รวยและสวยได้ด้วยJeunesse
รวยและสวยได้ด้วยJeunesse

เว็บสำเร็จรูป

        Home   Today News   Web-Board    Sponsor   News   Miscellanous          


 Realtime World-Clock
 American VISA
 Get one Family-Lawyer
 LegalShield LoginPage
 Growth Factor Stemcell
 Hatinh Tour
 Jeunesse Washington
 JN Orientation VDO
 Stay in California
 BellAir Shuttle
 ราคาประเมินที่ดิน, คอนโด
 Thai Building Inspection
 สถาบันธุรกิจอสังหานานาชาติ
 Anniversary Maephim Group
 ลองเล่นหุ้นไทยที่นี่
 Free Energy
 Warehouse Asia
 อยากเปิดร้านนวดต้องทำยังไง?
 Yahoo Greeting
 Speed Testing Here
 Thai-YellowPage USA
 Thai Tel-Search SD
 Thai Tel-Search ToT
 US PersonSearch
 CountryCode Search
 USA Advance Search
 Photo "Yahoo"
 SnapFish Photo Album
 ShutterFly Photo Album
 Kodak Gallery
 PhotoBucket Album
 Job DB
 E-map
 อีเมลล์ Yahoo Mail
 อีเมลล์ Hotmail
 อีเมลล์ Mail.com
 Access your PC now !
 Currency Exchange Rate
 WorldExchangeRate
 WA Lotto result
 Thai lottery Result-Chk
 Bridge Water Bank
 Best Buy US
 US Bank
 Walmart
 KEY-Bank
 Bank Of America
 Citi-Bank
 OptionsMasterCard
 Capital One Bank
 BMO Bank
 TD Bank
 CIBC Bank
 Bangkok Bank LogIn
 Kasikorn Bank
 Amazon
 Thai Consulate in LA
 US CIS
 VISA BULLETIN Up date
 Safety-Technology KU
 Thai Council of Prof-Engineer
 วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย
 APEC Assessment
 APEC Engineers Manual
 ToastMaster Division-J
 Vancouver Business Network
 Pattaya Classified
 เวป Pantip
 เวป Used Market
 Classified Page
 Canadian Classified
 WorldMostClassified
 Unitel Lao
 I-Smart Engineering
 Canada -Kijiji
 Vastech Computer
 Savan Park
 ศูนย์รวมComputor&Part
 Today in History TV
 Internet TV (1,000 Ch.)
 CNN-HeadLine
 เรื่องเล่าเข้านี้
 Siam Media USA
 SIAM Town USA
 Thai in WA
 Rujirat News
 Thai-TV Nation Channel
 ฟัง "สนธิ" Click ที่นี่
 ManagerMultimedia
 Doo ThaiTV
 TrueLifeTV
 HotTV LeeNa Jang
 Watch ASTV now
 JNS Thailand
 See San TV
 Thai TV Online
 ดูละครไทยย้อนหลัง
 8-Channel TV
 Radio Online
 True Music


Miscellanous

โอกาสรอบสองของ”โรบินฮูด”






รายงานหน้าหนึ่ง : โอกาสรอบสองของ”โรบินฮูด”


สัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวคราวเกี่ยวกับ “เนื้อหา” ของร่างกฎหมายปฏิรูปอิมมิเกรชั่นฉบับปรับปรุงใหม่ ที่ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช พยายามผลักดันให้รัฐสภายอมรับเพิ่มมาอีกนิดหน่อย แม้จะไม่มาก แต่ก็พอจะเห็น “รูปร่าง” หรือ “ทิศทาง” ให้ได้ลุ้นกันบ้างแล้ว


ข่าวของยูพีไอ เมื่อวันที่ 18 เมษายนบอกว่า ตอนนี้นักการเมืองทั้งสองขั้วกำลังเคร่งเครียดกับร่างกฎหมายฉบับนี้ โดยฝ่ายหัวอนุรักษ์ในสภาสูง ต่อรองกับฝ่ายเดโมแครตว่า จะต้องพิจารณาประเด็นการสร้างรั้วพรมแดนและเสริมสมรรภาพของเจ้าหน้าที่ตรวจชายแดน เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมืองให้ได้ผลเสียก่อน จากนั้นค่อยไปว่าถึงเกสต์เวิร์คเกอร์โปรแกรม และแนวทางการให้สัญชาติกับโรบินฮูด ซึ่งข่าวบอกว่าเหล่าวุฒิสมาชิกของเดโมแครตยอมตกลง

ณ วันนี้ ขั้นตอนการพิจารณากฎหมายปฏิรูปอิมมิเกรชั่นของสภาสูงจึงถูกกำหนดเอาไว้เป็นสองขั้นตอนชัดเจน คือจะคุยกันเรื่องมาตรการหยุดยั้งการทะลักเข้ามาของโรบินฮูดหน้าใหม่เสียก่อน จากนั้นค่อยมาคุยกันถึงโรบินฮูดทั้ง 12 ล้านที่อยู่ในอเมริกาแล้ว ทั้งเรื่องให้วีซ่าทำงานชั่วคราว และการปรับสถานภาพให้อยู่อย่างถูกกฎหมายเสีย

เท่ากับว่ามีการตีกรอบร่างกฎหมายปฏิรูปอิมมิเกรชั่น ซึ่งมีเนื้อหาแยกย่อยออกไปร้อยแปดพันเก้า ให้เหลือเพียงแค่สามส่วนอย่างชัดเจน อย่างแรกคือประเด็นเพิ่มความแข็งแกร่งตามแนวชายแดน รวมถึงเพิ่มความเข้มข้นของบทลงโทษผู้กระทำผิดกฎหมายคนเข้าเมืองประเภทต่าง สองคือประเด็นเกสต์เวิร์คเกอร์ หรือการให้วีซ่าแรงงานชั่วคราวกับโรบินฮูดที่สมัครใจเข้าไปทำงานในฟาร์ม หรืองานอื่นใดที่หาแรงงานอเมริกันไม่ได้ และสาม ประเด็นการปรับสถานภาพของโรบินฮูด (Path to citizenship) ที่อยู่ในอเมริกาจน “หยั่งราก” แล้ว

โรบินฮูดไทยคงหูผึ่งกับประเด็นที่สาม ที่ถูกฝั่งรีพับลิกันตั้งป้อมแอนตี้อย่างหัวชนฝามาตลอด มองว่าเป็น “แอมนาสตี้” หรือ “นิรโทษกรรม” หรือการให้รางวัลกับผู้ทำผิดกฎหมาย ซึ่งต้องเนรเทศลูกเดียว... โดยไม่ลืมตามองความจริงว่าการเนรเทศโรบินฮูดที่ประเมินว่ามากถึง 12 ล้านคนนั้น เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ไม่ว่าจะมองในแง่เศรษฐกิจ หรือแง่มนุษยธรรม

เนื้อหาคร่าวๆ ของการปรับสถานภาพของโรบินฮูด และเกสต์เวิร์คเกอร์โปรแกรม ตามข้อเสนอของประธานาธิบดีบุชก็คือ

-อนุญาตให้โรบินฮูดที่ผ่านการตรวจสอบประวัติแล้ว ได้รับวีซ่าพิเศษ เรียกว่า Z-Visa โดยต้องจ่ายค่าปรับ 3,500 ดอลลาร์ วีซ่าตัวใหม่มีอายุ 3 ปี และต้องจ่าย 3,500 ดอลลาร์ในการต่ออายุวีซ่าทุกครั้ง

-ผู้ถือวีซ่าพิเศษตัวนี้ จะมีสิทธิ์ยื่นเรื่องขอใบเขียว และเปลี่ยนสัญชาติ หากยอมจ่ายค่าปรับ 10,000 ดอลลาร์ โดยเรื่องขอใบเขียวที่ยื่น จะไป “ต่อแถว” รอรับการพิจารณาของหน่วยงานอิมเกรชั่น... ซึ่งว่ากันว่าจะใช้เวลานานนับสิบปี เพราะมีเรื่องค้างอยู่เป็นภูเขาเลากา

-ผู้ถือวีซ่าพิเศษตัวนี้ ไม่มีสิทธินำครอบครัวเข้ามาในประเทศ แต่ลูกเมียที่อยู่ในอเมริกาแล้วจะได้รับการคุ้มครองไปด้วย

-กำหนดโควต้าของ Z Visa แค่ 400,000 ใบ และหากผู้ถือวีซ่าตัวนี้ตกงานนานกว่า 60 วันจะถูกยึดทันที

ทั้งนี้ แนวทางการปรับสถานภาพของโรบินฮูดตามที่ประธานาธิบดีเสนอมานั้น จะมีผลบังคับใช้ก็ต่อเมื่อองค์ประกอบอื่นๆ มีผลบังคับแล้ว เช่นการเพิ่มโทษนายจ้างที่ใช้แรงงานผิดกฎหมายให้รุนแรงขึ้น, เพิ่มโทษโรบินฮูดที่ทำผิดกฎหมายอาญา, สร้างสถานกักกันเพิ่ม, ปรับกฎหมายส่วนท้องถิ่นให้ตำรวจทำหน้าที่จับกุมโรบินฮูด, การสร้างรั้วพรมแดนแม็กซิโก 570 ไมล์ และสร้างเครื่องปิดกั้นรถ หรือเทคโนโลยีทันสมัยอื่นๆ ในการป้องกันการลับลอบเข้าเมืองตลอดแนวพรมแดนแม็กซิโก ฯลฯ ซึ่งข้อแม้เหล่านี้ ตั้งขึ้นมาเพื่อเอาใจนักการเมืองฝั่งรีพับลิกัน

การออกมาผลักดันร่างกฎหมายปฏิรูประบบอิมมิเกรชั่นรอบสองของประธานาธิบดีบุชเมื่อสองสัปดาห์ก่อน ได้รับเสียงเชียร์จากนักวิจารณ์การเมืองและสื่อต่างๆ อย่างหนาหู (แม้จะเงียบไปในในช่วงโศกนาฎกรรมที่เวอร์จิเนียมาแย่งเวลาของสื่อไปเกือบหมดก็ตาม) บางรายบอกว่าถึงเวลาแล้วที่คองเกรสจะต้องเลิกมองปัญหาอิมมิเกรชั่นว่าเป็นประเด็นการเมือง ไม่เช่นนั้นการปัญหาก็จะยังติดแหง็กเหมือนคนป่วยเป็นอัมพาตไปเรื่อยๆ และว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการ “เล่นแง่” ของนักการเมืองดังกล่าวมันใหญ่หลวงขึ้นเรื่อยๆ เพราะปัญหาอิมมิเกรชั่นนั้น ส่งผลกระทบในทุกภาคส่วนของสังคม…

ขณะที่โพลล์ของแอลเอไทมส์ร่วมกับบูมเบิร์คเมื่ออาทิตย์ที่แล้วก็บอกว่า คนอเมริกันส่วนใหญ่ต้องการให้ร่างกฎหมายผ่านสภา โดย 55 เปอร์เซ็นต์บอกว่าควรปราบโรบินฮู้ดทั้งในด้านกฎหมาย ควบคู่ไปกับการให้วีซ่าแรงงานชั่วคราว ขณะที่ 40 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ให้จับและเนรโทษอย่างเดียว

ตอนนี้ ประธานสภาหญิง แนนซี่ พีโลซี่ ของเดโมแครต กำลังร่วมงานกับประธานาธิบดีบุชในการผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้ ล่าสุดเธอบอกว่าจะสนับสนุนมาตรการรักษาความปลอดภัยบริเวณชายแดน และการบังคับใช้กฎหมายต่างๆ เพื่อปราบปรามปัญหาผู้อยู่อย่างผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นประเด็นที่ฝ่ายรีพับลิกันชูเป็นประเด็นหลัก ขณะเดียวกันก็ยืนยันในจุดยืนของเดโมแครตว่าจะแก้ไขปัญหาโรบินฮูดโดยยึดหลักมนุษยธรรม ให้เกียรติกับผู้อพยพ สมกับที่ประเทศอเมริกาก่อเกิดขึ้นมาจากผู้อพยพเช่นกัน...

ดูฟอร์มของของฝั่งเดโมแครตแล้ว เหมือนร่างกฎหมายฉบับนี้ได้ผ่านสภาไปได้ครึ่งฉบับแล้ว ที่เหลือก็คือจะต้องโน้มน้าวให้นักการเมืองรีพับลิกันยอมอ่อนโอนและมีเมตตาต่อโรบินฮูดตาดำๆ ที่มีความประพฤติดี (และมีเงินก้อนโตในการเสียค่าปรับ) ได้ออกมาพบแสงสว่างบ้าง...

นักการเมืองหัวอนุรักษ์ที่ยังประกาศปาวๆ ว่าวิธีการแก้ปัญหาโรบินฮูดในอเมริกา คือการเนรเทศโรบินฮูดออกไปนั้น... ประธานสภาฯ บอกว่ามีอยู่อีกประมาณ 70 คน...



 
 
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม
ที่มา : ไทยทาวน์ ยูเอสเอนิวส์






นร.ไทยถูกโฮมแลนด์กักตัว ฐานแอบเรียนกฎหมายปืน


แอลเอ (ไทยทาวน์ยูเอสเอนิวส์) : กระแสตื่นเหตุร้ายในสถาบันการศึกษา ก่อเหตุนักศึกษาปริญญาเอกไทย ถูกโฮมแลนด์ฯ กักตัวและส่งกลับไทยปลายเดือนนี้ ฐานย่องเข้าไปในชั้นเรียนวิชากฎหมายอาวุธปืน ทั้งที่ไม่ได้ลงทะเบียนเรียน

นสพ.เนชั่นรายงานข่าวเมื่อวันศุกร์ที่ 4 พฤษภาคมว่า กระทรวงต่างประเทศกำลังพยายามประสานงานกับกระทรวงความมั่นคงภายในของสหรัฐฯ เพื่อให้ปล่อยตัวเด็กนักเรียนไทย ซึ่งยังไม่เป็นที่เปิดเผยชื่อ หลังจากที่นักเรียนไทย “แอบ” เข้าไปในห้องเรียนที่กำลังพูดถึงกฎหมายอาวุธปืน

นายธฤต จรุงวัฒน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่าทางการสหรัฐฯ กังวลกับพฤติกรรมน่าสงสัยดังกล่าว เพราะเด็กนักเรียนไทยคนดังกล่าวไม่ได้ลงทะเบียนเรียนวิชานั้น อีกทั้งชั้นเรียนดังกล่าวกำลังพูดคุยกันถึงรายละเอียดของกฎหมายเกี่ยวกับการครอบครองอาวุธ ซึ่งเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เกรงว่า เด็กนักเรียนไทยคนดังกล่าวเข้าไปในชั้นเรียนเพื่อศึกษาลู่ทางการครอบครองอาวุธ

ข่าวระบุด้วยว่า ความตึงเครียดในหมู่นักศึกษาในสหรัฐฯ เพิ่มทวีมากขึ้นหลังจาก นาย โชซุงฮุย นักศึกษาเชื้อชาติเกาหลีได้ก่อเหตุสยองขวัญเป็นเหตุให้เพื่อนักศึกษาและอาจารย์ของสถาบันเวอร์จิเนีย เทค ในรัฐเวอร์จิเนีย เสียชีวิตถึง 32 คน ก่อนที่เขาจะยิงตัวตายตามเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

ทั้งนี้ นักนึกศึกษาไทยคนดังกล่าว ทราบเพียงแต่ว่ากำลังศึกษาระดับปริญญาเอก ภาษาอังกฤษ ที่มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ เสตท และเป็นนักเรียนทุนของรัฐบาลไทย

ต่อมา ไทยทาวน์ฯ ได้สอบถามไปยังนายณรงค์ ศศิธร กงสุลใหญ่ ณ นครชิคาโก้ ทราบว่า ทางสถานกงสุลใหญ่ฯ ได้รับแจ้งจากหน่วยงานอิมมิเกรชั่นที่นครชิคาโก้ว่ามีนักเรียนไทยถูกคุมตัว เพราะหมดสภาพนักศึกษา เมื่อวันที่ 24 เมษายนที่ผ่านมา จึงได้ประสานงานกับสำนักงานผู้ดูแลนักเรียนไทย ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี และตรวจสอบกับทางมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ เสตท ถึงเรื่องราวต่างๆ

“ผมได้คุยกับนักเรียนไทยที่เรียนอยู่ที่นั่น คุยกับอาจารย์ที่ปรึกษา คุยกับรองคณบดี คุยกับแชร์แมนของดีพาร์ทเมนท์ ทราบว่าทางมหาวิทยาลัยได้รับการร้องเรียนยาวเหยียดเลยเกี่ยวกับความประพฤติของนักเรียนคนนี้ และหลังจากได้รวบรวมหลักฐานข้อเท็จจริงต่างๆ แล้วก็ลงมติว่าต้องดำเนินการให้พ้นสภาพการเป็นนักศึกษา ผมก็ได้ตรวจสอบให้แน่ใจแล้วว่าคนของเราได้รับการพิจารณาอย่างเป็นธรรมจากมหาวิทยาลัย เพราะเป็นการดำเนินการที่ค่อนข้างแรง และตามขั้นตอนแล้ว หมดสภาพนักศึกษาก็ต้องถูกเนรเทศ โฮมแลนด์ฯ สามารถคุมตัวนักศึกษาเอาไว้เพื่อพิจารณาคดีถ้านักศึกษาจะอุทธรณ์ แต่ในกรณีนี้ ตัวนักศึกษาขอกลับประเทศ”

เมื่อถามว่านึกศึกษาไทยถูกร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไร กงสุลใหญ่ฯ ชิคาโก้ตอบว่าทางมหาวิทยาลัยไม่ได้ให้รายละเอียด “แต่เท่าที่ผมได้คุยกับนักศึกษาคนนี้ เขาก็ไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของมหาวิทยาลัย เขาไม่คิดว่าเขาทำอะไรผิดที่ถูกพ้นสภาพนักศึกษา ผมก็คุยกับทางมหาวิทยาลัย เขาว่าถ้าไม่เห็นด้วยก็อุทธรณ์ได้ แต่คุณคนนี้เขายอมกลับ” กงสุลใหญ่ฯ กล่าว

เมื่อถามถึงข่าวเกี่ยวกับการแอบเข้าไปเรียนในวิชากฎหมายที่กำลังบรรยายถึงกฎหมายว่าด้วยการครอบครองอาวุธปืน ตามข่าวที่ปรากฎ กงสุลใหญ่ ณ นครชิคาโก้ กล่าวว่าตนไม่ทราบเรื่องนี้ และในรายงานที่เสนอไปยังต้นสังกัด คือกระทรวงการต่างประเทศ ก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้

เมื่อถามถึงสภาพของนักศึกษาระหว่างถูกกักตัว กงสุลใหญ่ฯ กล่าวว่าได้ไปเยี่ยมเป็นเวลาเกือบชั่วโมง คุยกันผ่านกระจก ไม่เห็นว่านักศึกษาคนดังกล่าวมีพฤติกรรมผิดปกติอะไร นอกจากกังวลกับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งตนก็ได้ปลอบใจและแจ้งถึงสิทธิต่างๆ ให้นักศึกษาไทยเข้าใจแล้ว

ถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นผลมาจากเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย เทค หรือไม่ กงสุลใหญ่ฯ ชิคาโก้กล่าวว่าตนไม่มีความเห็น

นายณรงค์ ศศิธร กล่าวด้วยว่า สถานกงสุลใหญ่ฯ และสำนักงานผู้ดูแลนักเรียนไทยฯ ได้ประสานงานกับหน่วยงานโฮมแลนด์ฯ ให้เร่งรีบดำเนินการส่งตัวนักศึกษาไทยกลับประเทศให้เร็วที่สุด และเชื่อว่าทุกอย่างจะแล้วเสร็จ สามารถส่งตัวนักศึกษาไทยกลับได้ในวันที่ 21 พฤษภาคม ศกนี้

“ผลจากการถูกเนรเทศลักษณะนี้ก็คือ นักศึกษาคนนี้จะไม่มีสิทธิเข้ามาอีกเป็นเวลาสิบปี” กงสุลใหญ่นครชิคาโก้ กล่าว

ทั้งนี้ จากการสืบถามของไทยทาวน์ฯ พบว่า นักศึกษาไทยคนดังกล่าว ชื่อนายฤทธิชัย หยิบเจริญพร สำเร็จปริญญาตรีด้านบริหารธุรกิจการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ปริญญาโท ศศ.ม. (ภาษาและการสื่อสาร) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ โดยก่อนเดินทางมาศึกษาในสหรัฐฯ เคยเป็นอาจารย์ประจำคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร.

 

 

 



 
 
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม
ที่มา : ไทยทาวน์ ยูเอสเอนิวส์













<<Back    Go to Miscellanous


views[5034]    

All contents
องค์กรช่วยเหลือสังคม ACORN
อพยพชาวซานดิเอโก้ครั้งใหญ่
14 ตุลารำลึก
ชมเรือนหอ 40 ล้าน ‘บอล’รับขวัญ ‘นาตาลี’
เที่ยวบินมรณะ ตายกว่า88 !!
ลือสะพัด "ทนายนพดล" สละโสด "อ้อเล็ก"?
เหยื่อกาม’ธีรพล’เปิดใจ ขอให้เขาทุกข์เหมือนฉัน
ยามเฝ้าแผ่นดิน
ผลสำรวจโดยรัฐบาลระบุเด็กเอเชียฉลาด และประสบความสำเร็จในการเรียนสูงกว่าชาติอื่น
เมืองนิวเฮฟเว่นสวนกระแส ออก”ไอดีโรบินฮูด”ให้ชาวเมือง
กฎหมายหย่าร้าง
“ดรีมแอ็กท์-ช่วยเด็กต่างชาติให้ได้รับสถานภาพที่ถูกกฎหมาย”
ทำใบเขียวคนครัวภายในหนึ่งปี
‘บุช’ยังดันกฎหมายอิมมิเกรชั่นสุดฤทธิ์
ปรับราคาใบเขียวและเปลี่ยนสัญชาติ
*ร่างกฎหมายปฏิรูปอิมมิเกรชั่น*
ประกาศแล้ว!! วีซ่าบูเลทินเดือน “มิถุนายน”
เส้นตายของการยื่นวีซ่า H-1B สำหรับปี 2007 - 2008
การรักษาสถานะกรีนการ์ด* (Maintaining Status as a Green Card Holder)
โอกาสรอบสองของ”โรบินฮูด”


Tell your friend   Make us your Homepage
  Home  | Today News | Web-Board | Sponsor | News | Menu Links | Miscellanous



thaibusinesscenter.net
Copyright (C) 2000-2006 All Rights Reserved