รวยและสวยได้ด้วยJeunesse
รวยและสวยได้ด้วยJeunesse

        Home   Today News   Web-Board    Sponsor   News   Miscellanous          


 บริษัท vShip4U อเมริกา
 Realtime World-Clock
 Hatinh Tour
 Mega Million Jackpot $326M
 Mega Million Jackpot $355M
 $1.5B Powerball Winner
 PowerBall $590M winner
 Thai lottery Result-Chk
 BellAir Shuttle
 ราคาประเมินที่ดิน, คอนโด
 Anniversary Maephim Group
 Thai Restaurant in Blaine, Washington
 Warehouse Asia
 Yahoo Greeting
 Thai-YellowPage USA
 Thai Tel-Search ToT
 US PersonSearch
 CountryCode Search
 USA Advance Search
 SnapFish Photo Album
 ShutterFly Photo Album
 PhotoBucket Album
 Job DB
 อีเมลล์ Yahoo Mail
 อีเมลล์ Hotmail
 Currency Exchange Rate
 WorldExchangeRate
 Paypal ส่งเงินทั่วโลก
 US Bank
 President Choice MC
 KEY-Bank
 Chase Canada
 Bank Of America
 Citi-Bank
 Bank of America
 OptionsMasterCard
 Capital One Bank
 BMO Bank
 TD Bank
 CIBC Bank
 Bangkok Bank LogIn
 Kasikorn Bank
 Amazon
 Thai LA.net
 US CIS
 American VISA
 Safety-Technology KU
 Thai Council of Prof-Engineer
 APEC Assessment
 APEC Engineers Manual
 ToastMaster Division-J
 Vancouver Business Network
 เวป Used Market
 Classified Page
 WorldMostClassified
 Unitel Lao
 I-Smart Engineering
 เวป Pantip มาร์เก็ต
 Canada -Kijiji
 Pattaya Classified
 Savan Park
 Vancouver Used
 คนไทยใน Sydney, Australia
 Classified Singapore
 S'pore Classified Website
 ศูนย์รวมComputor&Part
 Today in History TV
 Internet TV (1,000 Ch.)
 CNN-HeadLine
 Siam Media USA
 SIAM Town USA
 Thai in WA
 Rujirat News
 Thai-TV Nation Channel
 ฟัง "สนธิ" Click ที่นี่
 ManagerMultimedia
 Doo ThaiTV
 HotTV LeeNa Jang
 Watch ASTV now
 See San TV
 Thai TV Online
 Radio Online
 International Dictionary
 Fun with Science
 Astronomy Games
 Math Racing Games
 วิชาการดอทคอม
 Countries Study Index
 Job Canada
 Canada Gov-Job
 Job DB
 Job Monster
 Career Click
 Job in USA
 JobSet
 M & A Group
 US Lottery Visa 2006
 About 1CellNet "Voice"
 ชำระเงินPay Online
 USA Lotto Visa


News

พันธมิตรในอเมริกาหลายพัน ร่วมคอนเสิร์ตการเมืองที่โพโมน่า



พันธมิตรในอเมริกาหลายพัน ร่วมคอนเสิร์ตการเมืองที่โพโมน่า


แอลเอ (ผู้จัดการออนไลน์) : คอนเสิร์ตการเมืองที่แอลเอราบรื่น ชาวไทยทั่วสหรัฐฯ รวมตัวกันหลายพันคน พันธมิตรสหรัฐฯ หนุน “พรรคพันธมิตรฯ” เต็มที่เพื่อก้าวไปสู่การเมืองใหม่ที่เป็นรูปธรรม แกนนำลั่นพร้อมสู้ตายในสภา “การชุมนุมครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งหนึ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เพราะหลายๆ คนเดินทางมาเป็นพันๆ ไมล์ เดินทางข้ามประเทศ นั่งเครื่องบิน 3-4 ชั่วโมงเพื่อเข้าร่วมงานในวันนี้ พันธมิตรสหรัฐฯ จำนวนมากไม่เพียงส่งเงินไปช่วยที่เมืองไทย แต่ยังเดินทางไกลนับเป็นวันๆ เพื่อไปนอนกลางดินกินกลางทราย ร่วมชุมนุมกับเราที่เมืองไทย ที่ทำเนียบรัฐบาล ดังนั้นพลังครั้งนี้ของพวกเราจึงเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงในประเทศไทยได้”

 

วันเสาร์ที่ 14 มี.ค. กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยความร่วมมือของเอเอสทีวีและกลุ่มพันธมิตรฯ สหรัฐฯ ได้มีการจัดคอนเสิร์ตการเมืองขึ้น ณ แอลเอ เคาท์ตี แฟร์กราวน์ส เมืองโพโมนา โดยมีแกนนำพันธมิตรฯ ผู้ปราศรัย และศิลปินเข้าร่วมงานหลายสิบชีวิตเช่น พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายพิภพ ธงไชย นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นายสำราญ รอดเพชร นางมาลีรัตน์ แก้วก่า นายศิริชัย ไม้งาม นายศรันยู วงษ์กระจ่าง นายวีระ สมความคิด พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ นายประพันธ์ คูณมี น.ส.ศิริลักษณ์ ผ่องโชค ศิลปินประทีป ขจัดพาล ศิลปินแฮมเมอร์ ศิลปินโฮปแฟมิลี ศิลปินเคลลี นิวตัน เวิร์ดส์เวิร์ธ

ขณะที่ในส่วนของพันธมิตรฯ ไทยในสหรัฐอเมริกา-แคนาดา ก็เดินทางมาจากทั่วประเทศเกือบทุกมลรัฐ เพื่อเข้าร่วมงานราว 4-5 พันคน ไม่ว่าจะเป็นแคลิฟอร์เนีย วอชิงตัน วอชิงตัน ดีซี นิวยอร์ก เท็กซัส ฟลอริดา แอตแลนตา อริโซนา ชิคาโก ซานฟรานซิสโก เซาท์แคโรไลนา ซาคราเมนโต เป็นต้น ขณะเดียวกันก็ยังมีพันธมิตรฯ เดินทางมาจากประเทศอังกฤษอีกด้วย

สำหรับคอนเสิร์ตการเมืองดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นในเวลาประมาณ 11.00น. โดยแกนนำพันธมิตรฯ ผู้ปราศรัย และศิลปินต่างผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันขึ้นเวทีเพื่อปราศรัยให้ความรู้ ความบันเทิง เพื่อขอบคุณพันธมิตรทั่วสหรัฐฯ ที่ให้การสนับสนุนพันธมิตรฯ และเอเอสทีวี ในการต่อสู้กับระบอบทักษิณตั้งแต่ปี 2549 ตลอดจนการต่อสู้ในช่วงปี 2551 ระหว่างที่มีการชุมนุม 193 วันด้วย

พล.ต.จำลอง หนึ่งในแกนนำพันะมิตรฯ กล่าวปราศรัยว่า การเดินทางมาครั้งนี้ของพันธมิตรฯ ไม่ได้เป็นการมาเที่ยว แต่เป็นการเดินทางมาขอบคุณพันธมิตรทั่วสหรัฐฯ ที่สละทั้งเวลา แรงกาย แรงใจ รวมถึงกำลังทรัพย์จำนวนมหาศาลในการต่อสู้ของกลุ่มพันธมิตรฯ

 “การชุมนุมครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งหนึ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เพราะหลายๆ คนเดินทางมาเป็นพันๆ ไมล์ เดินทางข้ามประเทศ นั่งเครื่องบิน 3-4 ชั่วโมงเพื่อเข้าร่วมงานในวันนี้ พันธมิตรสหรัฐฯ จำนวนมากไม่เพียงส่งเงินไปช่วยที่เมืองไทย แต่ยังเดินทางไกลนับเป็นวันๆ เพื่อไปนอนกลางดินกินกลางทราย ร่วมชุมนุมกับเราที่เมืองไทย ที่ทำเนียบรัฐบาล ดังนั้นพลังครั้งนี้ของพวกเราจึงเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงในประเทศไทยได้” พล.ต.จำลองกล่าว

ต่อมาเมื่อแกนนำพันธมิตรฯ คนอื่นๆ ประกอบไปด้วย นายพิภพ นายสมเกียรติ และนายสมศักดิ์ ได้ขึ้นเวทีปราศรัยก็ได้สอบถามความเห็นของพันธมิตรสหรัฐฯ เกี่ยวกับแนวคิดในการตั้งพรรคการเมืองของพันธมิตรฯ ซึ่งมีจุดประสงค์หลักเพื่อขับเคลื่อนการเมืองใหม่ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งก็ได้รับเสียงตอบรับอย่างมากจากชาวไทยในสหรัฐฯ โดยหลายคนได้ชูป้าย “หนุนพรรคใหม่ การเมืองใหม่” และ “พันธมิตรจำเป็นต้องตั้งพรรคการเมือง” ขึ้นมาสนับสนุนแนวคิดดังกล่าว

ทั้งนี้แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวว่า พวกตนรู้สึกเจ็บปวดไม่น้อยกับการที่พันธมิตรฯ ต่อสู้มาตลอดจนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ทว่า พรรคการเมืองที่เข้ามาบริหารประเทศกลับไม่สำนึกถึงคุณูปการ ความเสียสละ และความสูญเสียของพันธมิตรฯ ทั้งมวล แต่กลับพยายามตีตัวออกห่าง ทั้งแสดงการปฏิเสธด้วยการสั่งให้ตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเข่นฆ่าประชาชนในวันที่ 7 ต.ค. 51 มาทำคดีฟ้องร้องพันธมิตรฯ อย่างไม่เป็นธรรมเสียอีก

ต่อมานายสนธิ ผู้ก่อตั้งเอเอสทีวีและแกนนำพันธมิตรฯ ได้ขึ้นปราศรัยโดยระบุว่า จิตใจที่รักชาติ ความมุ่งมั่นในการกอบกู้ประเทศชาติของชาวไทยในต่างแดนโดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกานั้นถือเป็นปรากฎการณ์สำคัญของประวัติศาสตร์การเมืองไทยเฉกเช่นเหตุการณ์ความสูญเสียของพันธมิตรฯ ในประเทศไทย ทั้งนี้นายสนธิได้ยกตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในหน้าประวัติศาสตร์โลกขึ้นมาเปรียบเทียบเหตุการณ์หนึ่ง คือการต่อสู้กู้ชาติของ ดร.ซุนยัดเซ็น บิดาแห่งประชาธิปไตยจีน    

 “ดร.ซุนยัดเซ็น ประกาศตั้งพรรคก๊กมินตั๋ง ที่นอกประเทศจีน ประกาศตั้งที่ฮ่องกงเหมือนกัน เมื่อกี้นี้สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ สมศักดิ์ โกศัยสุข พิภพ ธงไชย จำลอง ศรีเมือง ตลอดจนมาถึงสนธิ ลิ้มทองกุล ได้ขอฉันทามติพี่น้องว่าเราจะไม่ทำอะไรโดยไม่ถามพ่อแม่พี่น้อง” นายสนธิกล่าวและว่าการตั้งพรรคการเมืองของพันธมิตรฯ อาจจะมีความชัดเจนเป็นครั้งแรกในการรวมตัวกันของพันธมิตรฯ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาก็เป็นได้

 “ในการประชุมแกนนำเมื่อคืนนี้ทุกคนเห็นพ้องต้องกัน เราบอกว่าอย่าทำเป็นเล่นไปนะ ถ้าเราจะสู้ทางการเมือง อย่ามาสู้เล่นๆ นะ ต้องสู้อย่างสุดฤทธิ์สุดเดช อย่างเข้าข่ายตายเป็นตาย เจ๊งเป็นเจ๊งเช่นกัน” นายสนธิกล่าว

พร้อมกันนั้นนายสนธิยังระบุด้วยว่า หลังจากที่มีข่าวว่าพันธมิตรฯ อาจจะตั้งพรรคการเมืองนั้นก็มีหลายฝ่ายได้แสดงท่าทีดูถูกว่าพันธมิตรฯ ไม่น่าจะบริหารพรรคการเมืองได้ แต่ตนกลับเห็นว่าเหตุการณ์ 193 วันในการชุมนุมได้หล่อหลอมเหล่าพันธมิตรฯ ทั้งหลายให้กลายเป็นนักต่อสู้ทางการเมืองที่เจนจัดที่สุดไปแล้ว โดยเฉพาะองค์ความรู้ทางการเมืองและประสบการณ์ในการต่อสู้ได้หล่อหลอมให้พันธมิตรฯ นั้นมีความคิดที่ก้าวไปไกลกว่านักวิชาการด้านรัฐศาสตร์จำนวนมาก และนักการเมืองในระบอบการเมืองเก่ามากมาย

จากนั้นนายสนธิ ได้กล่าวยกตัวอย่างว่า ในสหรัฐอเมริกา นายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีคนปัจจุบันนั้นสามารถขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีได้ด้วยการเรี่ยไรเงินจากคนอเมริกันนับล้านๆ คน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวก็นับว่าสอดคล้องกับการต่อสู้ของกลุ่มพันธมิตรฯ ในช่วงที่ผ่านมาเช่นกัน

ในช่วงท้ายรายการแกนนำพันธมิตรฯ รุ่น 1 และ รุ่น 2 พร้อมแกนนำพันธมิตรฯ ในสหรัฐอเมริกาทุกเมือง/มลรัฐ ได้มีการรวมตัวกันบนเวทีเพื่อรับมอบธงพันธมิตรฯ ประจำเมืองต่างๆ พร้อมประกาศเจตนารมย์ว่าจะสนับสนุนเอเอสทีวีและการขับเคลื่อนการเมืองใหม่ของพันธมิตรฯ ให้ถึงที่สุด ก่อนที่จะร่วมกันประชุมเพื่อกำหนดแผนดำเนินการหลังคอนเสิร์ตการเมืองเสร็จสิ้น



 
 
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม
ที่มา : ไทยทาวน์ ยูเอสเอนิวส์







นายกิตติพล เวชชบูล

พันธมิตรชุมนุมไทยทาวน์ แสดงจุดยืนไม่เอารัฐบาล


แอลเอ (ไทยทาวน์ยูเอสเอนิวส์) : พันธมิตรฯ อเมริกาใช้แผน “ดาวกระจาย” เปลี่ยนสถานที่ชุมนุมไล่รัฐบาลจากหน้าสถานกงสุลฯ มาเดินขบวนที่ไทยทาวน์ ถนนฮอลลีวูด เชื่อกรณี “เขาพระวิหาร” จะทำให้มีคนออกมาร่วมชุมนุมมากขึ้น ทั้งในอเมริกาและประเทศไทย

 

นายบุญชู ศรีพลอยรุ่ง หนึ่งในกำลังสำคัญของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในสหรัฐฯ และแคนาดา เปิดเผยกับไทยทาวน์ฯ ถึงการนัดชุมนุมคนไทยในลอส แอนเจลิส และเมืองใกล้เคียงครั้งล่าสุด ในวันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม ที่ไทยทาวน์ ถนนฮอลลีวูด แทนการชุมนุมที่บริเวณหน้าสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอส แอนเจลิส อย่างที่เคยปฏิบัติมาโดยตลอดว่า เป็นกลยุทธ์แบบดาวกระจาย ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้สามารถให้ข้อมูลและข่าวสารต่างๆ กับคนไทยในแอลเอ ได้มากขึ้น

“เราอยากให้คนไทยได้ข้อมูลข่าวสาร ข้อเท็จจริงต่างๆ ให้มากที่สุด โดยเฉพาะตอนนี้มีประเด็นเรื่องเขาพระวิหารที่เราถือว่าเป็นการทำให้ประเทศไทยเสียดินแดน เสียอธิปไตยอีกครั้ง ปกติที่เราชุมนุมกันที่หน้าสถานกงสุลฯ ก็มีคนไปร่วมประมาณ 100-150 คน แต่ส่วนใหญ่เป็นคนเดิมๆ มีคนใหม่ๆ น้อยมาก เพราะอาจจะไม่สะดวกที่จะเดินทางไปที่นั่น ก็เลยลองมาชุมนุมกันที่ไทยทาวน์ดู ซึ่งผมเชื่อว่าน่าจะได้ผลดีกว่า เพราะตรงนั้นเป็นแหล่งชุมชนไทย ครั้งต่อไปเราอาจจะไปที่อื่นอีก เช่นที่หน้าวัดไทยฯ หรือที่อื่นที่มีคนไทยเยอะๆ” นายบุญชู กล่าว และว่าตนเชื่อมั่นว่าการนัดชุมนุมกันครั้งนี้ จะมีผู้มาร่วมชุมนุมเป็นจำนวนมาก เพราะแรงขับจากกรณีเขาพระวิหาร ซึ่งเพิ่งเกิดขึ้นหมาดๆ

“เราเห็นว่ารัฐบาลหมดความชอบธรรมในการทำงานแล้ว เพราะจากความรู้สึกของคนทั่วๆ ไป การเสียอธิปไตยของไทยเราครั้งนี้ เป็นการแลกเปลี่ยนทางธุรกิจที่ผู้มีอำนาจเก่าได้รับผลประโยชน์จากสิ่งที่ประเทศชาติเราเสียไป การลาออกของนายนพดล ปัทมะ ไม่เพียงพอครับ มันต้องรับผิดชอบมากกว่านั้น ผมเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะหลังจากที่ศาลวินิจฉัยแล้วว่ารัฐบาลทำผิดมาตรา 190 จะทำให้มีคนออกมาชุมนุมไล่รัฐบาลมากขึ้น ทั้งที่เมืองไทยและที่อเมริกาด้วย”

นายบุญชูกล่าวว่า การชุมนุมจะเริ่มขึ้นเวลา 10.00 น. ที่มุมถนนฮอลลีวูดตัดกับเวสเทิร์น จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมก็จะเดินขบวนบนถนนฮอลลีวูดไปยังถนนนอร์มังดี จากนั้นก็จะเดินกลับมายังที่เดิม โดยการเดินขบวนอย่างสงบดังกล่าวนั้น กลุ่มพันธมิตรฯ ได้ขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“เราเตรียมค่อนข้างพร้อม เราจะมีพยาบาล จากสมาคมพยาบาลฯ มาด้วย ส่วนห้องน้ำก็ได้ติดต่อร้านอาหารในพื้นที่เอาไว้แล้ว อย่างน้อยสองร้านที่ยินดีให้ผู้ชุมนุมเข้าไปใช้ คือร้านไทยทาวน์เอาท์เล็ท และร้านเครื่องเทศ”

ส่วนกิจกรรมในช่วงบ่ายนั้น นายบุญชูกล่าวว่าจะมีการชุมนุมเสวนากันที่คลับเฮาส์ เลขที่ 9530 ถนนอีสต์ อลอนดร้า ในเมืองเบลฟลาวเวอร์ มีกิจกรรมต่างๆ มากมาย รวมถึงการโทรศัพท์ทางไกลพูดคุยกับแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เช่น พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, นายประพันธ์ คูณมี, นายวสันต์ สิทธิเขตต์ เป็นต้น

“อยากเรียนเชิญชวนคนไทยทุกๆ คนมาร่วมกิจกรรมที่ไทยทาวน์ ผมคิดว่าเป็นโอกาสที่เรา ในฐานะเป็นคนไทยในต่างแดน สามารถชดใช้หนี้แผ่นดินเกิดของเรา ถ้ามีโอกาสก็มาร่วมกันแสดงออกในจุดจุดนี้ มาร่วมกันแสดงความรู้สึกของคนไทยว่ารับไม่ได้กับการกระทำที่เข้าข่ายการขายชาติขายแผ่นดิน เราเสียดินแดนมา 14 ครั้งแล้ว มันเจ็บปวดมากขนาดไหน”

ทั้งนี้ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีนายกิตติพล เวชบูลย์ เป็นแกนนำนั้น เกิดขึ้นจากการรวมตัวกันของคนไทยในลอส แอนเจลิส กลุ่มหนึ่งที่เห็นชอบกับแนวคิดของกลุ่มพันธมิตรฯ ในประเทศไทย โดยกิจกรรมแรกของกลุ่มคือการชุมนุมเพื่อขับไล่อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ที่หน้าสถานกงสุลใหญ่ ลอส แอนเจลิส เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2006 จากนั้นก็มีกิจกรรมต่างๆ ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

“เรายังคงรวมกลุ่มกันเหนียวแน่นครับ เรายังทำกิจกรรมของเราอย่างสม่ำเสมอ และที่ผ่านๆ มา เราได้สนับสนุนพันธมิตรฯ ในเมืองไทยอย่างต่อเนื่อง สนับสนุนกิจกรรมของพรรคศิลปิน (พรรคการเมืองที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2550 โดยนายวสันต์ สิทธิเขตต์) สนับสนุนคุณวีระ สมความคิด และหลายหน่วยงาน ทั้งที่เป็นเงิน เป็นหนังสือสนับสนุน ให้กำลังใจ เราทำเยอะมาก” นายบุญชู กล่าวในที่สุด.



 
 
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม
ที่มา : ไทยทาวน์ ยูเอสเอนิวส์



ขึ้นศาล - คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยาอดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง เพื่อเข้าฟังการพิจารณาคดีประมูลซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษก โดยมีนายพานทองแท้ และ น.ส.พิณทองทา ชินวัตร บุตรชายและบุตรสาวไปให้กำลังใจด้วย เมื่อสายวันที่ 29 เมษายน

 

"พจมาน"ขึ้นศาลปัดทุกข้อหา ซัดยึดทรัพย์772ล้านขัดรธน.

มติชน : ศาลอนุญาต พิจารณา-ไต่สวนคดีที่ดินรัชดาฯลับหลัง ตามคำขอ "อ้อ" ขึ้นให้การปฏิเสธทุกข้อหา โต้ คตส.ไม่มีอำนาจไต่สวน "แม้ว" ไม่ได้เป็น จนท.กำกับดูแลกองทุนฟื้นฟูฯ ไม่เข้าข่ายผิดกฎหมาย ป.ป.ช. ซัดประกาศ คปค.ขัดหลักนิติธรรม คำฟ้องคำยึดทรัพย์ 772 ล้านขัด รธน.

 

นายทองหล่อ โฉมงาม ผู้พิพากษาอาวุโสเจ้าของสำนวน พร้อมองค์คณะผู้พิพากษาทั้ง 9 คน ออกนั่งบัลลังก์ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 เมษายน พิจารณาคดีหมายดำที่ อม.1/2550 ที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคุณหญิงพจมาน ภริยา เป็นจำเลยที่ 1-2 กระทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พ.ศ.2542 มาตรา(ม.)4, 100 และ 122 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33, 83, 86, 91, 152 และ 157 ในการประมูลซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษก 4 แปลง มูลค่ากว่า 772 ล้านบาท จากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน

โดยนายพิชิฏ ชื่นบาน ทนายความยื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณาและไต่สวนพยานหลักฐานลับหลังในส่วนของคุณหญิงพจมาน อ้างเหตุติดภารกิจทำให้ไม่สามารถเดินทางมาศาลได้ทุกนัด ศาลสอบถามอัยการโจทก์แล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้พิจารณาและไต่สวนพยานหลักฐานลับหลัง

จากนั้น นายทองหล่อสอบคำให้การคุณหญิงพจมาน หลังจากที่ได้สอบคำให้การครั้งแรกเมื่อวันที่ 23 มกราคม โดยคุณหญิงพจมานให้การปฏิเสธและได้ยื่นคำให้การโดยละเอียดพร้อมกับคำให้การของ พ.ต.ท.ทักษิณโดยละเอียดเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2551 จำนวน 121 แผ่น มีประเด็นโต้แย้งสรุปว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลกองทุนฟื้นฟูฯ และไม่ได้เป็นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ในการซื้อขายที่ดิน พ.ต.ท.ทักษิณ จำเลยที่ 1 ไม่ได้เป็นคู่สัญญาร่วมกับคุณหญิงพจมาน และการซื้อขายที่ดินไม่เป็นความผิด ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. ม.100 โดยการซื้อขายไม่ได้เป็นประโยชน์ส่วนบุคคลทับซ้อนประโยชน์ส่วนรวม คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ไม่มีอำนาจไต่สวน ประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ขัดหลักนิติธรรม คำร้องทุกข์ของกองทุนฟื้นฟูฯไม่ได้เป็นไปตาม ป.วิอาญา ม.2 และกองทุนฟื้นฟูฯไม่ใช่ผู้เสียหาย พ.ร.บ.ว่าด้วย ป.ป.ช. ถูกยกเลิกโดยประกาศของ คปค.แล้ว รวมทั้งคำฟ้องและคำขอท้ายฟ้องโจทก์ที่ให้ยึดทรัพย์จำนวน 772 ล้านบาท ขัดหลักสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ต่อมาวันที่ 22 เมษายน 2551 จำเลยทั้งสองยังได้ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การเพิ่มเติม สรุปว่า คำสั่ง คปค.ฉบับที่ 30 ข้อ 2 และข้อ 5 ขัดแย้ง ม.3 ของรัฐธรรมนูญ 2550

โดยคุณหญิงพจมานยืนยันให้การปฏิเสธไม่ได้กระทำความผิด ตามรายละเอียดคำให้การลงวันที่ 23 มกราคม, 11 มีนาคม และ 22 เมษายน นอกจากนี้ นายทองหล่อยังได้ชี้แจงเรื่องการที่จำเลยอ้างจะนำอาจารย์มหาวิทยาลัยหลายคนเข้าไต่สวน ว่า ถ้าหากจะนำมาไต่สวนในประเด็นข้อกฎหมาย ให้ทำเป็นหนังสือหรือคำแถลงมายื่นต่อศาล ไม่ต้องนำตัวพยานมาไต่สวนเพื่อความรวดเร็วของคดี ส่วนการตรวจพยานเอกสารหลักฐานให้อยู่ภายใต้การดูแลของเลขานุการองค์คณะผู้พิพากษา และเลขานุการแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา ว่าฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลยจะพิจารณารับเอกสารหลักฐานใดได้บ้าง เพื่อไม่ต้องทำการไต่สวน และหากโจทก์จำเลยประสงค์จะโต้แย้งพยานหลักฐานใดให้แถลงประเด็นและข้อเท็จจริงที่ต้องการโต้แย้งเพื่อให้องค์คณะผู้พิพากษาพิจารณาดำเนินการไต่สวนพยานหลักฐานนั้นต่อไป โดยให้ทั้งสองฝ่ายแถลงภายในวันที่ 30 เมษายน เวลา 10.00 น. ตามที่ศาลได้นัดตรวจสอบพยานไว้อีกวันหนึ่ง

ทั้งนี้ คุณหญิงพจมานเข้าฟังการพิจารณาคดีพร้อมกับนายพานทองแท้ และ น.ส.พิณทองทา ชินวัตร บุตรชายและบุตรสาว นอกจากนี้ ยังมีนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ พี่ชายบุญธรรม และกลุ่มผู้สนับสนุนเดินทางมาให้กำลังใจในห้องพิจารณาคดีกว่า 300 คน จนเต็มห้องพิจารณาคดี หลังเสร็จสิ้นการพิจารณาคุณหญิงพจมานเดินทางกลับ โดยมิได้ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด

นายพิชิฏกล่าวว่า วันนี้ถือว่าได้ยื่นคำให้การจำเลยครบถ้วนแล้ว โดยยื่นบัญชีพยานบุคคลที่อ้างร่วมระหว่างอัยการโจทก์ด้วยประมาณ 30 ปาก รวมทั้งพยาน เอกสารจำนวนมาก โดย ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะมาเป็นพยานไต่สวนของจำเลยด้วย เนื่องจากเป็นอดีตประธานกรรมการจัดการกองทุนฟื้นฟูฯ และเป็นผู้รู้เห็นเกี่ยวกับการขายที่ดินรัชดาฯในขณะนั้น

ทางด้านนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการ กทม. หนึ่งในผู้ถูกตั้งข้อกล่าวหาคดีการจัดซื้อรถดับเพลิง และเรือดับเพลิง กทม. เข้าพบคณะอนุกรรมการไต่สวน ที่มีนายนาม ยิ้มแย้ม กรรมการ คตส.เป็นประธาน ที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เพื่อชี้แจงข้อกล่าวหา โดยนายอภิรักษ์เรียกร้องให้พิจารณาคดีโดยเร็ว เนื่องจากเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะนำมาตัดสินใจว่าจะลงสมัครเป็นผู้ว่าฯกทม.อีกครั้งหรือไม่




คุณสุธาดา นันทพันธ์ ขณะบรรยายเรื่อง เดมิ-แคล และเมดิ-แคร์ ที่ไทยแลนด์พลาซ่า เมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา

ชี้คนไทยหยิ่งศักดิ์ศรี ไม่ใช้สวัสดิการของรัฐ

แอลเอ (ไทยทาวน์ยูเอสเอนิวส์) : เจ้าหน้าที่ศูนย์เอเชี่ยนแปซิฟิกระบุคนไทยยังใช้สวัสดิการของรัฐน้อย ทั้งเมดิแคร์, เมดิ-แคล รวมถึงฟู้ดสแตมป์ สาเหตุเพราะเข้าไม่ถึงข้อมูล และขี้อาย

 

เมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา ณ ศูนย์อาหารไทยแลนด์พลาซ่า ศูนย์เอเชี่ยนแปซิฟิกเฮลท์แคร์เวนเจอร์ โดยความร่วมมือของสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอส แอนเจลิส ได้จัดอภิปรายเรื่อง “เมดิ-แคล และเมดิแคร์” ซึ่งเป็นสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลที่รัฐแคลิฟอร์เนีย และรัฐบาลกลางมอบให้กับประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เยาวชน และผู้พิการ ซึ่งในปัจจุบันนี้ ยังมีคนไทยรับทราบเกี่ยวกับสวัสดิการดังกล่าวไม่ทั่วถึง

โดยคุณสุธาดา นันทพันธ์ เจ้าหน้าที่คนไทยของศูนย์เอเชี่ยนแปซิฟิก ได้กล่าวบรรยายถึง เมดิ-แคล ว่าเป็นสวัสดิการของรัฐแคลิฟอร์เนียสำหรับผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป รวมถึงคนพิการ และเด็กที่อายุต่ำกว่า 21 ปี โดยผู้ที่มีสิทธิได้รับเมดิ-แคล จะต้องมีรายได้ไม่เกิน 1,081 ดอลลาร์ขึ้นไปสำหรับคนโสด ถ้าสองคนสามีภรรยาต้องมีรายได้ไม่เกิน 1,502 ดอลลาร์ หากผ่านการพิจารณาให้รับเมดิ-แคล จะได้รับความช่วยเหลือด้านค่าตรวจโรค และอุปกรณ์การรักษา เช่นรถเข็น และเครื่องช่วยเดิน, ค่าตรวจเลือด, ค่าเอ็กซเรย์, ค่าโรงพยาบาล, ค่ายา, ค่าทำฟัน, ค่ารักษาสายตารวมถึงแว่นตา, เครื่องช่วยฟัง, ค่ารถพยาบาล ฯลฯ

ส่วนเมดิ-แคร์ นั้นเป็นสวัสดิการของรัฐบาลกลางสำหรับผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป และผู้พิการ โดยเมดิ-แคร์ จะมีรายละเอียดแยกย่อยออกเป็นสามส่วน คือเมดิ-แคร์ พาร์ท เอ ซึ่งจะช่วยเรื่องค่าโรงพยาบาล ค่าห้องพิเศษ ค่าอาหารค่ายา อุปกรณ์เกี่ยวกับการรักษา ค่าสถานที่พักฟื้น ฯลฯ ส่วนเมดิ-แคร์ พาร์ท บี จะจ่ายค่าพบแพทย์, ค่ากายภาพบำบัด, ค่ารถพยาบาล หรือค่าอุปกรณ์ต่างๆ เช่นรถเข็น ฯลฯ และเมดิ-แคร์ พาร์ท ดี ซึ่งจะช่วยเหลือเกี่ยวกับค่ายา เป็นต้น

โดยคุณสุธาดา นันทพันธ์ ได้กล่าวกับไทยทาวน์ฯ ว่าสวัสดิการที่รัฐบาลมอบให้กับพลเมืองของเขามีค่อนข้างมาก แต่คนไทยให้ความสนใจค่อนข้างน้อยหากเทียบกับชาติอื่น

“ที่ทางศูนย์ฯ เจอบ่อยมากก็คือว่าเขาไม่รู้เลยว่าเขามีสิทธิได้รับสวัสดิการพวกนี้ บางคนมาหาหมอ บอกว่าไม่มีเมดิ-แคล ไม่รู้ว่าตัวเองขอได้ เราก็ช่วยดำเนินการให้เยอะเหมือนกัน หรือบางคนมีแล้ว แต่พอครบปี เขาส่งเอกสารมาให้กรอกเพื่อต่ออายุ ก็ไม่ดูแลจนถูกตัดไปก็มีเหมือนกัน” เจ้าหน้าที่คนไทยของศูนย์เอเชี่ยนแปซิฟิกเฮลท์แคร์เวนเจอร์ ซึ่งเป็นคลินิกสุขภาพสำหรับผู้มีรายได้น้อยในฮอลลีวูด ซึ่งมีคนไทยไปใช้บริการมากที่สุด

“อยากเรียนว่า ให้มาคุยกับดิฉันที่ศูนย์ฯ อย่าไปฟังคนอื่นที่เขาบอกว่าต้องมีใบเขียวมาห้าปี หรือเป็นโรบินฮูดขอไม่ได้ อย่าไปฟัง ให้โทรมาคุยกับเจ้าหน้าที่โดยตรง เพราะมีสวัสดิการหลายชนิดมาก ถ้าไม่มีสิทธิตัวนี้ ก็อาจมีตัวอื่นช่วยเหลือได้” คุณสุธาดากล่าวและยกตัวอย่างโปรแกรมที่เรียกว่า “เฮลท์ตี้คิทส์” ซึ่งจะช่วยเหลือเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึงห้าขวบ ที่ไม่ได้เป็นพลเมืองอเมริกา สามารถพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาได้ทุกประเภท รวมถึงตรวจตา ตรวจฟัน อีกทั้งซื้อยาได้โดยเสียค่าใช้จ่ายในลักษณะ “โค-เปย์” เพียงแค่ 5 ดอลลาร์เท่านั้น

สวัสดิการอีกประเภทหนึ่ง ที่คุณสุธาดากล่าวว่ามีคนไทยให้ความสนใจน้อยมาก คือฟู้ดสแตมป์ ซึ่งปัจจุบันเรียกว่า “โกลเดน สเตท แอทแวนเทจ คาร์ด” และจัดทำเป็นบัตรพลาสติกเหมือนบัตรเครดิต ไม่ใช่เป็นคูปองเหมือนสมัยก่อน

“บัตรแอทแวนเทจคาร์ดนี้ ทางศูนย์ทำให้ได้เลย ถ้ามีรายได้น้อย และมีเงินในบัญชีไม่เกิน 3,000 เหรียญ มาทำบัตรได้เลย ไม่ต้องเป็นซิติเซ่นก็ทำได้ แต่ขอให้มีใบเขียวมาแล้วสามปี” คุณสุธาดา กล่าว และว่าระดับรายได้นั้น ขึ้นอยู่กับจำนวนสมาชิกของครอบครัว เช่นหนึ่งคน จะต้องมีรายได้ไม่เกิน 1,104 ดอลลาร์ สองคน 1,484 ดอลลาร์ สามคน 1,861 ดอลลาร์ เป็นต้น ส่วนมูลค่าของบัตรแอทแวนเทจคาร์ดนี้ โดยปกติจะอยู่ที่ประมาณคนละ 150 ดอลลาร์ต่อเดือน

“บัตรนี้ เอาไปซื้ออาหารตามซูเปอร์มาร์เก็ตได้เลย นม เนื้อ ผักปลา ซื้อได้หมด รูดเหมือนบัตรเอทีเอ็ม หรือบัตรเครดิตเลย ไม่ต้องมานับคูปองเหมือนเมื่อก่อน รวดเร็วและไม่ต้องอายใคร ซึ่งคนละ 150 เหรียญนี่ พอนะ บางคนเหลือด้วยซ้ำ”

เจ้าหน้าที่คนไทยของศูนย์เอเชี่ยนแปซิฟิกกล่าวอีกว่า ปัจจุบัน มีคนไทยขอรับฟู้ดสแตมป์ หรือบัตรแอทแวนเทจ คาร์ด น้อยมาก หากเทียบกับชาติอื่นๆ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะคนไทยส่วนใหญ่ยังไม่เดือดร้อนในเรื่องค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพ และอีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะคนไทยมีนิสัยหยิ่งในศักดิ์ศรี หรือไม่ก็ขี้อาย

ส่วนกิจกรรมอภิปรายเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจกับชุมชนในเรื่อง เมดิ-แคล และเมดิ-แคร์ ซึ่งทางศูนย์ร่วมกับสถานกงสุลใหญ่ฯ จัดขึ้นนั้น เจ้าหน้าที่ของศูนย์ฯ กล่าวว่าเกิดขึ้นจากการที่ทางสถานกงสุลฯ เห็นความสำคัญของศูนย์ฯ ว่ามีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือด้านสุขภาพกับคนไทยในลอส แอนเจลิส จึงมีงบประมาณส่วนหนึ่งมาช่วยเหลือทางศูนย์ฯ เพื่อจัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้น เพื่อให้เกิดผลประโยชน์กับชุมชนไทยมากที่สุด

“การช่วยเหลือจากภาครัฐแบบนี้ นอกจากจะทำให้เราช่วยเหลือคนไทยได้มากขึ้นแล้ว สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ทางศูนย์ฯ เขาก็รู้สึกดีกับชุมชนไทย กับรัฐบาลไทยที่สนับสนุน เพราะปัจจุบันศูนย์เอเชี่ยนแปซิฟิกฯ มีเจ้าหน้าที่คนไทยมากที่สุด และมีคนไทยใช้บริการมากเป็นอันดับสองรองจากฟิลิปปินส์ แต่ถ้าเทียบขนาดของชุมชนฟิลิปปินส์ซึ่งใหญ่กว่าของไทยแล้ว ต้องถือว่ามีคนไทยมาใช้บริการมากจริงๆ” คุณสุธาดา นันทพันธ์ กล่าวในที่สุด

ทั้งนี้ สามารถติดต่อคุณสุธาดา นันทพันธ์ แห่งศูนย์เอเชี่ยนแปซิฟิกเฮลท์แคร์เวนเจอร์ ได้ที่ 323-644-3880 ต่อ 230.


 





















สาวซดยาหม้อแผนโบราณ ผื่น-แผลพุพองทั่วตัว
กทม.(ไทยรัฐ) : ลูกจ้างสาวโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ป่วยเป็นงูสวัด แล้วกินยาหม้อจากร้านขายยาแผนโบราณชื่อดัง ปรากฏเกิดอาการแพ้ยาขั้นรุนแรงจนหวิดสิ้นชื่อ

      

       ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนว่า มีหญิงสาวรายหนึ่ง เกิดอาการแพ้ยาจากการรับประทานยาหม้อแผนโบราณ ทำให้ร่างกายมีผื่นขึ้นและเป็นแผลพุพอง ช้ำเลือดช้ำหนองไปทั้งตัว ร่างกายคล้ายมนุษย์ดักแด้ สร้างความทุกข์ทรมานเป็นอย่างมากและหญิงคนดังกล่าวได้เข้ารับการรักษาตัวอยู่ในห้องผู้ป่วยพิเศษ 1433 โรงพยาบาลตากสิน
       ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบเมื่อบ่ายวันที่ 29 ม.ค. พบ น.ส.สมจิตร ประดับนาค อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 47/10 หมู่ 1 ซอยบางกระดี่ 43 ถนนบางกระดี่ แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. เป็นลูกจ้างประจำ แผนกพนักงานทั่วไปของโรงพยาบาลตากสิน นอนซมอยู่บนเตียงคนไข้ สภาพร่างกายตั้งแต่ใบหน้า ลำตัว แขน ขา มีแผลแดงช้ำและพุพองไปทั่ว แพทย์ได้ใช้วาสลินทาประกบรอยแผลเพื่อซับกันนํ้าเหลืองไหล โดยคนไข้เข้ารับการรักษาที่ รพ.ตากสิน เมื่อวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา 
       น.ส.สมจิตรเล่าอย่างกระท่อนกระแท่น ถึงอาการว่า เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ได้ป่วยเป็นโรคงูสวัดที่บริเวณแผ่นหลังและน่องด้านขวา จึงไปปรึกษากับเภสัชกรที่ร้านขายยาแผนโบราณเวชพงศ์โอสถ ตั้งอยู่เลขที่ 145-149 สี่แยกวัดตึก ถนนจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ ทางร้านได้จัดยาให้ 2 ชุดด้วยกัน ชุดแรกเป็นยาบดผง บรรจุอยู่ในขวดพลาสติกขนาดเล็ก ระบุข้างขวดแต่เพียงว่ายาทา “ปุยจั้วซั้ว” ให้ใช้ผสมกับเหล้าขาว แล้วทาบริเวณที่เป็น เมื่อแผลหายให้ต้มยาแผนโบราณดื่มกินติดต่อกัน ชุดแรกทาแล้วรู้สึกว่าแผลเริ่มแห้ง ตกสะเก็ด ส่วนยาอีกชุดที่จัดมาให้เป็นยาแผนโบราณ บรรจุอยู่ในถุงกระดาษสีน้ำตาล ด้านในเต็มไปด้วยเปลือกไม้ ผิวไม้ และรากไม้ชนิดต่างๆ ปะปนอยู่ เมื่อแผลเริ่มหาย จึงนำยามาต้มและดื่มกินไปเมื่อเย็นวันที่ 14 ม.ค. ปรากฏว่าหลังจากนั้น เกิดอาการคันตามตัวและแผ่นหลัง ตอนเช้าวันที่ 15 ม.ค. คิดว่าไม่เป็นอะไรจึงดื่มยาต้มไปอีกแก้ว ปรากฏว่าเกิดอาการปวดแสบร้อนตามตัว ใบหน้า แขน ขา และมีตุ่มผื่นขึ้นตามร่างกาย แต่อาการไม่ทุเลา แถมผื่นแดงเริ่มลุกลามกลายเป็นแผลพุพอง ตลอดทั่วตามหนังศีรษะ หน้าตา และตามร่างกาย รีบเข้าปรึกษากับแพทย์ที่ รพ.ตากสิน แพทย์ วินิจฉัยว่าเกิดอาการแพ้ยาขั้นรุนแรง จึงไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐานที่ สน.จักรวรรดิ

       อย่างไรก็ตาม เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน นางอภิญญา เวชพงศา อายุ 68 ปี เจ้าของร้านเวชพงศ์โอสถ ได้ทราบเรื่องที่ น.ส.สมจิตรเกิดอาการแพ้ยาหม้อแผนโบราณได้เดินทางไปเยี่ยม น.ส.สมจิตร ที่โรงพยาบาลและได้แสดงน้ำใจมอบเงินช่วยเหลือจำนวน 75,000 บาท ให้ น.ส.สมจิตร พร้อมกับขอรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่ง น.ส. สมจิตรก็ไม่ติดใจเอาความ และกล่าวว่าอยากให้เป็นอุทาหรณ์ กับคนที่เป็นโรคงูสวัด อย่าสุ่มเสี่ยงไปหาซื้อยามารับประทานเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ อาจจะเสียชีวิต แต่ตนโชคดี ที่ทำงานอยู่โรงพยาบาลและปรึกษาแพทย์ จนช่วยชีวิตไว้ทัน แต่ยังทรมานแสนสาหัส เนื่องจากแผลพุพองเริ่มแตก ตกสะเก็ด ผิวลอก ปวดแสบปวดร้อน และแพทย์ยังให้รักษาตัวอยู่ต่อไปอีกจนถึงวันที่ 6 ก.พ. ส่วนตัวยาแผนโบราณที่ทางร้านจัดมาให้ เมื่อสอบถามทางร้านได้บอกว่าเป็นตัวยาขับนํ้าเหลืองธรรมดา ประกอบด้วยรากไม้ 5 ชนิด คือ 1. รากข้าวยายหม่อม 2. รากชังชี้ 3. มะเดื่อชุมพร 4. รากคนฑา 5. รากหญ้านาง และต้นข้าวยายเหนือ ต้นข้าวยายใต้ 

       ต่อมาผู้สื่อข่าวโทรศัพท์สอบถามเรื่องที่เกิดขึ้นกับนางอภิญญา เวชพงศา เจ้าของร้านเวชพงศ์ฯ ได้รับการเปิดเผยว่า ร้านเปิดขายยามานานหลายสิบปี ไม่เคยเกิดเรื่องขึ้น รายนี้นับว่าเป็น 1 ใน 100 ใน 1,000 ราย ตนขอรับผิดชอบทุกอย่างที่เกิดขึ้นและพร้อมจะนำตัวยาที่จ่ายให้คนไข้ไปตรวจสอบ ซึ่งเป็นยาแผนโบราณ จำพวกรากไม้ 5 ชนิด ซึ่งเป็นยาขับน้ำเหลืองธรรมดา ส่วนผู้จ่ายยาของร้านนั้นทุกคนเรียนจบเภสัชกรหมด รวมทั้งตนด้วย สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นวิบากกรรมของทางร้านและเสียใจต่อเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมชดใช้ค่ารักษาพยาบาลทุกอย่างที่ผู้ป่วยเรียกร้องไปแล้ว

 









<<Back    Go to News


views[8185]    

All contents
พันธมิตรในอเมริกาหลายพัน ร่วมคอนเสิร์ตการเมืองที่โพโมน่า
อัยการแอลเอไม่ตั้งข้อหา หนูน้อยต้นเพลิง’บัควีด’
โลกรอบสัปดาห์
เชื่อหมายจับ’แม้ว’ไร้ผล ไม่เข้าข่ายผู้ร้ายข้ามแดน
มือปืนบุกเข้าไปกราดยิงในโบสถ์รัฐมิสซูรี ตาย3 เจ็บ5
เผยไทยและกัมพูชา เป็นเมืองสวรรค์ของนักนิยมมีเพศสัมพันธ์กับเด็ก
ให้นโยบายกงสุลต่างปท. เพิ่มคุณภาพงานบริการ
คตส.มติสั่งอายัดทรัพย์
ขอคารวะศาลรัฐธรรมนูญ
เลิกกม.บังคับคนอเมริกันโชว์พาสปอร์ตก่อนเข้าประเทศชั่วคราว
ร้านอาหารไทยในประเทศสหรัฐอเมริกา
กม.ใหม่เน้นวุฒิและฝีมือ ในการพิจารณาให้’ใบเขียว’โรบินฮูด
สองพรรคบรรลุข้อตกลงเรื่อง กม.อิมมิเกรชั่น
อเมริกัน56%สนับสนุน ใช้กำลังปราบ’โรบินฮูด’
จุดชมพลุวันชาติ 4 กรกฎาคม ในลอส แอนเจลิส
‘เปรมมณี’ / California รับกรรมโกงสึนามิ ต้องคืนเงิน-ล้างส้วมวัดไทย
คดีประวัติศาสตร์ "ตุลาการศาล รธน." อ่านคำวินิจฉัยยุบพรรค
ไทยไม่ฟ้องกูเกิลกรณี “ยูทูบ”
พระเพลิงแอลเอ
บรรณพจน์ถึงทางตัน โบ้ยทักษิณคือตัวการ คตส.อุบไต๋หลักฐาน มี4ชิ้นมัดคดีซื้อหุ้นชิน


Tell your friend   Make us your Homepage
  Home  | Today News | Web-Board | Sponsor | News | Menu Links | Miscellanous



thaibusinesscenter.net
Copyright (C) 2000-2006 All Rights Reserved