รวยและสวยได้ด้วยJeunesse
รวยและสวยได้ด้วยJeunesse

        Home   Today News   Web-Board    Sponsor   News   Miscellanous          


 บริษัท vShip4U อเมริกา
 Realtime World-Clock
 Hatinh Tour
 Mega Million Jackpot $326M
 Mega Million Jackpot $355M
 $1.5B Powerball Winner
 PowerBall $590M winner
 Thai lottery Result-Chk
 BellAir Shuttle
 ราคาประเมินที่ดิน, คอนโด
 Anniversary Maephim Group
 Thai Restaurant in Blaine, Washington
 Warehouse Asia
 Yahoo Greeting
 Thai-YellowPage USA
 Thai Tel-Search ToT
 US PersonSearch
 CountryCode Search
 USA Advance Search
 SnapFish Photo Album
 ShutterFly Photo Album
 PhotoBucket Album
 Job DB
 อีเมลล์ Yahoo Mail
 อีเมลล์ Hotmail
 Currency Exchange Rate
 WorldExchangeRate
 Paypal ส่งเงินทั่วโลก
 US Bank
 President Choice MC
 KEY-Bank
 Chase Canada
 Bank Of America
 Citi-Bank
 Bank of America
 OptionsMasterCard
 Capital One Bank
 BMO Bank
 TD Bank
 CIBC Bank
 Bangkok Bank LogIn
 Kasikorn Bank
 Amazon
 Thai LA.net
 US CIS
 American VISA
 Safety-Technology KU
 Thai Council of Prof-Engineer
 APEC Assessment
 APEC Engineers Manual
 ToastMaster Division-J
 Vancouver Business Network
 เวป Used Market
 Classified Page
 WorldMostClassified
 Unitel Lao
 I-Smart Engineering
 เวป Pantip มาร์เก็ต
 Canada -Kijiji
 Pattaya Classified
 Savan Park
 Vancouver Used
 คนไทยใน Sydney, Australia
 Classified Singapore
 S'pore Classified Website
 ศูนย์รวมComputor&Part
 Today in History TV
 Internet TV (1,000 Ch.)
 CNN-HeadLine
 Siam Media USA
 SIAM Town USA
 Thai in WA
 Rujirat News
 Thai-TV Nation Channel
 ฟัง "สนธิ" Click ที่นี่
 ManagerMultimedia
 Doo ThaiTV
 HotTV LeeNa Jang
 Watch ASTV now
 See San TV
 Thai TV Online
 Radio Online
 International Dictionary
 Fun with Science
 Astronomy Games
 Math Racing Games
 วิชาการดอทคอม
 Countries Study Index
 Job Canada
 Canada Gov-Job
 Job DB
 Job Monster
 Career Click
 Job in USA
 JobSet
 M & A Group
 US Lottery Visa 2006
 About 1CellNet "Voice"
 ชำระเงินPay Online
 USA Lotto Visa


Miscellanous

เมืองนิวเฮฟเว่นสวนกระแส ออก”ไอดีโรบินฮูด”ให้ชาวเมือง














w260ข่าวใหญ่!!!

ทันทีที่แอลเอพีดี ออกแถลงข่าวเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ระบุถึงการจับกุมตัวนายเฉลิมชัย นพไธสง หรือ “หนุ่มวัดไทย” อาสาสมัครของวัดไทย ลอส แอนเจลิส ในข้อหาถ่ายภาพเชิงอนาจารเด็กหญิงวัย 7 ขวบ นักเรียนภาคฤดูร้อนของโรงเรียนพุทธศาสนาวัดไทยฯ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมนั้น ทำให้สถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นแทบทุกช่อง ได้เสนอข่าวนี้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน เช่นสถานี ซีบีเอส (ช่องสอง) เค-ซีแอลเอ (ช่องเก้า) และเอบีซี (ช่องเจ็ด) ซึ่งไปปักหลักรายงานข่าวที่วัดไทยเกือบตลอดทั้งวัน โดยเอกสารของแอลเอพีดี ระบุว่า การสอบสวนทำให้ทราบว่านายเฉลิมชัย ได้ล่วงเกินเด็กนักเรียนอย่างน้อยเจ็ดคน อายุระหว่าง 4-7 ปี ขณะนี้ถูกคุมตัวด้วยข้อหากระทำอนาจารผู้เยาว์ เงินประกันสูงถึง 9 ล้านดอลลาร์ โดยขณะนี้ ยังไม่ทราบว่าเหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นในโรงเรียนพุทธศาสนาวัดไทยฯ และกำลังเป็นข่าวใหญ่ของอเมริกานี้ จะมีผลกระทบอย่างไรกับโรงเรียน หรือวัดไทยหรือไม่ (ไทยทาวน์ยูเอสเอนิวส์)













กลุ่มต่อต้านและกลุ่มสนับสนุนแนวคิดเรื่องการทำบัตรประจำตัวประชาชนของเทศบาลเมืองนิวเฮฟเว่น รัฐคอนเน็กติกัตต เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา

เมืองนิวเฮฟเว่นสวนกระแส ออก”ไอดีโรบินฮูด”ให้ชาวเมือง

นิวเฮฟเว่น, คอนเน็กติกัต (เอพี) : เมืองน้อยในรัฐคอนเน็กติกัต แหวกกระแสต้านอิมมิแกรนท์ ออกบัตรประจำตัวโรบินฮูด หรือ municipal identification card ให้โรบินฮูดใช้แทนบัตรประชาชน นายกเทศมนตรีบอกเป็นการช่วยดึงผู้เข้าเมืองผิดกฎหมายออกจากมุมมืด และสามารถใช้บริการสาธารณะต่างๆ ได้ ด้านบัตรแสดงตัวคนไทย ไอเดียของอดีตทูตกษิต ภิรมย์ และอดีตกงสุลใหญ่แอลเอ อิสินธร สอนไว ยังเงียบฉี่

เอพีรายงานข่าวการกระทำที่ถือว่าฝืนกระแสของเมืองนิวเฮฟเว่น รัฐคอนเน็กติกัต เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม โดยระบุว่านับจากต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้เข้าคิวยาวเหยียดเพื่อขอบัตรแสดงตัวของเทศบาล หรือ Municipal ID Card ที่ทางเทศบาลเมืองนิวเฮฟเว่น ออกให้กับผู้อยู่อย่างผิดกฎหมาย โดยบัตรดังกล่าวออกให้เพื่อที่ผู้อาศัยในเมืองนิวเฮฟเว่นสามารถใช้เป็นบัตรประจำตัวชนิดนี้แทนบัตรที่ออกโดยรัฐบาลกลาง เช่นบัตรประจำตัวประชาชน หรือใบขับขี่ ในการทำธุรกรรมต่างๆ เช่นเปิดบัญชีธนาคาร หรือขอรับบริการสาธารณะอื่นๆ โดยข่าวระบุด้วยว่า หากไม่สามารถเปิดบัญชีธนาคารได้ ผู้อยู่อย่างผิดกฎหมายต้องเก็บเงินสดไว้กับตัวเป็นจำนวนมาก จึงเสี่ยงอันตราย เพราะเป็นเป้าหมายของการจี้ปล้นอยู่เสมอ

ข่าวระบุว่า เมืองนิวเฮฟเว่น มีประชากร 125,000 คน โดยเป็นผู้เข้าเมืองโดยผิดกฎหมายประมาณ 12,000 คน โดย จอห์น ดีสเตนฟาโน่ นายกเทศมนตรีของนิวเฮฟเว่นกล่าวว่า การออกบัตรแสดงตัวของเทศบาลดังกล่าวนี้ เป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับชุมชน “คุณจะไม่สามารถรักษาความปลอดภัยได้ในชุมชน หากชุมชนไม่ยอมพูดกับตำรวจ” เขากล่าว

นายกเทศมนตรีกล่าวด้วยว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีบุช ล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาต่าๆ ที่เกี่ยวกับกับระบบอิมมิเกรชั่นของประเทศ เป็นการบีบบังคับให้แต่ละเมืองต้องดูแลแก้ไขปัญหากันเอง และวิธีแก้ไขปัญหาของเมืองนิวเฮฟเว่นก็คือการยอมรับคนที่อยู่ที่นี้แล้วเท่านั้นเอง

“ผมคิดว่า เรากำลังทำบางอย่างที่มีเหตุผลสำหรับเมืองนิวเฮฟเว่น แสดงสปิริตของเราโดยการดูแลซึ่งกันและกัน มากกว่าการโบกธงชาติอเมริกัน”

เรย์ ซานเชส แรงงานวัย 36 ปี ซึ่งมาเข้าแถวขอทำบัตรประจำตัวของเทศบาลที่ซิตี้ฮอลล์ ร่วมกับผู้เข้าเมืองผิดกฎหมายอีกกว่าร้อยคน กล่าวกับเอพีว่า บัตรประจำตัวดังกล่าวจะทำให้เขาเป็นสมาชิกของห้องสมุด ให้บริการธนาคาร และเรียนภาษาอังกฤษ อีกทั้งทำให้เขารู้สึกปลอดภัยมากขึ้นด้วย

“เราจำเป็นต้องส่งเงินกลับไปบ้าน สำหรับผม ผมรู้สึกดีขึ้น เพราะถ้าตำรวจจับผม ผมมีบัตรประจำตัวแล้ว” ซานเชสกล่าว

ข่าวระบุด้วยว่า ท่าทีของเทศบาลเมืองนิวเฮฟเว่นในเรื่องนี้ ได้รับการต่อต้านและคัดค้านจากบางกลุ่ม มีการถือป้ายประท้วงที่บริเวณหน้าซิตี้ฮอลล์ด้วย โดยบางป้ายมีข้อความว่า “พวกคุณกำลังโกงคนที่เข้าคิวรอทำวีซ่าเข้าประเทศอย่างถูกต้อง”

บ๊อบ ลูเซียนี่ ครูจากเมืองวูดบริดจ์ หนึ่งในผู้ชุมนุมประท้วง กล่าวว่า เขาห่วงว่าจะมีเมืองอื่นๆ จะกระทำตามเมืองนิวเฮฟเว่น และจะกลายเป็นการส่งเสริมให้ผู้คนกระทำผิดกฎหมาย โดยการหลบหนีเข้าเมืองมากขึ้น

“ผมคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้คือสิ่งที่ผิดกฎหมายอย่างสิ้นเชิง ถ้าเราไม่ทำตามกฎหมาย บ้านเมืองก็สับสนอลหม่านแน่นอน” ครูหนุ่มกล่าว

เอพีระบุด้วยว่า แนวคิดเรื่องการออกบัตรประจำตัวสำหรับผู้อยู่อย่างผิดกฎหมายในเขตเทศบาลเมืองนิวเฮฟเว่นนี้ เป็นแนวคิดที่สวนกระแสกับเมืองอื่นๆ อีกมากกว่า 90 แห่งทั่วประเทศ ที่ได้ผ่านเทศบัญญัติฉบับต่างๆ เพื่อให้ผู้อยู่อย่างผิดกฎหมาย ดำรงชีวิตอย่างลำบากยิ่งขึ้น เช่นห้ามไม่ให้เจ้าของบ้านเช่าหรืออพาร์ทเมนท์ ให้ผู้อยู่อย่างผิดกฎหมายเข้าพักอาศัย เอาผิดสถานหนักกับนายจ้างที่รับคนงานที่อยู่อย่างผิดกฎหมาย ทั้งลงโทษด้วยข้อหาอาญาและการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการ รวมถึงพยายามให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ทั้งตำรวจและเชอรีฟ ทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นควบคู่ไปด้วย เป็นต้น

บัตรประจำตัวของเทศบาลนิวเฮฟเว่นนี้ ข่าวระบุว่าผู้ยื่นขอทำบัตรจะเสียค่าธรรมเนียม 10 ดอลลาร์ ส่วนเด็กจะเสียเพียง 5 ดอลลาร์เท่านั้น

เอพีระบุด้วยว่า หลังจากที่มีการอนุมัติให้ทำบัตรประจำตัวของเทศบาลดังกล่าวไม่นาน เจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่น ได้บุกแหล่งงานต่างๆ ในเมืองแห่งนี้ และจับกุมตัวผู้เข้าเมืองโดยผิดกฎหมายได้กว่า 30 คน โดยเจ้าหน้าที่ของซิตี้กล่าวว่า เป็นปฏิบัติการในลักษณะของการ “แก้เผ็ด” แต่หน่วยงานอิมมิเกรชั่นปฏิเสธ โดยกล่าวว่าเป็นปฏิบัติการบุกจับกุมตามปกติ ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับการออกบัตรประจำตัวผู้อยู่อย่างผิดกฎหมายของเทศบาลแต่อย่างใด

“ICE (Immigration and Customs Enforcement)ได้รับคำสั่งจากคองเกรส ในการบังคับใช้กฎหมายอิมมิเกรชั่นและศุลกากรอย่างกว้างขวาง และเราจะบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวอย่างเข้มงวด ทั้งในคอนเน็กติกัต และทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา” หน่วยงานอิมมิเกรชั่นระบุในแถลงการณ์

จอห์น ดีสเตนฟาโน่ นายกเทศมนตรีของนิวเฮฟเว่น กล่าวว่า การบุกจับกุมตัวผู้อยู่อย่างผิดกฎหมายดังกล่าว เป็นผลให้ส่วนหนึ่งไม่กล้ามายื่นขอทำบัตรที่ซิตี้ฮอลล์ แต่ตนเชื่อว่าจะไม่เป็นปัญหากับคนส่วนใหญ่

เอพีระบุด้วยว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม มีผู้ยื่นแบบฟอร์มขอทำบัตรประจำตัวของเทศบาลกว่า 50 ราย โดย ซาราฮิ อัลมอนเต้ ทนายความของกลุ่ม ฮวนต้า ฟอร์ โปรเกรซซีฟ แอ๊คชั่น ซึ่งเป็นองค์กรช่วยเหลือด้านกฎหมายแก่ผู้ด้อยโอกาสในเมืองนิวเฮฟเว่น กล่าวว่า เป็นเพราะผลประโยชน์ที่ได้รับจากบัตรประจำตัวดังกล่าว สามารถลบล้างความกลัวของผู้อยู่อย่างผิดกฎหมายได้อย่างสิ้นเชิง

ทั้งนี้ แนวคิดเรื่องการออกบัตรประจำตัวให้กับผู้อยู่อย่างผิดกฎหมายนี้ ไม่ใช่ของใหม่สำหรับชาวแม็กซิกัน ในอเมริกา เพราะสถานทูตและสถานกงสุลแม็กซิกัน 45 แห่งทั่วประเทศ ได้ออกบัตรแสดงตัวให้กับพลเมืองแม็กซิกัน หรือ “มาทริคูล่าร์ คอนซูลาร์” ให้ผู้อยู่อย่างผิดกฎหมายใช้แสดงตัวมาระยะหนึ่งแล้ว โดยข้อมูลจากสถานทูตแม็กซิโกบอกว่า ในปี 2004  มีการออกบัตรมาทริคูล่าร์ คอนซูลาร์ ให้กับชาวเม็กซิกันในสหรัฐฯ กว่า 1.04 ล้านใบ ซึ่งบัครดังกล่าว แม้จะไม่ใช่บัตรแสดงสถานภาพการอยู่ในประเทศของผู้ถือ แต่เป็นที่ยอมรับของหน่วยงานของรัฐบาลส่วนใหญ่ รวมถึงองค์กรธุรกิจต่างๆ เช่นสามารถใช้เบิดบัญชี หรือขอบัตรเครดิตจากธนาคาร ขอบัตรเครดิตจากห้างสรรพสินค้า ทำบัตรห้องสมุด รวมทั้งใช้เป็นหลักฐานแสดงตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย

          นอกจากนี้ แนวคิดเรื่องการออกบัตรประจำตัวให้กับพลเมืองของตน โดยสถานทูตฯ และสถานกงสุลฯ นี้ เคยได้รับการผลักดันในชุมชนไทยมาแล้วโดยอดีตเอกอัคราชทูตไทยฯ นายกษิต ภิรมย์ และอดีตกงสุลใหญ่ประจำนครลอส แอนเจลิส นายอิสินธร สอนไว แต่เรื่องยังไม่มีความคืบหน้า เพราะถือเป็นเรื่องใหม่ เกี่ยวโยงกับหลายกระทรวง คือทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการต่างประเทศ และสภาความมั่นคงฯ

โดยนายกษิต ภิรมย์ เคยให้สัมภาษณ์ไทยทาวน์ฯ ถึงเรื่องนี้เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2005 ว่า หลังจากที่ได้ศึกษาดูงานกับสถานทูตและสถานกงสุลแม็กซิกันในสหรัฐฯ แล้ว เห็นว่าบัตรประจำตัวดังล่าวมีประโยชน์กับทุกฝ่าย “ในแง่ของรัฐบาลสหรัฐฯ ก็ได้ประโยชน์ในการไอดีคนที่อยู่ในประเทศนี้ ถ้าจะพูดในแง่การรักษาความมั่นคง เขาพิจารณาแล้วเห็นว่าดีกว่าปล่อยให้เดินกันเพ่นพ่านโดยที่ไม่มีหลักฐานชี้ตัวอะไรเลย และว่ายอมให้ผู้อยู่อย่างผิดกฎหมาย โดยเฉพาะชาวเม็กซิกันโอนเงินกลับประเทศผ่านระบบธนาคาร แทนการโอนเงินนอกระบบอย่างที่เป็นอยู่ ถือเป็นผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมูลค่ามหาศาล”.











"แม้ว"แง้มหัวใจ-แจง สาว"ลีเดีย" แค่เพื่อนซี้ต่างวัย

พาร้องโอเกะ-ตีกอล์ฟ ชมเปาะนักร้องสาวโจ๋ "ผู้หญิงเก่ง-เป็นเด็กดี" ตรงสเป๊ก"สะใภ้ในฝัน"




 


"แม้ว"แง้มหัวใจ-แจง สาว"ลีเดีย" แค่เพื่อนซี้ต่างวัย
เพื่อนซี้- ภาพถ่ายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร คู่กับนักร้องสาว "ลีเดีย"ศรัณย์รัชต์ วิสุทธิธาดา ที่ปรากฏในพ็อกเกตบุ๊กทักษิณแวร์อาร์ยู ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณเปิดใจว่าลีเดียเป็นแค่เพื่อนซี้ต่างวัย สนิทกันมากช่วงที่ใช้ชีวิตในต่างประเทศ

เปิดช่วงชีวิต"ทักษิณ อิน ลอนดอน "หลังถูกทหารปฏิวัติ "แม้ว"เปิดโอกาสให้นักข่าวทีวีทหารสัมภาษณ์ละเอียดยิบ ระบุตกทุกข์ในต่างแดนได้นักร้องสาว"ลีเดีย"เป็นเพื่อนซี้ต่างวัย ทั้งออกรอบตีกอล์ฟ และร้องคาราโอเกะ ชมฝีมือกอล์ฟเข้าขั้นโปร เผยเคยหิ้วก๋วยเตี๋ยวเจ้าประจำในเมืองไทยไปฝากถึงลอนดอน ยอมรับเคยเชียร์ให้พานทองแท้จีบ แต่"โอ๊ค"อ้างเป็นเพื่อนสนิทกันมากจนไม่คิดจะจีบมาเป็นเพื่อน แถมยกให้เป็นลูกสาวอีกคนด้วย องค์กรสิทธิมนุษยชนยื่นผู้บริหารพรีเมียร์ลีกต้านทักษิณเป็นเจ้าของสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ อ้างละเมิดสิทธิมนุษยชนช่วงทำสงครามยาเสพติด

เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯและอดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ที่พ้นจากอำนาจหลังรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549 และพำนักที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ได้เปิดโอกาสให้ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์จากประเทศไทย เข้าสัมภาษณ์พิเศษ และได้จัดพิมพ์เป็นหนังสือพ็อกเกตบุ๊กวางจำหน่ายในประเทศไทย ในชื่อ"ทักษิณ WHERE ARE YOU? ชีวิตหลังปฏิวัติ"

หนังสือดังกล่าว ได้เปิดเผยถึงรายละเอียดการใช้ชีวิตในอังกฤษ และเบื้องหลังของเหตุการณ์ต่างๆ โดยตอนหนึ่ง ได้กล่าวถึงข่าวที่มีนักร้องสาว ลีเดีย-ศรัณย์รัชต์ วิสุทธิธาดา เดินทางมาเยี่ยมที่ประเทศอังกฤษว่าพ่อของลีเดียรู้จักกับนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล และในช่วงที่พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่อเมริกา ในคืนก่อนการปฏิวัติ ครอบครัวของลีเดีย มานั่งกินข้าวอยู่ด้วยและอยู่ในช่วงเกิดปฏิวัติ จึงเหมือนอยู่ในช่วงลำบากด้วยกัน

พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่าฝีมือตีกอล์ฟของลีเดียนั้นร้ายกาจเข้าขั้นโปรทีเดียว เพราะเป็นลูกสาวเจ้าของสนามกอล์ฟ เป็นทั้งเพื่อนตีกอล์ฟ เพื่อนร้องคาราโอเกะ จึงกลายเป็นคู่ซี้ต่างวัยกันได้ไม่ยาก แต่ไม่ได้สนิทสนมเฉพาะลีเดียเท่านั้นยังสนิททั้งพ่อ แม่ และน้องสาวคือดิ๊กกี้ ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณ ยังบอกด้วยว่าเมื่อคราวไปเที่ยวมัลดีฟ ลีเดียยังไปดำน้ำด้วยกัน แถมเวลาบินมาจากเมืองไทย จะเดินถือถุงก๋วยเตี๋ยวเจ้าประจำมาฝากด้วย สำหรับลีเดีย สนิทกับโอ๊คและอุ๊งอิ๊ง(แพทองธาร) ถึงขั้นโทรศัพท์นัดกันบินมาเยี่ยมพ.ต.ท.ทักษิณ ที่ต่างประเทศบ่อยๆ ซึ่งพอถามว่าลุ้นอยากให้ลีเดียเป็นแฟนโอ๊คหรือเปล่า ก็ได้รับคำตอบว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเด็กๆเพราะเขาเป็นคนที่ไม่ค่อยบังคับใจลูกในเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว

นอกจากนี้ ยังมีคำให้สัมภาษณ์ของโอ๊ค-พานทองแท้ ชินวัตร ลูกชายเล่าถึงความสนิทสนมระหว่างพ.ต.ท.ทักษิณกับลีเดียว่า ปกติพ.ต.ท.ทักษิณ จะสนิทกับคนยาก แต่ลีเดียเขาเป็นเด็กดี เหมือนเขาจะดูแลพ่อ คอยถามว่าพ่อจะเอาอะไรไหมคะ ส่วนเรื่องลีเดียว่าพ่อเชียร์ให้จีบหรือไม่ โอ๊คก็บอกว่าเป็นเด็กดี ฉลาด เป็นลูกรักของพ่อคนหนึ่ง แต่ให้จีบเป็นแฟคนคงไม่ได้ เพราะซี้กันมาก เหมือนพี่น้อง นอกจากนี้ลีเดียยังเคยไปเที่ยวญี่ปุ่นกับพ.ต.ท.ทักษิณ โอ๊คและคุณแม่ของลีเดียด้วย ส่วนค่าใช้จ่ายนั้นก็มีทั้งครอบครัวลีเดียออกเอง และที่พ.ต.ท.ทักษิณ ออกให้ ซึ่งตอนนั้นลีเดียจะออกเทปชุดใหม่คืออัลบั้ม Inside Out พ.ต.ท.ทักษิณจึงชวนลีเดียไปซื้อเสื้อผ้าที่ฮาราจูกุ ซึ่งก็ช่วยเลือกให้เหมือนกัน และยอมรับว่าเคยซื้อเสื้อผ้าให้ลีเดียด้วย


เพื่อนต่างวัย- ภาพถ่ายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายพานทองแท้ ลูกชาย และนักร้องสาว "ลีเดีย"ศรัณย์รัชต์ วิสุทธิธาดา ที่ปรากฏในพ็อกเกตบุ๊กทักษิณแวร์อาร์ยู ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณเปิดใจว่าลีเดียเป็นเพื่อนซี้ต่างวัย สนิทกันมากในช่วงอยู่ต่างประเทศ



ด้านร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต ผู้เขียนหนังสือเล่มดังกล่าว และเป็นผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ช่อง 5 ปัจจุบันย้ายเป็นนายทหารประจำกองทัพบก เปิดเผย "ข่าวสด" ถึงจุดมุ่งหมายในการเขียนหนังสือเล่มนี้ว่า ไม่ได้ทำเพื่อเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ทำหนังสือด้วยเจตนาบริสุทธิ์ ไม่ได้เล่นการเมืองหรือต้องการโจมตีใคร เพราะตอนที่ตัดสินใจเดินทางไปอังกฤษนั้น ถ้าเป็นนักข่าวคนอื่นก็คงตัดสินใจเช่นเดียวกัน ในเมื่อเรามีโอกาสแล้วปล่อยโอกาสนั้นไป คงรู้สึกเสียใจไปตลอดชีวิต

ร.ท.หญิงสุณิสา กล่าวว่า ตอนแรกทราบจากนายนพดล ปัทมะ ทนายความตระกูลชินวัตรว่าจะเชิญนักข่าวไปทำข่าวพ.ต.ท.ทักษิณที่ประเทศอังกฤษ ก็สนใจและอยากไป ซึ่งได้ติดต่อนายนพดลไปบอกว่าอยากทำพ็อกเกตบุ๊ก แต่สุดท้ายก็เงียบ ไม่ได้รับการติดต่อกลับ แต่ในช่วงนั้นคดียุบพรรคใกล้จะตัดสินแล้ว จึงตัดสินใจเดินทางไปเอง สืบจนแน่ใจว่าพ.ต.ท.ทักษิณ พักอยู่ที่ไหน จากนั้นไปขอวีซ่า จองตั๋ว เดินทางไปเมื่อกลางดึกวันที่ 29 พ.ค. เมื่อไปถึงสนามบินฮีทโทรว์ตอนหกโมงเช้า จึงต่อรถเมล์เข้าไปในเมือง ระหว่างทางพยายามมองหาบ้าน จนกระทั่งเห็น โอ๊ค นายพานทองแท้ ชินวัตร ยืนอยู่ จึงรีบลงจากรถเมล์ แต่พอเดินไปถึงหน้าบ้านดังกล่าว โอ๊ค หายไปแล้ว แต่แน่ใจว่าบ้านอยู่ในนี้ จึงเข้าไปติดต่อที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์โดยแจ้งว่ามาพบพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนักข่าวพ็อกเกตบุ๊ก แต่ไม่ได้พบโดยขอเบอร์แล้วบอกว่าจะโทร.กลับ

ร.ท.หญิงสุณิสา กล่าวต่อว่า จากนั้นจึงไปหาที่พักก่อนจะกลับมาในวันรุ่งขึ้น โดยไปยืนหลบอยู่ตรงเสาโรงแรมซึ่งอยู่ข้างๆกับอพาร์ตเมนต์ดังกล่าว ช่วงนั้นก็พยายามเช็กข่าวจากเมืองไทยว่าเป็นอย่างไรบ้าง ระหว่างที่ยืนหลบอยู่นั้นเห็นรถตู้สีขาวมาจอดซึ่งมองไปก็จำคนติดตามที่ฝากเบอร์โทรศัพท์ไว้ได้และเห็นพ.ต.ท.ทักษิณ จึงคว้ากล้องวิ่งออกไป พอถึงตัวก็บอกว่าเป็นนักข่าวจากเมืองไทย จะขอสัมภาษณ์ทำพ็อกเกตบุ๊ก แต่พ.ต.ท.ทักษิณ บอกว่าอย่าเลย ขี้เกียจวุ่นวาย เพิ่งมีเรื่องยุบพรรค ไม่อยากให้สัมภาษณ์ใคร ตนได้ยินถึงกับร้องไห้ พยายามพูดหว่านล้อมกระทั่งพ.ต.ท.ทักษิณยอม โดยบอกพรุ่งนี้แล้วกันและให้นัดกับผู้ช่วย แต่หลังจากรอโทรศัพท์จากผู้ช่วยก็ไม่ยอมติดต่อมา

ร.ท.หญิงสุณิสา กล่าวว่า ตนจึงไปดักรออีกเป็นวันที่ 3 พอเจอหน้าพ.ต.ท.ทักษิณ ก็บอกว่าลืมไปเลย ก่อนจะนัดให้มาในวันเสาร์ที่ 2 มิ.ย.ซึ่งก็คือวันรุ่งขึ้นในเวลาบ่ายสองโมง ซึ่งปรากฏว่าพอถึงวันนั้นก่อนเวลาประมาณ 11.00 น. มีโทรศัพท์จากคนติดตามมาบอกว่าบ่ายสองโมงอย่าลืมมาด้วย พอถึงเวลาตนได้เตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างทั้งกล้องวิดีโอ กล้องถ่ายภาพนิ่ง เมื่อพ.ต.ท.ทักษิณลงมาก็ได้แนะนำโอ๊ค บอกจะให้มาช่วยจัดแจงช่วยทำ แล้วกลับไปจะให้หานักเขียนมาช่วยแก้ไขให้ ซึ่งตอนเริ่มสัมภาษณ์ก็บอกว่าจะทำพ็อกเกตบุ๊กเกี่ยวกับชีวิตในต่างแดน แต่พูดไปพูดมาก็พยายามแทรกการเมือง

"ยอมรับการสัมภาษณ์ช่วงแรก พ.ต.ท.ทักษิณ ค่อนข้างระแวง พร้อมกับบอกว่าหากสิ่งที่พูดกันวันนี้หลุดไปเป็นข่าวก็จบ หนังสือก็เลิกไปเลย จากนั้นก็ให้สัมภาษณ์ถึงชีวิตหลังจากปฏิวัติแล้ว สถานการณ์ในตอนนั้น โทรศัพท์ถึงลูกเมียอย่างไร พ.ต.ท.ทักษิณ บอกด้วยว่า 10 เดือนที่ผ่านมานี้ไม่เคยให้ใคร ถือเป็นความลับของเขา" ร.ท.หญิงสุณิสา กล่าว

ร.ท.หญิงสุณิสา ยังเล่าด้วยว่า ช่วงสัมภาษณ์ครั้งแรก พ.ต.ท.ทักษิณไม่ค่อยอยากจะพูดเรื่องการเมืองนัก เพราะถามไปถามมาก็ตัดบทไม่ให้สัมภาษณ์หลังจากใช้เวลาอยู่นาน 2 ชั่วโมง แต่ยังไม่จบ ตนจึงติดต่อผ่านทางโอ๊ค ทำให้ต้องอยู่ที่อังกฤษนานกว่า 3 สัปดาห์ จนคิดว่าจะกลับเมืองไทยแล้ว โอ๊คบอกมาว่ารอพ่อกลับจากญี่ปุ่นก่อนแล้วจะให้สัมภาษณ์อีก ซึ่งช่วงนั้น คตส.สั่งอายัดทรัพย์พอดี ซึ่งตอนมาเจอกันครั้งที่ 2 ตนได้สัมภาษณ์ต่อจากพ.ต.ท.ทักษิณ พูดผ่านวีซีดีส่งมาให้ม็อบพีทีวีที่ท้องสนามหลวง

"น่าสังเกตว่าการให้สัมภาษณ์ครั้งสอง พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องการพูดถึงเรื่องการเมืองมากกว่าครั้งแรก และการให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ก็มีท่าที่เปลี่ยนไป จากครั้งแรกที่บอกชัดเจนว่าเลิกเล่นการเมืองแน่ ไม่รู้จะเล่นไปทำไมและเหมือนทำไจไว้แล้วว่าพรรคไทยรักไทยจะต้องถูกยุบ แต่พอสัมภาษณ์ครั้งที่ 2 หลังจากถูกอายัดทรัพย์แล้ว ก็ได้ใช้คำถามเดียวกันว่าแน่ใจหรือไม่ว่าจะไม่เล่นการเมืองอีกแล้ว แต่พ.ต.ท.ทักษิณ ตอบกลับมาว่า ผมจะไม่เล่นแล้ว ถ้าเขาไม่ทำอะไรผม หมาจนตรอกก็ต้องสู้ เมื่อเล่นงานกันทางการเมืองก็ต้องสู้กันด้วยการเมือง" ร.ท.หญิงสุณิสา เปิดเผย

ร.ท.หญิงสุณิสา กล่าวว่า หลังกลับมาจากอังกฤษ ก็ถูกผู้ใหญ่เรียกมาสอบถามว่าหายไปไหน เพราะลาไปถึง 3 สัปดาห์ ซึ่งตอนนั้นมาช่วยราชการเป็นผู้ประกาศอยู่ททบ.5 แต่ตนไม่ได้บอกว่าไปสัมภาษณ์พ.ต.ท.ทักษิณ ที่อังกฤษ จึงถูกสั่งย้ายไปประจำที่บก.ทบ. ซึ่งคิดว่ามันเป็นงานเขียนที่ไม่ได้สร้างความเสียหายให้ใคร ไม่ได้ทำให้กองทัพลำบากหรือไปเขียนเข้าข้างพ.ต.ท.ทักษิณ การทำหนังสือถือเป็นสิทธิของเรา หากกองทัพต้องการทำก็พร้อมทำให้

เมื่อถามว่าหากพล.อ.สนธิ เรียกไปสอบถามจะชี้แจงอย่างไร ร.ท.หญิงสุณิสา กล่าวว่า สิ่งที่ทำไม่เกี่ยวกับม็อบพีทีวีหรือพรรคไทยรักไทย ไม่ได้เป็นกระบอกเสียงให้พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นหนังสือบริสุทธิ์ ตนจึงพร้อมชี้แจงทุกอย่างเพราะเราไม่ได้ทำร้ายใครหรือทำอะไรที่ไม่ดี

เมื่อถามว่าคาดหวังกับหนังสือเล่มนี้อย่างไร ร.ท.หญิงสุณิสา กล่าวว่า อยากเป็นสื่อบอกเล่าเรื่องของคนๆหนึ่งที่เคยใช้ชีวิตอยู่จุดสูงสุดแล้วตกลงมาต่ำสุด เป็นแง่คิดให้กับคนอ่านว่าคนที่มีอำนาจ คิดว่าทำดีหรือไม่ดีนำไปสู่อะไรในชีวิตบ้าง ถือเป็นการเตือนและถ่ายทอดให้คนได้รู้จักเขามากขึ้น

" จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้คือ เราไปในวันที่ไม่มีใครได้พูดคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ และเรื่องที่ตื่นเต้นที่สุดก็คือความคิดของเขาที่มีต่อคมช. ต่อพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลินหรือนายสนธิ ลิ้มทองกุล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รวมทั้งพล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตรด้วย ซึ่งได้ถามไปว่าหากย้อนเวลากลับไปได้จะยังตั้งพล.อ.สนธิ เป็นผบ.ทบ.หรือไม่ เขาก็ตอบมาว่าผมเป็นคนมองไปข้างหน้า ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะพูดถึง แต่เมื่อเข้ามาตรงนี้แล้วก็ขอให้ทำให้ดี ยังคิดว่าพล.อ.สนธิ เป็นรุ่นพี่ มีความนับถือต่อกัน " ร.ท.หญิงสุณิสา กล่าวและว่า ตอนที่ถามพ.ต.ท.ทักษิณ ตอนที่เห็นลูกเมียขึ้นศาล พ.ต.ท.ทักษิณ ทำท่าคล้ายกลืนก้อนสะอื้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนังสือ "ทักษิณ WHERE ARE YOU? ชีวิตหลังปฏิวัติ" จัดพิมพ์จำนวน 3,000 เล่ม โดยสำนักพิมพ์นอกโลก ราคาเล่มละ 185 บาท โดยเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.

วันเดียวกัน สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า กลุ่มฮิวแมน ไรท์ ซึ่งเป็นกลุ่มพิทักษ์สิทธิมนุษยชนชั้นนำของสหรัฐ ได้ยื่นหนังสือถึงพรีเมียร์ลีก เพื่อเรียกร้องให้ทบทวนการอนุญาตให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย เป็นเจ้าของสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เนื่องจากพ.ต.ท.มีประวัติการละเมิดสิทธิมนุษยชน ด้วยการใช้นโยบายรุนแรงและนองเลือดในการแก้ปัญหายาเสพติดของไทย ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งเป็นผู้นำของไทยในช่วงปี 2001-2006 โดยกลุ่มเห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวงที่จะผ่านการตรวจสอบให้สามารถเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลในพรีเมียร์ลีกได้ และกลุ่มได้ทำหนังสือถึงผู้บริหารพรีเมียร์ลีก เพื่อสอบถามถึงขั้นตอนการตรวจสอบความเหมาะสมของพ.ต.ท.ทักษิณ ด้วย

ขณะเดียวกัน ด้านองค์กรนิรโทษกรรมสากล ของอังกฤษ ยังได้ร่วมแสดงความวิตกเช่นเดียวกับกลุ่ม"ฮิวแมนไรท์ วอช" โดยกลุ่มยังได้เสนอที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการใช้นโยบายรุนแรงในการแก้ปัญหายาเสพติด ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีของไทย ทั้งนี้ ข้อมูลของกลุ่มระบุว่าพ.ต.ท.ทักษิณได้เป็นผู้นำในการดำเนินนโยบายสงครามกวาดล้างยาเสพติด เมื่อปี 2003 ที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 2,500 ราย เพียงช่วงระยะเวลาสามเดือน และยังได้สั่งการให้กองทัพใช้วิธีการทุกรูปแบบในการกวาดล้างกลุ่มแยกดินแดนในจังหวัดภาคใต้ด้วย

อย่างไรก็ตาม ด้านนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้กล่าวให้สัมภาษณ์ตอบโต้ว่า ข้อกล่าวหาของกลุ่มฮิวแมน ไรท์ กลุ่มองค์การนิรโทษกรรมสากล เป็นเรื่องไร้มูลความจริง โดยที่ผ่านมา ยังไม่ปรากฏว่าเคยมีการแสดงหลักฐานที่ชัดเจนในเรื่องดังกล่าวต่อพ.ต.ท.ทักษิณ หรือมีการฟ้องร้องใดๆ ต่อเขา ทั้งจากกลุ่มสิทธิมนุษยชน หรือกลุ่มพลเรือนใดๆ

ทางด้านพรีเมียร์ ลีก ออกมากล่าวปกป้องการตัดสินใจอนุญาตให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เข้ามาเทกโอเวอร์สโมสรแมนฯซิตี้ หลังองค์กรสิทธิมนุษยชนออกมาเคลื่อนไหว แสดงความเห็นว่าอดีตนายกรัฐมนตรีของไทยมีคุณสมบัติไม่เหมาะสมที่จะเข้าบริหารทีม "เรือใบสีฟ้า"

ลีกผู้ดีแถลงการณ์ยืนยันว่าได้รับจดหมายสอบถามจากองค์กรสิทธิมนุษยชน แต่ข้อกล่าวหาเกิดขึ้นที่เมืองไทย ไม่เกี่ยวกับกฎหมายอังกฤษ และประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนก็ไม่เกี่ยวกับการซื้อสโมสรแมนฯซิตี้ แต่หากเป็นเรื่องการบริหารจัดการ ทางพรีเมียร์ลีก จะให้ความสำคัญอย่างเต็มที่



"หมวดเจี๊ยบ" ระทวย คตส.สบช่อง สอบโยงพ็อกเก็ต"แม้ว"

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ร.ท.สุนิสา เลิศภควัตร ผู้เขียนหนังสือ “ทักษิณ Where are you ?”

คตส.อายัด ซ้ำ “บรรณพจน์” 200 ล้านบาท เมิน“ยุทธพงศ์” เสนอ ปลดประธานอนุไต่สวนดับเพลิง ซัด แสดงความเห็นดูหมิ่น ก้าวร้าว ไม่สุจริตใจ พร้อมเปิดช่องอนุ คตส.เรียกหมวดเจี๊ยบ สอบหาหลักฐานมัด “แม้ว” สั่งเอาคืนแก๊งหญิงอ้อ ฟ้องกองปราบฯ ฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงาน
       
       วันนี้ (6 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ( คตส.) เพื่อพิจารณาความคืบหน้าโครงการต่างที่อยู่ในความรับผิดชอบของ คตส.
ภายหลังการประชุม นาย สัก กอแสงเรือง โฆษก คตส. แถลงว่า คตส.มีมติอายัดเงินในบัญชีเงินฝากในธนาคารและสถานบันการเงินที่ครองครัว บุตร บริวาร ของพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ขายหุ้นบริษัท ชินคอเปอร์เรชั่น จำกัด (มหาชน) ให้แก่กลุ่มเทมาเสก เพิ่มเติม ครั้งที่ 10 วงเงิน 200 ล้านบาท ในชื่อของนาย บรรณพจน์ ดามาพงศ์ พี่ชายบุญธรรมคุณหญิง พจมาน ชินวัตร จำนวน 2 รายการในชื่อกองทุนเปิดรวงข้าวธนรัฐ 0208 บี เลขที่บัญชีกองทุน 099-5-04998-8 / 03 และเลขที่บัญชี 099-5-04998-8 / 04 กองทุนละ 100 ล้านบาท รวมเป็นจำนวน 200 ล้านบาท คตส.จึงขอให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทยจำกัดระงับการจำหน่ายถ่ายโอน หรือดำเนินธุรกรรมใดๆ เกี่ยวกับหน่วยลงทุน ตามคำสั่งดังกล่าวจนกว่าจะมีมติเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นและขอให้ส่งรายงานบัญชีรายละเอียดการฝาก-ถอนเงินในแต่ละบัญชีหรือหลักฐานทางการเงินที่เกี่ยว ข้องต่อคณะกรรมการตรวจสอบ
       
       นายสัก กล่าวต่อว่า ที่ประชุมได้หารือถึงหนังสือของ นาย ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร กรรมการบริหารพรรคพรรคประชาธิปัตย์ ที่ยื่นให้ คตส.พิจารณาเปลี่ยนตัวประธานอนุกรรมการไต่สวนกรณีการจัดซื้อรถ-เรือดับเพลิงเพราะอนุกรรมการไม่หยิบยกเรื่องการค้าต่างตอบแทนมาพิจารณา ไม่พิจารณาถึงบริษัทนายหน้าที่รับค่าตอบแทนในสัญญาการค้าต่างตอบแทนจึงขอให้นาย ประเสริฐ บุญศรี ประธานคณะอนุกรรมการรักษาศักดิ์ศรีด้วยการลาออก ไม่อย่างนั้น นาย นาม ยิ้มแย้ม ประธาน คตส. ในฐานะผู้แต่งตั้งจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ นายสักกล่าวว่า ที่ประชุมพิจารณาแล้วเห็นว่า อนุกรรมการไต่สวนได้ดำเนินการไต่สวนอยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป จึงยังไม่มีการแถลง คตส. เห็นว่า หนังสือของนายยุทธพงศ์ เป็นการแสดงความเห็น ไม่ใช่การแสดงความเห็นโดยสุจริต ก้าวร้าว ดูหมิ่น และแทรกแซงการปฏิบัติงานของ คตส. เพราะการมีหนังสือให้ถอดถอนบุคลากรของ คตส.ถือว่าไม่เหมาะสม
       
       อีกทั้งนายยุทธพงศ์ใช้ตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ จะเป็นการหาเสียงหรือไม่ และพรรคได้รับทราบรู้เห็นหรือไม่ เรื่องจากนายยุทธพงศ์ได้ใช้หัวหนังสือของพรรคประชาธิปัตย์และกระทำการในฐานะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ จึงคิดว่าพรรคประชาธิปัตย์น่าจะขอหนังสือจากนายยุทธพงศ์มาพิจารณาเพราะเป็นการกระทำในนามของพรรคประชาธิปัตย์ถือเป็นความรับผิดชอบของพรรค
       
       “นายประเสริฐ เป็นถึงอดีตข้าราชการตุลาการ มีประวัติรับราชการที่ทุ่มเทการทำงาน มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ในวงการตุลาการมาโยตลอด และมีความรับผิดชอบต่อการปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้น คตส. จึงขอให้มีการไต่สวนและให้ดำเนินการไต่สวนโดยอิสระต่อไป ซึ่งข้อมูลทั้งหมดที่นายยุทธพงศ์ส่งให้ คตส.ก็จะรับไว้ดำเนินการตรวจสอบและอนุกรรมการไต่สวนก็ได้มีการพิจารณาอยู่แล้ว” นายสัก กล่าว
       
       นายสัก กล่าวนอกจากนี้ นาย อำนวย ธันธรา กรรมการ คตส.ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการไต่สวน กรณีการจัดซื้อเครื่องซีทีเอ็กซ์ 9000 ในสนามบินสุวรรณภูมิ รายงานความคืบหน้าว่า ในวันที่ 7 ส.ค.จะเชิญผู้ถูกกล่าวหาชาวญี่ปุ่นมารับทราบข้อกล่าวหา นอกจากนี้คณะอนุกรรมการไต่สวนยังได้ส่งเอกสารให้กระทรวงการต่างประเทศให้แปลเป็นภาษาไทย พร้อมทั้งนาย นาม ประธาน คตส.ได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อขอให้ประสานไปยังกระทรวงการต่างประเทศ ให้เร่งแปลเอกสารดังกล่าวโดยเร็ว
       
       ผู้สื่อข่าวถามว่าแต่ล่าสุด นาย สวนิต คงสิริ รมช.ต่างประเทศเตรียมเสนอให้ คตส. จ้างผู้เชี่ยวชาญมาช่วยแปลเอกสารดังกล่าวเนื่องจากมีศัพท์เทคนิค มีเนื้อหาและรายละเอียดจำนวนมาก อาจเกิดความล่าช้า นายสัก กล่าวว่า คงไม่มีเหตุผลเพราะการแปลเอกสารเกี่ยวกับสัญญา ข้อกฎหมาย ต่าง ๆ ซึ่งขั้นตอนการแปลเอกสารต้องได้รับการยอมรับจากศาล โดยกระทรวงการต่างประเทศเป็นหน่วยงานรัฐที่ศาลให้การยอมรับ ในการแปลเอกสาร และสำนวนต่างๆ เมื่อเข้าสู่การพิจารณาคดี หากไปจ้างหน่วยงานอื่นหรือเอกชนแปลก็จะส่งผลของสำนวนโดยเฉพาะข้อความ หรือข้อมูลที่เป็นความลับเกี่ยวกับคดีอาจรั่วไหลได้ หากระทรวงการต่างประเทศแปลไม่ได้ ก็คงไม่มีใครแปลได้
       
       นายสัก กล่าวว่า นอกจากนี้ที่ประชุมได้มีการพูดถึงกรณี ร.ท. หญิง สุนิสา เลิศภควัตร ผู้เขียนหนังสือ “ทักษิณ Where are you ?” แต่ไม่ได้มีมติอะไร ซึ่งถ้าอนุกรรมการฯชุดใดต้องการข้อมูลข้อเท็จจริงก็สามารถตรวจสอบ หรือเชิญมาให้ข้อมูลได้ถือเป็นอิสระที่อนุกรรมการฯจะทำได้
       
       ด้านนาย อำนวย ธันธรา ประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนการจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิดซีทีเอ็กซ์ 9000 กล่าวว่า ยังไม่ได้รับหนังสือจากกระทรวงต่างประเทศในการที่จะไม่รับแปลเอกสารที่คตส.ส่งไปให้ หากได้รับจะนำเข้าพิจารณาที่ประชุมใหญ่ โดยส่วนตัวตนไม่ยังไม่ทราบจะทำอย่างไร เพราะเอกสารดังกล่าวทางสหรัฐระบุมาด้วยว่าเป็นความลับ ถ้าไปจ้างบริษัทเอกชนแปลก็เกรงว่าความลับจะรั่วไหล จึงต้องส่งให้คตส.พิจารณา
       
       แหล่งข่าวจากอนุกรรมการไต่สวนคดีซีทีเอ็กซ์ 9000 ของคตส.กล่าวว่าภายหลังจากอนุกรรมการได้ทราบมติคณะรัฐมนตรีที่เห็นชอบการต่ออายุให้กับนาย วุฒิพันธ์ วิชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณต่ออีกหนึ่งปี ทำให้อนุกรรมการบางส่วนไม่พอใจเพราะเห็นว่านายวุฒิพันธ์ได้ถูกคตส.ชี้มูลความผิดถึงสองคดีคือในคดีซีทีเอ็กซ์ 9000 ในฐานะอดีตบอร์ดทอท.ตั้งแต่รัฐบาลไทยรักไทย และปัจจุบันก็เป็นบอร์ดทอท.ด้วยและคดีหวยบนดิน 2 ตัว 3 ตัว ที่คตส.ได้กล่าวโทษนายวุฒิพันธ์ในฐานะอดีตบอร์ดสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล จึงทำให้กรรมการบางคนเตรียมจะแจ้งด้วยวาจาในเรื่องนี้กับตัวแทนของรัฐบาล เพราะเห็นว่าเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ไม่ถูกต้อง
       
       มีรายงานว่า ในวันที่7สิงหาคม คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.) ได้มอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)ในฐานะฝ่ายธุรการของคตส.เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนที่กองบังคับการตำรวจกองปราบปรามเพื่อให้ดำเนินคดีกับพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คุณหญิง พจมาน ภริยา และพวก รวม4คน ฐานดูหมิ่นคตส.ในฐานะเจ้าพนักงานจากกรณีที่ได้มอบอำนาจให้ทนายความมายื่นโนติสเพื่อไม่ขอให้ข้อมูลกับคตส.โดยมีข้อความบางส่วนที่เป็นการระบุว่าคตส.ได้ใช้อำนาจในการกลั่นแกล้งผู้ที่ถูกกล่าวหา
       
       “การยื่นโนติสนี้ผู้ที่ถูกกล่าวหามีสิทธิที่จะดำเนินการได้ เพื่อเป็นการชี้แจงในอรรถคดี แต่ไม่มีสิทธิที่จะมาตัดสินว่าคตส.ได้กระทำการกลั่นแกล้ง ดังนั้น คตส.ในฐานะเจ้าพนักงานจึงต้องใช้สิทธิในการแจ้งความดังกล่าว” แหล่งข่าวกล่าว




THAKSIN Shinawatra crooned "Blue Moon" to a crowd of 8,000 delirious Manchester City fans at a massive public party.

The club's new owner signalled his ambition by laying on the bash in Albert Square - complete with free food, a chance to meet new manager Sven Goran Eriksson and his team, and performances by some of Thailand's biggest musical stars.

But it was Dr Thaksin who stole the show by taking to the stage to join a rendition of the City anthem as the evening drew to a close.

Earlier he had said: "I feel very honoured









Manipulating The News
Manipulating The News
As Manchester City fans we must keep the faith and be not be too concerned over what recently appeared to be a Human Rights Watch attack on Thaksin Shinawatra. Although it was not the usual regurgitation of Military Junta nonsense, it was equally dishonest, in that it had been carefully cherry-picked from the Human Rights Watch Report 2007 by a highly paid professional activist trying to justify his existence.

The Human Rights Watch Report 2007 is available for anyone to read at HUMAN RIGHTS WATCH 2007. It is a huge document, and this is why the activist's comments become questionable.

References to Thailand make up only the tiniest part of the report, with the retrospective allegations made against Thaksin for his war on Thai drug dealers making up an even smaller part. What the charge amounts to is that Thaksin was too rough in his war on the drug dealers who were corrupting and destroying Thailand's children and youth.

The European Union itself is censured in the HRW report for its strong condemnation of the Military coup which ousted Thaksin's democratic government. The HRW report also censures the European Union for not once criticizing Thaksin throughout the period of Thaksin's five year democratic tenure. It also censures the EU for seeking a free trade agreement with Thaksin's democratic government.

Let's remember that the European Union is notably forthright in its condemnation of human rights violations across the World, and doesn't pull its punches. You could be certain that if the EU had found anything wrong with Thaksin's administration, it would have said so and acted without hesitation.


Like all organisations that conduct research and advocate action on human rights the Human Rights Watch has its imperfections and critics. But my intention here is not to criticise HRW, I have the utmost respect and admiration for the work they do around the World. My intention is rather to draw attention to the ways in which certain individuals and organisations seem to manipulate the news when it comes to the easy target that Manchester City Chairman Thaksin Shinawatra seems to present to the World.


Thaksin forms three-year plan

Chris Bailey
3/ 8/2007

THAKSIN Shinawatra, who just loves his City nickname `Frank Sinatra,' has set out his blueprint for success.

And just like the iconic crooner, the Thai billionaire, who has bankrolled the Blues in shelling out over £100m, says: "I'll do it my way."

City's new owner has set his sights on a top 10 Premiership place this season but accepts it will be 2010 before the club lands silverware.

Despite spending £40m so far this summer, new boss Sven-Goran Eriksson has been reluctant to declare his hand in terms of expectation and ambition.

But in an exclusive interview with MEN Sport, Shinawatra has revealed a three-year plan that has the top six on the agenda in the second season and silverware by the end of year three.

"This season I feel we should be able to finish in the top ten," declared the controversial former Thai Prime Minister. "The second season we should be aiming for the top six and qualifying for Europe.

"I accept that the first year is a learning curve but we should start to be successful by the third. That is what I would expect."

Shinawatra has been impressed with what he has seen so far from the former England chief, who was a surprise arrival to succeed Stuart Pearce as manager.

"I am pleased with what Sven has done," he declared. "He has set about reshaping the side and has handled both the existing players and the new ones very well. He has given everyone their chance.

"Sven has proved quite a draw when it comes to signing players. His name and reputation have proved valuable. I talk to him on the phone regularly and he keeps me informed of who he wants and what it will cost.

"There is more money to spend if he feels he needs it but we will not be held to ransom by other clubs. I am new to the industry but that doesn't mean I am naive. I am surrounded by good people who will make sure we get value for money."

Do you think City will finally land some silverware witn Sven at the helm? Have your say.







Club Directors and officials

Manchester City Football Club
City of Manchester Stadium
SportCity
Manchester M11 3FF

Telephone: 0870 062 1894
Email:
mcfc@mcfc.co.uk

chairman
Dr Thaksin Shinawatra

deputy chairman
John Wardle

chief executive
Alistair Mackintosh

directors

Bryan Bodek

Ms Pintongta Shinawatra

Mr Panthongtae Shinawatra

Mrs Sasin Monvoisin

life president
Sidney Rose


honorary presidents

  • Eric Alexander
  • Sir Howard Bernstein
  • Tony Book 
  • Raymond Donn
  • Michael Horwich
  • Ian Niven MBE
  • Keith Pinner
  • Tudor Thomas

general secretary
Bernard Halford

stadium & safety manager
Peter Fletcher

team manager 
Sven-Goran Eriksson

assistant manager
Hans Backe

reserve team manager
Kenny Jackett

goalkeeping coach
Eric Steele

head physio
Ally Beattie

fitness & conditioning coach
Stefano Marrone

conditioning coach
Jon Webb

<<Back    Go to Miscellanous


views[7704]    

All contents
องค์กรช่วยเหลือสังคม ACORN
อพยพชาวซานดิเอโก้ครั้งใหญ่
14 ตุลารำลึก
ชมเรือนหอ 40 ล้าน ‘บอล’รับขวัญ ‘นาตาลี’
เที่ยวบินมรณะ ตายกว่า88 !!
ลือสะพัด "ทนายนพดล" สละโสด "อ้อเล็ก"?
เหยื่อกาม’ธีรพล’เปิดใจ ขอให้เขาทุกข์เหมือนฉัน
ยามเฝ้าแผ่นดิน
ผลสำรวจโดยรัฐบาลระบุเด็กเอเชียฉลาด และประสบความสำเร็จในการเรียนสูงกว่าชาติอื่น
เมืองนิวเฮฟเว่นสวนกระแส ออก”ไอดีโรบินฮูด”ให้ชาวเมือง
กฎหมายหย่าร้าง
“ดรีมแอ็กท์-ช่วยเด็กต่างชาติให้ได้รับสถานภาพที่ถูกกฎหมาย”
ทำใบเขียวคนครัวภายในหนึ่งปี
‘บุช’ยังดันกฎหมายอิมมิเกรชั่นสุดฤทธิ์
ปรับราคาใบเขียวและเปลี่ยนสัญชาติ
*ร่างกฎหมายปฏิรูปอิมมิเกรชั่น*
ประกาศแล้ว!! วีซ่าบูเลทินเดือน “มิถุนายน”
เส้นตายของการยื่นวีซ่า H-1B สำหรับปี 2007 - 2008
การรักษาสถานะกรีนการ์ด* (Maintaining Status as a Green Card Holder)
โอกาสรอบสองของ”โรบินฮูด”


Tell your friend   Make us your Homepage
  Home  | Today News | Web-Board | Sponsor | News | Menu Links | Miscellanous



thaibusinesscenter.net
Copyright (C) 2000-2006 All Rights Reserved