รวยและสวยได้ด้วยJeunesse
รวยและสวยได้ด้วยJeunesse

        Home   Today News   Web-Board    Sponsor   News   Miscellanous          


 บริษัท vShip4U อเมริกา
 Realtime World-Clock
 Hatinh Tour
 Mega Million Jackpot $326M
 Mega Million Jackpot $355M
 $1.5B Powerball Winner
 PowerBall $590M winner
 Thai lottery Result-Chk
 BellAir Shuttle
 ราคาประเมินที่ดิน, คอนโด
 Anniversary Maephim Group
 Thai Restaurant in Blaine, Washington
 Warehouse Asia
 Yahoo Greeting
 Thai-YellowPage USA
 Thai Tel-Search ToT
 US PersonSearch
 CountryCode Search
 USA Advance Search
 SnapFish Photo Album
 ShutterFly Photo Album
 PhotoBucket Album
 Job DB
 อีเมลล์ Yahoo Mail
 อีเมลล์ Hotmail
 Currency Exchange Rate
 WorldExchangeRate
 Paypal ส่งเงินทั่วโลก
 US Bank
 President Choice MC
 KEY-Bank
 Chase Canada
 Bank Of America
 Citi-Bank
 Bank of America
 OptionsMasterCard
 Capital One Bank
 BMO Bank
 TD Bank
 CIBC Bank
 Bangkok Bank LogIn
 Kasikorn Bank
 Amazon
 Thai LA.net
 US CIS
 American VISA
 Safety-Technology KU
 Thai Council of Prof-Engineer
 APEC Assessment
 APEC Engineers Manual
 ToastMaster Division-J
 Vancouver Business Network
 เวป Used Market
 Classified Page
 WorldMostClassified
 Unitel Lao
 I-Smart Engineering
 เวป Pantip มาร์เก็ต
 Canada -Kijiji
 Pattaya Classified
 Savan Park
 Vancouver Used
 คนไทยใน Sydney, Australia
 Classified Singapore
 S'pore Classified Website
 ศูนย์รวมComputor&Part
 Today in History TV
 Internet TV (1,000 Ch.)
 CNN-HeadLine
 Siam Media USA
 SIAM Town USA
 Thai in WA
 Rujirat News
 Thai-TV Nation Channel
 ฟัง "สนธิ" Click ที่นี่
 ManagerMultimedia
 Doo ThaiTV
 HotTV LeeNa Jang
 Watch ASTV now
 See San TV
 Thai TV Online
 Radio Online
 International Dictionary
 Fun with Science
 Astronomy Games
 Math Racing Games
 วิชาการดอทคอม
 Countries Study Index
 Job Canada
 Canada Gov-Job
 Job DB
 Job Monster
 Career Click
 Job in USA
 JobSet
 M & A Group
 US Lottery Visa 2006
 About 1CellNet "Voice"
 ชำระเงินPay Online
 USA Lotto Visa


Miscellanous

ผลสำรวจโดยรัฐบาลระบุเด็กเอเชียฉลาด และประสบความสำเร็จในการเรียนสูงกว่าชาติอื่น




w260ท่วมหนัก


สภาพน้ำท่วมอย่างหนักในเมืองฟินด์เล่ย์ รัฐโอไฮโอ้ ที่เกิดขึ้นหลังจากพายุฝน “อีริน” ได้กระหน่ำฝั่งมิดเวสต์ของอเมริกา สร้างความเสียหายในหลายรัฐ ส่วนในโอไฮโอ้นั้น สภาพฝนตกหนักทำให้แม่น้ำในโอไฮโอ้ล้นฝั่งเจิ่งนองท่วมพื้นที่เพาะปลูกและอาคารบ้านเรือนกว่าพันหลัง ถือว่าเป็นสภาพน้ำท่วมที่เลวร้ายที่สุดนับจากปี 1913 โดยข่าวเมื่อวันพฤหัสฯ ระบุว่ามีการอพยพผู้คนกว่าหนึ่งพันคนออกจากพื้นที่น้ำท่วม และนอกจากรัฐโอไฮโอ้แล้ว ความเสียหายจากพายุฝนอีรินเกิดขึ้นในหลายรัฐ เช่นเท็กซัส โอคลาโฮม่า และมิสซูรี่ รายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตอันเนื่องมาจากพายุฝนครั้งนี้ล่าสุดอยู่ที่ 26 คน (เอพี)




“อิมมิเกรชั่นเสนอการควบคุมชายแดนและปรับปรุงระบบอิมมิเกรชั่น”

“อิมมิเกรชั่นเสนอการควบคุมชายแดนและปรับปรุงระบบอิมมิเกรชั่น”

(DHS Announced Series of Reforms on Border Security and Immigration)

  

 

 

                เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2007 ที่ผ่านมาเลขานุการหน่วยงานอิมมิเกรชั่น นายไมเคิล เชอทอฟฟ และเลขาฝ่ายกระทรวงพาณิชย์ นายคาลอส กูเทอเรส ได้ประกาศเสนอระเบียบข้อปฏิรูปการรักษาความมั่นคงทางชายแดน และการปฏิรูประบบอิมมิเกรชั่น

                ระเบียบใหม่นี้มีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการเพิ่มเงินทุนในการจัดการด้านรั้วป้องกันชายแดน เพิ่มจำนวนบุคลากรและเพิ่มการฝึกปฏิบัติแก่เจ้าหน้าที่ผู้บังคับตามกฎหมาย เช่น ตำรวจ หรือนายอำเภอทั้งภาครัฐ และสหพันธรัฐ โดยมุ่งเน้นในประเด็นการจัดการกับผู้ที่อยู่ผิดกฎหมาย และปิดช่องโหว่ทางกฎหมายในการสมัครใจออกนอกประเทศของผู้ที่อยู่ผิดกฎหมาย (Voluntary departure Loophole) และกำหนดให้นายจ้างหรือนักธุรกิจภาคสหพันธรัฐจัดใช้ระบบตรวจสอบทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เรียกกันว่า “อีเวอริฟาย” หรือ E-Verify (Electronic Employment Verification System) ที่จะรับประกันได้ว่าลูกจ้างของธุรกิจนั้นๆ มีสิทธิที่จะทำงานอย่างถูกกฎหมายในสหรัฐ ปฏิรูปโปรแกรมวีซ่าการเกษตร หรือวีซ่า H-2A และออกกฎระเบียบใหม่แก่โปรแกรมลูกจ้างชั่วคราวที่ไม่ได้อยู่ในภาคการเกษตร หรือวีซ่า H-2B และกำหนดให้อิมมิเกรชั่นและหน่วยงานโซเชี่ยลเซคเคียวริตี้ (Social Security Administration) หรือ SSA ดำเนินการศึกษาเพื่อหาทางป้องกันไม่ให้ผู้ที่อยู่โดยผิดกฎหมายหรือโรบินฮูดนั้นใช้ประโยชน์จากเลขโซเชี่ยลปลอมในการทำงาน องค์ประกอบสำคัญของระเบียบใหม่ได้สรุปและอธิบายในหัวข้อดังต่อไปนี้

  1. แผนที่จะจัดระเบียบโปรแกรมแรงงานชั่วคราว หรือ เกสต์เวิร์คเกอร์โปรแกรม (Plans to Streamline Existing Guest-Worker Program)
  •       กระทรวงแรงงานจะปฏิรูปโปรแกรมการจ้างแรงงานภาคการเกษตรตามฤดูกาล หรือวีซ่า H-2A โดยกระทรวงแรงงานจะปรับปรุงระบบการให้วีซ่าเกษตรให้เป็นระบบมากขึ้น และจัดการอย่างตรงเวลาแก่ลูกจ้างภาคเกษตร และในเวลาเดียวกันจะต้องปกป้องสิทธิของแรงงาน
  •      กระทรวงแรงงานจะออกนโยบายใหม่แก่โปรแกรมลูกจ้างชั่วคราวที่ไม่ได้อยู่ในภาคการเกษตร หรือวีซ่า H-2B โดยการเร่งระยะเวลาดำเนินการทั้งหมดให้รวดเร็วยิ่งขึ้น และเปลี่ยนจากการใช้ระบบตรวจสอบโดยรัฐบาลมาเป็นระบบ PERM ที่กำหนดให้นายจ้างยื่นคำร้องให้ลูกจ้าง เพื่อย่นระยะเวลารอคอย
  •      หน่วยงานอิมมิเกรชั่นจะ “ขยายระยะเวลา” ของวีซ่าทำงานแก่ผู้สมัครจากประเทศแคนาดา และเม็กซิโก ตามระบบเก่านั้น แต่ละปีจะมีจำนวนลูกจ้างกว่า 65,000 คน ผู้ที่เดินทางเข้ามาจากประเทศแคนาดาและเม็กซิโกด้วยวีซ่า “ที-เอ็น” (TN) ที่จะต้องดำเนินการต่ออายุวีซ่าของตนทุกๆ ปี หากแต่ตามระเบียบใหม่จะขยายระยะเวลาอายุวีซ่า TN ให้มีอายุ 3 ปี ที่คล้ายกับอายุวีซ่าทำงานประเภทอื่นเช่น H-1B

2.     แผนที่จะปรับปรุงระบบอิมมิเกรชั่น (Plans to Improve Exiting Immigration)

  •       ฝ่ายบริหารจะปรับปรุงและเร่งระยะเวลาการตรวจสอบประวัติ (background checks)ของผู้สมัครที่ยื่นเรื่องต่อหน่วยงานอิมมิเกรชั่น ณ ปัจจุบัน ปัญหาส่วนหนึ่งที่มีผลให้อิมมิเกรชั่นดำเนินการช้ามีผลมาจากการดำเนินการล่าช้าของการตรวจสอบประวัติของผู้สมัครของฝ่ายบริหารหรือ กรมตำรวจกลาง ซึ่งแผนปรับปรุงใหม่จะกำหนดให้หน่วยงานเอฟบีไอ และอิมมิเกรชั่นดำเนินการร่วมกันเพื่อจะลดระยะเวลารอคอยแก่ผู้สมัคร
  •     ฝ่ายบริหารจะหาทางออกแก่ผู้ที่เคยอยู่ผิดกฎหมายและเดินทางกลับเข้ามาในสหรัฐสามารถแสดงสถานภาพได้ ก่อนสิ้นปี 2008 โปรแกรมตรวจเช็คสถานภาพของผู้เดินทางเข้าสหรัฐ หรือ ยูเอส – วิสิท (US-Visit) จะดำเนินการที่ทุกท่าอากาศยาน และทุกท่าเรือสหรัฐ
  1. การบังคับใช้ให้เป็นไปตามกฎหมายอิมมิเกรชั่น (Worksite Enforcement of Immigration Laws)
    • กฎ “ข้อมูลไม่ตรงกัน” ของเลขโซเชียลเซคเคียวริตี้ โดยกฎใหม่จะกำหนดให้นายจ้างมีความรับผิดหากว่ามีการจ้างลูกจ้างที่ผิดกฎหมายไว้ หรือเป็นกรณีที่ว่านายจ้างได้รับจดหมายจากหน่วยงานโซเชียลเซคเคียวริตี้พบว่าข้อมูลของลูกจ้างไม่ตรงกัน และนายจ้างไม่ดำเนินการตอบกลับภายในระยะเวลา 90 วัน
    • กำหนดให้มีมาตรฐานชนิดของเอกสารที่นายจ้างจะต้องใช้ในการตรวจสอบข้อมูลและสถานภาพของลูกจ้าง ณ ปัจจุบันมีเอกสารที่ใช้เป็นเกณฑ์ในการตรวจสอบข้อมูลลูกจ้างอยู่ 29 ชนิด
    • อิมมิเกรชั่นจะเพิ่มค่าปรับแก่นายจ้างที่สมัครใจว่าจ้างลูกจ้างที่อยู่ผิดกฎหมายเพิ่มขึ้นอีก 25 เปอร์เซ็นต์ หน่วยงานอิมมิเกรชั่นจะกำหนดให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการปรับนายจ้างเพิ่มขึ้นอีก 25 เปอร์เซ็นต์ และให้อำนาจเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบไปยังหลายหน่วยงานธุรกิจ
    • โปรแกรม อี-เวอริฟาย จะช่วยตรวจเช็คข้อมูลบุคคล และตรวจจับผู้ที่ลักลอบใช้ข้อมูลส่วนตัวผู้อื่น นอกจากโปรแกรมนี้จะปรับใช้กับหน่วยงานที่กองตรวจคนเข้าเมืองแล้ว ยังปรับใช้แก่ทะเบียนข้อมูลของดีเอ็มวีของแต่ละรัฐด้วย




ชี้ระเบียบใหม่อิมมิเกรชั่น กระทบโรงงานเย็บผ้าแรง


แอลเอ (แอลเอไทมส์) : ชี้อุตสาหกรรมเสื้อผ้า ซึ่งมีวงเงินหมุนเวียน 33 พันล้านต่อปีจะกระทบหนัก หากโฮมแลนด์ฯ คุมเข้มห้ามรับโรบินฮูดเข้าทำงาน โดยบังคับนายจ้างให้ไล่โรบินฮูดออก หากพบว่าใช้เอกสารปลอมสมัครเข้าทำงาน อีกทั้งความเดือดร้อนจะลามถึงทุกภาคส่วน เช่นภาคเกษตร ท่องเที่ยว และการดูแลสวน

แอลเอไทมส์ รายงานข่าวเมื่อต้นสัปดาห์ ถึงความเคลื่อนไหวของอุตสาหกรรมตัดเย็บเสื้อผ้าในลอส แอนเจลิส อันเป็นธุรกิจที่มีวงเงินหมุนเวียนสูงถึง 33 พันล้านดอลลาร์ต่อปี ว่าจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงหากรัฐบาลกลาง โดยกระทรวงความมั่นคงภายใน หรือโฮมแลนด์ซีเคียวริตี้ จะบังคับใช้ระเบียบใหม่ (The immigration regulations) ตามที่ประกาศเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ซึ่งรวมถึงการบังคับให้นายจ้างส่งข้อมูลบัตรประกันสังคม หรือหมายเลขบัตรโซเชียลซีเคียวริตี้ของลูกจ้างให้กับหน่วยงานประกันสังคมตรวจสอบ และหากพบว่าเป็นหมายเลขปลอม นายจ้างจะต้องไล่คนงานออก

ไมค์ ลี เจ้าของโรงงานเย็บเสื้อผ้าในลอส แอนเจลิส และอดีตนายกสมาคมโรงงานผลิตเครื่องแต่งกายของเกาหลี กล่าวกับแอลเอไทมส์ว่า หากมีการบีบคั้นเรื่องการรับสมัครคนงานมากเข้า เขาก็จำเป็นต้องสู้ “อยู่ๆ พวกเขาก็จะให้นายจ้างทำตัวเป็นตำรวจ ผมเป็นนักธุรกิจนะครับ”

แอลเอไทมส์ชี้ว่า ข้อบังคับใหม่ที่ออกมาเพื่อควบคุมการจ้างคนงานที่อยู่อย่างผิดกฎหมายนั้น อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรมทุกแขนงทั่วแคลิฟอร์เนียและรัฐอื่นๆ รวมทั้งอุตสาหกรรมการเกษตร อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และการดูแลแต่งสวย (Landscaping) แต่ในลอส แอนเจลิส เคาน์ตี้ ผลกระทบรุนแรงที่สุดจะอยู่กับอุตสาหกรรมตัดเย็บเสื้อผ้า เพราะเป็นแหล่งรวมของโรงงานเย็บผ้า มีคนงานในอุตสาหกรรมนี้กว่า 59,000 คน เชื่อว่าส่วนใหญ่ไม่มีใบอนุญาตทำงาน

ส่วนตัวเลขผู้อยู่อย่างผิดกฎหมายในอุตสาหกรรมสิ่งทอทั่วประเทศนั้น ข้อมูลจากศูนย์ Pew Hispanic Center ระบุว่ามีประมาณ 26 เปอร์เซ็นต์ ในจำนวนนี้เป็นช่างเย็บผ้า 18 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งแจ็ค ไคเซอร์ หัวหน้าฝ่ายเศรษฐศาสตร์ของศูนย์พัฒนาเศรษฐกิจของลอสแอนเจลิส (the Los Angeles County Economic Development Corp.) กล่าวว่า “ถ้าไม่ให้คนกลุ่มนี้ทำงาน มันจะกระทบกับเศรษฐกิจรุนแรงมาก”

แอลเอไทมส์ระบุด้วยว่า ปัจจุบันนี้ นายจ้างต้องตรวจเอกสารของผู้สมัครงาน เช่นใบเขียว หรือบัตรประกันสังคม แต่ไม่ได้บังคับให้ตรวจสอบเอกสารเหล่านั้นกับหน่วยงานของรัฐว่าเป็นเอกสารจริงหรือไม่ หรือหากได้รับแจ้งว่าบัตรประกันสังคมหรือใบเขียวของคนงานเป็นของปลอม นายจ้างและคนงานก็จะเพิกเฉย แต่ระเบียบใหม่ที่ประกาศออกมา ซึ่งเชื่อว่าจะมีผลบังคับใช้ภายใน 30 วัน หรือตั้งแต่กลางเดือนกันยายนนั้น บังคับให้นายจ้างไล่คนงานออกทันที หากเพิกเฉย หรือเจตนาจ้างคนงานที่อยู่อย่างผิดกฎหมาย นายจ้างจะต้องเสียค่าปรับที่เพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 25 เปอร์เซ็นต์ และต้องถูกสอบสวนในคดีอาญาด้วย

 

สหภาพแรงงานต่างๆ ได้ออกมาต่อต้านระเบียบใหม่ของหน่วยงานโฮมแลนด์ฯ ฉบับนี้อย่างรุนแรง โดยอ้างว่าระเบียบใหม่จะทำให้เกิดการกีดกัน และเอาเปรียบแรงงานต่างชาติรุนแรงยิ่งขึ้น

 

“นี่จะเป็นเครื่องมืออีกอย่างให้นายจ้างใช้ในการกดขี่ ควบคุมและทำร้ายพวกเขา” เดเลีย เฮอร์รีร่า แห่งองค์กรแรงงานชื่อ การ์เมนท์เวิร์คเกอร์ เซ็นเตอร์ ในแอลเอ กล่าว และว่าภายใต้สภาพการณ์ปัจจุบัน คนงานบางส่วนได้รับค่าแรงต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ และต้องทำงานมากกว่าวันละ 13 ชั่วโมงอยู่แล้ว ส่วน เดนนี่ พาร์ค ผู้บริหารของสหภาพแรงงานชื่อ พันธมิตรโคเรียนอิมมิแกรนท์เวิร์คเกอร์ แสดงความห่วงใยว่านายจ้างจะใช้กฎใหม่เป็นเครื่องมือในการควบคุมคนงานไม่ให้เข้าร่วมสหภาพแรงงาน

ลอนนี่ เคน เจ้าของบริษัทเคเรน เคน จำกัด ที่มีคนงานหลายร้อยคนอยู่ในโรงงานของตนกล่าวกับแอลเอไทมส์ว่า หากต้องทำตามกฎใหม่จริงๆ เขาจะต้องสูญเสียคนงานไปส่วนหนึ่งอย่างแน่นอน และจะไม่มีทางหาแรงงานมาทดแทนได้

แอลเอไทมส์ สัมภาษณ์ ไอเซ่ แมทเช็ค แห่งสมาคมแฟชั่นแคลิฟอร์เนีย ที่กล่าวว่า การบังคับใช้ระเบียบดังกล่าวส่งผลกระทบกับอุตสาหกรรมเสื้อผ้าอย่างรุนแรง แต่คงไม่ถึงขั้นทำให้โรงงานต้องปิด และว่าจะทำให้มีการย้ายโรงงานผลิตเสื้อผ้าไปอยู่ต่างประเทศมากขึ้น

“ถ้าผมต้องส่งเสื้อผ้าออกไปให้ลูกค้า แต่ผลิตในแอลเอไม่ได้ ผมก็ต้องผลิตที่อื่น” เขากล่าว.

 



 
 
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม
ที่มา : ไทยทาวน์ ยูเอสเอนิวส์



แผ่นดินไหวเปรู เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 355 ศพ
หนูน้อยชาวเปรูซึ่งได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวความแรง 8.0 เมื่อตอนดึกวันพุธ กำลังถูกนำตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในเมืองลิม่า โดยเอพีรายงานข่าวเมื่อเช้าวันพฤหัสฯ ว่าเหตุแผ่นดินไหวซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ในทะเลทราย ใกล้กับเมืองท่าชื่อไอก้า ซึ่งมีประชากร 120,000 คน แรงสั่นทะเทือนทำให้เกิดอาคารถล่มถึงสี่หลัง และมีรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 355 คน บาดเจ็บอีกอย่างร้อย 1,500 คน (เอพี)







ป้ายเชิญชวนร่วมลงชื่อคัดค้านการปิดตลาดอาหารวัดไทย บริเวณข้างตู้จำหน่ายโทเก้น

นักเปิบนานาชาติร่วมเต้น ลงชื่อค้านปิดตลาดวัดไทย

แอลเอ (ไทยทาวน์ยูเอสเอนิวส์) : พ่อค้าแม่ขายล่าลายเซ็นนักเปิบนานาชาติ ยื่นคัดค้านคำสั่งปิดตลาดอาหารวัดไทย เผยวันเดียวได้กว่าพันชื่อ ด้านบอร์ดวัดเผยข้อตกลงกับซิตี้ระบุมีงานใหญ่แค่ปีละ 12 ครั้ง ไม่ใช่ทุกสัปดาห์ เผยต้องใช้เวลาในการสางปัญหา วอนพ่อค้าแม่ขายอย่าเพิ่งใจร้อน

สืบเนื่องจากคำสั่งปิดตลาดอาหารวัดไทยลอส แอนเจลิส ของเทศบาลนครลอส แอนเจลิส เนื่องจากทางวัดไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่จอดรถไม่เพียงพอ ตามคำร้องเรียนของเพื่อนบ้านรอบๆ วัด ดังที่ไทยทาวน์ฯ เสนอข่าวไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ข่าวดังกล่าวได้ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่พ่อค้าแม่ค้า รวมถึงประชาชนทั่วไปอย่างกว้างขวาง และในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีการล่ารายชื่อของประชาชนที่มารับประทานอาหาร เพื่อส่งไปยังสมาชิกสภาเขตสอง เป็นการแสดงพลังให้เห็นว่าชุมชนยังต้องการตลาดอาหารแห่งนี้

โดยนางสุนทรี โรจน์พลาเสถียร หรือ “นิดส้มตำ” ซึ่งเป็นแกนนำในการออกล่ารายชื่อดังกล่าว ได้เปิดเผยกับไทยทาวน์ฯ ว่าคำสั่งปิดตลาดได้สร้างความงุนงงให้กับทุกคน รวมทั้งลูกค้าที่มารับประทานอาหารด้วย

“ฝรั่งเขารู้ก็ตกใจ เพราะบางคนมาทุกวีค นัดเพื่อนฝูงมาเจอกันที่นี่ เขาก็ถามว่าจะให้เขาช่วยอะไรบ้าง ถ้าจะให้เขาไปเฮียริ่งอะไรก็ให้บอก เขาจะไป บางคนก็แนะนำว่าให้ทำ petition ยื่นให้ซิตี้ หาคนเซ็นชื่อให้ได้ครบ 3,000 คนเพื่อให้เขาเห็นว่าประชาชนต้องการตลาดแห่งนี้ จะให้เนเบอร์สามบ้าน เจ็ดคนมาปิดตลาดเราได้ยังไง” นางสุนทรีกล่าว และว่าการล่ารายชื่อดังกล่าวเริ่มขึ้นในช่วงบ่ายวันเสาร์ และดำเนินไปจนถึงเย็นวันอาทิตย์ ได้รายชื่อผู้ร่วมคัดค้านการปิดตลาดกว่าพันรายชื่อ โดยผู้ที่ลงชื่อส่วนใหญ่เป็นลูกค้าต่างชาติ มีคนไทยเพียงไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์

“ไม่รู้ว่าจะได้ผลขนาดไหน แต่น่าจะได้ผล อย่างน้อยๆ ก็ให้บอร์ดวัดไทยรู้ว่าคนทั่วไปเขามองตลาดวัดไทยว่ายังไง แล้วหนังสือพิมพ์เดลี่นิวส์พอรู้ข่าวเขาก็โทรมาสัมภาษณ์ดิฉัน บอกว่าวันเสาร์เขาจะมาทำข่าวด้วย” นางสุนทรีกล่าว

ทั้งนี้ นางสุนทรีมองว่า คณะกรรมการบริหารวัดฯ ยังทำงานไม่เต็มที่เท่าที่ควร “คือเรารู้กันมานานแล้วว่าที่จอดรถไม่พอ ปัญหามันเห็นมานานแล้ว อยากให้ช่วยกันผลักดันให้ทางวัดซื้อที่ดินผืนที่อยู่ใกล้ๆ บ้านคุณพยอม (บัวเจริญ) ถ้าไม่รีบซื้อก็ไม่มีแล้วที่ล็อตใหญ่ๆ แบบนี้ แต่บอร์ดก็ยังเกี่ยง บอกว่าไกลไป”

เมื่อถามว่าหากต้องยุติการขายอาหารในวัด จะได้รับความเดือดร้อนขนาดไหน “นิด ส้มตำ” กล่าวว่าพ่อค้าแม่ค้า 40-50 ชีวิตจะเดือดร้อน เพราะการขายอาหารในวัดคืออาชีพของเขา

“อย่างส้มตำร้านดิฉัน เสาร์-อาทิตย์นี่ได้ไม่ต่ำกว่า 6,000 เหรียญ ร้านอื่นอาจไม่ถึง ก็ลดหลั่นลงไป แต่ส้มตำที่มีอยู่สองร้านนี้ สองวันได้หมื่นกว่าแล้ว วัดได้แล้ว 2,000 เหรียญ ถ้าปิดไปก็เดือดร้อนทั้งวัดทั้งแม่ค้าแหละ เพราะทุกวันนี้เราอยู่กันแบบน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า”

เมื่อถามว่าหลังจากพ้นเสาร์-อาทิตย์ที่ 11 และ 12 สิงหาคมไปแล้วจะยอมหยุดขายหรือไม่ นางสุนทรีบอกว่าก็ต้องหยุด

“แต่คิดจะจ้างทนายนะ มีลูกค้าที่เป็นทนายหลายคนมาบอกว่าจะช่วย ก็บอกว่ารอก่อน อยากให้โอกาสบอร์ดวัดทำงานกันก่อน ดิฉันบอกหลวงพ่อ (ท่านเจ้าคุณพระราชธรรมวิเทศ-หัวหน้าคณะสงฆ์วัดไทย) แล้ว ถ้าลองวิ่งทางซิตี้แล้วไม่เวิร์คก็จะลองใช้ทนายความ” นางสุนทรีกล่าวในที่สุด

เมื่อสอบถามไปยังกรรมการบริหารวัดไทยลอส แอนเจลิส เกี่ยวกับความคืบหน้าในกรณีนี้ ทำให้ทราบว่าได้มีการประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่จากสำนักผังเมือง และตัวแทนของแวนดี้ กรูเอล สมาชิกสภาเขตสอง เพื่อหาทางออกให้กับปัญหาดังกล่าวหลายครั้ง แต่ต้องใช้เวลาในการแก้ไขปัญหา และขอให้ทุกฝ่ายใจเย็นๆ

“เมื่อวันที่ 8 สิงหาก็คุยกับเจ้าหน้าที่ของซิตี้ เอาข้อตกลงที่เรามีกับซิตี้ตั้งแต่ปี 85 มาดู 14-15 ข้อนี่ต้องรื้อแก้ไขหมดเลย เพราะมันล้าสมัยแล้ว อย่างเรื่องการจัดงานใหญ่ๆ ที่จะมีคนมาเยอะๆ อย่างวันมาฆะ วันวิสาขะ ปีใหม่ สงกรานต์ กฐิน วันพ่อ วันแม่ พวกนี้ ในข้อตกลงบอกว่ามีปีละ 12 ครั้ง หรือเดือนละครั้ง แต่เดี๋ยวนี้มันทุกอาทิตย์ ปีละ 52 ครั้ง ก็ต้องแก้ให้มันเป็นจริงแล้วยื่นให้ซิตี้อีกครั้ง ซิตี้เขาก็จะเอาไปให้เนเบอร์ดูว่าพอจะอะลุ่มอล่วยอะไรกันได้บ้าง” กรรมการบริหารวัดฯ กล่าว

นอกจากนี้ กรรมการบริหารวัดฯ ซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อท่านนี้ ยังกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา กรรมการบริหารวัดฯ ได้พยายามติดต่อซื้อที่ดินบริเวณรอบๆ วัด เช่นที่ของโบสถ์ที่อยู่ด้านตรงข้าม หรือบริเวณที่เคยเป็นตลาดประตูน้ำ รวมทั้งปั๊มน้ำมันบริเวณมุมถนน แต่ได้รับการปฏิเสธทั้งหมด รวมทั้งเคยไปติดต่อขอเช่าสถานที่จอดรถจากโรงเรียนในละแวกนั้น โดยทางโรงเรียนคิดค่าเช่าเดือนละ 5,600 ดอลลาร์ และต้องเสียค่ารถรับส่งอีกอย่างน้อยวันละ 500 ดอลลาร์ ซึ่งไม่สามารถทำได้

“ถ้าจะถามถึงวิธีแก้ไขปัญหาที่จอดรถที่เป็นไปได้มากที่สุด ก็คงต้องพยายามเจรจากับคนในละแวกนี้ บ้านใกล้ๆ ที่เขาไม่ขายก็ต้องไปคุยกับเขาใหม่ แพงก็ต้องซื้อ เพื่อเอามารื้อทำที่จอดรถ ซึ่งแน่นอนเราก็ต้องถูกด่าอีกว่าซื้อมาทำที่จอดรถให้พวกขายอาหารเหรอ”

เมื่อถามถึงเงินบำรุงวัดที่ได้จากตลาดอาหาร 20 เปอร์เซ็นต์ของยอดขาย กรรมการบริหารวัดฯ กล่าวว่าทางวัดได้เงินเป็นกอบเป็นกำ แต่ก็มีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาตลาดอาหารค่อนข้างสูง บวกลบแล้วไม่เหลือเงินเข้าวัดมากนัก

“ค่าใช้จ่ายเยอะ ค่ายาม 12 คน ค่าทำความสะอาด ค่าใช้จ่ายสำหรับทิ้งน้ำมัน ค่าทำความสะอาดเต็นท์ ค่าคนขายโทเก้น ค่าโน่นค่านี่ กำไรมันกำไรแหละ แต่พอเต็นท์พังก็ต้องไปซื้อเต็นท์มาเป็นหมื่นเหรียญ โต๊ะเก้าอี้ก็เป็นหมื่นเหรียญ ไอ้กำไรก็โปะตรงนั้น แต่ไม่ใช่ว่าเราจะอยากให้ปิดนะ เพราะอยู่คู่กับวัดไทยมาเป็นสิบปี ก็อยากให้อยู่กันไป แต่อยากให้ใจเย็นๆ เท่านั้น” กรรมการบริหารวัดไทยฯ กล่าว

ทั้งนี้ จะมีการประชุมหารือร่วมกันระหว่างพ่อค้าแม่ค้าและกรรมการบริหารวัดฯ เพื่อชี้แจงถึงปัญหา และรับฟังข้อเสนอแนะต่างๆ ในวันเสาร์ที่ 11 สิงหาคม ในเวลา 17.00 น.

 

รายงานหน้าหนึ่ง : กรณีปิดตลาดอาหารวัดไทย ในสายตาฝรั่ง



 
 
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม
ที่มา : ไทยทาวน์ ยูเอสเอนิวส์







w260น้ำแข็งขั้วโลกหดหาย


ภาพถ่ายดาวเทียมของนาซ่าเมื่อปี 2005 เน้นไปที่ทวีปอาร์คติคที่ข่าวระบุว่าปริมาณของพื้นที่น้ำแข็งในทะเลได้หดตัวลงมากที่สุดเท่าที่หน่วยงานศูนย์หิมะและน้ำแข็งแห่งชาติ ในมหาวิทยาลัยโคโลราโด้ (โดยความสนับสนุนของนาซ่า) เริ่มเก็บข้อมูลเมื่อปี 1970 กล่าวคือการสำรวจเมื่อวันศุกร์ที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา มีพื้นที่น้ำแข็งเหลือ 2.02 ล้านตารางไมล์ ลดจากสถิติเก่าเมื่อวันที่ 21 กันยายน ปี 2005 ที่เคยวัดได้ 2.05 ล้านตารางไมล์ โดยนักวิทยาศาสตร์ของศูนย์ฯ กล่าวว่าถือเป็นเรื่องน่าห่วง เพราะฤดูน้ำแข็งละลายยังมีอีกนานกว่าเดือน โดยพื้นที่น้ำแข็งขั้วโลก กลายเป็นที่สนใจของนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก เพราะการละลายของน้ำแข็งขั้วโลกอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องทำให้เห็นว่า สภาวะโลกร้อนกำลังส่งผลกระทบให้เกิดหายนะภัยแก่โลกเร็วกว่าที่คิด (เอพี)








ผลสำรวจความพอใจของผู้โดยสารสนามบินนานาชาติทั่วโลก

สุวรรณภูมิไม่ติดอันดับเลย...ปีนี้อันดับหนึ่งคือฮ่องกง, ตามมาด้วยสิงคโปร์และโซลของเกาหลีใต้...เราแพ้แม้กระทั่งกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย...ประเทศไทยต้องลุกขึ้นมาแยกเรื่องการเมืองกับการบริหารประสิทธิภาพได้แล้ว เพราะเราลงทุนในสุวรรณภูมิเป็นแสนล้าน, จะให้เรื่องอื้อฉาวในอดีตหลอกหลอนเราตลอดไปไม่ได้....... !!


















w260เหรียญดอลลาร์ใหม่
เหรียญหนึ่งดอลลาร์แบบใหม่ เป็นภาพอดีตประธานาธิบดี โทมัส เจฟเฟอร์สัน เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในพิธีรำลึกถึงอดีตประธานาธิบดีท่านนี้เมื่อวันพุธที่ 15 สิงหาคมในกรุงวอชิงตัน และจะถูกนำออกสู่ตลาดในวันรุ่งขึ้น โดยเหรียญดอลลาร์ใหม่จะมีขนาดเท่ากับเหรียญดอลลาร์ที่เคยนำออกสู่ท้องตลาดมาแล้วสองรุ่น คือเมื่อปี 1979 (รูปซูซาน บี แอนโทนี่) และปี 2000 (รูปอินเดียนแดงหญิง ซาคากาเว่)มีขนาดใหญ่กว่าเหรียญ 25 เซ็นต์เล็กน้อย และเป็นสีทอง โดยการผลิตเหรียญเป็นรูปอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ นี้ ทางหน่วยงานกษาปน์สหรัฐฯ หวังว่าจะทำให้ชาวอเมริกันมีความรู้เกี่ยวกับประธานาธิบดีของตนเองดีขึ้น เพราะผลสำรวจกัลล็อปโพลล์ชี้ว่ามีคนอเมริกันไม่ถึง 30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ทราบว่า โทมัส เจฟเฟอร์สัน เ็ป็นประธานาธิบดีคนที่สามของอเมริกา และ 7 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่สามารถเอ่ยชื่อประธานาธิบดีสี่คนแรกได้ครบถ้วน (เอพี)

นายพิจิตต รัตตกุล หัวหน้ากลุ่มมดงาน

"พิจิตต" ดึงประชาชน รับร่าง รธน. อ้าง เพื่อให้ประเทศเดินต่อไปข้างหน้า ค่อยมาแก้ไขข้อบกพร่องทีหลัง


16 สิงหาคม - หน้าธนาคารอาคารสงเคราะห์ - เวลา 11.45 น.นายพิจิตต รัตตกุล ออกรณรงค์ให้ประชาชนไปใช้สิทธิลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนข้อบกพร่องในบางมาตรา ค่อยมาแก้ทีหลัง เมื่อมี ส.ส. ส.ว. แล้ว

     นายพิจิตต รัตตกุล หัวหน้ากลุ่มมดงาน ได้นำเอกสารประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการไปใช้สิทธิออกเสียงลงประชามติในวันที่ 19 สิงหาคม นี้ รวมทั้งรณรงค์ให้ประชาชนออกเสียงเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ด้วย โดยมีสมาชิกกลุ่มมดงานประมาณ 20 คน เดินแจกเอกสารและประชาสัมพันธ์ตลอดถนนบริเวณด้านหน้าธนาคารอาคารสงเคราะห์ ถนนพระราม 9 โดย นายพิจิตต กล่าวว่า การรับร่างรัฐธรรมนูญ จะทำให้ประเทศเดินต่อไปข้างหน้าได้ ส่วนในเรื่องความบกพร่องในบางมาตรานั้น เชื่อว่า เมื่อมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส. และ สมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว. แล้วจะสามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงปัญหาได้อย่างแน่นอน

 

นำเสนอข่าวโดย : ชนกภัช วุฒิวราวรรณ
ที่มา : ไทยทาวน์ ยูเอสเอนิวส์




นายจาตุรนต์ ฉายแสง ปล่อยคาราวานรถรณรงค์ไม่รับร่าง รธน.

นายจาตุรนต์ และ น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี แถลงข่าวหน้าอาคาร IFCT

แกนนำไทยรักไทย ร่วมรณรงค์ถ่ายภาพการทุจริต ในวันลงประชามติ ผ่านทางมือถือ

"ไทยรักไทย" ปล่อยคาราวานรถรณรงค์ไม่รับร่าง รธน. กว่า 100 คัน ทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑล
16 สิงหาคม - อาคาร IFCT - เวลา 10.30 น. กลุ่มไทยรักไทย ปล่อยคาราวานรถยนต์รณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ประมาณ 100 คัน โดยแบ่งเป็น3 เส้นทาง คือ กรุงเทพฯสายเหนือ กรุงเทพฯใต้ และกรุงเทพฯตะวันออก

     เวลาประมาณ 10.30 น. กลุ่มไทยรักไทย ได้ปล่อยคาราวานรถยนต์รณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ประมาณ 100 คัน โดยจะวิ่งไปตามเส้นทาง 3 สายของกรุงเทพมหานคร คือ กรุงเทพฯสายเหนือ กรุงเทพฯใต้ และกรุงเทพฯตะวันออก โดยนายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานที่ปรึกษากลุ่มไทยรักไทย กล่าวว่า การรณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ได้เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายแต่อย่างใด เพราะเป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นในด้านที่ตรงกันข้ามกับรัฐบาล และ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือ คมช. เท่านั้น

 

     นอกจากนี้ นายจาตุรนต์ ยังเรียกร้องให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ออกระเบียบว่าด้วยการสังเกตการณ์ออกเสียงประชามติประจำหน่วย หรือ ที่เรียกว่า ผู้สังเกตการณ์ประชามติ เหมือนกับผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้ง เพื่อป้องกันการทุจริต และถ้าหาก กกต. เปิดโอกาส  กลุ่มไทยรักไทยก็พร้อมที่จะระดมอาสาสมัครเข้าไปทำหน้าที่ดังกล่าว พร้อมกันนี้ ได้เรียกร้องไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ กฟภ. ให้ดูแลไฟฟ้าประจำศาลากลางจังหวัดทั่วประเทศด้วย เพื่อไม่ให้ไฟดับระหว่างนับคะแนนเพราะเกรงว่าจะมีการโกงเกิดขึ้น


     ทั้งนี้ นายจาตุรนต์ ยังได้รณรงค์ให้ประชาชนที่ใช้โทรศัพท์มือถือที่สามารถถ่ายภาพได้ นำโทรศัพท์นั้นถ่ายภาพที่มีการทุจริตต่างๆ ในวันที่ลงประชามติ เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานด้วย
 

     ทั้งนี้ นายจาตุรนต์ ยังกล่าวด้วยว่า การออกมาแสดงความมั่นใจว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 จะผ่านการลงประชามติอย่างแน่นอนของทางรัฐบาลและ คมช. นั้น เป็นการชี้นำอย่างเห็นได้ชัด ทั้งการกระทำดังกล่าวเป็นการแสดงให้เห็นว่าเป็นผู้ที่ไม่มีการศึกษาด้วย

 

     ทางด้าน น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี แกนนำกลุ่มไทยรักไทย กล่าวว่า ในช่วง 3-4 วันที่เหลือก่อนการลงประชามติในวันที่ 19 สิงหาคมนี้ ต้องการให้ทาง กกต. กำชับหน่วยงานราชการ ข้าราชการ ลูกจ้างและพนักงานในสังกัดหน่วยงานราชการต่างๆ อย่าใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ข่มขู่คุกคาม กลุ่มบุคคลที่ไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญ






สองพันห้าร้อยศพ

 

การปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาลทักษิณใน พ.ศ. 2546 นั้นมีทั้ง “ยิงทิ้ง” “ฆ่าตัดตอน” ภายในหนึ่งเดือน (1 ก.พ. – 28 ก.พ.) ส่งผลให้คนไทยเสียชีวิตกว่าพันคน ทักษิณ ชินวัตร กล่าวอมตะวาจาว่า

“ยอดผู้เสียชีวิตนั้นไม่ใช่การวิสามัญโดยฝีมือตำรวจทั้งหมด ความจริงมีไม่กี่ศพ ซึ่งก็เป็นเรื่องความชั่วที่อยู่ในสังคมก็ต้องจบด้วยการฆ่าอย่างนี้ ถือเป็นเรื่องธรรมดา ที่หากินกับเงินบาป”

องค์การสหประชาชาติ โดยคณะกรรมการด้านสิทธิมนุษยชน ได้ส่งผู้แทนเข้ามาสอบสวนเรื่องนี้ในประเทศไทย จน ทักษิณ ลมออกหู น็อตหลุด พูดว่า

“ยูเอ็นไม่ใช่พ่อผม มาก็มา สอบก็สอบ”

คณะกรรมการด้านสิทธิมนุษยชนขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) พบว่าในช่วงที่ ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีนโยบายปราบปรามยาเสพติดขั้นเด็ดขาด ให้ถือว่าเป็นการทำสงคราม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตโดยฝีมือเจ้าหน้าที่รัฐและการฆ่าตัดตอนพ่อค้ายาเสพติดระดับต่างๆ ไปกว่าสองพันห้าร้อยศพ

องค์การสิทธิมนุษยชนนานาชาติจึงคัดค้านการเข้าครอบครองสโมสรแมนเชสเตอร์ซิตี้ของทักษิณ ชินวัตร โดยสำนักข่าวบีบีซีรายงานในเว็บไซต์ www.bbc.com เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมว่า นายแบรด อดัมส์ นักสิทธิมนุษยชนจากองค์กรฮิวแมนไรต์วอตช์ ส่งจดหมายไปยังพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ตั้งข้อสงสัยกรณี พ.ต.ท.ทักษิณซื้อกิจการสโมสรแมนเชสเตอร์ซิตี้ เนื่องจากเห็นว่าประวัติของ พ.ต.ท.ทักษิณในเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงนั้น ไม่ควรผ่านการตรวจสอบความเหมาะสมของพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

ด้านโฆษกองค์การนิรโทษกรรมสากลแถลงว่า องค์การนิรโทษกรรมสากลเองก็มีความกังวลในประเด็นเดียวกับของฮิวแมนไรต์วอตช์ และหากพรีเมียร์ลีกต้องการนำประเด็นละเมิดสิทธิมนุษยชนเข้าตรวจสอบ องค์การนิรโทษกรรมสากลก็พร้อมส่งเอกสารให้พิจารณา

ผู้แทนองค์การฮิวแมนไรต์วอตช์ในประเทศไทย ได้ออกมาให้รายละเอียดในเรื่องนี้ว่า ข้อมูลในประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ใช่เรื่องความลับ แต่เป็นเรื่องที่ต่างชาติรู้ดี โดยเฉพาะกรณีการฆ่าตัดตอนกว่า 2 พันศพในการทำสงครามปราบปรามยาเสพติด ซึ่งฮิวแมนไรต์วอตช์ได้รวบรวมข้อมูลเหล่านี้มาตั้งแต่ปี 2547 โดยประสานข้อมูลกับองค์กรที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และองค์การสหประชาชาติ รวมทั้งมีการไต่สวนในคณะกรรมการด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ ดังนั้นเรื่องนี้จึงไม่ใช่เรื่องที่อยู่ๆ นึกจะเล่นงาน พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ออกมาเคลื่อนไหว

พรีเมียร์ลีก เคยแจ้งมาว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ผ่านเกณฑ์ที่จะทำข้อตกลงซื้อขายสโมสรได้ ฮิวแมนไรต์วอตช์ จึงแย้งไปว่า มีการประเมินเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนของ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ เพราะปัจจุบันเรื่องนี้ก็ยังค้างคาอยู่ในเมืองไทย พรีเมียร์ลีกจึงทำจดหมายตอบกลับมาอีกครั้งว่า หากทางการไทยมีการดำเนินคดีฆ่าตัดตอน หรือการทุจริตคอรัปชั่นกับ พ.ต.ท.ทักษิณ พรีเมียร์ลีกก็พร้อมที่จะทบทวนข้อตกลงที่ทำไว้

แม้เรื่องนี้จะไม่มีหลักฐานว่า พ.ต.ท.ทักษิณเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่มีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า มีคำสั่งจากรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ว่าผู้ค้ายาเสพติดเป็นคนชั่วร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีคำว่าหลงผิด ไม่มีคำว่ากลับใจ ต้องขจัดให้สิ้นอย่าได้เมตตา

คำสั่งดังกล่าวเป็นหนังสือด่วนที่สุด เรื่อง นโยบายและแนวทางการดำเนินงานต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด ลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2546 ที่ลงนามโดย นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ขณะดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดกระทรวงมหาดไทย (ศตส.มท.) ส่งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดระดับจังหวัดทุกจังหวัด ซึ่งพบว่าเป็นคำสั่งที่ส่อให้มีการใช้ความรุนแรงในสงครามยาเสพติด

นโยบายซึ่งให้เป็นแนวทางกับผู้ว่าราชการจังหวัดและ ผอ.ศตส.ระดับจังหวัดทั่วประเทศ ประกอบด้วยหลักในการดำเนินงานต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด ที่ระบุว่าการทำสงครามกับยาเสพติดไม่เหมือนกับการทำสงครามกับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ เพราะมีความแตกต่างทางความคิด คอมมิวนิสต์พูดถึงเรื่องของส่วนรวม ได้แก่ ความยากจน ประชาธิปไตย มนุษยธรรม ความเสมอภาค แต่ยาเสพติดไม่มีคำว่าเพื่อคนจน ไม่มีคำว่าเพื่อส่วนรวม ไม่มีคำว่าประชาธิปไตย หรือแม้แต่มนุษยธรรม แต่ทำเพื่อตัวเองล้วนๆ เป็นความชั่วร้ายร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีคำว่าหลงผิด ไม่มีคำว่ากลับใจ

ต้องตระหนักว่าประชาชนคือเพื่อนเรา ชาติคือพวกเรา ในหลวงคือนายเรา ผู้ค้ายาเสพติดเป็นศัตรูเรา แม้เป็นญาติก็ถือเป็นศัตรู ผู้ค้ายาเสพติดคือผู้ทรยศต่อชาติ ต้องขจัดให้สิ้น ขออย่าได้เมตตาปรานี เพราะทำลายคนไทย ทำลายชาติและศาสนา

รายงานข่าวจาก นสพ.แนวหน้า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และกรมสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มีหลักฐานว่า ผู้บริสุทธิ์ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเลยหรือบางรายเป็นเพียงผู้เสพซึ่งเข้ามารายงานตัวต่อทางการเพื่อขอเข้าโครงการอบรมเพื่อเลิกยาเสพติดแต่กลับถูกสังหารทิ้งอย่างเหี้ยมโหดโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งผู้ที่กลายเป็นแพะสังเวยนโยบายฆ่าตัดตอนซึ่งญาติเข้าร้องเรียนและปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าถูกสังหารโดยไร้ความผิดในเบื้องต้นมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 40 ราย ขณะที่คดีอีกจำนวนมากถูกกลบเกลื่อนและไม่ดำเนินการสืบสวนสอบสวนในยุคที่ระบอบทักษิณเรืองอำนาจเพราะตำรวจกลัวความผิดจะเข้าตัวเอง

ที่สำคัญกว่านั้นมีหลักฐานคำให้สัมภาษณ์ของ ทักษิณ ชินวัตร ในช่วงที่เป็นผู้นำประเทศต่อสถานที่สาธารณะอย่างชัดเจนหลายครั้งสั่งการในทำนองไฟเขียวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจัดการขั้นเด็ดขาดกับผู้ที่ต้องสงสัยว่าพัวพันกับยาเสพติดด้วยการส่งไปลงนรกให้หมด นอกจากนี้ยังสั่งการเร่งรัดให้ตำรวจทั่วประเทศสร้างผลงานกวาดล้างปราบปรามพร้อมกับคาดโทษ ซึ่งคำสั่งการที่เหมือนสัญญาณไฟเขียวขณะเดียวกันก็ขู่คาดโทษดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศต่างแข่งกันเร่งสร้างผลงานกวาดล้างแบบเหวี่ยงแหเพื่อเอาใจนโยบายผู้นำซึ่งผลก็คือผู้ถูกฆ่าตัดตอน 2,500 ศพในช่วงระยะเวลาเพียง 3 เดือนเท่านั้นเอง

 

 

 

รมว.กระทรวงยุติธรรม นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ ได้เสนอนายกรัฐมนตรีฯ ตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ ซึ่งมีคดีฆ่าตัดตอน 12 คดี อยู่ในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ อาทิ คดีฆ่าตัดตอน ด.ช.จักรพันธุ์ ศรีสอาด วัย 9 ขวบ และการหายตัวของแม่ ด.ช.จักรพันธุ์ หลังเกิดเหตุการณ์ล่อซื้อยาบ้าของตำรวจ สน.บางชัน เป็นต้น

นายคณิต ณ นคร อดีตอัยการสูงสุดตอบรับจะไปเป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนอิสระเรื่องการฆ่าคนไทยกว่าสองพันห้าร้อยคน โดยคำสั่งศาลเตี้ยครับ

ป.ล. คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 215/2550 เรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบ ศึกษา และวิเคราะห์ การกำหนดนโยบายปราบปรามยาเสพติดให้โทษและการนำนโยบายไปปฏิบัติจนเกิดความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ชื่อเสียง และทรัพย์สินของประชาชน (คตน.) เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงชัดเจนและมีข้อเสนอที่เป็นมาตรการป้องกัน แก้ไข และเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

คณะกรรมการประกอบด้วย นายคณิต ณ นคร อดีตอัยการสูงสุด ประธาน ส่วนกรรมการคือ นายจรัญ ภักดีธนากุล นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ นายกิตติ ลิ้มชัยกิจ พล.ต.ท.วันชัย ศรีนวลนัด นายอุดม รัฐอมฤต นายอุทัย อาทิเวช นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ เป็นกรรมการและเลขานุการ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ นายวสันต์ สิงคเสลิต ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม และผู้อำนวยการกองกลาง สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้ช่วยเลขานุการ

อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ คือ 1.ตรวจสอบและวิเคราะห์ เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงและตัวบุคคลที่ต้องรับผิดชอบการกระทำ 2.วางมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ 3.ศึกษาวิเคราะห์การกำหนดมาตรการและนโยบายปราบปรามยาเสพติด เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อชีวิต ร่างกาย ชื่อเสียงและทรัพย์สินของประชาชน 4.เรียกเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือผู้ปฏิบัติงานอื่นในหน่วยงานของรัฐ รวมทั้งบุคคลมาชี้แจง และส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการดำเนินงานของคณะกรรมการฯ 5.ให้ส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐให้ความร่วมมือด้านต่างๆ เพื่อประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ 6.ให้มีการประชุมเพื่อรับฟังข้อเท็จจริงจากประชาชน และเผยแพร่ผลการดำเนินงานต่อสาธารณะ 7.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงานเพื่อมอบหมายให้ดำเนินการใดๆ ตามที่คณะกรรมการกำหนด และ 8.ดำเนินการอื่นใดเกี่ยวกับการตรวจสอบ ศึกษาและวิเคราะห์การกำหนดนโยบาย ปราบปรามยาเสพติด และการนำนโยบายไปปฏิบัติจนเกิดความเสียหาย ตามที่นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีมอบหมาย

 

 

 



 
 


w260พรินซ์ตัน ครองแชมป์มหา’ลัยดีเด่นอีกปี


ผลสำรวจมหาวิทยาลัยยอดเยี่ยมประจำปี 2007 ของนิตยสาร “อเมริกัน เบสท์ คอลเลจ ไกด์” ที่จะวางแผงวันจันทร์ที่ 20 สิงหาคมพบว่า มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนในนิวเจอร์ซี่ ได้รับคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งต่อเนื่องเป็นปีที่แปด โดยอันดับของปีนี้แทบไม่แตกต่างจากปีที่ผ่านมา กล่าวคือมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด เป็นอันดับสอง, เยล เป็นอันดับสาม, สแตนฟอร์ด เป็นอันดับสี่ และคาลเทค หรือ California Institute of Technology กับยูออฟเพ็นซิลเวเนีย ได้รับคะแนนเท่ากันอยู่ในอันดับห้า โดยสำรวจความคิดเห็นจากกลุ่มนักการศึกษา ผู้สำเร็จการศึกษาแล้วและเหล่านักศึกษาตามหาวิทยาลัยต่างๆ (เอพี)



ชี้พ่อแม่ไทยไม่เตรียมพร้อม หนุนลูกหลานเข้าคอลเลจ


ซานโฮเซ่ (ซานโฮเซ่เมอร์คิวรี่นิวส์) : ผลสำรวจโดยรัฐบาลระบุเด็กเอเชียฉลาด และประสบความสำเร็จในการเรียนสูงกว่าชาติอื่น แต่ไม่รวมเด็กจาก “เซาท์อีสต์เอเชีย” เช่นไทย ลาว พม่า และกัมพูชา ที่เสียเปรียบทั้งเชิงวิชาการและเงินทุน ต้อง “ขยันสุดๆ” ถึงจะผ่านการศึกษาระดับคอลเลจ

หนังสือพิมพ์ซานโฮเซ่ เมอร์คิวรี่ รายงานผลสำรวจของสำนักงานตรวจสอบและประเมินผล ซึ่งเป็นหน่วยงานของสภาคองเกรส เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยระบุว่านักเรียนเชื้อสายเอเชีย-อเมริกัน ซึ่งถูกมองว่าเป็นเด็กสมองดี และมีแนวโน้มว่าจะประสบความสำเร็จทางการศึกษาสูงกว่าชาติอื่นนั้น ในความเป็นจริงแล้วจำกัดอยู่แต่เพียงบางชาติเท่านั้น กล่าวคือจีน ญี่ปุ่น เกาหลี และอินเดีย ทั้งนี้เพราะผู้ปกครองมีการเตรียมตัวออมเงินสำหรับเป็นทุนการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย อีกทั้งไม่ต้องพึ่งลูกหลานในการจุนเจือครอบครัว ซึ่งตรงกันข้ามกับครอบครัวชาวเอเชียจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่นเวียดนาม ลาว กัมพูชา ไทย และพม่า ที่เด็กจะอ่อนวิชาคณิตศาสตร์ อ่อนภาษา อีกทั้งส่วนใหญ่ต้องอยู่กับพ่อแม่ และทำงานหารายได้ช่วยเหลือครอบครัวและส่งเสียตัวเองเรียน ดังนั้นเด็กเอเชียกลุ่มนี้จะต้องมีความตั้งใจอย่างสูง และต้องพึ่งแหล่งเงินทุนจากภายนอก จึงจะสามารถผ่านการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยได้

ข่าวระบุว่า 68 เปอร์เซ็นต์ของนักศึกษาจีน สามารถเรียนหนังสือได้โดยไม่ต้องทำงาน เปรียบเทียบกับนักศึกษาเวียดนาม ที่มีเพียง 36 เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งกว่าครึ่งของนักศึกษาเวียดนามบอกว่าต้องช่วยเหลือครอบครัวในทุกด้าน ตั้งแต่ดูแลพ่อแม่ เป็นล่าม รับส่ง รวมถึงต้องทำงานในบ้านด้วย หรือขณะที่ 42 เปอร์เซ็นต์ของครอบครัวเกาหลีในอเมริกา มีเงินออมเพื่อการศึกษาของลูกหลานไม่ต่ำกว่า 20,000 ดอลลาร์นั้น ครอบครัวไทยและเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพียงแค่ 8 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่สามารถเก็บหอมรอมริบเงินเพื่อการศึกษาของลูกหลานได้ถึง 20,000 ดอลลาร์

แอล หลิง-ฉี หวัง แห่งแผนกชาติพันธุ์ศึกษา (Ethnic Studies Department) ของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์คเลย์ กล่าวถึงรายงานฉบับดังกล่าวว่าเป็นการยืนยันถึงความจำเป็นที่จะต้องล้มล้างความเชื่อที่ว่าคนเอเชียประสบความสำเร็จทางการศึกษาสูงกว่าชาติอื่น แล้วหันมาศึกษาโดยแยกเป็นกลุ่มย่อยๆ เพราะเอเชียแต่ละชาติมีความแตกต่างกันมากมาย

รายงานดังกล่าวยังระบุด้วยว่า 68 เปอร์เซ็นต์ของชาวอินเดียวัยผู้ใหญ่ และ 64 เปอร์เซ็นต์ของชาวจีนวัยผู้ใหญ่ ผ่านการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย เปรียบเทียบกับเวียดนาม มีเพียง 25 เปอร์เซ็นต์, ชาวหมู่เกาะ 17 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ชาวอินโดจีนชาติอื่น เช่นกัมพูชา ลาวและม้ง ผ่านการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยเพียง 13 เปอร์เซ็นต์

ขณะที่กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของชาวฟิลิปปินส์ อินเดีย และญี่ปุ่น สามารถใช้ภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่ว เทียบกับชาวเกาหลี 70 เปอร์เซ็นต์, เวียดนาม 62 เปอร์เซ็นต์ และชาวอินโดจีนชาติอื่นๆ 60 เปอร์เซ็นต์

รายงานระบุด้วยว่า ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ของชาวเวียดนามที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ ไม่ได้รับความสนับสนุนด้านเงินค่าเล่าเรียนจากครอบครัว จึงต้องทำงานส่งเสียตัวเอง ขณะที่นักศึกษาจีน อินเดีย และเกาหลีส่วนใหญ่ ทำงานเพราะต้องการประสบการณ์ หรือต้องการเงินสำหรับใช้จ่ายส่วนตัวเท่านั้น

อีกทั้งนักศึกษาชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และหมู่เกาะส่วนมากจะพักอาศัยอยู่กับพ่อแม่ หรือเข้าเรียนในสถาบันที่ไม่ไกลจากบ้าน

ข่าวระบุว่า รายงานดังกล่าวมาจากการศึกษาข้อมูลจากผลสำรวจประชากร และข้อมูลทางการศึกษาอีกสองแหล่ง รวมถึงการเยือนสถาบันการศึกษาที่มีชาวเอเชียศึกษาอยู่เป็นจำนวนมากอีกแปดสถาบันในช่วงระหว่างเดือนกรกฎาคม 2006 ถึงเดือนกรกฎาคม 2007 เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการการศึกษาของสภาผู้แทนราษฎรเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี เด็บบอร่า รีด แห่งสถาบันนโยบายศึกษาของแคลิฟอร์เนีย (Public Policy Institute of California) แสดงความเห็นแย้งกับรายงานฉบับนี้ โดยกล่าวว่า ชาวเอเชียและหมู่เกาะส่วนใหญ่จะได้รับการศึกษาระดับสูง มีรายได้ดี และอัตราความยากจนค่อนข้างต่ำ

“แต่ถ้าดูที่เวียดนาม กัมพูชา ลาว และผู้อพยพที่ถูกส่งมา เราจะพบว่ามีรายได้ค่อนข้างต่ำ มีการศึกษาน้อย และอัตราความยากจนสูงกว่าเอเชียชาติอื่นๆ ในแคลิฟอร์เนีย” เธอกล่าว และว่าแม้เอเชียแต่ละชาติจะมีความพร้อมไม่เท่ากัน แต่โดยเฉลี่ยแล้ว ชาวเอเชียและหมู่เกาะก็ยังมีการศึกษาดีกว่าชาวอเมริกัน คือกว่าครึ่งผ่านการศึกษาสี่ปีในมหาวิทยาลัย เปรียบเทียบกับหนึ่งในสามของอเมริกันผิวขาว, 17 เปอร์เซ็นต์ของอเมริกันผิวดำ และ 12 เปอร์เซ็นต์ของชาวลาติโน่.

 

 



 
 
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม
ที่มา : ไทยทาวน์ ยูเอสเอนิวส์




เทิดพระเกียรติ : กงสุลใหญ่ จักร บุญ-หลง เป็นประธานในพิธี งานวันเฉลิมพระชนมพรรษาแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และวันแม่แห่งชาติ ที่วัดไทยฯ ร่วมกันจัดโดยวัดไทยลอส แอนเจลิส คณะครูอาสาสมัครภาคฤดูร้อน มีประชาชนทุกสาขาอาชีพไปร่วมเทิดพระเกียรติกันมากมาย เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ที่ผ่านมา

“มวยไทยเวิร์ลด์แชมเปี้ยนชิพ” : ประธานสภามวยโลก (มวยไทย) พล.อ.โกวิท ภักดีภูมิ มอบหมายให้ เฉลิมเกียรติ สุวรรณมาศ จัดแถลงข่าวที่ไทยแลนด์พลาซ่าเมื่อพุธที่ผ่านมา สปอนเซอร์โดย “เบียร์สิงห์” เมื่อพุธที่ผ่านมาร่วมกับ เดนนิส วอร์เนอร์ โปรโมเตอร์ของมหกรรมมวยไทยชิงแชมป์โลกของสภามวยโลก (มวยไทย) ที่จะมีขึ้นที่สนามมวยกลางแจ้งของนอร์มังดี คาสิโน 8 กันยายน ศกนี้

สอนฟรี : พงษ์ อภิญญาวาท นักวาดภาพสีน้ำมืออาชีพที่มีชื่อโด่งดังในแคลิฟอร์เนีย ร่วมกับสมาคมธรรมศาสตร์ฯ จะเปิดสอนวิธีการวาดภาพใช้สีน้ำฟรีสำหรับเยาวชนไทยอายุระหว่าง 12-18 ปี ที่วัดป่าธรรมชาติ เชิญพ่อแม่และเยาวชนที่สนใจ มาฟังการแถลงการณ์และสมัครเรียนได้ 2 ก.ย. ศกนี้ 10.00 - 12.00 น.ที่สถานีไอพีทีวี 3235 N. San Fernando Rd #7B Los Angeles, CA 90065 สอบถามรายเอียด 562-867-2144 หรือ 909-331-1505 และในวันเดียวกัน จะมีการแถลงรายละเอียดเกี่ยวกับการประกวดธิดาโดม

กำลังใจสู่ภาคใต้ : อรรคเดช ศรีพิพัฒน์(ขวา)บก.สยามมีเดีย แกนนำจัดงานกำลังใจสู่ภาคใต้ ได้รับความร่วมมืออย่างดีจาก ชมรมอดีตทหารไทยและพี่น้องไทยทุกสาขาอาชีพ เพื่อนำเงินไปช่วยตำรวจ 157 นายที่ประกาศจะพลีชีพเพื่อปกป้องชีวิตคนไทยและผืนแผ่นดินไทย เมื่อค่ำเสาร์ที่ผ่านมา ที่Arcadia Recreation Center เมือง

อาร์เคเดีย


ลีลา-อารมณ์ : กงสุลใหญ่ จักร บุญ-หลง นอกจากจะให้เกียรติไปเป็นประธานในพิธีเปิดงาน ส่งกำลังใจสู่ภาคใต้แล้ว ยังสร้างบรรยากาศฮือฮาให้ผู้ชมได้กรี๊ดกับการขึ้นไปร้องเพลงยุคใหม่ สังเกตลีลาและอารมณ์ท่านซิ ช่างประทับใจผู้ฟังซะไม่มี


สู่โลกกว้าง : ภาณุพล รักแต่งาม สัมภาษณ์ ธีรดา อำพันวงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์ บีเอสซี ของบริษัทไอซีซี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ชุดว่ายน้ำที่เป็นหนึ่งเดียวได้เป็นสปอนเซอร์ให้กับการประกวดสามเวทีใหญ่ มิสยูนิเวิร์ส, มิสยูเอสเอและมิสทีนยูเอสเอ

ไอพีทีวีกับเวทีโลก : กับการไปถ่ายทำเบื้องหลังการถ่ายชุดว่ายน้ำ เมื่ออังคารที่ผ่านมา ซึ่งสปอนเซอร์โดยผลิตภัณฑ์ บีเอสซี กับการประกวด มิสทีนยูเอสเอ


สุดเศร้า : วันสุดท้ายอาทิตย์ 12 ส.ค.บรรยากาศ ตลาดนัดขายอาหารที่วัดไทยฯ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่ทางซิตี้ขีดเส้นตายให้ขายพร้อมปิด ฝูงชนแห่กันมาแน่นขนัดไปหมด นานาชาติและเจ้าบ้านมะกัน ให้ความร่วมมือลงชื่อขอคัดค้านมากมาย


3มุม : ของคนดัง เจเจ นักธุรกิจดังคนหนึ่งในแอลเอ (นั่งซ้าย) ถ่ายภาพร่วมกับ ผู้บริหารไอพีทีวี นภดล วงศ์ชัยวัฒน์และคนยืน อดีตประธานศูนย์วัฒนธรรมไทยฯ ปกรณ์ พงศ์ธราธิก


หลานอดีตนายกฯ : น้องหญิง “วราภา อัมรินทร์” หลานสาว บิ๊กจิ๋ว “พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ” กำลังร้องเพลงในงาน ส่งกำลังใจสู่ภาคใต้ ซึ่ง พล.อ.ชวลิต บอกให้ไปช่วยงานนี้ และฝากคิดถึงคนไทยทุกคน และฝากชมคนไทยแม้จะอยู่ที่ไหนก็ยังรักประเทศชาติ

เลี้ยงส่ง : คณะนักร้องของครูอี๊ด พิไลลักษณ์ ณ ตะกั่วทุ่ง ร่วมเลี้ยงส่ง สุชาติ ทรัพย์เกตุแก้ว (นั่งคนกลาง)ทางบริษัทส่งไปฝึก งาน Flight Attemdemt  ของสายการบินดัง ‘นอร์ธเวสต์แอร์ไลน์’ ทางฝั่งตะวันออกหลายรัฐ และวัฒนชัย โสภณพันธ์ มอบของที่ระลึกเป็นพิเศษให้ด้วย


คนเก่ง : และมากความสามารถ สรโชติ อำพันวงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทแกรนด์มา คิมมิวนิเคชั่นและวายนอตคอมิวนิเคชั่น จำกัดเดินทางมาดูแลเรื่องโฆษณาให้แก่ BSC และดูแลด้าน TV. Sattelite ให้กับ ICC

ชอบและช่วยอาหารไทย : ชาวอเมริกันมากมาย แห่มาชิมอาหารไทยที่ตลาดวัดไทย และพร้อมเซ็นชื่อคัดค้านการสั่งปิดตลาดอาหารไทยของซิตี้แอลเอ






<<Back    Go to Miscellanous


views[5997]    

All contents
องค์กรช่วยเหลือสังคม ACORN
อพยพชาวซานดิเอโก้ครั้งใหญ่
14 ตุลารำลึก
ชมเรือนหอ 40 ล้าน ‘บอล’รับขวัญ ‘นาตาลี’
เที่ยวบินมรณะ ตายกว่า88 !!
ลือสะพัด "ทนายนพดล" สละโสด "อ้อเล็ก"?
เหยื่อกาม’ธีรพล’เปิดใจ ขอให้เขาทุกข์เหมือนฉัน
ยามเฝ้าแผ่นดิน
ผลสำรวจโดยรัฐบาลระบุเด็กเอเชียฉลาด และประสบความสำเร็จในการเรียนสูงกว่าชาติอื่น
เมืองนิวเฮฟเว่นสวนกระแส ออก”ไอดีโรบินฮูด”ให้ชาวเมือง
กฎหมายหย่าร้าง
“ดรีมแอ็กท์-ช่วยเด็กต่างชาติให้ได้รับสถานภาพที่ถูกกฎหมาย”
ทำใบเขียวคนครัวภายในหนึ่งปี
‘บุช’ยังดันกฎหมายอิมมิเกรชั่นสุดฤทธิ์
ปรับราคาใบเขียวและเปลี่ยนสัญชาติ
*ร่างกฎหมายปฏิรูปอิมมิเกรชั่น*
ประกาศแล้ว!! วีซ่าบูเลทินเดือน “มิถุนายน”
เส้นตายของการยื่นวีซ่า H-1B สำหรับปี 2007 - 2008
การรักษาสถานะกรีนการ์ด* (Maintaining Status as a Green Card Holder)
โอกาสรอบสองของ”โรบินฮูด”


Tell your friend   Make us your Homepage
  Home  | Today News | Web-Board | Sponsor | News | Menu Links | Miscellanous



thaibusinesscenter.net
Copyright (C) 2000-2006 All Rights Reserved