายดังกล่าวนี้ได้แก่ คริส เกร็กกรัว รัฐวอชิงตัน; อาร์โนลด์ ชวาซีเนกเกอร์ รัฐแคลิฟอร์เนีย; มิช เดเนียลส์ รัฐอินเดียน่า; บิล ริสเทอร์ รัฐโคโรราโด; เดวอล แพททริค รัฐแมสซาชูเซตส์; เดฟ เฟอเดนเธิล รัฐไวโอมิง; เอลลิออท สปิซเซอร์ รัฐนิวยอร์ค; เจเนท นาโปลิทาโน รัฐอริโซน่า; จิม ดอยล์ รัฐวิสคอนซิล; แคทเทอลีนอ เซเบลลีส รัฐแคนซัส; ทิม พอลเลนที รัฐมินเนสโซต้า; จิม กิ๊บบอน รัฐเนวาดา; ริค เพอร์รี่ รัฐเท็กซัส



สตีเว่น อีริค พราวเลอร์

สั่งจำคุกสิบปีครูอเมริกัน ข้อหา’ตุ๋ยเด็ก’ที่กรุงเทพ


แอลเอ (เอพี) : ศาลแอลเอ ตัดสินจำคุกสิบปี “สตีเว่น อีริค พราวเลอร์” อดีตครูสอนภาษาอังกฤษในกรุงเทพฯ ฐานมีเพศสัมพันธ์กับเด็กชาย “อันเดอร์เอจ” ที่เมืองไทย

เอพีรายงานข่าวว่า เมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา สตีเว่น อีริค พราวเลอร์ วัย 58 ถูกศาลลอส แอนเจลิส สั่งจำคุกสิบปี จากความผิดข้อหาลวนลามทางเพศเด็กผู้ชายที่กรุงเทพฯ อันเป็นความผิดที่ทำให้เขาติดคุกที่กรุงเทพฯ หนึ่งปีหลังถูกจับในเดือนพฤษภาคม ปี 2005 ก่อนถูกเนรเทศมาดำเนินคดีในสหรัฐฯ เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2006

ทั้งนี้ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สตีเว่น อีริค พราวเลอร์ ยอมรับความผิดต่อศาลทั้งสองข้อหา คือข้อหาเดินทางไปต่างประเทศโดยมีเจตนามีเพศสัมพันธ์กับเด็ก และข้อหามีเพศสัมพันธ์ผิดกฎหมายกับผู้เยาว์ในต่างประเทศ ซึ่งแต่ละข้อหามีโทษจำคุกสูงสุดถึง 30 ปี รวมทั้งให้การยอมรับต่อศาลว่า เขาได้จ่ายเงินประมาณ 6 ดอลลาร์ให้เด็กชายไทยวัย 15 ปี เพื่อแลกเปลี่ยนกับการมีเพศสัมพันธ์กับเขาในเดือนเมษายนปี 2005

สตีเว่น อีริค พราวเลอร์ ชาวอเมริกันที่ประกอบอาชีพเป็นครูสอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนแห่งหนึ่งที่กรุงเทพฯ ถูกทางการสหรัฐฯ ดำเนินคดีภายใต้กฎหมายชื่อ PROTECT (Prosecutorial Remedies and Other Tools to end the Exploitation of Children Today) ซึ่งเริ่มใช้เมื่อปี 2003 ซึ่งเป็นกฎหมายของรัฐบาลกลาง ที่เอื้อให้อัยการสามารถเอาผิดคนอเมริกันที่ละเมิดทางเพศกับเด็ก ไม่ว่าจะทำผิดในประเทศไหนก็ตาม

สำนักงานอิมมิเกรชั่นและศุลกากร หรือ ICE (Immigration and Customs Enforcement) ซึ่งรับผิดชอบการจับกุมคนอเมริกันที่กระทำผิดในต่างประเทศ กล่าวว่า การตรวจค้นอพาร์ทเมนท์ของสตีเว่น พราวเลอร์ พบภาพเปลือยเด็กชายกว่าร้อยภาพ มีบันทึกเขียนด้วยลายมือของเขาถึงการมีเพศสัมพันธ์กับเด็กในประเทศต่างๆ ย้อนไปนานกว่าสิบปี รวมถึงเส้นผมของเหยื่อที่เขาเก็บรักษาไว้คู่กับป้ายบอกชื่อและอายุของเจ้าของเส้นผมด้วย

ทั้งนี้ เอพี อ้างคำกล่าวของ แอนน์ ฮูร์ส เจ้าหน้าที่ของอิมมิเกรชั่นสหรัฐฯ ซึ่งประจำอยู่ที่กรุงเทพฯ ด้วยว่า เธอต้องการให้คดีของสตีเว่น พราวเลอร์ เป็นคดีตัวอย่าง “เราอยากให้ข่าวสารได้แพร่ออกไปว่า ชาวอเมริกันรายใดก็ตามที่รังแกทางเพศเด็กๆ ไม่ว่าจะเป็นที่ใดในโลก เราจะตามจับเขาอย่างไม่หยุดยั้ง สืบสวนและเอาผิดพวกเขาในอเมริกา” และว่าปัจจุบัน มีชาวอเมริกันประมาณ 20 รายที่ถูกจับและดำเนินคดีจากความผิดในลักษณะเช่นนี้






w260แรงงานอเมริกัน “โปรดักทีฟ” ที่สุด


รายงานผลสำรวจเกี่ยวกับเรื่องแรงงานขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งจะนำเสนอในวันแรงงาน 3 กันยายนบอกว่า แรงงานอเมริกัน คือแรงงานที่ได้ผลงานมากที่สุดในโลก (leads the world in labor productivity)

 เพราะคนอเมริกันจะใช้เวลาทำงานนานกว่าแรงงานในยุโรปและประเทศที่พัฒนาแล้วทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นงานสำนักงาน โรงงาน สถานที่ก่อสร้าง หรือฟาร์ม ตัวเลขในปี 2006 ระบุว่าแรงงานอเมริกันจะใช้เวลาทำงานทั้งสิ้น 1,804 ชั่วโมง อีกทั้งยังเป็นแรงงานที่มีมูลค่าผลผลิตต่อคนต่อปีสูงสุด คือ 63,885 ดอลลาร์ ตามมาโดยไอแลนด์ 55,986 ดอลลาร์, ลักเซ็มเบิร์ค 55,641 ดอลลาร์, เบลเยี่ยม 55,235 ดอลลาร์ และฝรั่งเศส 54,609 ดอลลาร์ นอกจากนี้ ผลสำรวจยังพบว่าแรงงานอเมริกันได้รับค่าแรงต่อชั่วโมงสูงสุดในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรม 27 ประเทศ ซึ่งข่าวระบุว่าเป็นสาเหตุประการหนึ่งที่ทำให้แรงงานอเมริกันมีความขยันและตั้งใจทำงานมากกว่าชาติอื่น (เอพี)




ดร.เดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่

ดร.เดือนเต็มดวง (แป้ง) ณ เชียงใหม่ ชนะการเลือกตั้งได้เป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่ โดยคะแนนชนะอดีตนายกเทศมนตรีฯ แกนนำสำคัญคนหนึ่งของพรรคไทยรักไทย ประมาณเจ็ดพันเสียง แต่กลับถูกร้องเรียนว่าขาดคุณสมบัติ เพราะไม่ได้มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตเทศบาลติดต่อกันมาหนึ่งปี

ดร.แป้ง ได้เปิดเผยความในใจของเธอว่า “สิ่งที่น่าชื่นใจกว่าชัยชนะคือ ความรู้สึกว่า ขั้วอำนาจเก่ามิได้เป็นที่นิยมชมชื่นกับคนเชียงใหม่แล้ว คนให้คะแนนตน เพราะสงสารที่ถูกรังแกมาแล้ว 3 ครั้งในชีวิต โดยขั้วอำนาจเก่าทั้งนักการเมืองและเครื่องมือของรัฐ นับจากวันนี้ไปตนเชื่อว่าก็จะมีเรื่องร้องเรียนเข้ามาอีก แต่ตนเชื่อในกระบวนการยุติธรรม เชื่อว่าอำนาจเถื่อนเช่นในสมัยขั้วอำนาจเก่า คงไม่มีโอกาสนำมาใช้ได้อีก อีกทั้ง ตนจะตั้งใจทำเพื่อบ้านเกิดและเพื่อประชาชนที่ให้การสนับสนุนตน

การทำงานในเส้นทางการเมืองช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ที่จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นักการเมืองทั้งระดับประเทศและท้องถิ่นต้องอยู่ใต้ปีกของขั้วอำนาจเก่า ที่ใช้ทุกวิถีทางไม่ว่าจะเป็นวิถีทางประชาธิปไตย หรือทางลัด ทั้งใช้อำนาจรัฐ หรือผ่านองค์กรอิสระ เพื่อเอาชนะคู่ต่อสู้ทางการเมือง ซึ่งนักการเมืองทั่วประเทศที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามต่างตระหนักดี แต่ปัจจุบันเมื่อไม่มีพญาปักษาแล้วสถานการณ์น่าจะดีขึ้น”

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล อดีตผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาธิปัตย์ เล่าเรื่องของดร.แป้งว่าเป็นลูกสาวคนสวยของคุณธวัชวงศ์ (หนุ่ย) และคุณกิ่งกาญจน์ (แดง) ณ เชียงใหม่

คุณธวัชวงศ์ และคุณกิ่งกาญจน์ ณ เชียงใหม่ ต่างเคยเป็นส.ส.หลายสมัยของจังหวัดเชียงใหม่ เฉพาะคุณธวัชวงศ์เป็นผู้สืบตระกูล ณ เชียงใหม่ สืบเชื้อสายเจ้าทางเมืองล้านนา หากเรียกให้เต็มยศคงต้องเรียกว่า ฯพณฯ ธวัชวงศ์ ณ เชียงใหม่ เพราะเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังมาก่อนในรัฐบาลพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ส่วนคุณกิ่งกาญจน์ ณ เชียงใหม่ เป็นบัญชีบัณฑิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รุ่นหลังคุณหญิงผู้ว่าการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) หนึ่งปี และเป็นลูกสาวคนเก่งของอดีตอัยการใหญ่สกุลโกศัยกานนท์

ดร.เดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ เป็นบุตรสาวที่บิดามารดาฟูมฟักทะนุถนอมมาเพื่อให้สืบเชื้อสายนักการเมืองโดยแท้ และได้สมใจหวังของบิดามารดาที่สามารถฝ่าฟันเข้ามาเป็นว่าที่นายกเทศมนตรีหญิงของเทศบาลนครเชียงใหม่ได้อย่างสมศักดิ์ศรี หลังจากที่เมืองเชียงใหม่ของพี่น้องชาวล้านนาต้องตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของ ระบอบทักษิณ อยู่หลายปี

ดร.แป้ง ของบิดามารดาและชาวเชียงใหม่ เคยลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่มาแล้ว เมื่อคราวเลือกตั้งทั่วไปวันอาทิตย์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2548 สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ แต่แพ้คู่แข่งขันจากพรรคไทยรักไทยประมาณหมื่นกว่าคะแนนเศษ เป็นหมื่นกว่าคะแนนจากเขตเลือกตั้งส.ส.ซึ่งใหญ่กว่าเขตเทศบาลเมืองนครเชียงใหม่ แต่ครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองเชียงใหม่ซึ่งเป็นเขตเล็กกว่า แต่เธอกลับชนะมาได้ด้วยคะแนนมากกว่าที่เคยแพ้ เพราะคนในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ร่วมใจทุ่มเทลงคะแนนเสียงให้ด้วยความรักและศรัทธา

คะแนนเด็ดขาดของ ดร.แป้ง คราวนี้เป็นที่สนใจของคอการเมืองทั่วไป และเป็นครั้งแรกที่พรรคไทยรักไทยแพ้อย่างยับเยินในจังหวัดเชียงใหม่ ปราการหลักที่เป็นบ้านเกิดเจ้าของ บ้านจันทร์ส่องหล้า

ก่อนการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2548 ไม่กี่วัน ขณะที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ชวน หลีกภัย นำคณะขึ้นไปปราศรัยช่วยหาเสียงให้แก่ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ที่จังหวัดเชียงใหม่ ขณะจะเริ่มทำการปราศรัย มีอิทธิพลในท้องถิ่นผู้ชั่วร้ายบางคน ว่าจ้างอันธพาลอาชีพจากจังหวัดใกล้เคียงจังหวัดหนึ่งมาล้อมเวทีปราศรัย ขว้างปาเวทีและพยายามฮือล้อมทำร้ายชาวคณะประชาธิปัตย์อย่างป่าเถื่อน ชาวเชียงใหม่จำนวนหนึ่งถึงกับร้องไห้แสดงความเสียใจและพยายามกันคณะประชาธิปัตย์ให้หลบออกจากบริเวณเวทีปราศรัย ในท่ามกลางความชุลมุนปรากฏภาพสาวน้อยคนหนึ่งกระโดดกางแขนผวาเข้ามา พยายามป้องภัยให้ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์จากอันธพาลรับจ้างที่ติดตามมาข้างหลัง ถึงแม้ท่านประธานที่ปรึกษาจะไม่เห็น แต่ภาพได้ปรากฏทางโทรทัศน์บางช่อง เป็นที่น่าประทับใจในความกล้าหาญองอาจของสาวน้อยผู้นั้น

เธอคือ ดร.เดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ และเธอคือหนึ่งในชาวเชียงใหม่ผู้มีโอกาสแสดงความกล้าหาญลบล้างภาพความเลวร้ายจากการกระทำของคนเมืองอีกบางคนได้อย่างองอาจ

วันนี้ชาวเชียงใหม่ตอบแทนเธอด้วยคะแนนเด็ดขาดสมศักดิ์ศรี เพื่อให้เธอเป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่ที่คนเชียงใหม่ภาคภูมิใจ

ก่อนวันเลือกตั้ง คู่แข่งขันซึ่งเป็นอดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่และยังครองอำนาจอยู่ในเทศบาลนครเชียงใหม่ได้ร้องคัดค้านเธอว่าขาดคุณสมบัติในการสมัครรับเลือกตั้ง ทั้งที่เธอเคยเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่มาก่อนเมื่อปี 2548 และเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขชาวล้านนาโดยแท้

คณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งแต่งตั้งมาตั้งแต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กลางชุดที่ระบอบทักษิณยังเรืองอำนาจ ได้มีมติตัดสิทธิเธอในการลงสมัครรับเลือกตั้งตามคำร้องคัดค้าน และคู่แข่งขันซึ่งยังมีอำนาจอยู่ในเทศบาลนครเชียงใหม่ถึงกับจะส่งเจ้าหน้าที่เทศกิจออกรื้อถอนป้ายรณรงค์หาเสียงของ ดร.เดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ ที่ติดตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ทั้งหมด

เดือนเต็มดวงร้องคัดค้านความเห็นของ กกต.จังหวัดมายัง กกต.กลาง แล้วเฝ้ารอผลการพิจารณาด้วยความห่วงใย เพราะเวลายิ่งผ่านไปความเสียเปรียบคู่แข่งขันยิ่งมากขึ้น

จนก่อนวันเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน 2550 เพียง 4-5 วัน คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เชื่อตามพยานหลักฐานและยืนตามความเห็นของคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดเชียงใหม่

ดร.เดือนเต็มดวงฯ ฟ้องคดีต่อศาลปกครองจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมยื่นคำร้องขอให้ศาลปกครองไต่สวนคำร้องโดยเหตุฉุกเฉิน เพื่อคุ้มครองชั่วคราวให้คงชื่อและหมายเลขผู้สมัครของเธอเพื่อรับการเลือกตั้ง

ศาลปกครองจังหวัดเชียงใหม่มีคำสั่งให้ไต่สวนคำร้องฉุกเฉิน แล้วมีคำสั่งให้จัดการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่ โดยคงสิทธิ ดร.เดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเพื่อให้ชาวเทศบาลนครเชียงใหม่พิจารณาลงบัตรเลือกตั้ง ผลการนับคะแนน ดร.เดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ สามารถชนะคู่แข่งขันสำคัญคืออดีตนายกเทศมนตรีฯ จากระบอบทักษิณด้วยคะแนนขาดลอย

บัดนี้ศาลปกครองได้มีคำพิพากษาเพิกถอนคำวินิจฉัยของ กกต.เชียงใหม่ที่ตัดสิทธิเธอในการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศบาลนครเชียงใหม่ โดยมีรายละเอียดดังนี้

ตามที่ผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำเทศบาลนครเชียงใหม่ คณะกรรมการเลือกตั้งประจำเทศบาลนครเชียงใหม่และคณะกรรมการเลือกตั้งวินิจฉัยสิทธิการสมัครเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ของ ดร.เดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ โดยถอนชื่อผู้ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่ โดยวินิจฉัยว่าขาดคุณสมบัติแห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2545 เนื่องจากไม่มีรายชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง

หลังจากถูกเพิกถอนสิทธิการเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่ ดร.เดือนเต็มดวง ได้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองจังหวัดเชียงใหม่ให้คุ้มครองสิทธิชั่วคราวและศาลได้พิจารณาคำร้องแล้ว และได้คุ้มครองสิทธิชั่วคราวให้ ดร.เดือนเต็มดวง เป็นผู้สมัครได้ และจากผลการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีฯ ดร.เดือนเต็มดวง ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ได้รับเลือกเป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่ และได้ฟ้องคดีผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำเทศบาลนครเชียงใหม่ที่ 1 คณะกรรมการเลือกตั้งที่ 2 และคณะกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัดที่ 3 ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งดังนี้

1. ให้ผู้ถูกฟ้องครั้งที่ 1 ปิดป้ายประกาศชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งของผู้ฟ้องคดีและถอดประกาศเรื่องถอนรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งทุกหน่วยเลือกตั้ง

2. เพิกถอนคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามที่ให้ผู้ฟ้องคดีดำเนินการรื้อถอนป้ายโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งและให้งดการโฆษณาหาเสียงหรือประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่ และเพิกถอนคำสั่งถอนสิทธิของผู้ฟ้องคดีซึ่งทำให้ผู้ฟ้องคดีไม่มีสิทธิสมัครเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่

3. ให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ฟ้องคดีเป็นเงิน 10,000,000 บาท

ศาลได้พิจารณาคดีที่ ดร.เดือนเต็มดวง ฟ้องโดยสรุปเป็น 4 ประเด็น คือประเด็นที่หนึ่งผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 มีอำนาจในการพิจารณาทบทวนคำวินิจฉัยของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 หรือไม่ ประเด็นที่ 2 การลงมติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ในคดีนี้ต้องเป็นเอกฉันท์หรือไม่ ประเด็นที่สาม มติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 เป็นการใช้ดุลพินิจโดยชอบหรือไม่ในการพิจารณาเพื่อมีมติ และประเด็นที่ 4 ประเด็นสุดท้ายเนื้อหาคดีต้องพิจารณาคือผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ฟ้องคดีดำเนินการรื้อป้ายโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งของผู้ฟ้องคดีและให้งดการโฆษณาหาเสียงประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่ เป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ถึงแม้ว่าผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้กระทำการตามคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 และคดีที่ 3 ตามกฎหมายบัญญัติ แต่เมื่อได้พิจารณาแล้วว่า มติและคำวินิจฉัยของผู้ถูกฟ้อง คดีที่ 2 และที่ 3 เป็นการไม่ชอบ การกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ที่ได้ดำเนินการตามคำสั่งหรือมติดังกล่าวจึงย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วย อย่างไรก็ตามเนื่องจากเหตุแห่งการกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้สิ้นสุดระงับลงเมื่อศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวและผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ก็ได้แก้ไขจนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งสามารถลงคะแนนให้กับผู้ฟ้องคดีได้จึงไม่จำต้องมีบังคับใดๆ อีกหลังผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1

หลังจากที่มีการสืบพยานผู้ฟ้องและพยานผู้ถูกฟ้องมาหลายครั้ง ต่อมาเวลา 14.00 น. วันที่ 22 สิงหาคม 2550 ศาลได้นัดคู่กรณีมาฟังคำพิพากษา โดยมีนายสมชาย งามวงศ์ชน รองอธิบดีศาลปกครองเชียงใหม่ นางสาวสายทิพย์ สุคติพันธ์ และนายเมธี ชัยสิทธิ์ ตุลาการศาลปกครองเชียงใหม่ ออกนั่งบัลลังก์ มีคำพิพากษา 46 หน้ากระดาษ จึงพิพากษาให้เพิกถอนคำวินิจฉัยที่ 1/2550 และคำวินิจฉัยที่ 2/2550 ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 และมติในการประชุม ครั้งที่ 50/2550 ลงวันที่ 20 มิถุนายน 2550 ของผู้ถูกฟ้อง ครั้งที่ 2 ตั้งแต่วันที่มีคำวินิจฉัยและมติดังกล่าว

คำพิพากษาให้เพิกถอนคำวินิจฉัยที่ 1/2550 และคำวินิจฉัยที่ 2/2550 ของผู้ถูกฟ้อง คือคำวินิจฉัยของ กกต. ที่วินิจฉัยให้ ร.อ.หญิง ดร.เดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ ไม่มีสิทธิเป็นผู้สมัครนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่ เมื่อศาลปกครองมีคำพิพากษาเพิกถอนคำวินิจฉัยของ กกต. ร.อ.หญิง ดร.เดือนเต็มดวง จึงเป็นผู้มีสิทธิรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรี

หลังฟังคำพิพากษา ดร.เดือนเต็มดวง เปิดเผยว่า คำพิพากษาทำให้โล่งใจในการปฏิบัติหน้าที่อย่างสมบูรณ์ เนื่องจากก่อนหน้านั้นมีคนปล่อยข่าวว่าจะแพ้ในคดี ทำให้การบริหารงานยากลำบากในการปกครองข้าราชการประจำ ตั้งแต่นี้ไปจะทำงานให้ชาวเชียงใหม่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ส่วนการแต่งตั้งรองนายกฯ 4 ตำแหน่ง เลขา และที่ปรึกษาก็จะได้แต่งตั้งเร็วๆ นี้

ผมในฐานะลูกชายที่พ่อแม่มีบ้านอยู่ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ ขอแสดงความยินดีกับดร.แป้งด้วยครับ

 

 






เจ้าหน้าที่ของไอซ์ คุมตัวโรบินฮูดชาวกัวเตมาลา ที่เคยต้องโทษคดีขโมยรถยนต์ ออกจากบ้านในช่วงเช้ามืดของวันที่ 27 กันยายน เพื่อพิมพ์ลายนิ้วมือก่อนเนรเทศ ตามปฏิบัติการบุกจับโรบินฮูดครั้งใหญ่ในย่านเซาท์แลนด์ ที่ในช่วงเวลาเพียงสองสัปดาห์ สามารถจับกุมผู้อยู่อย่างผิดกฎหมายได้กว่า 1,300 คน (แอลเอไทมส์)

รายงานหน้าหนึ่ง : บุกจับ”โรบินฮูด”... เรื่องที่คนไทยต้องกลัวหรือเปล่า...?


ข่าวเรื่องการบุกจับโรบินฮูดของอิมมิเกรชั่น ซึ่งปัจจุบันต้องเรียกว่า หน่วยงานไอซ์ (Immigration and Customs Enforcement: ICE) ที่ได้ยินกันอย่างหนาหูในช่วงหลายๆ เดือนที่ผ่านมา ทำให้พวกเราคนไทยหลายๆ คนกระสับกระสาย ใช้ชีวิตด้วยความเครียดมากขึ้น ถ้าถูกจับและเนรเทศ ครอบครัวลูกเต้าจะอยู่กันอย่างไร

 

 

ล่าสุด แอลเอไทมส์ รายงานข่าวเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า ในรอบสองสัปดาห์ที่ผ่านมา หน่วยงานไอซ์จับผู้อยู่อย่างผิดกฎหมายในลอส แอนเจลิส มากถึง 1,327 คน ทั้งบุกจับจากบ้านหรืออพาร์ทเมนท์ที่พัก ที่ทำงาน หรือกระทั่งไปรอรับตัวที่ประตูคุก

ความหวาดวิตกจากภัยก่อการร้ายหลังเหตุการณ์ 9/11 ทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มความเข้มงวดในการปราบปรามการเข้าเมืองและอยู่อย่างผิดกฎหมายของคนต่างชาติมากขึ้น ยิ่งกฎหมายปฏิรูประบบอิมมิเกรชั่น ที่คาดหวังว่าจะสามารถแก้ไขปัญหายักษ์ของอเมริกาได้บ้าง ไม่สามารถผ่านสภาได้ เพราะนักการเมืองสองพรรคมองประเด็นนี้ต่างกันโดยสิ้นเชิง ยิ่งทำให้แต่ละเมือง แต่ละรัฐ มีความรู้สึกว่าจะต้อง “ดูแลแก้ไขปัญหา” กันเอง ส่วนหนึ่งออกกฎหมายท้องถิ่นของตัวเองขึ้นมาดูแลปัญหา เช่นเล่นงานนายจ้างที่ใช้แรงงานผิดกฎหมายหนักขึ้น ให้แลนด์ลอร์ดตรวจสอบเอกสารของผู้เช่าก่อนอนุญาตให้ขนข้าวของเข้ามา ฯลฯ รวมไปถึงความร่วมมือของผู้รักษากฎหมายท้องถิ่นกับหน่วยงานไอซ์ ซึ่งเป็นของรัฐบาลกลาง ในการสืบเสาะข้อมูลตามปฏิบัติการต่างๆ อันนำมาซึ่งการ “จับโรบินฮูด” อย่างจริงจังที่เราได้ยินกันอย่างต่อเนื่อง

ข่าวคราวที่ได้ยินหนาหูเหล่านี้ ทำให้เกิดคำถามมายังไทยทาวน์ฯ เยอะทีเดียวว่า “เดี๋ยวนี้ เขาบุกจับกันถึงบ้านเลยหรือ”...

เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ผมไปร่วมงานแถลงข่าวของหน่วยงานไอซ์ ในดาวน์ทาวน์แอลเอ ซึ่งเชิญสื่อชนกลุ่มน้อยไปฟังคำชี้แจงให้เข้าใจถึงภาระหน้าที่ และแผนเฉพาะหน้าที่ไอซ์กำลังปฏิบัติอยู่ ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเป็นผลมาจาก “คำถาม” ในย่อหน้าข้างต้นนั้นแหละ

ได้รับคำยืนยันจากเจ้าหน้าที่ระดับสูง ทั้งของกระทรวงโฮมแลนด์ฯ และของไอซ์ว่า การร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นนั้น “ตีวง” อยู่แค่การตามจับอาชญากร ทั้งอยู่ระหว่างหนีคดี อยู่ในคุก และพ้นคุกออกมาแล้ว และหนีเนรเทศ เท่านั้น.... ไม่มีการขอตรวจหลักฐานแสดงสถานภาพจากคนทั่วไปโดยเด็ดขาด...

เป็นการปราบโรบินฮูดที่เข้าข่าย “เป็นภัยคุกคาม” ต่อความสงบสุขของอเมริกาเท่านั้น

จำได้ชัดเจนว่า คุณเวอร์จิเนีย ไคซ์ ที่เป็นผอ.ฝ่ายสื่อสารมวลชนของโฮมแลนด์ฯ บอกว่าหากคุณได้ข่าวว่าเพื่อนของคุณถูกไอซ์บุกจับที่บ้านในตอนเช้ามืด ขอให้ทราบว่าเพื่อนคุณคนนั้นไปก่อคดีอาญาอะไรเอาไว้...

การบุกจับโรบินฮูดในแอลเอครั้งล่าสุดนั้น ข่าวบอกว่าเกือบๆ 90 เปอร์เซ็นต์ เป็นผู้มีประวัติอาชญากรรม และเคยถูกเนรเทศมาแล้วแต่ “มุดรั้ว” เข้ามาใหม่ ส่วนใหญ่ คือประมาณ 1,100 คน มาจากแม็กซิโก, 170 มาจากอเมริกากลาง ที่เหลือมาจากหลายประเทศ รวมถึงเวียดนาม อินโดนีเซีย ไอแลนด์ (มีไทยหรือเปล่า ไม่ระบุ) จากความผิดตั้งแต่จี้ปล้นย่องเบา ตบตีภรรยา (หรือสามี) ทำร้ายร่างกาย จนถึงคดีเกี่ยวกับยาเสพติดประเภทต่างๆ ข่าวบอกด้วยว่า 530 คนถูกจับจากบ้านหรือที่ทำงาน เกือบ 800 คนถูกส่งออกมาจากคุกของเคาน์ตีต่างๆ ทั้งแอลเอ, ออเรนจ์, เวนทูร่า, ริเวอร์ไซด์ และซานเบอร์นาดิโน่

ประเด็นสำคัญที่อยากเน้นตรงนี้ก็คือ บางคนมีสิทธิอยู่อย่างถูกกฎหมาย เพราะมีใบเขียว แต่ก็ต้องถูกเนรเทศ เพราะใบเขียวถูกยกเลิกจากความผิดอาญาที่ทำ

ในจำนวนโรบินฮู้ดที่ถูกจับครั้งนี้ มี 146 คน ถูกจับเพราะ “ดวงกุด” อยู่ในสภาพที่ฝรั่งเรียกว่า Collateral คือบังเอิญต้องเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ของไอซ์ระหว่างการบุกจับ ทั้งที่ไม่ได้เป็นเป้าหมาย...

การกวาดจับโรบินฮูดครั้งล่าสุดในแอลเอ กว่า 1,300 คนที่ว่านั้น ข่าวบอกว่าเป็นปฏิบัติการที่ได้ตัวโรบินฮูดมากที่สุดในรอบหลายๆ ปี มากกว่าการกวาดจับโรงงานเนื้อในหกรัฐ อันเป็นข่าวใหญ่ส่งท้ายปีที่ผ่านมาเสียอีก เพราะครั้งนั้นได้แรงงานผิดกฎหมาย 1,297 คน

ถ้าจำกันได้ การกวาดจับแรงงานในโรงงานเนื้อชื่อ สวิฟท์แอนด์โค ที่เป็นผลให้ราคาเนื้อในตลาดต้องปรับขึ้นอยู่ระยะหนึ่ง และเป็นเหตุให้ไอซ์ถูกฟ้องร้องโดยกลุ่มสิทธิมนุษชนหลายคดีอยู่ในเวลานี้นั้น เป็นการบุกจับโดยที่ไอซ์อ้างเหตุผลว่า เป็นปฏิบัติการปราบกระบวนการทำไอดีปลอม ที่สืบสวนมาหลายปี

ถ้าจะเชื่อตามข้อมูลที่ว่ามานี้ โรบินฮูดจากไทยแลนด์ก็ไม่น่าจะต้องใช้ชีวิตอย่างหวาดผวาอะไรให้มากนัก เพราะความร่วมมือระหว่างหน่วยงานท้องถิ่นกับไอซ์ที่ว่า ยังไม่รวมมาถึง หน่วยงานตำรวจแอลเอ หรือแอลเอพีดี ที่ยังคงยึดคำสั่งพิเศษที่เรียกว่า “สเปเชียลออร์เดอร์ 40” หรือกฎเหล็กห้ามถามถึงสถานภาพการอยู่อาศัยของผู้ต้องสงสัยอย่างเหนียวแน่น หากไม่ได้ก่อคดีอาญาจนต้องติดคุกติดตะรางของเคาน์ตี ก็ไม่น่ากลัวใดๆ

แต่เตือนไว้หน่อยสำหรับเมืองคอสตาเมซ่า และอนาแฮม เพราะข่าวบอกว่าสองเมืองนี้ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานไอซ์ในการเช็คสถานภาพของผู้ต้องสงสัยด้วย... แม้จะยังไม่เคยมีกรณีโรบินฮูดถูกจับและเนรเทศเพราะความผิดขับรถเร็ว หรือเจ-วอล์ค แต่ก็ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้...

ข่าวบอกว่า หน่วยงานเชอรีฟของแอลเอเคาน์ตี ได้ตรวจสอบหลักฐานของนักโทษในคุกระหว่างเดือนมกราคม ถึงกันยายนที่ผ่านมา พบว่าเป็นโรบินฮูดถึง 8,000 คน ส่วนคุกของออเรนจ์ เคาน์ตี มีนักโทษโรบินฮูด ประมาณ 4,600 คน... คนเหล่านี้พ้นโทษเมื่อไหร่ก็ถูกเนรเทศเมื่อนั้น

ในความเห็นส่วนตัวของผมนั้น การเข้มงวดของเจ้าหน้าหน้าที่ท้องถิ่น โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่เรือนจำในการ “ป้ายหัว” อาชญากรในคุกว่าเป็นโรบินฮูด และส่งตัวให้ไอซ์เพื่อเนรเทศทันทีที่พ้นคุก แทนที่จะปล่อยให้ออกมาเดินถนนอย่างเสรีได้อย่างแต่ก่อน น่าจะเป็นเรื่องรับได้ เพราะหากใครไปป่วนในเมืองไทยของเรา เราก็คงไม่ชอบเหมือนกัน อย่างที่ จิม เฮย์ เจ้าหน้าที่ของไอซ์ สำนักงานแอลเอ บอกว่า “คนเหล่านี้ หนึ่ง ไม่มีสิทธิที่จะอยู่ในอเมริกาอย่างถูกกฎหมายอยู่แล้ว และยังขยายความผิดของตัวเองโดยการก่ออาชญากรรมอีก คนพวกนี้ไม่ใช่คนที่เราอยากให้ร่วมอยู่ในสังคม คนพวกนี้ไม่ใช่คนที่เข้ามาหางานทำ"

ข่าวบอกว่า สำนักงานอัยการมีแผนที่จะฟ้องร้องดำเนินคดีผู้ที่ถูกจับงวดนี้ จำนวน 45 คนฐานหลบหนีเข้าประเทศหลังถูกเนรเทศ ซึ่งโทษสำหรับคดีลักษณะนี้สูงถึง 20 ปีทีเดียว

ในปี 2003 ไอซ์ ได้จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการพิเศษสำหรับตามจับอาชญกรโรบินฮูดโดยเฉพาะจำนวน 17 หน่วย ปัจจุบันขยายเป็น 75 หน่วยทั่วประเทศ จับกุมโรบินฮูดได้มากกว่า 61,000 คน รวมถึง 17,331 คนที่ก่ออาชญากรรมขั้นร้ายแรง และประเมินว่ายังมีโรบินฮูดที่เป็นอาชญากรในประเทศอีก 595,000 คนหรือลดลงถึง 37,000 คนจากปีที่แล้ว

จากข้อมูลที่ติดตามมาระยะหนึ่ง ผมพอจะสรุปได้ ณ วันนี้ว่า ถึงจะเป็นโรบินฮูด แต่ถ้าคุณเป็นคนดี ไม่ก่อปัญหาให้สังคมที่คุณอยู่อาศัย ชีวิตประจำวันของคุณก็น่าจะดำเนินไปได้เป็นปกติวิสัย... หากไม่ดวงกุดจนเกินไป โอกาสที่จะแหงนหน้ามองฟ้าใสๆ ของดินแดนเสรีแห่งนี้... ยังพอมีอยู่ครับ.



 
 
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม
ที่มา : ไทยทาวน์ ยูเอสเอนิวส์


มหาวิทยาลัยสหรัฐฯ เปิดรับ นศ.ต่างชาติเพิ่มขึ้น

 

มหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาอื่นๆ ของสหรัฐฯ ในปีนี้ รับนักศึกษาต่างชาติเข้าเรียนระดับหลังปริญญาตรีเพิ่มขึ้นอีกเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน โดยบุคคลในแวดวงวิชาการจำนวนมากกล่าวว่า การรับนักศึกษาต่างชาติมากขึ้นนี้ เป็นสัญญาณว่ารัฐบาลสหรัฐฯ พยายามปรับปรุงกระบวนการออกวีซานักศึกษา ซึ่งถูกวิจารณ์ว่ามีความล่าช้า หลังจากเหตุการณ์ก่อวินาศกรรม 11 กันยายน

 

นอกจากนี้ การสำรวจครั้งนี้ยังพบว่า เกือบ 1 ใน 3 ของบัณฑิตวิทยาลัยสหรัฐฯ อยู่ในโครงการศึกษาแบบปริญญาร่วม หรือปริญญาคู่ กับมหาวิทยาลัยในต่างแดน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของกระแสโลกาภิวัตน์ในแวดวงอุดมศึกษา นอกจากนี้ บัณฑิตวิทยาลัยสหรัฐฯ มีโครงการปริญญาร่วมกับสถาบันในจีนและอินเดียก็เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน โดยเกือบหนึ่งในสี่ของบัณฑิตวิทยาลัยสหรัฐฯ แจ้งว่า มีโครงการระดับปริญญาโทร่วมกับมหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาของจีน และอีกราว 14 เปอร์เซ็นต์ มีโครงการกับสถาบันในอินเดีย.

 

 

ชาวยุโรปหนุน "ฮิลลารี" นั่งปธน.สหรัฐ

 

สถาบันแองกัส รีด ของแคนาดา เปิดเผยผลการสำรวจความเห็น ว่า ประชากรกว่า 4 ใน 10 ของฝรั่งเศสและเยอรมนีอยากเห็น นางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรคเดโมแครต ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีสหรัฐในปีพ.ศ. 2008 โดยผลสำรวจระบุว่านางคลินตันเป็นตัวเลือกที่ชาวอังกฤษ อิตาลี และแคนาดา ชื่นชอบมากที่สุด ทั้งนี้ ผู้ตอบแบบสำรวจทั้งหมด 5,075 คน จะมีตัวเลือกเป็นนักการเมืองสหรัฐ 8 คน โดยแบ่งเป็น 4 คนจากพรรคเดโมแครต และ 4 คนจากพรรครีพับลิกัน

ในเยอรมนี นางฮิลลารีได้รับคะแนนนิยม 45.5% ในฝรั่งเศส 44% ในแคนาดา 39% ในอิตาลี 35% และในอังกฤษ 29% ด้านวุฒิสมาชิกบารัค โอบามา ได้รับความนิยมเป็นอันดับสองในแคนาดา เยอรมนี และฝรั่งเศส ขณะที่นายรูดอล์ฟ จูลิอานี อดีตนายกเทศมนตรีนิวยอร์กจากพรรครีพับลิกัน ได้ความนิยมเป็นอันดับ 2 ในอิตาลีและอังกฤษ แต่ทั้งสองคนยังได้รับเสียงสนับสนุนทิ้งห่างจากนางคลินตัน โดยนายโอบามาได้คะแนนสูงสุดที่ 13% ในแคนาดา ส่วนนายจูลิอานีได้คะแนนสูงสุด 17% ในอิตาลี ซึ่งบรรพบุรุษของจูลิอานีเกิดที่นั่น

สถาบันแองกัส รีด กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้นางคลินตันได้รับคะแนนสูง เพราะเป็นที่รู้จักมากกว่าคนอื่น




















อัจฉริยะคณิตวัย 9 ขวบเริ่มชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยแล้ว!
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 7 กันยายน 2550 13:25 น.
มาร์ช เทียน ปูตีฮาโจ
       ไชน่าเดลี่-มาร์ช เทียน ปูตีฮาโจ ตี๋น้อยวัย 9 ขวบ อัจฉริยะทางคณิตศาสตร์ ที่เคยตกเป็นข่าวเมื่อไม่นานมานี้ หลังจากมหาวิทยาลัย ฮ่องกง แบปติสท์ ยูนิเวอร์ซิตี้ อนุญาตให้เข้าศึกษาในระดับปริญญาตรีเมื่อเดือนสิงหาคม เริ่มชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยเป็นวันแรกเมื่อวันอังคาร(4)ที่ผ่านมา
       

       
       มาร์ชมาเข้าเรียนในวันแรกพร้อมกับคุณพ่อ ซึ่งช่วยถือกระเป๋านักเรียนและเสื้อกันฝนให้ โดยพ่อจะเรียนพร้อมกับมาร์ชในช่วง 6 เดือนแรก
       
       ในงานแถลงข่าวหลังหมดวิชาเรียนในวันแรก ตี๋อัจฉริยะตอบคำถามนักข่าวถึงการเข้าเรียนวิชาคณิตศาสตร์วิเคราะห์ในวันแรกอย่างฉะฉานว่า “ง่ายครับ เพราะผมเรียนมาเมื่อ 2 ปีก่อน”
       
       มาร์ช เทียน ปูตีฮาโจ ลูกครึ่งอินโดนีเซีย-จีน ที่เกิดในฮ่องกง ได้รับอนุญาตให้เข้าเรียนระดับปริญญาตรี 5 ปี และโครงการปริญญาโทในวิชาคณิตศาสตร์ จากมหาวิทยาลัย ฮ่องกง แบปติสท์ ยูนิเวอร์ซิตี้ เมื่อเดือนที่แล้ว หลังจากมาร์ชสอบได้เกรด เอ ทั้งวิชาคณิตศาสตร์ และคณิตศาสตร์-เพิ่มเติม และได้เกรด บี ในวิชาสถิติ จากการสอบใบประกาศนียบัตรการศึกษาระดับสามัญ (GCE) ระดับ เอ ในประเทศอังกฤษ และยังได้ลงทะเบียนเรียนหลายวิชาในมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดด้วย
       
       การที่มหาวิทยาลัย ฮ่องกง แบปติสท์ ยูนิเวอร์ซิตี้รับหนูน้อยมาร์ชเข้าศึกษานี้ ก่อกระแสถกเถียงว่าเด็กอายุน้อยขนาดนี้จะสื่อสารกับนักศึกษาและเคยชินกับชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยหรือไม่
       
       อย่างไรก็ดี มาร์ชไม่ได้เรียนเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์เท่านั้น ตี๋น้อยอัจฉริยะมีตารางประจำวันที่ค่อนข้างวุ่นวาย โดย 8.30 น. เรียนวิชาคณิตศาสตร์ 11.30 เรียนวิชาภาษาสเปนเป็นเวลา 2 ชั่วโมง และเข้าร่วมงานชุมนุมหลังอาหารเที่ยง
       
       ด้านอัจฉริยะตัวเล็กกล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นที่ได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัย เพราะมันทำให้เขาได้เรียนวิชาคณิตศาสตร์ที่ตัวเองชอบต่อไป และมั่นใจว่าจะปรับตัวเข้ากับชีวิตในมหาวิทยาลัยได้
       
       เจนนิซ ยิม เพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งของมาร์ชให้สัมภาษณ์ว่า เธอพยายามเข้าไปแสดงความยินดีกับมาร์ช “เขาดูขี้อายมาก ไม่ตอบฉัน และถูกพ่อกับเจ้าหน้าที่ของมหาวิยาลัยห้อมล้อมอยู่”
       
       แต่ฟงหว่อง เพื่อนร่วมชั้นเรียนวิชาภาษาสเปนรู้สึกประทับใจมาร์ช “เขาแนะนำตัวด้วยภาษาสเปน กระตือรือร้นในการแสดงความเห็นและพูดคุยกับครู”
       
       ทั้งนี้ มีการจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพิเศษในบริเวณมหาวิทยาลัย เพื่อป้องกันนักข่าวลอบเข้ามาสัมภาษณ์ตี๋อัจฉริยะถึงในห้องเรียน ด้านหนงชิงเฟย อธิการบดีของมหาวิทยาลัยฯ มั่นใจว่ามาร์ชจะได้รับการดูแลอย่างดี เนื่องจากมหาวิทยาลัยฯ จะจัดสรรบุคลากรพิเศษเพื่อช่วยเหลือมาร์ชในด้านทักษะทางสังคมและจะทำหลักสูตรเฉพาะบุคคลขึ้นมา
       
       “เราจะปรับหลักสูตร หากเขาบอกว่ามันง่ายเกินไป และผมประทับใจเขามาก เพราะแม้จะยังเด็ก แต่พูดจามีตรรกะและเหตุผลดี” หนงกล่าว


ดร.คอนโดลีซซ่า ไรซ์

พระพม่ากำลังสวดมนต์ที่เจดีย์ชเวดากอง ในเมืองย่างกุ้ง ซึ่งเอเอฟพีนำมาประกอบข่าวการประท้วงราคาน้ำมันแพงของพระสงฆ์พม่าหลายร้อยคน ที่ลามปามมีการจับกุมตัวประกันก่อนจะยอมปล่อยดังข่าว.

บิน ลาเดน
ประธานาธิบดีฟิลลิเป้ คาลเดอรอน ของเม็กซิโก
ลูเซียโน่ พาวาร็อตตี้ เสียชีวิต
นักร้องโอเปร่าชาวอิตาเลี่ยนชื่อก้องโลก ลูเซียโน่ พาวาร็อตตี้ ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นนักร้องเสียง “เทนเนอร์” ที่ยอดเยี่ยมที่สุดของศตวรรษที่ 20 เสียชีวิตแล้วที่บ้านของเขาในเมืองโมเดน่า บ้านเกิดของเขาในอิตาลี่ เมื่อตอนเช้ามืดของวันที่ 6 กันยายน ด้วยวัย 71 ปี หลังจากแพทย์วินิจฉัยว่าเขาป่วยเป็นมะเร็งเมื่อปีที่ผ่านมา โดยเอพีระบุว่า พาวาร็อตตี้ เป็นนักร้องโอเปร่าเพียงไม่กี่คนที่กลายเป็นที่รักของคนทั่วโลกในฐานะ “ซูเปอร์สตาร์” โดยคอนเสิร์ตล่าสุดของเขาเกิดขึ้นที่กรุงไทเป เมื่อเดือนธันวาคม 2005 ส่วนภาพนี้ เป็นภาพระหว่างการแสดงคอนเสิร์ตของเขาที่จัตุรัสแดง กรุงมอสโคว ประเทศรัสเซียเมื่อวันที่ 7 กันยายน 1997 (เอพี)
โลกรอบสัปดาห์

เม็กซิโกค้านมาตรการแรงงานต่างด้าวของสหรัฐฯ

ประธานาธิบดีฟิลลิเป้ คาลเดอรอน ของเม็กซิโก กล่าวหาสหรัฐฯ ว่าไม่ให้ความเป็นธรรมต่อแรงงานเม็กซิโกซึ่งลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังเพิ่มมาตรการตรวจสอบและลงโทษผู้ประกอบการสหรัฐฯ ที่จ้างแรงงานผิดกฎหมาย โดยผู้ประกอบการสหรัฐฯ ซึ่งไม่ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานต่างด้าวจะได้รับโทษทางอาญาที่รุนแรงมากขึ้นและเสียค่าปรับในอัตราที่สูงกว่าเดิมร้อยละ 25 และมีการจับกุมแรงงานผิดกฎหมายถึง 183,431 คนตลอดปีที่ผ่านมา

ประธานาธิบดีเม็กซิโกกล่าวอีกว่ารู้สึกผิดหวังอย่างมากที่คองเกรสไม่สามารถผ่านร่างกฎหมายซึ่งมีบทแก้ไขกฎหมายแรงงานอย่างกว้างขวางได้สำเร็จ และไม่พอใจที่สหรัฐฯ สร้างรั้วตลอดแนวชายแดนระหว่างทั้งสองประเทศเพื่อป้องกันผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย โดยกล่าวว่ามาตรการดังกล่าวจะส่งผลกระทบรุนแรงกับภาคกสิกรรม การก่อสร้าง และอุตสาหกรรมร้านอาหารของสหรัฐฯ เพราะกำลังขาดแคลนแรงงานอย่างรุนแรง.

 

ลูกสาวชีรักถูกสอบคดีคอรัปชั่น
   

'โคลด ชีรัก' บุตรสาววัย 44 ปี ของอดีตประธานาธิบดีฌาคส์ ชีรัก ของฝรั่งเศสกำลังถูกสอบสวนเกี่ยวกับข้อกล่าวหาคอรัปชั่นในระหว่างที่เธอดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาด้านประชาสัมพันธ์ ให้กับบิดาของเธอที่เป็นนายกเทศมนตรีกรุงปารีส เมื่อเกือบ 20 ปีก่อน

นิตยสารรายสัปดาห์ เลอ ปวง ระบุว่า เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนว่า เหตุใดนางโคลด จึงได้รับเงินเดือนจากเทศบาลกรุงปารีสในระหว่างที่เธอทำงานกับบิดาในปี 2532-2536 ทั้งที่ไม่ได้มีการทำสัญญาว่าจ้างและไม่มีชื่อเธออยู่ในรายชื่อเจ้าหน้าที่ และนายชีรักวัย 74 ปี จะต้องถูกสอบสวนในคดีนี้ด้วย นอกจากนี้เขายังถูกดึงเข้าไปพัวพันกับการสอบสวนในคดีคอรัปชั่นอีกสองคดีที่เกิดขึ้นในระหว่างที่เขาเป็นนายกเทศมนตรีด้วย.

 

ดร.ไรซ์ ย้ำสหรัฐฯให้ความสำคัญแก่เอเชีย

ดร.คอนโดลีซซ่า ไรซ์ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์เอบีซีของออสเตรเลียว่า สหรัฐฯ ยังคงให้ความสำคัญต่อการดำเนินความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับภูมิภาคเอเชีย โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินนโยบายเพื่อปรับปรุงความสัมพันธ์กับประเทศต่างๆ เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ให้แน่นแฟ้น อยู่ตลอดเวลา รวมถึงการพัฒนาความสัมพันธ์ทั้งทางด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ ตลอดจนขยายความร่วมมือกับองค์กรระดับภูมิภาคเช่น อาเซียน และเอเปค อย่างต่อเนื่อง.

 

ประธานาธิบดีบุชเยือนอิรัก

เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช เดินทางเยือนทัพอากาศในจังหวัดอันบาร์ ประเทศอิรัก พร้อมดร.คอนโดลีซซ่า ไรท์ รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ โดยมีการเจรจากับนายกรัฐมนตรีของอิรัก และพล.อ.เดวิด ปีทราส ผู้บัญชาการกองกำลังร่วมในอิรัก รวมถึงนายไรอัน โครเกอร์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำอิรัก เพื่อหารือเกี่ยวกับความคืบหน้าในอิรักซึ่งประธานาธิบดีบุชจะต้องเสนอสภาคองเกรสวันที่ 15 กันยายน นี้ โดยข่าวระบุว่า การเดินทางครั้งนี้เป็นความลับสุดยอด แม้แต่นายกรัฐมนตรีของอิรักยังได้รับการแจ้งข้อมูลล่วงหน้าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ทั้งนี้ ทำเนียบขาวได้เลือกจังหวัดอันบาร์ เป็นตัวอย่างของความสำเร็จในการสร้างเสถียรภาพในประเทศอิรัก เพื่อให้สภาคองเกรสคงการสนับสนุนภารกิจในอิรักต่อไป โดยอ้างว่าสามารถผูกมิตรกับหัวหน้านิกายซุนนีย์ให้ช่วยดูแลปกป้องชุมชนของตนเองได้ดีขึ้น แต่สมาชิกคองเกรสพรรคเดโมแครตมองว่า ประธานาธิบดีบุชพยายามนำเสนอความสำเร็จในพื้นที่เดียว โดยเพิกเฉยต่อความผิดพลาดอื่นๆ ที่เป็นเหตุให้สถานการณ์ในอิรักยังคงนองเลือดอยู่ในปัจจุบัน.

 

เหยื่อหวัดนกในอินโดฯ เพิ่มเป็น 85 คน
 
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอินโดนีเซียแจ้งว่า พบผู้เสียชีวิตเพราะไข้หวัดนกรายที่ 85 ของประเทศ เสียชีวิตหลังซื้อไก่ป่วยจากตลาดมาฆ่าและปรุงเป็นอาหาร โดยเหยื่อรายล่าสุดเป็นชายวัย 33 ปี ชาวจังหวัดริเอา บนเกาะสุมาตรา ผลการตรวจในห้องทดลองของอินโดนีเซียแห่งหนึ่งพบว่าติดเชื้อไวรัสเอช5 เอ็น1 อย่างไรก็ดี ปกติแล้วองค์การอนามัยโลกกำหนดว่า จะต้องมีผลตรวจจากห้องทดลอง 2 แห่งจึงจะยืนยันว่า ผู้ป่วยติดเชื้อไข้หวัดนก เจ้าหน้าที่เผยด้วยว่า ชายผู้นี้ไปโรงพยาบาลหลายแห่งหลังจากมีไข้สูงและหายใจลำบากตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม นอกจากนี้ ยังฝังไก่ตายตัวหนึ่งที่พบหลังบ้านของตนเองด้วย.

 

พระพม่าปล่อยตัวประกันแล้ว
ข่าวเมื่อวันที่ 6 กันยายน ระบุว่า พระพม่าที่ทำการประท้วงเรื่องการขึ้นราคาน้ำมันของรัฐบาลพม่าได้ปล่อยตัวประกันทั้งหมด 20 คนที่ถูกควบคุมตัวไว้ที่วัดมหาวิธูทายามะ ซึ่งเป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดของเมืองโพคอกคู ทางตอนเหนือของนครย่างกุ้ง เมื่อเวลา 16.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากที่เจ้าหน้าที่กลุ่มแรกได้ถูกควบคุมตัวไว้ภายในวัดเป็นเวลาราว 5 ชั่วโมง ซึ่งส่งผลให้การเผชิญหน้าอย่างรุนแรงของพระกับรัฐบาลทหารพม่าได้สิ้นสุดลง ส่วนเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ อีก 15 คนซึ่งส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้รับการปล่อยตัวในอีก 45 นาทีต่อมา

 

ไอเอ็มเอฟชี้ เศรษฐกิจโลกกำลังชะลอตัว
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟระบุว่า การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลกกำลังชะลอตัวลง อันเป็นผลจากวิกฤตการเงินในด้านสินเชื่อด้อยมาตรฐานในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐ รวมถึงการดำเนินธุรกิจบางส่วนในยุโรปที่เริ่มลุกลามไปยังตลาดเศรษฐกิจแห่งอื่นๆ ทำให้ไอเอ็มเอฟต้องปรับลดอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจโลกลง โดยเฉพาะในปีนี้ที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจมากกว่าปีหน้า

ถ้อยแถลงของไอเอ็มเอฟมีขึ้น หลังจากที่องค์กรความร่วมมือและพัฒนาทางเศรษฐกิจหรือโออีซีดีเตือนว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะดิ่งลงอย่างรุนแรงในช่วงครึ่งหลังของปี 2007 ส่วนรายงานสรุปโดยรวมของโออีซีดีมีกำหนดจะนำออกเผยแพร่ในเดือนตุลาคมนี้.

 

เตรียมแพร่เทปลับ “บิน ลาเดน” 11 กันยายน

เว็บไซต์ของกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงระบุว่าได้เตรียมจะนำวิดีโอเทปของโอซามา บินลาเดนออกเผยแพร่ในวันที่ 11 กันยายน ซึ่งครบเหตุปีที่ 6 ของการเกิดการก่อวินาศกรรมตึกเวิร์ลเทรด โดยในวิดีโอดังกล่าวจะมีคำกล่าวของนายบิน ลาเดน หัวหน้ากลุ่มอัลไกด้า ที่ถือว่าเป็นการเปิดเผยครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปี นอกจากนี้ในเว็บไซต์ดังกล่าวยังได้นำภาพนิ่งของบิน ลาเดน ที่เป็นภาพจากวิดีโอที่เขาได้ชี้นิ้วขึ้นฟ้า เคราถูกย้อมเป็นสีดำ และหันหน้าพูดกับกล้องและบนภาพยังมีข้อความที่ระบุในตอนท้ายว่า เป็นข้อความของกลุ่มอาฮับซึ่งเป็นเครือข่ายก่อการร้าย

ด้านผู้อำนวยการสถาบัน เอสไอทีเอและอินเทลเซ็นเตอร์ของสหรัฐ ที่ติดตามการเผยแพร่ข้อความของกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงผ่านทางเว็บไซต์ คาดว่า วิดีโอดังกล่าวจะถูกนำออกเผยแพร่ในอีก 72 ชั่วโมง ก่อนถึงวันที่ 11 กันยายน.

 




 









<<Back    Go to News


views[6908]    

All contents
พันธมิตรในอเมริกาหลายพัน ร่วมคอนเสิร์ตการเมืองที่โพโมน่า
อัยการแอลเอไม่ตั้งข้อหา หนูน้อยต้นเพลิง’บัควีด’
โลกรอบสัปดาห์
เชื่อหมายจับ’แม้ว’ไร้ผล ไม่เข้าข่ายผู้ร้ายข้ามแดน
มือปืนบุกเข้าไปกราดยิงในโบสถ์รัฐมิสซูรี ตาย3 เจ็บ5
เผยไทยและกัมพูชา เป็นเมืองสวรรค์ของนักนิยมมีเพศสัมพันธ์กับเด็ก
ให้นโยบายกงสุลต่างปท. เพิ่มคุณภาพงานบริการ
คตส.มติสั่งอายัดทรัพย์
ขอคารวะศาลรัฐธรรมนูญ
เลิกกม.บังคับคนอเมริกันโชว์พาสปอร์ตก่อนเข้าประเทศชั่วคราว
ร้านอาหารไทยในประเทศสหรัฐอเมริกา
กม.ใหม่เน้นวุฒิและฝีมือ ในการพิจารณาให้’ใบเขียว’โรบินฮูด
สองพรรคบรรลุข้อตกลงเรื่อง กม.อิมมิเกรชั่น
อเมริกัน56%สนับสนุน ใช้กำลังปราบ’โรบินฮูด’
จุดชมพลุวันชาติ 4 กรกฎาคม ในลอส แอนเจลิส
‘เปรมมณี’ / California รับกรรมโกงสึนามิ ต้องคืนเงิน-ล้างส้วมวัดไทย
คดีประวัติศาสตร์ "ตุลาการศาล รธน." อ่านคำวินิจฉัยยุบพรรค
ไทยไม่ฟ้องกูเกิลกรณี “ยูทูบ”
พระเพลิงแอลเอ
บรรณพจน์ถึงทางตัน โบ้ยทักษิณคือตัวการ คตส.อุบไต๋หลักฐาน มี4ชิ้นมัดคดีซื้อหุ้นชิน


Tell your friend   Make us your Homepage
  Home  | Today News | Web-Board | Sponsor | News | Menu Links | Miscellanous



thaibusinesscenter.net
Copyright (C) 2000-2006 All Rights Reserved