รวยและสวยได้ด้วยJeunesse
รวยและสวยได้ด้วยJeunesse

        Home   Today News   Web-Board    Sponsor   News   Miscellanous          

 บริษัท vShip4U อเมริกา
 Realtime World-Clock
 Hatinh Tour
 Mega Million Jackpot $326M
 Mega Million Jackpot $355M
 $1.5B Powerball Winner
 PowerBall $590M winner
 Thai lottery Result-Chk
 BellAir Shuttle
 ราคาประเมินที่ดิน, คอนโด
 Anniversary Maephim Group
 Thai Restaurant in Blaine, Washington
 Warehouse Asia
 Yahoo Greeting
 Thai-YellowPage USA
 Thai Tel-Search ToT
 US PersonSearch
 CountryCode Search
 USA Advance Search
 SnapFish Photo Album
 ShutterFly Photo Album
 PhotoBucket Album
 Job DB
 อีเมลล์ Yahoo Mail
 อีเมลล์ Hotmail
 Currency Exchange Rate
 WorldExchangeRate
 Paypal ส่งเงินทั่วโลก
 US Bank
 President Choice MC
 KEY-Bank
 Chase Canada
 Bank Of America
 Citi-Bank
 Bank of America
 OptionsMasterCard
 Capital One Bank
 BMO Bank
 TD Bank
 CIBC Bank
 Bangkok Bank LogIn
 Kasikorn Bank
 Amazon
 Thai LA.net
 US CIS
 American VISA
 Safety-Technology KU
 Thai Council of Prof-Engineer
 APEC Assessment
 APEC Engineers Manual
 ToastMaster Division-J
 Vancouver Business Network
 เวป Used Market
 Classified Page
 WorldMostClassified
 Unitel Lao
 I-Smart Engineering
 เวป Pantip มาร์เก็ต
 Canada -Kijiji
 Pattaya Classified
 Savan Park
 Vancouver Used
 คนไทยใน Sydney, Australia
 Classified Singapore
 S'pore Classified Website
 ศูนย์รวมComputor&Part
 Today in History TV
 Internet TV (1,000 Ch.)
 CNN-HeadLine
 Siam Media USA
 SIAM Town USA
 Thai in WA
 Rujirat News
 Thai-TV Nation Channel
 ฟัง "สนธิ" Click ที่นี่
 ManagerMultimedia
 Doo ThaiTV
 HotTV LeeNa Jang
 Watch ASTV now
 See San TV
 Thai TV Online
 Radio Online
 International Dictionary
 Fun with Science
 Astronomy Games
 Math Racing Games
 วิชาการดอทคอม
 Countries Study Index
 Job Canada
 Canada Gov-Job
 Job DB
 Job Monster
 Career Click
 Job in USA
 JobSet
 M & A Group
 US Lottery Visa 2006
 About 1CellNet "Voice"
 ชำระเงินPay Online
 USA Lotto Visa


 

w260ขึ้นค่าวีซ่าเป็น 131 ดอลลาร์

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศปรับราคาค่าธรรมเนียมยื่นขอวีซ่าเข้าประเทศทุกประเภท ทั้งวีซ่าท่องเที่ยว วีซ่าธุรกิจ วีซ่านักเรียน และวีซ่าแรงงานชั่วคราว จาก 100 ดอลลาร์เป็น 131 ดอลลาร์ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2008 เป็นต้นไป ทั้งนี้เหตุผลของการปรับราคาคือ ต้องการนำเงินไปใช้จ่ายสำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ให้มีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการตรวจลายนิ้วมือสิบนิ้ว แทนที่จะเป็นสองนิ้วเหมือนในอดีต โดยการพิมพ์นิ้วมือทั้งสิบนิ้วนั้น ขณะนี้ได้เริ่มใช้แล้วที่สนามบินนานาชาติวอชิงตัน ดัลเลส แล้ว และจะทะยอยใช้ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบินนานาชาติทั้ง 116 แห่ง, ท่าเรือ 15 แห่ง และตามชายแดนทั้ง 154 จุด ภายในสิ้นปีหน้า (ไทยทาวน์)

 

อริโซน่ากับผลกระทบเศรษฐกิจ

                เริ่มจากวันที่ 1 มกราคม 2008 เป็นต้นไปรัฐอริโซน่าใช้กฎหมายเข้มข้นเรื่องผู้อยู่อย่างผิดกฎหมาย จะส่งผลกระทบถึงเศรษฐกิจของรัฐนี้อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ถือเป็นกฎหมายคนเข้าเมืองที่เข้มงวดมากที่สุดในสหรัฐ

                เริ่มจากดังนี้ หากบริษัทนายจ้างใดจ้างคนงานที่ผิดกฎหมายทำงาน เมื่อถูกจับได้ ใบอนุญาตประกอบการจะถูกเพิกถอน(suspended) 10 วัน  หากกระทำผิดครั้งที่สองใบอนุญาตจะถูกยึดแบบถาวร

( permanently revoked)

                จูดิธ แกนส์ อาจารย์ด้านนโยบายคนเข้าเมืองมหาวิทยาลัยอริโซน่าชี้ให้เห็นว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจที่มีต่อท้องถิ่นเกิดขึ้นแน่นอน  เมื่อแรงงานเหล่านี้ถูกทดแทนด้วยแรงงานถกต้อง ดังนั้นราคาสินค้าจะต้องแพงขึ้นอาทิเช่นแฮมเบอร์เกอร์,ผักกาดหอม,คนตัดหญ้าและทำสวน  สินค้าและบริการเหล่านี้ราคาจะแพงขึ้น

                จากผลการศึกษาและนำรายงานออกมาเสนอเมื่อตุลาคมพบว่ารัฐอริโซน่ามีคนที่เกิดในต่างประเทศและอพยพเข้ามาเพิ่มมากขึ้นจากปี 1990 ำนวน 269,000 รายเป็น 831,000 รายในปี 2004

มีการคำนวณว่าคนเกิดในต่างชาติเหล่านี้ประมาณ 5 แสนคนเป็นผู้อยู่อย่างผิดกฎหมาย แรงงานเหล่านี้ส่วนใหญ่มาจากประเทศเม็กซิโก ส่วนหนึ่งมาเป้นคนงานไร่เพื่อเก็บผักกาดหอม(lettuce)ในเขตเมืองยูม่า รับจ้างทำซูชิในเมืองฟีนิกซ์และทำความสะอาดโรงแรมที่เมือง Flagstaff.

                เมื่อแยกย่อยแรงงานพบว่า 59 % ทำงานในไร่,27 % ทำงานในภาคก่อสร้าง, 51 % ทำงานด้านสวนและตัดหญ้า,26 % ทำงานในโรงแรม,23 % ทำในภัตตาคาร ,33 % ทำงานตามบ้านเรือนทั่วไปและ 46 % เข้าสู่อุตสาหกรรมโรงงานผ้า

                คนอริโซน่าที่ไม่ใช่พลเมืองอเมริกัน 6 คนจะเป็นคนอยู่ผิดกฎหมาย 5 คน  เศรษฐกิจอริโซน่าในปี 2004 พบว่าคนอยู่ผิดกฎหมายมีส่วนกระจายเศรษฐกิจ 940 ล้านดอลลาร์  ในขณะที่รัฐนี้ใช้เงินงบประมาณเพื่อการศึกษา,รักษาพยาบาลและจ้างเจ้าหน้าที่รักษากฎหมาย(แก่ทั้งรัฐ) 1.4 พันล้านดอลลาร์

งานภาคเกษตรกรรมถือได้ว่าได้รับผลกระทบมากที่สุดจากกฎหมายใหม่  เมืองยูท่าต้องการคนงานไร่เก็บพืชผักในฤดูเก็บเกี่ยวประมาณ 50,000 คน  ในจำนวนนี้ครึ่งหนึ่งเป็นแรงงานที่นำเข้าจากฝั่งเม็กซิโก  ปัจจุบันคนงานเก็บผักมีรายได้ชั่วโมงละระหว่าง 12-14 ดอลลาร์  เมื่อมีกฎหมายใหม่ใช้บังคับ ค่าแรงจะเพิ่มเป็น 20 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง

ทางออกของเจ้าของไร่เกษตรกรรมอาจหันไปผลิตในเขตเม็กซิโกมากขึ้นแล้วนำสินค้าเข้ามาจำหน่ายในสหรัฐ  เมื่อบวกเข้ากับค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนตัวลง จะทำให้สินค้าเกษตกรรมหรือประเภท

 groceries แพงมากขึ้น.....อ่านต่อ



 Today News

Photos of Life

 

                                                                            Picture name : "Both of you is my heart"

                                                                                         for Ann  Tansenee / Bangkok

                                                                                                             Drawn by :

                                                                                             "ตั่งเอียงกก ซิงแซ"

                   (Vice President of Chinese-Medical Association of Thailand)

                                                                Or English name as

                                                             Dr. Chen Yen Kuo

                                                                                                             

                                                    

.                                                  =====================================================================

 

ร่างปฏิรูปกฎหมายอิมมิเกรชั่นจากทำเนียบขาว

ประธานาธิบดีโอบามาได้รับเลือกตั้งได้ดำรงตำแหน่งเป็นเทอมที่สองโดยได้รับคะแนนเสียงจำนวนมากจากคนต่างชาติที่โอนสัญชาติเป็นซิติเซนต์คนเหล่านี้มีญาติพี่น้อง & เพื่อนฝูงที่อยู่อย่างไม่ถูกต้องในอเมริกา ประธานาธิบดีได้สัญญาว่าจะผลักดันให้ออกกฎหมายเพื่อช่วยให้คนต่างชาติที่อยู่อย่างไม่ถูกต้องสามารถได้รับสถานภาพที่ถูกต้อง หลังจากที่เขาเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีได้เสนอร่างปฏิรูปกฎหมายอิมมิเกรชั่นเพื่อช่วยให้คนต่างชาติที่อยู่อย่างไม่ถูกต้องสามารถได้รับใบเขียวและอยู่ในอเมริกาได้อย่างถูกต้องภายในเวลา 8 ปี

ร่างเสนอดังกล่าวระบุให้เพิ่มเงินงบประมาณเพื่อปกป้องด่านชายแดนเพื่อมิให้คนต่างชาติลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย และเพิ่มระเบียบการให้นายจ้างตรวจสอบสถานภาพของลูกจ้างซึ่งเพิ่งเข้าทำงานภายในเวลา 4 ปีที่ผ่านมา คนต่างชาติที่อยู่อย่างผิดกฎหมายเป็นจำนวนประมาณ 11 ล้าน สามารถยื่นขอรับบัตรรอคิวใบเขียวได้ (Lawful Prospective Immigrant)

ร่างเสนอปฏิรูปกฎหมายอิมมิเกรชั่นจากทำเนียบข่าว ระบุว่าคนที่จะขอรับประโยชน์จะต้องผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากร จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมสำหรับวีซ่าประเภทใหม่นี้ ถ้าได้รับการอนุมัติคนต่างชาติเหล่านี้จะได้รับอนุญาตให้อาศัยอยู่ในประเทศอมเริกาอย่างถูกต้องได้เป็นเวลา 4 ปี ในระหว่างนี้เขาสามารถทำงาน และเดินทางเข้าออกประเทศได้ หลังจากที่ครบ 4 ปีแล้ว เขาสามารถขอยื่นต่ออายุบัตรได้อีก 4 ปี

คนที่ทำความผิดกฎหมายอาญา อาจจะหมดสิทธิขอรับประโยชน์ร่างเสนอได้ระบุว่า คนที่ไม่มีสิทธิยื่นขอรับบัตรรอคิวใบเขียว ได้แก่คนที่ทำความผิดและถูกทำโทษจำคุกเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี หรือคนที่ทำคววามผิดอย่างน้อย 3 กระทง ซึ่งมีโทษจำคุกเป็นเวลา 90 วัน นอกจากนั้นยังรวมถึงคนที่ทำความผิดคดีร้ายแรงในต่างประเทศด้วย

คนที่ถูกอิมมิเกรชั่นจับและกำลังอยู่ในระหว่างถูกศาลดำเนินคดีเนรเทศ ก็มีสิทธิขอรับประโยชน์จากร่างเสนอฉบับนี้

คนที่ได้รับการอนุมัติจะได้รับบัตรรอคิวใบเขียว ที่จะแสดงว่าตนอยู่อย่างถูกต้องตามกฎหมายในประเทศอเมริกา และสามารถเดินทางได้

ภายในเวลา 8 ปี คนเหล่านี้สามารถยื่นขอรับใบเขียว โดยเหล่านี้จะต้องรู้ภาษาอังกฤษ, อ่านออกเขียนได้ และเรียนรู้ประวัติศาสตร์และระบบโครงสร้างของรัฐบาล นอกจากนั้นคนเหล่านี้จะต้องจ่ายภาษีย้อนหลัง

ถ้าร่างเสนอฉบับนี้ผ่านสภาและนำออกบังคับใช้ คู่สมรสและลูก ซึ่งอาศัยอยู่ต่างประเทศก็สามารถขอรับสิทธินี้ได้ด้วยเช่นกัน

เมื่อเดือนที่ผ่านมา สมาชิกส่วนใหญ่ของสภาซีเนท ได้ประกาศว่าพวกเขาเห็นด้วยกับการปฏิรูปกฎหมายอิมมิเกรชั่น

แต่ซีเนเตอร์บางคนจากพรรครีพับบริแกน กล่าวว่าร่างเสนอจากทำเนียบขาวดังกล่าวนี้ ก็จะซ้ำรอยเดิมของร่างเสนอกฎหมายปฏิรูปในอดีตที่ไม่สามารถผ่านการอนุมัติจากสภาาคองเกรสอีก เนื่องจากร่างเสนอดังกล่าวไม่มีมาตรการควบคุมด่านชายแดน และการเปิดทางพิเศษใให้แก่คนที่ทำผิดกฎหมายอิมมิเกรชั่นให้ได้สิทธิเหนือคนที่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ จะเป็นสร้างปัญหาอิมมิเกรชั่นให้แย่หนักลงไปอีก เพราะร่างเสนอฉบับนี้จะให้สิทธิแก่คนที่อยู่อย่างผิดกฎหมาย แต่คนที่อยู่อย่างถูกต้อง เช่นคนที่อยู่ด้วยวีซ่านักเรียน วีซ่าทำงาน หรือวีซ่านักลงทุน จะไม่สามารถได้รับสิทธิพิเศษดังกล่าว

คนที่อยู่อย่างไม่ถูกต้องก็คงต้องติดตามข่าวกันต่อไปว่ากฎหมายปฏิรูปอิมมิเกรชั่นจะผ่านสภาคองเกรสหรือไม่ และจะได้ออกบังคับใช้หรือไม่, เมื่อไหร่

สภาซีเนทอนุมัติกฎหมายคุ้มครองคนที่ถูกทำร้าย

กฎหมายคุ้มครองคนที่ถูกทำร้าย Violence Against Women Act หรือ VAWA นี้เป็นกฎหมายที่อนุญาติให้คนที่แต่งงานกับซิติเซนต์หรือคนที่ถือใบเขียว แล้วถูกคู่สมรสของตนกดขี่ข่มเหง ทำร้ายร่างกายหรือจิตใจ คนเหล่านี้สามารถยื่นขอรับใบเขียวได้ด้วยตนเอง

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สภาซีเนทได้ลงคะแนนเสียงอนุมัติกฎหมาย VAWA ด้วยคะแนนเสียง 78 ต่อ 22 ร่างกฎหมายฉบับนี้ให้ความคุ้มครองคนที่ถูกคู่สมรสของตนทำทารุณ ทำร้ายร่างกายหรือจิตใจร่างกฎหมายฉบับนี้ได้เพิ่มความคุ้มครองโดยครอบคลุมถึงคู่สมรสเพศเดียวกัน (เกย์/เลสเบียน) ซึ่งกฎหมาย VAWA จะให้ความคุ้มครองเท่าเทียมกับคู่สมรสอื่นๆ

กฎหมาย VAWA ได้หมออายุไปเมื่อปี 2011 หน่วยงานหลายฝ่ายได้พยายามผลักดันให้ต่ออายุกฎหมาย VAWA แต่ในปีที่ผ่านมาสภาซีเนท และ House of Representatives ไม่สามารถตกลงกันในรายละเอียดของกฎหมาย VAWA ฉบับใหม่

กลุ่มผู้สนับสนุนกฎหมาย VAWA กล่าวว่ากฎฆมายฉบับนี้ช่วยลดจำนวนคนที่ถูกทำร้ายจากคู่สมรสของตน ระหว่างปี 1993 ถึง 2010 คนที่ถูกทำร้ายลดลงเป็นจำนวนถึง 67% และส่งผลให้เพิ่มจำนวนการแจ้งความการถูกทำร้าย และเพิ่มจำนวนการจับกุมคนร้ายมากขึ้น

กฎหมาย VAWA นี้ได้รับการต่ออายุอีกเป็นเวลา 5 ปี และได้รับเงินงบประมาณจากรัฐบาลกลางจำนวน 659 ล้านเหรียญ เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านคำแนะนำทางกฎหมาย, ที่พัก และความช่วยเหลือด้วนทางโทรศัพท์ (Domestic Violence Hotlines) ให้พัฒนาศูนย์ข้อมูลของคนร้าย และให้เร่งการตรวจสอบหลักฐาน DNA ของคนร้าย DNA เป็นหลักฐานที่สามารถชี้ตัวคนร้ายได้ ในปัจจุบันมีหลักฐานที่รอการตรวจสอบ DNA อยู่เป็นจำนวนประมาณ 400,000 ราย

 

วีซ่ายู (U visa)

วีซ่ายู (U visa)

วีซ่ายู เป็นวีซ่าที่ได้ถูกกำหนดขึ้นในปี 2000 โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้สถานภาพที่ถูกต้องแก่คนต่างชาติที่ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมและให้ความร่วมมือกับทางราชการเพื่อสอบสวน, สืบจับ และเอาผิดคนร้ายที่กระทำคดีอาญาร้ายแรง

วีซ่ายูนี้ครอบคลุมถึงคนที่เป็นเหยื่อของการถูกทำร้ายจากคนในครอบครัวของตนเองด้วย (Domestic Violence)

คุณสมบัติของผู้ที่จะขอวีซ่ายู มีดังนี้

1. คุณจะต้องได้รับใบรับรองจากเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ว่าคุณจะเป็นประโยชน์ต่อทางราชการในการให้ความร่วมมือเพื่อสอบสวนและเอาผิดคนร้าย ซึ่งกระทำผิดในคดีร้ายแรง เช่น ข่มขืน, ทรมาน, การค้าทาส, การมีเพศสัมพันธ์กับคนในครอบครัว, การทำร้ายทุบตีบุตร/ภรรยา การกระทำชำเรา, การจับตัวคนเรียกค่าไถ่, การลักพาเด็ก, การกักขังคน, การขู่กรรโชกหรือแบล็กเมล์, การฆ่าคนตาย การทำร้ายร่างกายผู้อื่น

2. คุณได้รรับบาดเจ็บหรือได้รับความกระทงกระเทือนทางจิตใจอย่างรุนแรงจากเหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้น

3. คุณมีข้อมูลซึ่งเป็นประโยชน์ต่อทางราชการเกี่ยวกับคดีที่เกิดขึ้น

4. เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นการกระทำของคนร้ายที่กระทำความผิดตามกฎหมายของประเทศอเมริกา

เหยื่อของอาชญากรรม (Victim of crime)

คนที่ถูกทำร้ายหรือได้รับผลกระทบจากคดีอาชญากรรมอาจจะเป็นคนที่เป็นเหยื่อทางตรง (Direct Victime) หรืออาจจะเป็นคนที่เป็นเหยื่อทางอ้อม ( Indirect Victim)

เหยื่อโดยตรง คือคนที่ถูกคนร้ายกระทำผิดต่อร่างกายหรือจิตใจของเขาโดยตรง เช่นคนที่ถูกทำร้ายร่างกาย หรือถูกกักขัง ถูกข่มขืน

เหยื่อทางอ้อม คือญาติพี่น้องของเหยื่อโดยตรง ซึ่งเป็นผู้ที่จะช่วยทางราชการเพื่อเอาผิดคนรร้าย เพราะในบางครั้งเหยื่อโดยตรงนี้ไม่สามารถให้การกับตำรวจเพราะได้เสียชีวิตไปแล้ว หรือสมองเสื่อม จนหมดประสิทธิภาพ หรือไม่สามารถที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับคดีที่เกิดขึ้น ญาติพี่น้องของเหยื่อโดยตรงซึ่งรู้เห็นเหตุการณ์สามารถช่วยทางราชการเพื่อสอบสวนและเอาผิดคนร้ายได้ เหยื่อทางอ้อมได้แก่
               
1. คู่สมรสของเหยื่อโดยตรง

2. ลูกที่อายุต่ำกว่า 21 ปี ของเหยื่อโดยตรง

3. ถ้าเหยื่อโดยตรงอายุต่ำกว่า 21 ปี พ่อแม่ของเขาอาจจะมีคุณสมบัติเป็นเหยื่อทางอ้อมได้

ในการพิจารณาว่าผู้ใดมีคุณสมบัติที่จะได้รับวีซ่ายูจากการเป็นเหยื่อทางอ้อม USCIS จะพิจารณาดูอายุของเหยื่อโดยตรง ณ เวลาที่เขาถูกทำร้าย

ญาติพี่น้องของคนที่มีวีซ่ายู

ถ้าคุณได้รับวีซ่ายูในฐานะเป็นคนหลัก (principal) คนในครอบครัวของคุณสามารถพ่วง (derivatives) เพื่อรับวีซ่ายูได้ด้วย

ถ้าคุณอายุเกิน 21 ปี ญาติของคุณที่สามารถพ่วงขอรับวีซ่ายูด้วยได้แก่คู่สมรสของคุณ หรือลูกที่ไม่ได้แต่งงานที่อายุต่ำกว่า 21 ปี

ถ้าคุณอายุต่ำกว่า 21 ปี ญาติของคุณที่สามารถพ่วงขอรับวีซ่ายูด้วยได้แก่คู่สมรสของคุณ ลูกที่ไม่แต่งงานที่อายุต่ำกว่า 21 ปี พ่อแม่ของคุณ และพี่น้องของคุณที่อายุต่ำกว่า 18 ปี
               
การพิจารณาอายุดังกล่าวให้พิจารณาอายุ ณ วันที่ที่ยื่นคำร้องขอวีซ่ายู

อายุของวีซ่ายู

ถ้าคำร้องขอวีซ่ายูได้รับการอนุมัติ คุณจะสามารถได้รับสถานภาพที่ถูกต้องให้อยู่ในอเมริกาได้เป็นเวลาครั้งละ 4 ปี และหลังจากที่คุณได้วีซ่ายูเป็นเวลา 3 ปี คุณก็มีสิทธิยื่นขอรับใบเขียวได้

การขอรรับใบเขียว

ผู้ที่ถือวีซ่ายู สามารถยื่นขอรับใบเขียวได้ โดยมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้

1. คุณได้อาศัยอยู่ใในอเมริกาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 3 ปี นับตั้งแต่วันที่คุณได้รับวีซ่ายู

กฎหมายระบุว่าคุณมิได้อยู่ในอเมริกาอย่างต่อเนื่องถ้าคุณเดินทางออกจากประเทศอเมริกาไปเป็นเวลาเกินกว่า 90 วัน หรือนับวันที่รวมกันที่อยู่นอกประเทสเกินกว่า 180 วัน

2. คุณมิได้กระทำผิดกฎหมายในคดีอาญาซึ่งทำให้คุณหมดสิทธิในการขอรับใบเขียว

3. หลังจากที่คุณได้รับวีซ่ายูแล้ว คุณมิได้ปฏิเสธมิให้ความร่วมมือช่วยเหลือทางราชการในการเอาผิดคนร้าย

การเดินทางออกนอกประเทศอเมริกา

คนที่ได้รับวีซ่าสามารถเดินทางออกนอกประเทศอเมริกาได้แต่เมื่อคุรจะกลับเข้ามาในอเมริกา คุณจะต้องเข้าไปยื่นขอวีซ่ายูที่สถานทูตอเมริกัน ดังนั้นให้พึงสังวรณืว่าถ้าสถานทูตอเมริกันไม่ยอมออกวีซ่าให้แก่คุณ คุณก็จะไม่สามารถกลับเข้ามาในอเมริกาอีก

คนที่เคยอยู่เกินกำหนดเมื่อเดินทางออกจากประเทศอเมริกากฎหมายลงโทษ 3 ปี/10 ปี อาจจะทำให้คุณไม่สามารถกลับเข้ามาได้อีก ยกเว้นเฉพาะกรณีที่คุณได้ขออภัยโทษ (waiver) ไว้ล่วงหน้าก่อนเดินทาง

นอกจากนั้น กฎหมายระบุว่าคนที่กำลังยื่นปรับสถานภาพเพื่อขอรับใบเขียว ถ้าเดินทางออกนอกประเทศอเมริกา จะถือว่าคำร้องขอปรับสถานภาพเป็นใบเขียวนั้นถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติ ดังนั้นคุณควรจะต้องยื่นขอใบเดินทาง (advance parole) ไว้ก่อนที่จะเดินทางออกจากอเมริกา

 

 

 

 

ลูอี ลูฮาน โรสเวลท์ ดอร์น ----------------------------------------------คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่----------------------------------------มาตรฐาน นักการเมืองอเมริกันเมื่อ วันที่ 19 มีนาคม 2010 ศาลชั้นต้นรัฐแคลิฟอร์เนีย(แอล.เอ.)พิพากาษให้นายลูอี ลูฮาน (Louie Lujan) วัย 33 ปี อดีตนายกเทศมนตรีเมืองลา ปวนเต้ รัฐแคลิฟอร์เนียมีความผิดในข้อหา ขัดขวางขบวนการดำเนินคดี(felony count of perjury) ด้วยการภาคทัณฑ์ 3 ปีและปรับ 1,000 ดอลลาร์ สาเหตุมาจากเขาโกหกใน บัญชีการเงินเรื่องรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง หรือพูดง่ายๆแจ้งบัญชีเท็จ ที่ สำคัญเขาถูกห้ามลงสมัครรับเลือกตั้งเพื่อที่จะทำงานการเมืองได้อีกต่อไป(Barred from ever holding elected office again) ซึ่งนายแม็กซ์ ฮันท์สแมน รองอัยการสหรัฐกล่าวว่า”คนโกหก จะต้องไม่ได้รับการไว้วางใจมาทำงานให้กับสาธารณะ” ก่อนหน้านี้เขายื่นใบลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ คดีต่างๆที่จะดำเนินการต่อเป็นระงับ เพราะมีการตกลงกันนอกศาล(A plea bargain)กับอัยการ เรื่อง ราวของนักการเมืองอเมริกันที่จนมุมและต้องถูกห้ามเล่นการเมืองตลอดชีวิต ก่อนหน้านี้ยังมีอีกมากมาย ตัวอย่างเช่นนายโรสเวลท์ ดอร์น(Roosevelt Dorn) วัย 74 ปี อดีตนายกเทศมนตรีเมืองอิงเกิ้ลวู้ด แคลิฟอร์เนียยอมรับสารภาพผิดเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2010 ในคดีลหุโทษที่เรียกว่า มีผลประโยชน์ทับซ้อน(conflict-of-interest) นายดอร์นเคยเป็นผู้พิพากษาศาลเยาวชนมาก่อนรวม 18 ปี ก่อนที่จะได้รับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีเมื่อ 13 ปีที่แล้วหรือตั้งแต่ปี 1997 ในที่สุดเขาก็ยอมรับสารภาพ(plead guilty) เขารู้ว่าการต่อสู้คดีนั้นไม่สนุกนัก เพราะหากถูกตัดสินว่ามีความผิดเขาจะถูกส่งเข้าจำคุกก่อน จากนั้นก็รอเพื่อให้ศาลอุทธรณ์ชี้ว่าจะให้ยื่นอุทธรณ์หรือไม่ “ผมยินดีจ่ายค่าปรับ 1 พันดอลลาร์แล้วก็รีไทร์ดีกว่า” หากเขาสู้คดีโทษสูงสุดจำคุก 4 ปี 8 เดือน คดี นี้เกิดขึ้นหลังจากสำนักงานอัยการลงมือสอบสวนเรื่องการกู้เงิน 500,000 ดอลลาร์ที่นายกเทศมนตรีกู้เมื่อปี 2004 เงินก้อนนี้เป็นเงินจากโครงการ ที่เรียกว่า Inglewood's Residential Incentive Policy เพื่อ นำมาให้ฝ่ายบริหารของซิตี้สามารถซื้อบ้านพักอาศัยได้ ต่อ มานายดอร์นขอกู้เงินนี้ในระยะ 30 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.39 % จากการสอบสวนปรากฎว่าเขานำเงิน ครึ่งหนึ่งไป paid off บ้านเขาเอง จาก นั้นครึ่งหนึ่งนำไปฝากไว้ในธนาคาร ถือว่าเกิดผล ประโยชน์”ทับซ้อน”และผิดกฎหมาย นี่ หากเขากู้เฉพาะที่จะนำไป paid off บ้าน โดยไม่ให้เหลือนำไปฝากธนาคารเพื่อรับดอกเบี้ยที่อาจได้มากกว่า 2.39 % เขาก็คงไม่ต้องข้อหา คดีนี้ศาลยังห้ามไม่ให้เขาลงรับเลือกตั้ง,รับตำแหน่งบริหารหรือให้มีการเว้น วรรคทางการเมืองตลอดไป (Barred from ever holding elected office again)เมือง ไทยให้เว้นวรรคเพียง 5 ปียังโวยวายกันอีก น่าจะมาเรียนรู้บทลงโทษนักการเมืองในระบบประชาธิปไตยอย่างสหรัฐอเมริกาบ้าง.....อ่าน ต่อ

กฎหมายอิมมิเกรชั่นที่ต้องตาม

สรุปร่างกฎหมายปฏิรูปอิมมิเกรชั่นที่เสนอเข้าสภาเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2009

โดย สยามมีเดีย นิวส์ 1 มกราคม 2553

        

                เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2009 คองเกรสแมนของพรรคเดโมแครตได้เสนอร่างกฎหมายเรียกว่า The Comprehensive Immigration Reform for America's Security and Prosperity Act of 2009 (CIR ASAP) สรุปสาระสำคัญดังนี้

หมวดที่ 1 การปกป้องพรมแดน การกักขัง และการบังคับกฎหมาย
                การปกป้องพรมแดน โดยมุ่งการปกป้องคุ้มกันชายแดนดังต่อไปนี้
- ให้จัดตั้งหน่วยงานซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐบาลกลาง รัฐและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เพื่อประสานงานในการปกป้อง ชายแดน ของเมืองที่อยู่ติดกับพรมแดนของประเทศเม็กซิโก
-ให้ส่งเสริมการฝึกซ้อม&ประเมินผลงานของเจ้าหน้าที่
-ปรับปรุงอาคาร, อุปกรณ์ และการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง
-เพิ่มบุคคลากรที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง เพิ่มมาตราการป้องกันการลักลอบพาคนเข้าประเทศ

                การปรับปรุงห้องกักขัง
-ให้ปรับปรุงสภาห้องกักขัง ให้ผู้ถูกกักขังสามารถได้รับการรักษาพยาบาลเมื่อเจ็บป่วย สามารถใช้โทรศัพท์ได้
-ระบุให้เจ้าหน้าที่ต้องรายงานภายใน 48 ชั่วโมง ถ้าผู้ถูกกุมขังเสียชีวิต ในแต่ละปี จะต้องทำรายงานให้สภาคองเกรสทราบ ถึงเหตุการณ์และสาเหตุของการเสียชีวิตของผู้ถูกคุมขัง
-ให้ผู้ถูกจับกุมสามารถได้รับบริการจากเจ้าหน้าที่ดูแลเด็ก, ล่ามและทนายความได้

หมวดที่ 2 การตรวจสอบการว่าจ้างแรงงาน
กำหนดให้นายจ้างทำการตรวจสอบว่าคนงานที่จะรับเข้าทำงานนั้นมีสิทธิในการทำงานจริง ให้เพิ่มค่าปรับสำหรับนายจ้าง ที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบ และเพิ่มโทษทางอาญาสำหรับนายจ้างที่ว่าจ้างคนงานทั้งๆ ที่รุ้ว่าผู้นั้นผิดกฎหมาย

หมวดที่ 3 การปฏิรูปวีซ่า
                ลดเวลาการรอคอย ร่างกฎหมายฉบับนี้จะช่วยลดเวลาการรอคอยโควต้าใบเขียวจากการทำงานและจากญาติพี่น้อง โดยการเพิ่มจำนวนโควต้า ใบเขียวให้มากขึ้น ให้นำโควต้าของวีซ่าที่ไม่ได้ใช้ในปี 1992-2008 เอามาเพิ่มโควต้าของปีหน้า และให้การยกเว้นไม่จำกัด โควต้าสำหรับวีซ่าทำงานของคนต่างชาติ ที่จบการศึกษาสาขาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี, วิศวกร, คณิตศาสตร์ และนางพยาบาล

                ส่งเสริมการรวมครอบครัว
มีเป้าหมายให้ครอบครัวได้อยู่ด้วยกัน โดยไม่ต้องแตกแยก
-ให้จัดประเภทของคู่สมรส และบุตรของใบเขียวให้เป็น Immediate Relatives เช่นเดียวกับครอบครัวของซิติเซนต์ ซึ่งจะทำให้พวกเขาสามารถได้รับใบเขียวโดยไม่ต้องรอโควต้า
-ให้คนต่างชาติสามารถรับใบเขียวได้ถึงแม้ผู้ยื่นจะเสียชีวิตลงก่อนก็ตาม
-โดยปกติคนที่วีซ่าขาด หรืออยู่เกินกำหนดจะไม่สามารถรับใบเขียวยกเว้นเฉพาะ Immediate Relatives ร่างกฎหมายนี้ระบุให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจในการตัดสินใจที่จะอนุมัติใบเขียวให้สำหรับคนที่วีซ่าขาด หรืออยู่เกินกำหนด ถ้าคนเหล่านี้มีลูกที่เป็นซิติเซนต์
-ให้อำนาจแก่ผู้พิพากษาศาลอิมมิเกรชั่น ที่จะระงับการเนรเทศพ่อแม่ของเด็กที่เป็นซิติเซนต์ ถ้าการเนรเทศพ่อแม่ของเด็กที่เป็นซิติเซนต์ ถ้าการเนรเทศจะไม่เป็นผลดีต่อเด็ก

หมวดที่ 4 ให้คนที่อยู่อย่างผิดกฎหมายสามารถขอสถานภาพที่ถูกต้องได้
                ให้สถานภาพที่ถูกต้อง Legalization
-ผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมจะได้รับวีซ่าชั่วคราว (conditional nonimmigrant visa) ซึ่งมีอายุ 6 ปี วีซ่านี้จะอนุญาตให้คนต่างชาติสามารถทำงานและเดินทางได้
-ผู้สมัครจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้
1. อยู่ในอเมริกาอย่างผิดกฎหมายก่อนวันที่ 15 ธันวาคม 2009
2. ทำประโยชน์ให้สังคมจากการทำงาน, การศึกษา, รับราชการทหาร อาสาสมัครช่วยสังคม
3. จ่ายค่าปรรับ $500
4. ไม่ได้ทำผิดคดีอาญาหนัก (felony) หรือคดีอาญาเบา 3 กระทง หรือมากกว่า
-หลังจาก 6 ปี ผู้ที่ได้วีซ่าชั่วคราวพร้อมทั้งคู่สมรสและบุตรสามารถขอรับใบเขียว และสามารถขอโอนสัญชาติในที่สุดได้
Dream Act เด็กที่เข้ามาอยู่ในอเมริกาก่อนอายุ 16 ปี สามารถขอสถานภาพที่ถูกต้องได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าปรับ และสามารถได้ใบเขียวถ้าจบไฮสคูลและเรียนต่อวิทยาลัย 2 ปี หรือรับราชการทหารคนที่ได้ใบเขียวจาก Dream Act สามารถขอโอนสัญชาติเป็นอเมริกันหลังจากที่ได้ใบเขียวเป็นเวลา 3 ปี
คนงานเกษตร Farmworkers กฎหมายจะระบุให้คนงานเกษตรที่อยู่ผิดกฎหมายสามารถขอรับสถานภาพที่ถูกต้องได้

หมวดที่ 5 เพิ่มความเข้มงวดในการว่าจ้างคนงาน
ร่างกฎหมายนี้มีมาตรการส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศ, ฝึกอบรมคนงานจัดตั้งระบบศูนย์ข้อมูลเพื่อให้นายจ้างตรวจสอบคนงานว่ามีสิทธิทำงานหรือไม่ บังคับให้นายจ้างว่าจ้างคนงานอเมริกันก่อน ถ้าไม่สามารถหาคนงานอเมริกันเข้าทำงานได้จริงแล้ว จึงจะสามารถยื่นขอวีซ่าทำงานให้แก่คนต่างชาติ
คาดว่าในปี 2010 นี้ร่างกฎหมายฉบับนี้จะได้ถูกนำเข้าสภาเพื่อพิจารณาและลงคะแนนเสียง ถ้า ได้รับการอนุมัติจึงจะสามารถนำออกบังคับใช้ได้ ร่างกฎหมายฉบับนี้ ให้ความหวังอีกครั้งหนึ่ง สำหรับคนที่อยู่ในอเมริกาอย่างผิดกฎหมาย

กลับด้านบน

 

ภรรยามีลูกเกิดในอเมริกากับสามีเก่าเป็นซิติเซ่นปัจจุบันอายุเกิน 21 ปีอยู่เมืองไทย ภรรยาแต่งงานใหม่มีลูกกับสามีใหม่อายุ 14, 16 ปี ลูกซิติเซ่นจะทำใบเขียวให้แม่ น้อง และพ่อเลี้ยงได้ไหม เด็กทั้งสองมีวีซ่าท่องเที่ยวเด็กจะไปรอเรื่องในอเมริกาได้ไหม และวิธีไหนที่จะไม่พรากจากกันนานและจะได้มาเร็วที่สุด ปัจจุบันมีป้าอยู่อเมริกาสามารถช่วยเซ็นซัพพอร์ทให้ได้

ตอบ เป็นหัวข้อ

ลูกซิติเซ่นแอ็พพลายใบเขียวให้แม่

ลูกซิติเซ่นอายุเกิน 21 ปีแอ็พพลายใบเขียวให้แม่ได้ ประเด็นคือ เรื่องเซ็นซัพพอร์ท คือลูกต้องมีรายได้และลูกต้องมีภูมิลำเนาอยู่อเมริกา เรียก “Establish domicile” ฉะนั้นลูกต้องมีที่อยู่ในอเมริกาหรือมีเจตนาย้ายมาอยู่อเมริกา ซึ่งเราอาจใช้ที่อยู่ป้าได้ ลูกต้องมีงานทำหรือมีคนจะรับทำงานอะไรทำนองนั้น และมีคนช่วยเซ็นซัพพอร์ท ซึ่งคุณมีอยู่แล้วคือ ป้า สรุปว่าทำได้ ลูกซิติเซ่นแอ็พพลายใบเขียวให้พ่อแม่ได้เร็ว เพราะจัดอยู่ในกรุ๊บ “อิมมีเดียท เรเลทีฟ” ไม่อยู่ภายใต้โควต้า ระยะเวลาทำประมาณ 7-8 เดือน

ซิติเซ่นแอ็พพลายใบเขียวให้พี่น้อง คนละพ่อ

ซิติเซ่นอายุเกิน 21 สามารถแอ็พพลายใบเขียวให้พี่น้องได้ถึงแม้จะเป็นคนละพ่อ หรือคนละแม่ กรณีนี้ถ้าลูกซิติเซ่นแอ็พพลายใบเขียวให้น้องสองคนทันทีตอนนี้ เท่ากับแอ็พพลายสองเคส ให้น้องอายุ 14 หนึ่งเคส และ 16 หนึ่งเคส ใช้เวลานานเพราะอยู่ภายใต้โควต้ากรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์ 4 ประมาณ 10 ปี

แม่ใบเขียวแอ็พพลายให้สามีและลูก

วิธีที่เร็วที่สุดคือ ทันทีที่แม่ได้ใบเขียว แม่ยื่นเรื่องขอใบเขียวให้สามี(ตัวคุณ) ซึ่งอยู่ภายใต้โควต้าในกรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์ 2A   เวลาขอใบเขียวภายใต้กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์ คุณสามารถพ่วงบุตรที่อายุต่ำกว่า 21 ปีที่ยังไม่แต่งงานได้ ฉะนั้นถ้าภรรยาใบเขียวแอ็พพลายใบเขียวให้คุณในฐานะคู่สมรส คุณสามารถพ่วงเด็กสองคน 14, 16 ไปกับคุณในเคสเดียวกัน ทำให้คุณทุ่นเงิน เพราะทำหนึ่งเคสได้ใบเขียว 3 คน เด็กจะจัดอยู่ในกรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์ 2A เช่นเดียวกับคุณ ปัจจุบันใช้เวลาคอยประมาณ 4 ปี”

เด็กไปคอยในอเมริกา

ถ้าเด็กบินไปอเมริกาด้วยวีซ่าท่องเที่ยวและ ไปคอยเรื่องใบเขียวอยู่ที่นั่น วีซ่าเด็กก็จะขาดและจะมีปัญหาตอนรับใบเขียวเมื่อโควต้ามาถึง ถ้าเด็กขอวีซ่านักเรียนไปเรียนเป็นไปได้ แต่คิดว่าจะขอไม่ผ่าน เพราะเด็กเรียนโรงเรียนประถมถึงมัธยมจะขอวีซ่านักเรียนยาก เพราะคุณต้องขอวีซ่าไปเรียนโรงเรียนเอกชน ซึ่งเปลืองมาก และถ้าขอวีซ่านักเรียนไม่ผ่าน เด็กอาจถูกแคนเซิลวีซ่าท่องเที่ยวได้

Reentry Permit

วิธีเลี่ยงไม่ให้พ่อแม่ลูกพรากจากกันนาน ทำได้โดย ทันทีที่ภรรยาได้ใบเขียว ให้เธอยื่นเรื่องขอ Reentry permit เพื่อเธอสามารถอยู่นอกประเทศเกิน 1 ปีและไม่เกิน 2 ปี เธอสามารถกลับมาอยู่เมืองไทยได้ พอก่อน reentry permit หมดอายุก็บินกลับไปอเมริกาใหม่ แอ็พพลาย reentry permit ครั้งที่สองและออกนอกประเทศได้อีกถงเกือบ 2 ปี รวมเป็น 4 ปี ก็พอดีลูกและคุณได้ใบเขียว




จำคุก 6 เดือนคดีสินบนอดีตผู้ว่าททท.

ยุติธรรมสหรัฐฯโวย ไทยไม่ร่วมมือคดี‘จุฑามาศ’


จุฑามาศ ศิริวรรณ


แอล เอ (สยามทาวน์ยูเอส) : อัยการในคดีฟอกเงินของ “จุฑามาศ ศิริวรรณ” และลูกสาว ร้องศาลรัฐบาลกลางในแอลเอให้เลื่อนพิจารณาคดีออกไปอีกรอบ เพราะผู้ต้องหา รวมถึงรัฐบาลไทยไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองในกรณีขอให้ส่ง “ผู้ร้ายข้ามแดน” มาพิจารณาคดีในสหรัฐฯ

วอลล์ สตรีทเจอร์นัล รายงานข่าวเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2012 ว่า อัยการจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ซึ่งเป็นเจ้าของคดีฟอกเงินที่มีนางจุฑามาศ ศิริวรรณ อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และบุตรสาว จิตติโสภา ศิริวรรณ เป็นจำเลย ได้แจ้งต่อผู้พิพากษา จอร์จ วู แห่งศาลรัฐบาลกลางในลอส แอนเจลิส เมื่อวันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า จำเป็นต้องขอเลื่อนนัดการฟังความนัดแรกในคดีนี้ ตามที่ผู้พิพากษา จอร์จ วู นัดเอาไว้ในวันที่ 30 กรกฎาคม ออกไปก่อน โดยให้เหตุผลว่าเป็นเพราะ “ไม่ได้รับความสนใจจากประเทศไทย”

          วอลล์สตรีทฯ อ้างคำกล่าวต่อศาลของอัยการว่า การกล่าวต่อสาธารณชนในประเด็นเรื่องการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนนั้น ไม่ถือว่าเป็นเรื่องปกติ และเป็นเรื่องที่ต้องห้ามในหลายๆ กรณีเพราะเหตุผลบางอย่าง แต่ประเทศไทย ยังไม่ได้ตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ ในการส่งตัว จุฑามาศ ศิริวรรณ อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และบุตรสาว จิตติโสภา ศิริวรรณ มายังสหรัฐฯ

          ทั้งนี้ อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และบุตรสาว ถูกกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ส่งฟ้องเมื่อเดือนมกราคม 2009 ด้วยข้อหาฟอกเงิน 8 กระทง อันเนื่องมาจากการรับสินบนจำนวน 1.8 ล้านดอลลาร์จากนายเจอรัลด์ และแพทริเซีย กรีน สองสามีภรรยา ซึ่งเป็นโปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ในลอส แอนเจลิส เพื่อแลกกับการผูกขาดเป็นผู้จัดเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ ต่อเนื่องกันระหว่างปี 2002-2006 ซึ่งเป็นผลให้สองสามีภรรยามีผลประโยชน์สูงถึง 13.5 ล้านดอลลาร์

          โดยการฟ้องเอาผิดกับนางจุฑามาศและ บุตรสาวดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจากที่นายเจอรัลด์ และนางแพทริเซีย ถูกตัดสินว่ากระทำผิดตามกฎหมายป้องกันการคอรัปชั่นในต่างประเทศ (Foreign Corrupt Practices Act หรือ FCPA) โดยต้องโทษจำคุกหกเดือน กักบริเวณที่บ้านหกเดือน และถูกปรับเป็นเงิน 250,000 ดอลลาร์

          ในส่วนของการเอาผิดกับนางจุฑามาศ ศิริวรรณ และลูกสาวนั้น อัยการประสบปัญหายุ่งยากมากกว่าการเอาผิดบุคคลสัญชาติอเมริกัน เพราะเนื้อหาของกฎหมาย FCPA นั้น จะมีผลบังคับกับธุรกิจ หรือบุคคลที่จ่ายสินบนเป็นหลัก ซึ่งวอลล์สตรีทเจอร์นัล เคยระบุว่าหากกระทรวงยุติธรรมต้องการเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลต่าง ประเทศ ฐานเรียกร้องขอรับสินบนจากชาวอเมริกัน อัยการก็จะต้อง “มีความคิดสร้างสรรค์” ในการสร้างคดีพอสมควร และว่าที่ผ่านมา เคยมีความเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลต่างชาติเพียงที่รับสินบนจาก ชาวอเมริกันเพียงแค่สองราย เป็นผู้บริหารของสถานีโทรทัศน์ในประเทศฮอนดูรัส (สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาล) โดยตั้งข้อหาเกี่ยวกับฟอกเงิน (Money Laundering Control Act) อันเป็นข้อหาเดียวกับที่อัยการจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ใช้ฟ้องร้องเอาผิดกับนางจุฑามาศ ศิริวรรณ และลูกสาวด้วย และที่ผ่านมา ทนายความของนางจุฑามาศ และลูกสาว ได้ยื่นคำร้องต่อศาล (เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2011) ขอให้ยกฟ้องข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยระบุข้อหาฟอกเงิน เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือขอบเขตของกฎหมายว่าด้วยการป้องกันการคอรัปชั่นใน ต่างประเทศ (FCPA)

          ทั้งนี้ การพิจารณาคดีฟอกเงินของนางจุฑามาศ และบุตรสาว ได้รับการเลื่อนนัดมาแล้วหลายครั้ง โดยครั้งล่าสุดคือเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2012 ที่ผู้พิพากษา จอร์จ วู ได้เลื่อนนัดมาเป็นวันที่ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมา

          อัยการระบุในศาลด้วยว่า การฟังความในคดีนี้ น่าจะเริ่มต้นขึ้นได้ก็ต่อเมื่อกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้รับปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ จากรัฐบาลไทย หรือเมื่อสองแม่ลูกเดินทางมาปรากฏตัวในศาลได้เท่านั้น

          วอลล์สตรีทเจอร์นัล อ้างความเห็นของผู้เชี่ยวชาญกฎหมาย FCPA ที่โพสต์เอาไว้บนเว็บบล็อค FCPAblog.com ว่าขณะนี้ นางจุฑามาศ และบุตรสาว คงกำลังชั่งใจอยู่ว่า เทคนิคของกระทรวงยุติธรรมในการดึงเอากฎหมายฟอกเงินมาใช้กับพวกตน จะประสบความสำเร็จหรือไม่ และบอกว่าความคืบหน้าของคดีนี้ กำลังเป็นที่สนใจของนักธุรกิจอเมริกัน รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐของประเทศต่างๆ ที่มีสัมพันธ์ทางการค้ากับสหรัฐฯ เพราะหากกระทรวงยุติธรรมประสบความสำเร็จ ก็จะมีการใช้กฎหมายฟอกเงินในการเอาผิดกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลประเทศอื่นๆ อีกแน่นอน

          ข่าวระบุด้วยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ประเทศไทยได้ให้ความร่วมมือประเทศสหรัฐฯ ในการส่งตัวนายวิคเตอร์ บูท พ่อค้าอาวุธสงครามชาวรัสเซีย ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนมาให้สหรัฐฯ โดยวิคเตอร์ บูท ถูกจับที่ประเทศไทยเมื่อปี 2008 และต้องใช้เวลากว่าสองปีในการส่งตัวเขามาพิจารณาคดีในสหรัฐฯ โดยคดีนี้ลงเอยโดยศาลพิพากษาโทษจำคุก วิคเตอร์ บูท 25 ปี

          อนึ่ง ข้อหาทั้งเก้ากระทงของนางจุฑามาศ ศิริวรรณ และบุตรสาวประกอบด้วย ข้อหาสมรู้ร่วมคิดในการฟอกเงิน หนึ่งกระทง ข้อหาฟอกเงิน เจ็ดกระทง และข้อหาช่วยเหลือและสนับสนุนให้มีการกระทำผิด อีกหนึ่งกระทง อันเป็นข้อกล่าวหาที่มีพื้นฐานมาจากการที่นายเจอรัลด์และนางแพทริเซียได้ ตกแต่งบัญชีงบประมาณของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ ให้สูงกว่าความเป็นจริง เพื่อนำเงินส่วนต่างเป็นสินบนให้นางจุฑามาศ โดยเงินสินบนซึ่งบางส่วนถูกจ่ายให้นางจุฑามาศโดยตรง มักปลอมแปลงซ่อนเร้นว่า เป็นเงินค่าคอมมิชชั่นการขายในอัตราระหว่าง 10-20 เปอร์เซ็นต์ อัยการยังระบุด้วยว่า นางจุฑามาศและลูกสาวลอบเปิดบัญชีธนาคารในสิงคโปร์ และสหราชอาณาจักรอังกฤษเพื่อรับเงินสินบนดังกล่าว ซึ่งหากอัยการของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ สามารถพิสูจน์ได้ว่านางจุฑามาศและบุตรสาว มีความผิดจริงตามข้อหา อาจได้รับโทษจำคุกได้สูงสุด 20 ปี และถูกปรับได้ถึง 500,000 ดอลลาร์ อีกทั้งต้องถูกริบเงินในส่วนที่ถูกระบุว่าอยู่ในกระบวนการฟอกเงินทั้งหมด ด้วย.

 

ต่างประเทศ

ข่าวโดย Nation Channel วันที่ 13 สิงหาคม 2553
จำนวนผู้ชม 60

จำคุก 6 เดือนคดีสินบนอดีตผู้ว่าททท.

ศาลแขวงลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย พิพากษาให้จำคุกนายเจอรัลด์ กรีน วัย 78 ปี กับนางแพริเซีย กรีน ภรรยา วัย 55 ปี 2 นักสร้างภาพยนตร์ชาวอเมริกัน 6 เดือน ต่อด้วยการกักบริเวณที่บ้านอีก 6 เดือน ในข้อหาติดสินบนเจ้าหน้าที่ไทยเพื่อให้ได้เป็นผู้จัดงานนิทรรศการภาพยนต์นานาชาติ กรุงเทพฯ และทั้งคู่ยังถูกลงโทษปรับอีก 250,000 ดอลลาร์ หรือ ราว 8,250,000 บาท




Mankind must abandon earth or face extinction: Hawking

LONDON (AFP) - Mankind's only chance of long-term survival lies in colonising space, as humans drain Earth of resources and face a terrifying array of new threats, warned British scientist Stephen Hawking on Monday.ADVERTISEMENT"The human race shouldn't have all its eggs in one basket, or on one planet," the renowned astrophysicist told the website Big Think, a forum which airs ideas on many subjects from experts."Our only chance of long-term survival is not to remain inward looking on planet Earth, but to spread out into space," he added.He warned that the human race was likely to face an increased number of events that threaten its very existence, as the Cuban missile crisis did in 1962.The Cold War showdown saw the United States and Soviet Union in a confrontation over Soviet missiles deployed in Cuba, near US shores, and brought the world to the brink of nuclear war."We are entering an increasingly dangerous period of our history," said Hawking."Our population and our use of the finite resources of planet Earth are growing exponentially, along with our technical ability to change the environment for good or ill."If we want to survive beyond the next century, "our future is in space," added the scientist."That is why I'm in favour of manned, or should I say 'personed', space flight."His comments came after he warned in a recent television series that mankind should avoid contact with aliens at all costs, as the consequences could be devastating.

 

จับ 4 คนไทยฟลอริดา เป็นเอเย่นต์ขายใบเขียว





แอล เอ (สยามทาวน์ยูเอส) : จับ “ซาราห์ ทิพย์ฝัน” เจ้าของร้าน “บางกอก” ในดาวน์ทาวน์ของเวอโรบีช รัฐฟลอริดา และคนไทยอีกสามคน หลังหลงกลขอซื้อใบเขียวจาก “สายสืบ” ของไอซ์ ให้กับคนงานไทย 28 คนในฟลอริดา

สื่อ ท้องถิ่นหลายสำนักของฟลอริดา รายงานข่าวเมื่อวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา ว่าคนไทยในฟลอริดาสี่คน ประกอบด้วย ซาราห์ ทิพย์ฝัน, สถาพร พนมวัน ณ อยุธยา, ชาติชาย นครไพร และบุญทิ้ง นวมพาธร ถูกเจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่น และศุลกากร (ไอซ์) จับกุมตัวและส่งฟ้องศาลรัฐบาลกลางในฟลอริดา ในข้อหาสมรู้ร่วมคิดกันทำผิดในคดีปลอมแปลงวีซ่า (visa fraud)

          โดยเอกสารประกอบการยื่นฟ้อง ของกระทรวงความมั่นคงภายใน (Homeland security) ลงวันที่ 4 ตุลาคม ระบุว่า สายสืบ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบของไอซ์ ได้แจ้งให้ต้นสังกัดทราบว่า ร้านอาหาร บางกอก ซึ่งตั้งอยู่บนถนน 14 ของนางซาราห์ ทิพย์ฝัน ได้ว่าจ้างและหาผลประโยชน์จากแรงงานผิดกฎหมายจากประเทศไทย อีกทั้งมีการทาบทามชาวอเมริกันให้เข้าพิธีแต่งงานแบบหลอกๆ กับลูกจ้างของตน เพื่อให้ลูกจ้างสามารถได้รับใบเขียวด้วย

          จากนั้น สายสืบได้แนะนำนางซาราห์ ทิพย์ฝัน ให้รู้จักกับสายสืบของไอซ์อีกคน ที่แสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่คอรัปชั่น และยินดีรับทำกรีนการ์ดให้กับทุกคนที่ยอมจ่ายเงินเขา 20,000 ดอลลาร์ ซึ่งนางซาราห์ ได้หลงกล และจัดสรรให้สายสืบคนดังกล่าวพบกับแรงงานจากประเทศไทยรวม 28 คน ในช่วงเวลาระหว่างเดือนมกราคม ถึงมิถุนายน 2012 ทั้งที่บ้านพักของเธอในอินเดียน ริเวอร์ เคาน์ตี และที่ร้านอาหารบางกอก รวมถึงได้แนะนำให้สายสืบคนนี้ ได้รู้จักเจ้าของร้านอาหารไทยอื่นๆ ด้วย

          ข่าวระบุด้วยว่า ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมทั้งสี่ล้วนแต่เป็นเจ้าของร้านอาหารทั้งสิ้น กล่าวคือ นายสถาพร พนมวัน ณ อยุธยา ซึ่งเป็นคู่รักของนางซาราห์ ทิพย์ฝัน เป็นเจ้าของร้านไก่ทอดชื่อ กิฟฟอร์ด ขณะที่นายชาติชาย นครไพร เป็นเจ้าของร้านอาหารไทยชื่อ “เมลเบิร์น” 

          นอกจากนี้ เอกสารประกอบคำฟ้องยังบอกด้วยว่า นางซาราห์ ทิพย์ฝัน และพรรคพวก ได้เก็บเงินค่าหัวคิวจากบรรดาคนงานด้วย โดยขอร้องไม่ให้เจ้าหน้าที่นับเงินต่อหน้าคนงาน และจะขอรับส่วนต่างในภายหลัง
            อย่างไรก็ดี เนื้อข่าวของสื่อในฟลอริดา ไม่ได้ให้รายละเอียดถึงชะตากรรมของคนงานไทยทั้ง 28 คน ซึ่งเชื่อว่าจะถูกกันตัวเป็นพยานในคดีนี้ และอาจถูกเนรเทศกลับประเทศไทย หลังเสร็จสิ้นการพิจารณาคดีของนางซาราห์ ทิพย์ฝัน และพรรคพวกแล้ว

          ต่อมา หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ได้นำเสนอความคืบหน้าของข่าวนี้ โดยบอกว่า นางซาราห์ ทิพย์ฝัน มีชื่อจริงว่า นางศรีลา ทิพย์ฝัน เป็นอดีตภรรยาของนายสุชาติ ตันเจริญ และเป็นมารดาของดีเจคนดัง “มดดำ” หรือนายคชาภา ตันเจริญ ซึ่งให้สัมภาษณ์ว่าเพิ่งทราบเรื่องที่เกิดขึ้นกับแม่ จากน้องชายเพราะเพิ่งเดินทางกลับมาจากพม่า

          ดีเจชื่อดังกล่าวว่า พ่อกับแม่ได้แยกทางกันตั้งแต่ตนอายุเพียงเจ็ดเดือน โดยตนอยู่กับพ่อและปู่ย่า แต่ยังติดต่อกับแม่ที่อเมริกาบ้าง เรื่องนี้ตนพูดไม่ออก ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นได้ยังไง ไม่อยากจะเชื่อ ช็อกไปเหมือนกัน ไม่รู้อะไรคือความจริงหรือแม่โดนหลอก เพราะล่าสุดเพิ่งเจอแม่เมื่อวันเกิดของตน เมื่อต้นเดือนกันยายน ที่ผ่านมา ยังชวนแม่กลับมาอยู่เมืองไทยด้วยกัน แม่ก็รับปากว่ากลับไปอเมริกาครั้งนี้ จะขายกิจการร้านอาหารสามแห่ง 

          “หลังจากนี้คงต้องขอปรึกษาพ่อ ว่าจะทำอย่างไรต่อไป หากจะต้องใช้เงินประกันตัวแม่ก็พร้อมที่จะช่วยเหลือเต็มที่เพราะอย่างไรแม่ ก็คือแม่ ยังบอกไม่ได้ว่าจะบินไปเยี่ยมหรือไม่ขอดูสถานการณ์ก่อน แต่ตอนนี้ให้น้องชายไปดูแลก่อน” ดีเจชื่อดังของเมืองไทย กล่าว.

 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ ขึ้น
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัต

 

ศาลอนุมัติหมายจับ “ ทักษิณ” ข้อหาก่อการร้าย ชี้ ดีเอสไอ มีพยานหลักฐานตามสมควร “ ณรัชต์ รองอธิบดีดีเอสไอ ” ระบุ หลังจากนี้รอ อัยการ ตปท.ตามตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน ด้านทนายแม้ว เตรียมใช้สิทธิ์อุทธรณ์เพิกถอนหมายจับ ส่วนคดี 14 แกนนำ นปช.บุกทำเนียบ ปี 52 อัยการนัดสั่งคดี 29 ก.ค.นี้
       
       


       
       วันนี้( 25 พ.ค.)เวลา 13.30 น.ที่ห้องพิจารณาคดี 611 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลมีคำสั่งอนุมัติหมายจับ ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยื่นคำร้องที่ จ.781/2553 ขอหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายเมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา
       
       โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานของดีเอสไอ ผู้ร้องซึ่งประกอบด้วยพยานบุคคล 3 ปาก คือ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ รองอธิบดีดีเอสไอ และ พ.ต.ท.ถวัลย์ มั่งคั่ง พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ และพยานเอกสาร รวมทั้งพยานวัตถุแล้วเห็นว่า กรณีมีหลักฐานตามสมควรว่า ผู้ต้องหา น่าจะได้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 135/1 , 135/2 และ 135/3 ประกอบมาตรา 83 , 84 , 85 และ 86 จึงให้ออกหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ ผู้ต้องหาตามขอ
       
       ขณะที่ พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวภายหลัง ฟังคำสั่งศาลว่า ศาลอนุมัติหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ ในข้อหาก่อการร้าย ตามที่ดีเอสไอ ยื่นคำร้อง เพราะเห็นว่ามีพยานหลักฐานตามสมควรที่จะออกหมายจับได้ ซึ่งขั้นตอนต่อจากนี้ไปจะเป็นหน้าที่ของอัยการฝ่ายต่างประเทศ ที่จะดำเนินการตามขั้นตอน พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน ฯ ติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ มาดำเนินคดีตามหมายจับต่อไป
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทีมทนายความ พ.ต.ท.ทักษิณนั้นเมื่อทราบคำสั่งออกหมายจับแล้ว นายพิชิฏ ชื่นบาน ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ได้โทรศัพท์แจ้งผลทันที ขณะที่นายธนเดช พ่วงพูล หนึ่งในทีมทนายความ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวสั้นๆว่า หลังจากนี้จะต้องหารือ ถึงแนวทางการใช้สิทธิ์ ยื่นอุทธรณ์ เพื่อขอเพิกถอนหมายจับต่อไป
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก เวลา 10.00 น.อัยการคดีอาญา ได้เลื่อนสั่งคดี นายวีระ มุสิกพงศ์ , นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย , นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ , น.พ.เหวง โตจิราการ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กับพวกรวม 14 คน ผู้ต้องหาคดี ร่วมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ยุยงส่งเสริมให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ,กระทำการให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา อันไม่ใช่ความมุ่งหมายตามรัฐธรรมนูญเพื่อให้ล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน มาตรา 116 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มั่วสุมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ซึ่งร่วมกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง ตั้งแต่เมื่อวันที่ 26 มี.ค.52 ที่บริเวณทำเนียบรัฐบาล จนถึงช่วงสงกรานต์ เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา
       
       โดยนายคารม พลทะกลาง ทนายความกลุ่ม นปช.กล่าวว่า อัยการได้เลื่อนสั่งคดีไปก่อนเนื่องจากการสอบสวนเพิ่มเติมยังไม่เสร็จสิ้น ซึ่งอัยการนัดฟังคำสั่งอีกครั้ง 29 ก.ค.นี้ เวลา 10.00 น.



คนไทยรับเหรียญกล้าหาญ ขั้นสูงสุดของแอลเอเคาน์ตี

เดินทางระหว่างแอ็พพลายใบเขียว

ประกาศ ดิฉันจะไม่อยู่(อีกแล้ว) ไปเมืองไทย 3 สัปดาห์ค่ะ เปิดออฟฟิสทำงานใหม่วันที่ 29 มีนาต่ะ เลขายังคงมาทำงานปกติ ถ้าคุณต้องการติดต่อดิฉันด่วน โปรดอีเมล์หาดิฉันได้ค่ะที่ attorneyruji@aol.com เมื่อดิฉันยื่นเรื่องทำใบเขียวให้ลูกความ ประเภทมีโควต้าจะใช้เวลานานหลายปี ประเภทนอกโควต้าจะใช้เวลาเพียง 4-5 เดือน(โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มในหนังสือ“สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่งใหม่” หัวข้อ “โควต้าใบเขียว และ “ใบเขียวครอบครัว” หน้า 4-2 และ 4-3แฟนคอลัมน์ในอเมริกาสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉัน หรือในเมืองไทยสั่งซื้อจากคุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308) ดิฉันจะได้ยินคำถามจากลูกความแทบทุกเคสว่า ระหว่างคอยเรื่องจะขึ้นเครื่องบินเพียงเดินทางในประเทศ หรือบินกลับเมืองไทยได้ไหม คำตอบคือ บินกลับเมืองไทยไม่ได้ถ้าตอนยื่นเรื่องคุณเป็นโรบินฮู้ดแล้ว ส่วนขึ้นเครื่องบินในประเทศ โดยปกติได้ค่ะถ้าคุณมีไอดีแสดง อาจเป็นใบขับขี่หรือพาสปอร์ตที่ยังไม่หมดอายุ แต่ขอให้ระวังตัว ดังตัวอย่างเรื่องจริงที่ดิฉันอ่านจาก“บล๊อก”อิมมิเกรชั่น เขียนโดยทนายอิมมิเกรชั่น ลงวันที่ 14 กุมภาที่ผ่านมา ดังนี้ ตัวอย่างเรื่องจริง ทนายอิมมิเกรชั่นได้ยื่นเรื่องขอใบเขียวคนงานให้ลูกความ ซึ่งเป็นนางพยาบาลชาวฟิลิปปินส์ นายจ้างเป็นโรงพยาบาลในรัฐคาลิฟอร์เนีย เธอและครอบครัวเข้าอเมริกาด้วยวีซ่าท่องเที่ยวและได้ยื่นเรื่องขอใบเขียวพยาบาลอยู่ ระหว่างคอยเรื่อง เธอได้ “เวิ๊ร์ค เพอร์มิท” (Work Permit) และทำงานที่โรงพยาบาลอย่างถูกกฎหมาย เธออาศัยอยู่แถวเมือง “เอ็ล เซ็นโทร่”(El Centro) อยู่เขตแซนดิเอโก้ (San Diego) ซึ่งอยู่ทางใต้สุดของรัฐคาลิฟอร์เนียติดชายแดนเม็กซิโก เมื่อเดือนกุมภาที่ผ่านมา เป็นวันเกิดสามี เธอสามีและลูกๆได้ขับรถจาก “เอ็ล เซ็นโทร่” เพื่อไปเที่ยวเมือง “พาล์ม สปริงส์” (Palm Springs) ตอนเช้าเพื่อฉลองวันเกิดสามี ระหว่างทางได้ผ่านด่านอิมมิเกรชั่นเป็น“เช็ค พอยนท์” ส่วนมากจะตรวจดูว่ามีรถลักพาพวกเม็กซิกันลักลอบประเทศผ่านชายแดนหรือไม่ ซึ่งโดยปกติเจ้าหน้าที่ก็จะยืนโบกมือให้รถผ่าน เจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นเรียกรถเธอหยุด และขอตรวจเอกสาร เธอได้แสดงใบ“เวิ๊ร์ค เพอร์มิท”และพาสปอร์ตของลูกๆซึ่งบัตรขาเข้าหรือ I-94 ในพาสปอร์ตของลูกๆได้หมดอายุแล้ว เธอบอกเจ้าหน้าที่ว่าเธออยู่ในระหว่างรอเรื่องใบเขียวอยู่ เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารแล้วได้บอกเธอว่า พวกคุณอยู่อย่างไม่ถูกต้อง เพราะดูจากพาสปอร์ตของเด็ก บัตรขาเข้าของเด็กขาดแล้ว เธอทำผิดกฎหมายอย่างนี้อาจโดนข้อกล่าว ลำเลียงคนเถื่อนได้ หรือ “ทรานสปอร์ตทิ่ง อิลลีเกิ้ล เอเลี่ยนส์” (Transporting illegal aliens) ตอนนี้ฉันจะต้องกักตัวพวกเธอไว้ก่อน เพื่อรอดำเนินการเนรเทศ และเจ้าหน้าที่สั่งให้ทุกคนลงจากรถ นางพยาบาลได้พยายามโทรหาทนาย แต่ทนายไม่อยู่ เธอได้ฝากข้อความไว้ว่าเธอถูกจับกักตัว ให้โทรเข้ามือถือด่วน เมื่อทนายมาถึงที่ทำงานได้โทรไปหาเธอที่มือถือ เธอบอกทนายว่าเธอถูกอิมมิเกรชั่นกักตัวที่ด่าน ระหว่างเธอพูดกับทนาย ทนายได้ยินในแบ๊คกราวนด์เป็นเสียงสุนัขเห่า และเสียงเจ้าหน้าที่ตะโกนบอกให้ลูกความวางหู บอกว่าตรงนี้เป็นเขตห้ามใช้โทรศัพท์มือถือ “เซ็คเคียวร์ แอเรีย” (Secured area) ทนายบอกลูกความขอพูดโทรศัพท์กับเจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่น เจ้าหน้าที่ตอบผ่านลูกความว่า“ฉันไม่ต้องการพูดกับทนาย”และลูกความได้วางหูไป ทนายไม่ทันจับใจความได้ว่าลูกความถูกจับที่ไหน แต่ทางด่วนจาก El Centro ไป Palm Springs มีสองทางคือ สาย 86 กับสาย 15 ทนายจึงโทรไปหาอิมมิเกรชั่นแผนกศุลการักษ์และตรวจชายแดน “คัสต้อม แอนด์ บอร์เด้อร์ พาโทรล” (Customs and Border Patrol หรือเรียกย่อว่า CBP) และขอพูดกับทนายของ CBP ที่นั่น ทนายได้อธิบายถึงสถานการณ์ให้ทนายของ CBP ฟังว่าลูกความอยู่อย่างถูกกฎหมายเพราะเธอได้แอ็พพลายใบเขียวและกำลังรอเรื่องอยู่ ทนายของ CBP ตอบว่าตอนนี้ลูกความของคุณอยู่ในอเมริกาเถื่อนแล้ว ลูกความของคุณไม่มีสิทธิรอเรื่องใบเขียวอยู่ในอเมริกา พวกเขาต้องกลับไปรอเรื่องในประเทศของเขา ทนายก็พยายามใจเย็นค่อยๆอธิบายถึงกฎหมายให้ทนายของ CBP ฟังว่า ตามกฎหมายอิมมิเกรชั่นว่า ผู้ที่กำลังแอ็พพลายขอปรับสถานภาพ สามารถอยู่รอเรื่องในอเมริกาได้ ไม่อย่างงั้นทางอิมมิเกรชั่นจะออก “ใบเวิ๊ร์ค เพอร์มิท” ให้ทำงานทำไม (หาสวรรค์อะไร อันนี้ดิฉันเติมเอง) และทนายก็แฟกส์ใบเสร็จจากอิมมิเกรชั่นเป็น “โนติส รีซีท” (Notice Receipt) ของฟอร์ม I-485 ไปให้ทนายของ CBP และขอให้เขาเช็คเร็คคอร์ดของลูกความ ทนายของ CBP บอกว่าแล้วเขาจะเช็คดูและจะโทรกลับไปใน 1 ชั่วโมง แต่ปรากฎว่าไม่มีใครโทรกลับไป ทนายรอจนกระทั่ง 5 โมงเย็น หลังจากนั้นทนายเลยเช็คเบอร์โทรศัพท์ของ “ซุปเปอร์ไวเซ่อร์” ของ CBP และโทรเข้าไปหา “ซุป” โดยตรง ทนายอธิบายสถานการณ์ให้ “ซุป” ฟัง ซุปตอบบอกทนายว่า “เวิ๊ร์ค เพอร์มิทของลูกความของคุณหมดอายุแล้ว แต่ลูกความยังคงทำงานอยู่ ฉะนั้นถือว่าผิดกฎหมาย ผมจำต้องออก “โนติสไปปรากฎตัว” เรียก “โนติส ทู แอ็พเพียร์” (Notice to Appear) และลูกความของคุณต้องไปศาลอิมมิเกรชั่น ตอนนั้นทนายไม่แน่ใจว่าลูกความได้ส่งเรื่องต่ออายุเวิ๊ร์ค เพอร์มิทไปหรือยัง เพราะเนื่องจากหลายครั้งที่ลูกความต้องการต่อ “เวิ๊ร์ค เพอร์มิท” เองเพื่อประหยัดเงินค่าทนาย อย่างไรก็ตามทนายก็ยังพยายามอธิบายให้ทนาย CBP ฟังต่อว่า “ตอนนี้ลูกความกำลังรอเรื่องใบเขียวอยู่อย่างถูกต้อง ถ้าเธอไปศาลผู้พิพากษาก็จะตัดสินปล่อยตัวเขาอยู่ดี ทำให้เสียเวลาและเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์” ซุปตอบกลับว่า “คุณอาจพูดถูก แต่เราทำหน้าที่ของเรา เราปล่อยให้ผู้พิพากษาเป็นผู้ตัดสินแล้วกัน” หลังจากนั้นก็วางหูไป ทนายจึงรีบไปเช็คเคสลูกความปรากฎว่า ทนายเป็นคนยื่นเรื่องต่อเวิ๊ร์ค เพอร์มิท และลูกความได้ใบตอบรับเรียบร้อยแล้ว ทนายเลยรีบถ่ายสำเนาเวิ๊ร์ค เพอร์มิท และโทรกลับไปหาซุปอีก และแฟกส์ สำเนาเวิ๊ร์ค เพอร์มิทที่ยังไม่หมดอายุไปให้ดู ซุปตอบว่าขอเขาเช็คดูอีกที และบอกให้ทนายโทรกลับไปอีก 45 นาที หลังจากนั้นทนายโทรกลับไป ปรากฏว่าซุปไม่อยู่ และเจ้าหน้าที่คนอื่นรับสาย เจ้าหน้าที่บอกทนายว่าเขายังเช็คเรื่องไม่เสร็จ และบอกให้โทรกลับไปใหม่ตอนทุ่มหนึ่ง ตอนหนึ่งทุ่มทนายโทรกลับไป แต่ไม่สามารถติดต่อใครได้ หลังจากนั้นสักครู่ใหญ่ ลูกความโทรหาทนาย บอกว่าอิมมิเกรชั่นปล่อยตัวแล้ว สรุปสามีฉลองวันเกิดอยู่ในห้องขังทั้งวัน คุณสามารถอ่านข้อมูลในหนังสือเล่มใหม่ “ชีวิตโรบินฮู้ด” หัวข้อ “ระวังการขับรถและการเดินทาง” หน้า 52 ดิฉันเขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ละเอียดมาก สถานภาพระหว่างรอใบเขียว ตามกฎอิมมิเกรชั่น หลังจากที่คุณยื่นเรื่องปรับสถานภาพ(ขอใบเขียวในอเมริกา)เข้าอิมมิเกรชั่น ในแง่กฎหมายสถานภาพของคุณจะกลายเป็น “ผู้ถูกทัณฑ์บน” หรือ “พาโรลลี่” (Parolee) คือไม่ว่าคุณจะอยู่ในสถานภาพอะไรเช่น สถานภาพนักท่องเที่ยว (ถือวีซ่า B-1/B-2) หรือสถานภาพนักเรียน (ถือวีซ่า F-1) หรือสถานภาพโรบินฮู้ด คือวีซ่าขาดแล้ว เป็นต้น แต่หลังจากยื่นเรื่องทุกคนจะกลายเป็นสถานภาพผู้ถูกทัณฑ์บน และตอนนั้นถ้าคุณทำอะไรผิดกฎหมาย คุณอาจถูกจับได้ เช่น สมมติคุณถือวีซ่านักเรียนและคุณสามารถทำงานได้ถูกต้อง แต่ระหว่างขอใบเขียว วิธีที่คุณจะทำงานอย่างถูกต้องในแง่กฎหมายคือ คุณต้องได้ “เวิ๊ร์ค เพอร์มิท” ก่อน แต่จริงๆแล้วในภาคปฏิบัติทุกคนก็ทำงานกันต่อไปแทนที่จะหยุดชะงัก และรอให้ได้เวิ๊ร์ค เพอร์มิทถึงกลับไปทำต่อ เช่นในกรณีเรื่องตัวอย่างข้างต้น คือถ้าคุณถูกอิมมิเกรชั่นจับเมื่อไรไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สามารถหาข้อกล่าวหาใส่คุณจนได้ เช่นตัวอย่างในเรื่องนี้ ข้อกล่าวหา Transporting illegal aliens เนื่องจากลูกโรบินฮู้ดนั่งอยู่ในรถ หรือถ้าเกิดคุณมีโรบินฮู้ดพักอยู่ในบ้านคุณ คุณก็อาจถูกข้อกล่าวหา “ให้ที่อยู่อาศัยต่อโรบินฮู้ด” หรือ “ฮาร์เบ้อริ่ง อิลลีเกิ้ล เอเลี่ยนส์” (Harboring illegal aliens) เป็นต้น สรุปได้ว่า ขอให้คุณอ่านเรื่องตัวอย่างนี้เป็นอุทธาหรณ์ ไม่ประมาทแต่ก็ไม่ต้องหวาดกลัวเกินไปถึงกับประสาทเสีย ถ้าคุณเป้นโรบินฮู้ด ขอให้ระวังการเดินทาง และมีความเป็นอยู่อย่างเงียบๆไม่สร้างความเดือดร้อนให้ตนเองและผู้อื่น เพราะถ้ามีปัญหาอิมมิเกรชั่นเกิดขึ้นจะเสียทั้งเงินและเวลา และเป็นประสบการณ์ที่แย่สุดๆถ้าต้องถูกกักตัวอยู่ในห้องขัง

 

ศาลฎีกาฯสั่งเว้นวรรคการเมือง 5 ปี
ส.ว.นครสวรรค์ฐานแจ้งบัญชีเท็จ  

                เป็นคดีที่น่าสนใจเมื่อวันที่ 16 กันยายนศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาให้นางอรพินท์ มั่นศิลป์ ส.ว.นครสวรรค์ พ้นจากตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภานครสวรรค์ และห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือตำแหน่งใดในพรรคการเมืองเป็นเวลา 5 ปื  โดยพิพากษาโทษทางอาญาให้จำคุก 2 เดือน และปรับ 4,000 บาท ฐานเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ภายในเวลาที่กำหนด หรือจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ แต่เนื่องจากนางอรพินท์ ไม่เคยต้องโทษอาญามาก่อน โทษจำคุก 2 เดือนจึงสมควรให้รอการลงโทษมีกำหนด 1 ปี 

คดีนี้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.)ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยกรณีที่นางอรพินท์ ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเมื่อวันที่ 25 เม.ย.2551 หลังจากเข้าเป็น ส.ว. เมื่อวันที่ 28 มี.ค.2551 อันเป็นเท็จ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 263   กรณีที่นางอรพินท์ ไม่แจ้งหนี้จำนวน 171,898,345.07 บาท โดยอ้างว่าหลงลืมและเป็นหนี้ที่ไม่ได้ก่อ แต่เป็นหนี้ค้ำประกันของนายอำนาจ ศิริชัย สามี ซึ่งเป็นลูกหนี้ค้ำประกันและได้หย่าขาดกับสามีแล้วจึงเข้าใจว่าไม่ได้เป็นหนี้

ต่อมาวันที่ 6 พ.ค.2551 จึงได้รับแจ้งจากทนายว่า ศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งให้ตนในฐานะผู้ค้ำประกันเป็นบุคคลล้มละลาย  โดยขอให้ศาลมีคำพิพากษาห้ามมิให้นางอรพินท์ ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือตำแหน่งใดในพรรคการเมืองเป็นเวลา 5 ปี  และให้ลงโทษอาญา ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 119 ด้วย

องค์คณะผู้พิพากษา พิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า นางอรพินท์ มีความผิดตามที่ ป.ป.ช. มีมติ จึงพิพากษาดังกล่าว  ขณะนี้อยู่ระหว่างส่งรายละเอียดคำพิพากษาประกาศลงราชกิจจานุเบกษา ขณะที่นางอรพินท์ จะต้องพ้นจากตำแหน่งทันที นับจากวันที่ศาลมีคำพิพากษา

วันที่ 22 ก.ย.ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา จังหวัดนครสวรรค์ แทนตำแหน่งที่ว่าง พ.ศ. ... ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(ก.ก.ต.)เสนอ โดยกำหนดให้วันที่ 11 ตุลาคม 2552 เป็นวันเลือกตั้ง อนึ่ง คณะก.ก.ต. คาดว่า จะกำหนดวันรับสมัครเลือกตั้งครั้งนี้ ระหว่างวันที่ 30 กันยายน 2552  ถึงวันที่ 2 ตุลาคม 2552 รวม 3 วัน

                นอกจากนี้ยังมีคดีที่นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีต รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถูก ป.ป.ช. ยื่นคำร้องให้ศาลฎีกาฯวินิจฉัยกรณีจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นั้น ศาลฎีกาฯนัดไต่สวนพยานฝ่ายนายยงยุทธวันที่ 23 ก.ย.นี้ โดยนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 28 ก.ย.             

พร้อมกันนี้ยังมีคดีที่นายสมบัติ อุทัยสาง อดีต รมช.มหาดไทย ยุครัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้แสดงรายการทรัพย์สินของคู่สมรสที่อยู่ในทรัพย์สินของบุตร และหรือมีชื่อร่วมกับบุตรในบัญชีฯ ซึ่งมีหน้าที่ต้องแสดงต่อ ป.ป.ช.  ศาลฎีกานัดฟังคำพิพากษาวันที่ 25 ก.ย.นี้ เวลา 11.00 น......อ่านต่อ

รายงานหน้าหนึ่ง : เทอรี่ ฮาร่า ตำรวจเอเชียที่ (อาจ) คุมแอลเอพีดี (0/177)  

เมื่อเดือนมกราคม ปี 2008 เทอรี่ ฮาร่า สร้างประวัติศาสตร์ของชุมชนเอเชียในลอส แอนเจลิส โดยการก้าวขึ้นมาเป็นรองหัวหน้าตำรวจแอลเอ (LAPD Deputy Police Chief) เป็นชาวเอเชียคนแรกที่รั้งตำแหน่งสูงเป็นอันดับสองของหน่วยงานตำรวจที่ใหญ่และโด่งดังที่สุดของอเมริกา

ดิฉันพึ่งได้ใบเขียวจากลูกสาวคนโตแอ็พพลายให้ดิฉัน ดิฉันมีลูกชายอายุ 28 อยู่เมืองไทย แต่งงานแล้วแต่ไม่ได้จดทะเบียน เขามีลูกกับภรรยา 1 คน และลูกสาวอายุ 14 อยู่ในอเมริกา ซึ่งแกมาอเมริกากับดิฉันตั้งแต่เด็กๆปัจจุบันวีซ่าขาด ดิฉันมีคำถามดังนี้
ดิฉันควรแอ็พพลายใบเขียวให้ลูกชายกับภรรยาและลูกของเขารวม 3 คนเลยทีเดียวได้หรือไม่ หรือดิฉันควรรอให้เป็นซิติเซ่นก่อนถึงจะแอ็พพลายให้พวกเขา ลูกชายควรจดทะเบียนสมรสกับภรรยาก่อนแอ็พพลายใบเขียวหรือไม่จะทำให้ได้ช้าเร็วต่างกันยังไร
ถ้าดิฉันแอ็พพลายให้ลูกตอนนี้ เมื่อดิฉันได้ซิติเซ่น และดิฉันทำเรื่องอั้พเกรดให้ลูก ดิฉันต้องเสียค่าธรรมเนียมให้รัฐอีกหรือไม่
ส่วนลูกคนเล็กดิฉันควรแอ็พพลายให้เขาเลยหรือไม่ทั้งที่เด็กเป็นโรบินฮู้ด และเด็กจะได้เร็วไหม
รายได้ของดิฉันไม่พอที่จะซัพพอร์ทลูกๆและหลานได้รวม 4 คน ดิฉันต้องหาคนช่วยเซ็นเป็นสปอนเซ่อร์จะเป็นคนนอกได้ไหม หรือต้องเป็นคนในครอบครัว
ดิฉันได้ข่าวว่า ประธานาธิบดีโอบาม่าจะเร่งออกกฎหมายคุ้มครองเด็กที่เป็นโรบินฮู้ดให้มีสิทธิได้ใบเขียวจริงหรือไม่

ตอบ ดิฉันชอบจดหมายคุณเขียนละเอียดดีค่ะ และเหมือนกับคุณทำการบ้านมาก่อนที่จะถามดิฉัน หรือไม่ก็เป็นแฟนคอลัมน์มาก่อน
คุณควรแอ็พพลายใบเขียวให้ลูกชายทันทีค่ะ เพื่อจะได้ไม่เสียเวลา แม่ใบเขียวแอ็พพลายให้ลูกอยู่ใน “กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์สองB” มีโควต้าคอยนาน ทันทีที่คุณยื่นเรื่องอิมมิเกรชั่นเริ่มนับโควต้าวันที่ๆเขารับเรื่อง ปัจจุบันคอยประมาณ 8 ปีค่ะ ถ้าคุณยื่นเดือนนี้ กันยา 2009 โควต้าจะมาถึงประมาณ 2017 (อาจเร็วกว่านั้นค่ะถ้ามีการปฏิรูปกฎหมายอิมมิเกรชั่น) ลูกใบเขียวต้องยังไม่แต่งงานค่ะ ฉะนั้นระหว่างนี้ลูกคุณห้ามจดทะเบียนสมรสค่ะ แต่ลูกซิติเซ่นแต่งงานได้ วิธีที่จะให้เขามาด้วยกันทั้งสามคน พ่อแม่ลูก คือทันทีที่คุณได้ซิติเซ่น 5 ปีให้หลัง (คุณสามารถทำซิติเซ่นหลังได้ใบเขียวครบ 5 ปี) คุณจะยื่นเรื่อง“อั้พเกรด”ไปอิมมิเกรชั่น จากลูกใบเขียวเป็นลูกซิติเซ่น หลังจากนั้นลูกคุณถึงไปจดทะเบียนได้ หลังจดทะเบียนเขาจะตกอยู่ใน“กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์สาม” เวลาคอยพอๆกันกับลูกใบเขียวค่ะคือ 8 ปี แต่เขาอยู่ภายใต้โควต้าเดิม คือกันยา 2009 เขาทั้งสามคนจะได้ใบเขียวและมาอเมริกาพร้อมกันหมด โปรดอ่านเพิ่มเกี่ยวกับ“กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์”ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มสอง” บทที่ 1 ใบเขียวครอบครัว หน้า 4-8 แฟนคอลัมน์ในอเมริกาสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉันได้ที่ P.O. BOX 552 Cypress, CA 90630 โปรดดูวิธีสั่งซื้อทางเว๊บเพจภายใต้ Books หรือโฆษณาใน น.ส.พ. เสรีชัย ส่วนแฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308
เวลาส่งเรื่องอั้พเกรดไม่มีค่าธรรมเนียมรัฐบาลเพิ่มค่ะ
สำหรับลูกคนเล็กอายุ 14 แอ็พพลายใบเขียวให้ทันทีเลยค่ะ เด็กลูกใบเขียวอายุต่ำกว่า 18 อยู่“กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์สองA” รอประมาณ 4 ½-5 ปี ค่ะ ก็พอดีคุณได้ซิติเซ่นและรีบเปลี่ยนสถานภาพให้ลูกทันที ข้อดีที่ทำเรื่องตอนนี้คือ หลังจากเด็กได้ใบแอ็พพรูฟเวิ่ล เวลาเด็กเข้ามหาวิทยาลัยบางแห่งถ้าคุณแสดงใบ Approval จากอิมมิเกรชั่น เด็กอาจได้จ่ายค่าเล่าเรียนถูกเช่นเดียวกับ resident ที่นี่ค่ะ และถ้ากฎหมาย DREAM Act ผ่าน (ดูข้อ 5 ลูกคุณจะอยู่ในมีคุณสมบัติอยู่อย่างถูกต้องภายใต้ DREAM Act)
เรื่องรายได้ไม่ต้องกังวลตอนนี้ค่ะ เพราะคุณจะแสดงรายได้ตอนโน้นเมื่อโควต้ามาถึงซึ่งอีก 4 – 8 ปีค่ะ ตอนโน้นสถานการณ์คุณก็จะเปลี่ยนแปลง คุณอาจมีรายได้พอ และเวลาแสดงรายได้ แสดงรายได้ทีละคนขณะนั้น คือตอนโควต้าลูกคนเล็กมาถึง คุณแสดงรายได้ซัพพอร์ทลูกคนเล็คกคนเดียว ถึงแม้ว่าคุณกำลังยื่นให้ลูกชายด้วยก็ตาม คุณสามารถใช้คนช่วยเซ็น joint sponsor คนนอกได้ค่ะ หรือใช้ลูกสาวคนโตที่เป็นซิติเซ่นกับสามีเขาก็ได้
ค่ะทุกคนก็หวังกันอย่างนั้น ร่างกฎหมายนี้เรียกย่อๆว่า DREAM Act เป็นกฎหมายถ้าผ่านออกมาเมื่อไรจะช่วยเด็กที่พ่อแม่เอามาอยู่อเมริกาตั้งแต่เล็กๆไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไร เด็กเข้าเรียน ร.ร. ประถมและมัธยมในอเมริกาจนจบ พอจะเข้ามหาวิทยาลัยเข้าไม่ได้มีปัญหาเพราะอยู่เถื่อน เมื่อกฎหมายผ่านจะมีผลกับเด็กอายุระหว่าง 12-25 ปี ณ.วันผ่าน ปัจจุบันยังไม่ผ่านนะคะ กฎหมายนี้ผ่านโหวดทั้งสองสภา แต่ไม่ยอมผ่านออกมาเดี่ยวๆทางสภาต้องการให้เป็นหนึ่งข้อในกฎหมายกฎหมายปฏิรูปอิมมิเกรชั่นที่ทางรัฐบาลยังถกกันอยู่จนปัจจุบัน ก็ต้องคอยไปก่อนนะคะ


                 =========================================




 


เชอรีฟ เเมทท์ คชอ่อน กับเหรียญกล้าหาญ Medal of Valor


กับภรรยาและลูกชาย




เชอรีฟ แมทท์ คชอ่อน กับหัวหน้าเชอรีฟ ลี แบ๊กก้า



คนไทยรับเหรียญกล้าหาญ ขั้นสูงสุดของแอลเอเคาน์ตี


แอลเอ (ไทยทาวน์ยูเอสเอนิวส์) : เชอรีฟไทย “เมธาวี คชอ่อน” รับเหรียญกล้าหาญระดับสูงสุดจาก “ลี แบ๊กก้า” พร้อมเพื่อนร่วมทีมอีกหกคนจากวีรกรรมช่วยเหลือตัวประกันในร้านหมอฟัน เมื่อต้นปี 2007

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2009 ณ ห้องจัดเลี้ยงของไควเอ็ทแคนน่อน เมืองมอนตาเบลโล่ หน่วยงานเชอรีฟของลอส แอนเจลิส เคาน์ตี ได้จัดพิธีมอบเหรียญกล้าหาญ “เมดัล ออฟ วาเลอร์” อันเป็นเหรียญกล้าหาญระดับสูงสุดของหน่วยงานให้กับเหล่าเจ้าหน้าที่เชอรีฟที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ ซึ่งในปี 2009 นี้มีเจ้าหน้าที่เชอรีฟเข้ารับเหรียญกล้าหาญจากหัวหน้าเชอรีฟ ลี แบ๊กก้า รวม 13 คน และหนึ่งในนั้นเป็นเจ้าหน้าที่เชื้อสายไทย ชื่อ แมทท์ หรือเมธาวี คชอ่อน แห่งสถานีเซอริโต๊ส รวมอยู่ด้วย

แมทท์ คชอ่อน กล่าวว่า เขาและเพื่อนร่วมงานอีกหกคน ได้รับพิจารณาจากคณะกรรมการให้ได้รับเหรียญกล้าหาญระดับสูงสุดของสำนักงานเชอรีฟของแอลเอเคาน์ตี จากปฏิบัติการเมื่อวันที่  30 มกราคม 2007

“ตอนนั้นผมทำงานหน่วยยาเสพติด ทำงานอันเดอร์คอฟเวอร์อยู่กับเพื่อนอีกคน (จอร์จ เมซ่า) ก็มีคนร้ายที่ถูกตามจับ เพราะทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วหลบหนี ก็ไปดักรอ ก็เห็นคนร้ายนั่งอยู่ที่เบาะหลังของรถคันหนึ่ง ก็เรียกให้หยุดเขาไม่หยุด ก็เลย High Speed Chase ไปเรื่อยๆ บนฟรีเวย์ จาก hacienda height ไปถึง city of Brea ขับรถไปก็โยนปืน โยนยาออกมานอกรถ บอกว่าเขาจะไม่กลับเข้าคุกอีกแล้ว สุดท้ายก็ไปชนแล้วก็วิ่งหนีเข้าไปในร้านหมอฟัน ไปจับคนในร้านเป็นตัวประกันห้าคน เอามีดจี้ที่คอ บอกว่าจะไม่กลับเข้าคุกอีกถ้าเข้าไปจะฆ่าตัวประกัน พวกเราตอนนั้นมีอีกหกคนก็เห็นว่าจะรอหน่วยสวาทมาคงไม่ได้ เพราะกลัวว่าจะฆ่าคนในร้านหมด ก็เลยตัดสินใจเข้าไป แบ่งเป็นสองทีม บอกว่าถ้ายูฆ่าตัวประกันยูก็ตายเหมือนกัน พอถึงจุดหนึ่งก็บุกเข้าไปจับกดพื้นได้โดยไม่มีใครบาดเจ็บ ตอนนี้อยู่ในคุก โทษ 25 ปีถึงตลอดชีวิต เพราะทำผิดเป็นครั้งที่สามแล้ว”

ทั้งนี้ เหรียญกล้าหาญ Medal of Valor นี้ จัดทำขึ้นเพื่อยกย่องวีรกรรมกล้าหาญของเหล่าเจ้าหน้าที่เชอรีฟในลอส แอนเจลิส เคาน์ตี ถือเป็นการประกาศเกียรติยศสูงสุดที่เจ้าหน้าที่เชอรีฟของแอลเอเคาน์ตี สามารถรับได้ โดยจะมอบให้กับผู้ที่แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญในการปฏิบัติหน้าที่ โดยทราบดีถึงอันตรายระดับเสี่ยงชีวิต และยินดีที่จะเสี่ยงเพื่อให้ภารกิจลุล่วงไปได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่เชอรีฟ แมทท์ คชอ่อน เป็นเจ้าหน้าที่เชื้อสายไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้รับเหรียญกล้าหาญนี้

คีธ ฉัตรประภาชัย เจ้าหน้าที่เชอรีฟ (พาร์ทไทมส์) กล่าวกับไทยทาวน์ฯ ว่า เทียบเท่ากับเหรียญหัวใจสีม่วงของเหล่าทหาร และเป็นเหมือนเกียรติประวัติของผู้ได้รับ และช่วยให้มีความก้าวหน้าในอาชีพการงานได้ด้วย

ทั้งนี้ แมทท์ คชอ่อน เป็นเชอรีฟมา 15 ปี ก่อนหน้านี้เคยได้รับรางวัล เชอรีฟดีเด่นถึงสองปีซ้อน คือปี 2004-2005 จากผลงานที่สามารถจับคนร้ายได้มากที่สุดถึงปีละ 495 คน เทียบกับอัตราการจับกุมเฉลี่ยของเจ้าหน้าที่เชอรีฟทั่วไปอยู่จับผู้ต้องหาเพียงปีละ 60 คน

เชอรีฟที่สร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้ชุมชนไทยในอเมริกาคนนี้ เป็นบุตรของนางสุรภี และนายเกรียงศักดิ์ คชอ่อน (บิดาเสียชีวิตแล้ว) เดินทางมาสหรัฐฯ เมื่ออายุ 15 ปี สามารถพูด เขียนและเข้าใจภาษาไทยได้ดี จึงได้รับเงินพิเศษเดือนละ 200 ดอลลาร์สำหรับการช่วยเหลือคนไทยที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ เขาสำเร็จการศึกษาจากพาซาดีน่า ซิตี คอลเลจ โดยก่อนที่จะสมัครเข้าทำงานในสำนักงานเชอรีฟของแอลเอเคาน์ตี เขาเคยเปิดร้านอาหารมาก่อน ภรรยาชื่อธัญญารัตน์ มีบุตรชายหนึ่งคน ชื่อแมตตี้ คชอ่อน

แมทท์ คชอ่อน กล่าวว่า อาชีพเจ้าหน้าที่เชอรีฟ เป็นงานที่ดี ค่าตอบแทนทั้งเงินเดือนและสวัสดิการสูงมาก จึงอยากให้คนไทยให้ความสนใจอาชีพนี้มากขึ้น เพื่อจะได้ทำงานช่วยเหลือชุมชนไทยของเราให้มากขึ้น

“งานตำรวจเป็นงานที่ดีมากนะครับ เป็น best job in the world เลย ปีที่แล้วผมทำเงินได้มากถึง 140,000 ดอลลาร์นะ ถามว่าเสี่ยงไหม ไม่นะ ปีหนึ่งมีตำรวจตายไม่กี่คน ผมคิดว่าถ้าถึงที่ตาย อาชีพไหนมันก็ตายทั้งนั้น” เชอรีฟไทยแห่งสถานีเซอริโต๊ส กล่าว.

 


 

ปัญหาทำใบเขียวให้ลูก

ถาม
ภรรยาผมเป็นซิติเซ่น ผมถือกรีนคาร์ดมา 10 ปี ผมมีลูกอยู่เมืองไทยอายุ 9 ขวบ ภรรยาและผมยื่นเรื่องขอวีซ่าให้ลูกผมมาเรียนหนังสือในเมกาตั้งแต่ปลายปี 2008 ผมกรอกฟอร์ม I-130 และเสียค่าธรรมเนียม $355 ตอนนี้เรื่องเงียบไป โทรไปถามอิมมิเกรชั่นเขาก็บอกว่าคนละหน่วยงาน ผมจะต้องรอนานเท่าไรกว่าลูกจะมาครับ และผมอยากทราบว่าลูกผมถือว่าเป็นลูกซิติเซ่นหรือเปล่า หรือลูกผมเป็นลูกกรีนคาร์ดต้องรอโควต้ากรีนคาร์ด ตามพ่อ ผมตีความหมายไม่ถูกครับ ว่าลูกของคู่สมรสซิติเซ่นถือเป็นลูกซิติเซ่นด้วยหรือเปล่า

ตอบ
แฟกท์(fact)ของเคสนี้ซับซ้อน ดิฉันคงตอบคำถามแบบรวบรัดไม่ได้ เพราะต้อง “แอนนาไล๊ซ์” (analyze) ข้อมูลอย่างละเอียดเป็นข้อๆ ฉะนั้นขอตอบแบบทนายเลยนะคะ
ภรรยาผมเป็นซิติเซ่น ผมถือกรีนคาร์ดมา 10 ปี
ก่อนอื่นคุณไม่ได้บอกว่าคุณได้กรีนคาร์ดจากภรรยาซิติเซ่นคนนี้หรือไม่ ดิฉันขอสันนิษฐานว่าภรรยาคนนี้เป็นคนแอ็พพลายกรีนคาร์ดให้คุณ และถ้าคุณได้ใบเขียวมา 10 ปี ก็ขอสรุปว่าคุณแต่งงานกับภรรยาคนนี้เกิน 10 ปี
ผมมีลูกอยู่เมืองไทยอายุ 9 ขวบ
ถ้าคุณมีลูกอายุ 9 ขวบอยู่เมืองไทย และคุณไม่ได้บอกว่าเป็นลูกคุณกับภรรยา จึงขอสันนิษฐานว่าเด็กเป็นลูกคุณกับหญิงอื่น และเนื่องจากเด็กอายุ 9 ขวบและคุณแต่งงานมาแล้ว 10 ปี ฉะนั้นเด็กคนนี้เป็นลูกนอกสมรส
ภรรยาและผมยื่นเรื่องขอวีซ่าให้ลูกผมมาเรียนหนังสือปลายปี2008 โดยกรอกฟอร์ม I-130 และเสียค่าธรรมเนียม $355
ถ้าคุณกรอกฟอร์ม I-130 และจ่ายค่าธรรมเนียม $355 เท่ากับคุณยื่นขอกรีนคาร์ดให้ลูก แต่ที่ดิฉันไม่แน่ใจคือคุณเป็นคนยื่นเรื่องให้ลูกหรือภรรยาเป็นคนยื่นเรื่อง คือใครเซ็นฟอร์ม I-130 คะ คุณหรือภรรยา ถ้าคุณเป็นคนยื่น ลูกจะตกอยู่ในกรุ๊บ “เพร็ฟเฟอเร็นซ์ 2A” คือพ่อกรีนคาร์ดขอกรีนคาร์ดให้ลูกอายุต่ำกว่า 21 ปี กรณีนี้จะใช้เวลานานประมาณ 4 ½ ปีกว่าเด็กจะได้กรีนคาร์ดเพราะเด็กต้องรอโควต้า แต่ถ้าภรรยาซิติเซ่นเป็นคนยื่นเรื่อง เด็กจะอยู่ในฐานะ“ลูกเลี้ยง”ของซิติเซ่นหรือ “เสต็ป ไชลด์” (step child) เด็กจัดอยู่ในกรุ๊บ “อิมมีเดียท เรเลทีฟ” เด็กจะได้กรีนคาร์ดเร็วประมาณ 8 เดือน เพราะเด็กไม่ต้องรอโควต้า คุณสามารถอ่านเป็นความรู้เพิ่ม “ระบบโควต้า” “ใบเขียวครอบครัว” “กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์” ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่ง” หน้า 4-7 และ 4-8
ตอนนี้เรื่องเงียบไป โทรไปถามอิมมิเกรชั่นเขาก็บอกว่าคนละหน่วยงาน
เวลาคุณยื่นเรื่องขอกรีนคาร์ดให้คนที่อยู่เมืองไทย คุณต้องยื่นเรื่องไปที่ศูนย์ที่ชิคาโก้ หลังยื่นคุณจะได้ใบตอบรับว่าเขารับเรื่องแล้ว และเช็ค $355 ของคุณจะถูกแคช ในใบตอบรับจะมีเคสนัมเบอร์บนหัวกระดาษซ้ายมือบนสุด จะขึ้นต้นเด้วยตัวอักษร 3 ตัวเช่น WAC และตามด้วยนัมเบอร์ ถ้าคุณต้องการเช็คเรื่อง คุณไม่สามารถโทรเข้าไปเช็คที่อิมมิเกรชั่นออฟฟิสในรัฐคุณได้ เพราะเป็นคนละหน่วยงาน คุณต้องเช็คออนไลน์เข้าไปที่อิมมิเกรชั่นเว๊บไซท์ www.uscis.gov คลิก case status check และใส่เคสนัมเบอร์เข้าไป ถ้าคุณเป็นคนยื่นเรื่อง หลังคุณได้ใบตอบรับ คุณจะไม่ได้ยินอะไรเลยเป็น 2-3 ปีเพราะใช้เวลานาน แต่ถ้าภรรยาเป็นคนยื่นเรื่อง บัดนี้คุณควรได้รับใบ Approval Noticeว่าเคสผ่าน หรือถ้าเขาต้องการเอกสารเพิ่ม เขาควรขอ Request for Evidence มาแล้ว และหลังจากนั้นเรียก เขาเรียกเก็บเงินค่า Fee Bills $470 และเรื่องควรใกล้จบแล้ว
ลูกผมถือว่าเป็นลูกซิติเซ่นหรือ เป็นลูกกรีนคาร์ดต้องรอโควต้ากรีนคาร์ดตามพ่อ
เมื่อลูกได้กรีนคาร์ดไม่ว่าคุณยื่นหรือภรรยาคุณยื่น เด็กถือเป็นลูกกรีนคาร์ดตามคุณ เด็กจะต้องรอ 5 ปีก่อนจะทำซิติเซ่นได้ ยกเว้น ถ้าตัวคุณแอ็พพลายซิติเซ่น และทันทีที่คุณได้ซิติเซ่นก่อนเด็กอายุ 18 ปีและเด็กมีใบเขียวแล้ว เด็กจะได้ซิติเซ่นโดยอัตโนมัติตามคุณ
ประเด็นสำคัญเคสนี้
ลูกนอกสมรส
ถ้าตามที่ดิฉันสันนิษฐานหรือสรุปข้างต้นเป็นตามนี้ คือเด็กเป็นลูกนอกสมรส คุณจะมีปัญหาติดขัด เพราะคุณต้องแสดงหลักฐานว่า (1)เด็กเป็นลูกคุณ และ(2)คุณต้องมีหลักฐานแสดงความสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับคุณฉันพ่อลูกอย่างน้อยสองปี

ข้อแนะนำ
(1) ถ้าคุณเป็นคนยื่นเรื่องทำกรีนคาร์ดให้ลูก คุณอาจเร่งเรื่องได้โดยตัวคุณแอ็พพลายทำซิติเซ่นทันที เพราะคุณได้กรีนคาร์ดนานถึง 10 ปีแล้ว และหลังได้ซิติเซ่นคุณยื่นเรื่อง“อัพเกรด”เคสเด็กเข้าไปจากลูกกรีนคาร์ดกลายเป็นลูกซิติเซ่น เด็กก็จะได้กรีนคาร์ดทันทีไม่ต้องรอโควต้า และเมื่อเรื่องผ่านเด็กเดินทางมาอเมริกา ทันทีที่เด็กเข้ามาเหยียบเท้าในอเมริกา เด็กจะได้ซิติเซ่นโดยอัตโนมัติตามคุณ
(2) แต่ถ้าภรรยาเป็นคนยื่น คุณต้องตามเรื่องแล้วค่ะ หรือทำ Inquiry เข้าไป

 =========================================

รัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีโอบาม่าได้ออกมากล่าวย้ำอีกครั้ง ถึงความตั้งใจที่จะทำการปฏิรูประบบอิมมิเกรชั่นครั้งยิ่งใหญ่ในปีนี้ โดยมีโฆษกประจำรัฐบาล นายเพโลซี่ (Pelosi) และวุฒิสภานายรีท (Reid) ที่มีท่าทีในการสนับสนุนกับนโยบายนี้ด้วยเช่นกัน ทางทำเนียบขาวได้แสดงท่าทีที่ชัดเจนต่อการที่นายโอบาม่าจะแก้ไขในเรื่องดังกล่าวตามที่เขาได้เคยสัญญาเอาไว้ว่า จะทำการปรับเปลี่ยนแปลงระบบอิมมิเกรชั่นทั้งระบบเสียใหม่ ในปีนี้รัฐบาลมีเรื่องที่จะต้องแก้ปัญหาอยู่หลายเรื่องด้วยกันไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่เป็นปัญหาใหญ่ในขณะนี้ แก้ไขระบบอิมมิเกรชั่น และเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง นัยยะสำคัญของการปรับเปลี่ยนสถานภาพให้ถูกกฎหมาย หรือ Legalization นั้นก็คือ ควรจะมีการเปิดโอกาสให้ผู้คนที่ทำงานหนัก ซื่อสัตย์สุจริต สามารถปรับเปลี่ยนสถานภาพของตัวเองเป็นบุคคลที่ถูกกฎหมายในประเทศของเราต่อไปได้ทำเนียบขาวได้กล่าวไว้ว่าเนื้อหาหลักในการปฏิรูประบบอิมมิเกรชั่นที่กำลังจะกลายเป็นรูปธรรมในอนาคตอันใกล้นี้ จะสามารถช่วยเหลือบุคคลที่ไม่มีใบจำนวนกว่า 12 ล้านคนภายในประเทศให้มีสถานภาพ และดำรงชีวิตอย่างถูกฎหมายได้ ถ้ามีการออกแบบจัดรูปแบบโปรแกรม Legalization ได้ดีจะสามารถช่วยจัดระเบียบสังคม ทำให้สังคมกลายเป็นสังคมที่มีคนถูกกฎหมายดำรงอาศัยอยู่ และทำงาน เป็นการสร้างความเรียบร้อยไม่ก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในสังคมได้อีกทางหนึ่ง

นอกจากนี้แล้ว บุคคลทั่วไปจะต้องพยายามทำความเข้าใจว่า การทำการเปลี่ยนแปลงสถานภาพของประชาชน (Legalization) นั้น ไม่ใช่การเพิ่มแรงงานใหม่ให้กับประเทศ ที่ขณะนี้ประสบกับปัญหาอย่างหนักเกี่ยวกับการว่างงานอยู่แล้ว แต่ต้องเข้าใจว่ากฎหมายที่ออกมานั้น จะเข้ามาช่วยเหลือ และคุ้มครองลูกจ้างที่มีอยู่เดิมนั้นให้รอดพ้นจากการเอารัดเอาเปรียบของเจ้านาย หรือความไม่เป็นธรรมใดๆ ที่เกิดขึ้นจากการทำงาน เนื่องมาจากถ้าเขาเหล่านี้มีสถานภาพใดๆ ที่ถูกกฎหมายแล้ว เขาก็อาจจะได้รับโอกาสที่ดีกว่าเดิม กฎหมายต่างๆ ที่มีขึ้นนั้นเป็นการขจัดปัญหานายจ้างเอารัดเอาเปรียบลูกจ้าง ความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นในระบบแรงงานของประเทศ และมีการออกบทลงโทษแก่นายจ้างที่ไม่สุจริตเหล่านี้อีกด้วย อีกทั้งจะมีการยกระดับเงินค่าจ้างขั้นต่ำแก่แรงงานทั้งหลาย แต่ตัวลูกจ้างเองนั้นจะต้องจ่ายภาษีให้แก่รัฐด้วยเช่นกัน

ผู้ที่ไม่มีใบที่ทำเรื่องปรับเปลี่ยนสถานภาพจำเป็นจะต้องมีคุณสมบัติ หรือเกณฑ์ผ่านตามที่รัฐกำหนดไว้ ไม่ว่าจะเป็น จะต้องจ่ายภาษีให้แก่รัฐ จะต้องมีการเช็คประวัติย้อนหลังว่าเคยมีคดีใดๆ หรือไม่ จะต้องเรียนภาษาอังกฤษ และต้องจ่ายค่าปรับ   

ในส่วนของการปฏิรูปในเรื่องนี้ ควรจะต้องมีการกำหนดว่า จุดใดของระบบบกพร่อง หรือเป็นตัวปัญหาที่ทำให้ระบบอิมมิเกรชั่นมีปัญหาอยู่ในปัจจุบัน นอกจากนี้ ควรจะลดเวลาของการรอคอยสำหรับครอบครัวที่ทำการยื่นเรื่องให้กัน เนื่องจากเขาเหล่านั้นรอคอยอยู่นอกประเทศเป็นเวลานาน และต้องการจะมาพบเจอครอบครัว ถ้ามีการลดระยะเวลาการรอเรื่องลงจะทำให้ระบบมีความคล่องตัวมากขึ้น ไม่มีเคสสะสมอยู่มากมายอย่างเช่นในปัจจุบัน และลงลึกในรายละเอียดของกลไกการแก้ไขระบบอิมมิเกรชั่นนั้น จะต้องมีการเปลี่ยนนโยบาย และวิธีจากเดิมที่เน้นในเรื่องกระจายเจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นตามจับคนเพื่อส่งตัวกลับประเทศ หรือไปแยกครอบครัวของคนอื่นๆ มาเป็นการสร้างกลไกที่ฉลาด หาเป้าหมายข้อผิดพลาดใดๆ ในระบบ มุ่งประเด็นตามจับผู้ที่จะก่อการร้าย หรือนำความไม่สงบให้ประเทศน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า นอกจากนี้แล้ว กฎหมายใหม่ควรจะมีเรื่องของการพิจารณาความต้องการของแรงงานที่มีอยู่ในระบบเศรษฐกิจว่ามีขึ้นลงอย่างไร และให้มีการปรับเปลี่ยนไปตามความเป็นไปในขณะนั้น ไม่ใช่ว่ามีการตั้งเป้าว่าแต่ละปีจะมีโควตาจำนวนเท่านี้เท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วมันสวนทางกับดีมานด์หรือความต้องการทางตลาดอย่างสิ้นเชิง

ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจะต้องจริงจังกับการแก้ปัญหา ที่มีความยุ่งยากซับซ้อนในตัวระบบอิมมิเกรชั่นนี้ให้จงได้ การซ่อมแซมระบบก็เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ ด้านสาธารณสุข และความมั่นคงของประเทศได้ในอีกนัยหนึ่ง เมื่อทางทำเนียบขาวส่งสัญญาณที่ดีต่อการแก้ไขปัญหาในครั้งนี้ เราทุกคนก็พร้อมที่จะสนับสนุนในความพยายามของรัฐบาล ที่จะไปสู่ความสำเร็จในการปฏิรูปทั้งองค์กรได้

 

*********************************



 

นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม

การปฏิรูปกฎหมายอิมมิเกรชั่น
เมื่อวันที่ 9 เมษา ที่ผ่านมา คณะรัฐบาลของโอบาม่าประกาศว่า ประธานาธิบดีโอบาม่าจะนำเรื่องการปฏิรูปกฎหมายอิมมิเกรชั่น หรือ “คอมพรีเฮ็นซีฟ อิมมิเกรชั่น รีฟอร์ม” (Comprehensive Immigration Reform) เรียกย่อๆว่า “ซี ไอ อาร์” (CIR) ที่ค้างเติ่งมาตั้งแต่ปี 2006 เข้ามาถกในสภา คาดว่าอาจเร็วที่สุดเป็นเดือนพฤษภานี้ และอาจจะพยายามให้โหวดภายในปลายปีนี้ ครั้งล่าสุดที่มีการโหวดในสภาเกี่ยวกับการปฏิรูป ก.ม.อิมมิเกรชั่นคือสมัยบุช ในปี 2006 ซึ่งทางเซเนท ได้ผ่านร่าง พ.ร.บ. SB 2611 เมื่อเดือนพฤษภา 2006 แต่ไม่ผ่านคองเกรส เพราะมีหลายข้อที่ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถสรุปได้ ส่วนที่สรุปได้คือด้าน“เอ็นฟอร์ซเม๊นท์” (enforcement) คือภาคปฏิบัติโดยปกป้องความปลอดภัยของประเทศโดยกันไม่ให้ “อิลลีเกิ้ล เอเลี่ยน” (illegal aliens) ลักลอบเข้าประเทศ โดยทางรัฐบาลผ่านงบให้สร้างกำแพงกั้นระหว่างเม็กซิโกกับอเมริกา และเพิ่มเจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นตามด่านเพื่อจับคนลักลอบเข้าประเทศ แต่ในส่วนของการปฎิรูปด้านเอกสาร เช่นออกวีซ่าถาวรหรือใบทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายให้พวก“อิลลีเกิ้ล เอเลี่ยน” นั้นยังสรุปไม่ได้
หลังโอบาม่าเข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี โอบาม่าได้เปลี่ยนคณะรัฐมนตรีชุดใหม่หมด รวมทั้งรัฐมนตรีกระทรวงการรักษาความปลอดภัยภายในประเทศ “ดีพาร์ทเม๊นท์ อ๊อฟ โฮมแลนด์ เซ็คคิวริตี้” (Department of Homeland Security) โอบาม่าแต่งตั้งผู้หญิงชื่อ “แจเน็ท นาโพลิทาโน่” (Janet Napolitano) ซึ่งเป็นผู้ว่าหรือ“กัฟวันเน่อร์” (Governor) คนก่อนของรัฐอาริโซน่า เธอ“โพร”(pro)ที่จะปฏิรูประบบอิมมิเกรชั่น ฉะนั้นถือเป็นนิมิตรดี
ตามข่าวแถลงจากทำเนียบขาวหรือ “ไวท์เฮ๊าส์” (White House) การที่จะให้ใบเขียวเช่นสมัยให้ใบเขียวอภัยโทษแอมเน็สตี้ (สมัยประธานาธิบดีเรแก้น) คงไม่ออกมาในรูปนั้น แต่การปฏิรูปครั้งนี้จะช่วยให้คนที่ทำงานอย่างไม่ถูกกฎหมายหรือ “อันด๊อคคิวเม๊นท์เท็ด เวิ้ร์คเค่อร์ส” (undocumented workers) ได้อยู่ในอเมริกาอย่างถูกกฎหมาย โดยมีเงื่อนไขที่ว่าพวกเขาต้องจ่ายภาษี มีประวัติดี เรียนภาษาอังกฤษ และจ่ายค่าปรับ และในการปฏิรูปครั้งนี้ รัฐบาลจะต้องหาวิธี“เคลียร์”(clear)โควต้าที่ค้างเติ่งหรือ “แบ๊คล็อก”(backlog) ของใบเขียวครอบครัวที่ต้องรอคอยนานเป็นปีๆให้ได้ ซึ่งอันนี้เป็นผลให้ครอบครัวต้องแยกจากกันซึ่งไม่ดีต่อสถาบันครอบครัว
ดิฉันเชื่อว่าโอบาม่าทำได้ (Yes we can ฮั่นแน่ ต้องยืมสโลแกนของโอบาม่ามาใช้หน่อย) เพราะโอบาม่าพูดเก่งจริง ดิฉันเชื่อว่าเขาจะสามารถหว่านล้อมเสียงข้างมากในคองเกรสให้คล้อยตามเขาได้ ดูแล้วความหวังของโรบินฮู้ดน่าจะใกล้ความจริงเข้ามาแล้วนะคะ อดทนกันต่อไป ถ้ามีการปฏิรูปเมื่อไร ดิฉันจะเขียนลงคอลัมน์ทันที และจะรีบวิ่งไปขอร้อง“พี่อุษา” (ที่เชิญให้ดิฉันไปพูดสัมนาวันที่ 3 พฤษภานี้) จัดให้ดิฉันไปสัมนาที่วัดป่าอีกเรื่องนี้
DREAM Act
ร่างกฎหมาย“ดรีมแอ็กท์” (DREAM Act) เป็นอีก“บิล”หนึ่งที่ยังค้างอยู่ในสภา แต่ทั้งสองสภาได้ลงเสียงข้างมากผ่านไฟเขียวแล้ว แต่เนื่องจาก CIR ยังไม่ผ่าน บิลนี้ก็เลยยังติดร่างแหไปด้วย ก่อนหน้าสมัยบุชเคยมีการเคลื่อนไหวที่จะให้บิลนี้แยกผ่านออกมาก่อนโดยไม่ต้องคอย CIR แต่ไม่สำเร็จ ร่างกฎหมาย“ดรีมแอ็กท์” เป็นกฎหมายอิมมิเกรชั่นที่จะช่วยเด็กที่เข้ามาอยู่ในอเมริกาตั้งแต่เล็ก เรียนหนังสืออยู่ในโรงเรียนจนจบไฮสกูล และไม่สามารถเข้าเรียน“คอลเลจ”รัฐบาลได้ เนื่องจากตนอยู่อย่างผิดกฎหมาย หรือถ้าเข้าได้แต่ต้องจ่ายค่าเล่าเรียนสูงในฐานะเด็กต่างชาติ แทนที่จะจ่ายเท่ากับเด็กอเมริกันที่เกิดที่นี่ และสามารถแอ็พพลายได้ใบเขียวในที่สุด
คุณสมบัติเด็กภายใต้ “ดรีมแอ็กท์”
คุณสมบัติเด็กที่จะ “ควอลิฟาย” (qualify) ภายใต้ร่างกฎหมาย “ดรีมแอ็กท์” (ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือรายละเอียดมากกว่านี้ ก่อนกฎหมายผ่าน) คือ

    เด็กต้องจบไฮสกูลในอเมริกา ณ. วันที่ยื่นเรื่องภายใต้ “ดรีมแอ็กท์” เข้ามาอเมริกาก่อนอายุ 16 ปี
    ต้องอยู่ในอเมริกาต่อเนื่องมาอย่างน้อย 5 ปี ณ. วันที่กฎหมาย “ดรีมแอ็กท์” ผ่าน
    เด็กต้องมีความประพฤติดี และไม่มีคดีอาญาติดตัว
    เด็กต้องอายุอย่างน้อย 12 ปี และต่ำกว่า 25 ปี ณ. วันที่ยื่นเรื่องภายใต้ “ดรีมแอ็กท์”
    เด็กต้องเรียนจบไฮสกูลคือได้ประกาศนียบัตรหรือ “ดิพโพลม่า” (diploma) หรือเทียบเท่าหรือได้รับเข้าคอลเลจแล้ว


ใบเขียวเงื่อนไขภายใต้ดรีมแอ็กท์

ถ้าเด็กมีคุณสมบัติข้างต้นนี้ เด็กสามารถแอ็พพลายขอใบเขียวได้ แต่จะเป็นใบเขียวเงื่อนไขมีอายุ 6 ปี และหลังจาก 6 ปี จึงทำเรื่องยกเลิกเงื่อนไข ขอใบเขียวถาวรได้ คุณสมบัติคือ เด็กต้องมีความประพฤติดีและเรียนจบคอลเลจอย่างน้อยสุดสองปี (คือได้รับอนุปริญญา) หรือถ้าไม่เรียนหนังสือแต่ได้เข้ารับราชการทหารอย่างน้อยสองปีและออกมาด้วย honorable discharge กฎหมายฉบับนี้เมื่อผ่าน เด็กจะขอใบเขียวได้เร็ว เด็กสามารถทำงานได้

Human Right Organization Release Reports on Detention and Deportation of Individuals by DHS
                                                

ตามสถิติของทางอิมมิเกรชั่นในแต่ละปีนั้น จะมีจำนวนของผู้ที่อยู่ในระหว่างถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวในขั้นตอนการส่งตัวกลับประเทศของบุคคลต่างด้าวจำนวนกว่า 300,000 คน โดย Immigration Customs Enforcement (ICE) ได้รายงานว่า การกักตัวนี้จะมีระยะเวลาเฉลี่ยแล้วประมาณ 37 วัน แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีบุคคลต่างชาติ หรือบุคคลต่างด้าวประเภทอื่นๆ อย่างเช่น ผู้ที่จะขอลี้ภัยทางการเมืองนั้นจะถูกกักนานกว่านี้ อาจจะเป็นเดือนๆ หรืออาจจะเป็นปีก็มี เหตุผลของการกักตัวคือ การพิจารณาเพิ่มเติมเพื่อรอดูว่า บุคคลเหล่านี้มีสิทธิ์ในการอพยพเข้ามาอยู่ในประเทศ หรือโดนส่งตัวกลับประเทศสามารถกระทำได้หรือไม่

องค์การด้านสิทธิมนุษยชนสากลได้จับตามองปัญหาที่เกิดขึ้น ในเรื่องของการกักขังหน่วงเหนี่ยว และการทำเรื่องส่งตัวกลับประเทศต่อบุคคลต่างด้าวในประเทศสหรัฐอเมริกา และยังได้ออกเอกสารเรื่อง  “Forced Apart (by the number)”

มีบุคคลที่ไม่ใช่สัญชาติอเมริกัน ถูกส่งตัวกลับประเทศเป็นจำนวนมากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานี้ โดยที่บุคคลเหล่านี้เอง ก็ไม่ได้กระทำความผิดขั้นร้ายแรงใดๆ อาทิเช่น การครอบครองยาเสพติดชนิดไม่ร้ายแรง การกระทำความผิดจราจร และ 1 ใน 5 ของผู้กระทำผิดลหุโทษเหล่านี้ที่โดนคุมตัว และส่งกลับประเทศทั้งที่เคยเดินทางเข้าประเทศอย่างถูกกฎหมายมาก่อน และอาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐมานับหลาย 10 ปีก็ตาม

นอกจากนี้ หน่วยงาน Amnesty ได้ออกหนังสือหัวข้อเรื่อง  Jailed without Justice : Immigration Detention in the USA. หรือการถูกจองจำ โดยไม่มีการพิพากษาในขั้นตอนกักตัวของชาวต่างด้าว ที่กำลังจะถูกส่งตัวกลับประเทศ  ในรายงานได้เน้นไปที่เรื่องของสิ่งที่ขาดแคลน และเป็นปัญหาในระบบของการกักกัน อย่างเช่น ขาดแคลนเจ้าหน้าที่พิพากษาตรวจสอบเอกสาร กฎข้อบังคับของการกักกันตัวผู้ที่กระทำความผิดขั้นลหุโทษ มีข้อจำกัดเกี่ยวกับการช่วยเหลือจากทางทนาย หรือผู้ช่วยทางกฎหมายที่จะเข้ามาเป็นตัวแทนดำเนินเรื่อง รวมไปถึงขาดแคลนทรัพยากรด้านการแพทย์ และความล้มเหลวของประเทศสหรัฐเอง ที่ไม่สามารถรักษาระดับมาตรฐานมนุษยธรรมสากลได้ นอกจากนี้ วิธีการใช้ที่คล้องข้อเท้าสำหรับผู้โดนกักกันเหล่านี้ล้วนมีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น โดยเฉลี่ยแล้ว $95 ต่อคน/ต่อวัน

และในรายงานยังกล่าวอีกว่า มีหลายฝ่ายได้ถกเถียงกันถึงกันปัญหาดังกล่าวนี้ โดยเนื้อหาหลักนั้นได้กล่าวติติงถึงการดำเนินงานทางกระทรวง Homeland Security ที่การทำงานไม่ได้เน้นในการดูแลรักษาความปลอดภัยจากอาชญากรรมต่างๆ ที่ร้ายแรง และมุ่งคุกคามความมั่นคงของประเทศ รวมไปถึงหน่วยงาน ICE ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ภาพรวมของการทำงานขององค์การเหล่านี้ ควรจะไปเน้นที่จุดของความปลอดภัย และความมั่นคงของประเทศเป็นหลัก เน้นไปที่จุดอาชญากรรมร้ายแรง หรือ สิ่งที่บั่นทอนความมั่นคงภายในประเทศ มากกว่าที่จะมาเน้นการจับกุมหรือกักกันบุคคลต่างด้าวเหล่านี้ โดยทั้งที่เขาเหล่านี้เอง ก็ไม่ได้ก่ออาชญากรรมอันใด หรือกระทำความผิดที่ร้ายแรง

การทำงานของ ICE นั้นได้จับกุมผู้ที่เป็นซิติเซ่นอเมริกันหลายสิบคนในรอบ 8 ปี และมีการตรวจสอบพิสูจน์ของหน่วยงาน Associated Press (AP) โดยหน่วยงานเองมีเอกสารอยู่ในมือจำนวนกว่า 55 เคส ส่วนใหญ่จะเป็นเคสของการที่ซิติเซ่นโดนกักกัน โดนส่งตัวกลับประเทศดั้งเดิม หรือการฟ้องร้องดำเนินคดีต่างๆ รวมไปถึงเอกสารที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย Freedom of Information ข้อมูลเพิ่มเติมได้รายงานว่า ระยะเวลาการกักกันคนเหล่านี้ มีทั้งจาก 1 วันถึง 5 ปี  ซึ่งทนายความเกี่ยวกับอิมมิเกรชั่นในสหรัฐได้ประเมินว่า ตัวเลขในความเป็นจริงอาจจะมีตัวเลขที่สูงกว่ามาก มากกว่าตัวเลขในผลรายงานที่แสดงต่อสาธารณชนนั่นเอง

เป็นที่ทราบกันดีว่า องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนนั้นจะคอยติดตามจับตามอง และรายงานว่าประเทศใดมีการบิดเบือนด้านสิทธิมนุษยธรรม อย่างไรก็ตาม ทางองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนสากลได้จับตามองประเด็นต่างๆ ข้างต้นนี้ของประเทศสหรัฐ เนื่องจากเห็นว่า ระบบการดำเนินงานของหน่วยงานที่ดูแลบุคคลต่างด้าวนี้ มีแนวโน้มสูงที่จะละเมิดสิทธิมนุษยชนกับบุคคลต่างๆ นี้ ซึ่งมองว่าเป็นปัญหาหลักที่ทางประเทศสหรัฐจะต้องให้ความสนใจและดูแล ดังนั้น เป็นโอกาสอันดีที่ รัฐบาลโอบาม่า ควรจะแสดงท่าทีกับเรื่องอิมมิเกรชั่นนี้อย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นเงื่อนไขต่างๆ ของการดำเนินการส่งตัวกลับประเทศ หรือการกักกันบุคคลเหล่านั้น รวมไปถึงการผ่าปฏิรูประบบอิมมิเกรชั่นเสียใหม่ โดยทั้งนี้ ควรจะมีการให้โอกาสบุคคลผู้ไม่มีใบได้รับโอกาส ในการจะทำให้สถานภาพตนเองนั้น ถูกกฎหมายได้แทนการถูกขับออกนอกประเทศนั่นเอง การแก้ไขปัญหาดังกล่าวจะสามารช่วยลดค่าใช้จ่ายลง และยังช่วยรักษากฎของสิทธิมนุษย์ภายในประเทศ ตามที่เคยรณรงค์ให้แก่ประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้กระทำ

=====================================================
 
 



2 ร้านไทยจ่ายกว่าสี่หมื่น ชดใช้ค่าแรงงานย้อนหลัง


แอลเอ (ไทยทาวน์ยูเอสเอนิวส์) : ร้านไทยสองแห่งในเมืองซานหลุยส์โอบิสโปและพอร์ตวายนีมี รัฐแคลิฟอร์เนีย ยอมจ่ายเงินค่าจ้างย้อนหลังคนงานรวม 44,701 ดอลลาร์ ฐานทำผิดกฎหมายแรงงานที่เป็นธรรมว่าด้วยค่าแรงขั้นต่ำ เงินล่วงเวลาและการจัดเก็บเอกสาร

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของสำนักงานแรงงานของรัฐแคลิฟอร์เนีย ในซานฟรานซิสโก แจ้งมายังไทยทาวน์ฯ เมื่อวันที่ 9 กันยายนว่า มีร้านอาหารไทยสองแห่งในแคลิฟอร์เนียภาคเหนือ คือร้าน ไทยคลาสิกคูซีน (1011 Higuera St. in San Luis Obispo) และร้านบลูเอลเลฟเฟ่นท์ ไทย คูซีน (718 W. Channel Islands Blvd., Port Hueneme) ได้ยอมจ่ายเงินจำนวน 44,701 ดอลลาร์ เป็นค่าแรงย้อนหลังให้แก่คนงานของตน หลังจากถูกสอบสวนโดยกองค่าจ้างและชั่วโมงทำงาน (Wage and Hour Division) ของสำนักงานแรงงานของรัฐ พบว่าผู้บริหารร้านอาหารไทยทั้งสองกระทำผิดกฎหมายมาตรฐานแรงงานที่เป็นธรรม (Fair Labor Standards Act หรือ FLSA) ว่าด้วยค่าจ้างขั้นต่ำ การทำงานล่วงเวลา และการจัดเก็บเอกสาร  

ผลการสืบสวนสอบสวนของหน่วยงานดังกล่าว ทำให้ทราบว่า พนักงานในครัว พนักงานเสิร์ฟ และพนักงานเก็บเงินจำนวน 13 คนจากร้านอาหารทั้งสองแห่ง ซึ่งแต่ละคนทำงานโดยเฉลี่ยสัปดาห์ละ 50 ถึง 70 ชั่วโมงโดยได้รับค่าจ้างรายวันคนละ 75-100 ดอลลาร์ในรูปเงินสด โดยไม่มีการรับประกันค่าจ้างขั้นต่ำ หรือค่าจ้างล่วงเวลาแต่อย่างใด ซึ่งคนงานทั้ง 13 คนจะได้รับค่าแรงย้อนหลังทั้งหมดจากนายจ้าง

“ในตลาดแรงงานของเรา คนงานร้านอาหาร มักจะเป็นหนึ่งในกลุ่มคนงานที่ได้รับค่าจ้างต่ำสุดและถูกเอาเปรียบมากที่สุด” จอร์จ ฟรายเดย์ จูเนียร์ ผู้บริหารประจำภูมิภาคของกองค่าจ้างและชั่วโมงทำงาน สังกัดกระทรวงแรงงาน ในเมืองซานฟรานซิสโกกล่าว “คนงานเหล่านี้และครอบครัวคนงานประสบกับความลำบากอย่างแท้จริง เมื่อนายจ้างไม่จ่ายค่าจ้างให้อย่างเหมาะสม”   

กฎหมายว่าด้วยมาตรฐานแรงงานที่เป็นธรรม หรือ FLSA กำหนดว่า คนงานที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายนี้ ต้องได้รับค่าจ้างขั้นต่ำ 7.25 เหรียญต่อชั่วโมงตามที่รัฐบาลกลางกำหนด สำหรับชั่วโมงทำงานทั้งหมด บวกค่าจ้างล่วงเวลาในอัตราหนึ่งเท่าครึ่งของค่าจ้างปกติ รวมทั้งค่าคอมมิชชั่น โบนัส และเงินกระตุ้นจูงใจ ถ้าทำงานเกิน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ กฎหมายนี้ยังกำหนดด้วยว่า นายจ้างต้องจัดเก็บบันทึกเงินค่าจ้าง และเวลาทำงานของคนงานอย่างถูกต้องตามความเป็นจริงด้วย

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยมาตรฐานแรงงานที่เป็นธรรม หรือ FLSA สามารถสอบถามได้ที่ศูนย์ช่วยเหลือของกระทรวงที่หมายเลขโทรฯ ฟรี 866-4US-WAGE (487-9243) หรือเว็บไซต์ wagehour.dol.gov หรือติดต่อสำนักงานกองค่าจ้างและชั่วโมงทำงานในเมืองลอส แอนเจลิสที่หมายเลขโทรศัพท์ 213-894-6375



แคลิฟอร์เนียใต้ร้อน “ตับแล่บ”

อุณหภูมิในหลายเมืองของแคลิฟอร์เนียใต้ จะสูงเกินกว่าร้อยองศาในวันวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม ซึ่งสำนักงานพยากรณ์อากาศ ระบุว่าเป็นเรื่องปกติของช่วงเวลานี้ อีกทั้งความร้อนดังกล่าวไม่ใช่ “คลื่นความร้อน” แต่เป็นผลมาจากความกดอากาศสูงเหนือพื้นที่ทะเลทรายทางตะวันตกเฉียงใต้ โดยสำนักงานพยากรณ์อากาศระบุด้วยว่า ในเมืองนิวพอร์ทบีช อุณหภูมิจะอยู่ที่ 76 องศา, แอลเอเอ็กซ์ 79 องศา, ลองบีช 89 องศา และดาวน์ทาวน์แอลเอ 89 องศา, อนาแฮม 90 องศา, ซานเกเบรียล 95 องศา, พาซาดีน่า 97 องศา ส่วน วูดแลนด์ฮิล, นิวฮอลล์, ปาล์มเดล และแลงแคสเตอร์ อุณหภูมิ 102 องศา โดยอุณหภูมิจะลดลงในวันอังคารและพุธ ก่อนจะขยับขึ้นสูงอีกครั้งในวันพฤหัสฯ (เดลี่นิวส์)


นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม



The Best Thai Restaurant in, WA

 















CHADA THAI RESTAURANT

We are located at the heart of Down Town of Blaine City, Washington State

Only 2 Minutes from Canada-US Border

 

ขุดบ่อล่อปลาทักษิณ

นายทักษิณ ชินวัตร กำลังเดินตามรอยเท้าของจักรพรรดินโปเลียน ที่ถูกลูกน้องสมคบกัน “ขุดบ่อล่อปลา” มุ่งหมายให้จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่แสดงอะไรที่ไม่ยิ่งใหญ่นักออกมาอวด เพื่อทำลายความยกย่องนับถือที่ผู้คนเคยมีต่อเขา ส่งผลให้ผู้คนทั่วไป รวมทั้งทหาร หมด “ศรัทธา” ใน “ภาวะผู้นำ”

มกราคม ค.ศ.1809 (พ.ศ.2352) จักรพรรดินโปเลียน โบนาปาร์ต ต้องเร่งรีบปลีกตัวออกจากสมรภูมิสงครามกับราชอาณาจักรสเปน เพราะได้รับข่าวกรองมาว่า นายทาลีแรง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กำลังสมคบกับนายฟูเช่ห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงตำรวจแห่งชาติ ทำการเลื่อยขาเก้าอี้ตน คือ โค่นล้มบัลลังก์ตนอยู่ ทันทีที่เข้าเมืองหลวงกรุงปารีส นโปเลียนก็มีบัญชาให้ลูกน้องทั้งสองนี้เข้าพบโดยด่วนที่สุด ทั้งนี้ จากบันทึกของนายโรเบอร์ต กรีน ผู้เชี่ยวชาญโบราณคดีศึกษา

ในขณะเผชิญหน้ากัน นโปเลียนเดินก้าวไปก้าวมาเบื้องหน้าลูกน้องทั้งสอง ซึ่งมีผลงานเป็นที่ยอมรับในวงการอย่างกว้างขวาง พลางอารัมภบทด้วยเสียงดังฟังชัดว่า มีคนกำลังวางแผนล้มล้างตน นักเลงหุ้นกำลังล้างบางตลาดหุ้น พวกออกกฎหมายก็สุมหัวกันเหนี่ยวรั้งนโยบายตน และย้ำหนักแน่นว่า มีคนวงในกำลังทรยศหักหลังล้มล้างตนอยู่

นายทาลีแรงยืนพิงแผงที่ยื่นจากเตาผิง พลางฟังเสียงบ่งบอกอารมณ์บูดเน่าของ “นายใหญ่” ตน ด้วยสีหน้าท่าทางสงบนิ่งเฉย นโปเลียนปรี่เข้าใส่ ร.ม.ต.ต่างประเทศ พลางชี้หน้ากราดแล้วตะโกน “ไอ้รัฐมนตรีพวกนี้นี่ รู้มั้ย มันเริ่มคิดกบฏทันทีที่มันยอมปล่อยให้คนอื่นพากันคิดเคลือบแคลงสงสัยในตัวมัน” อย่างไรก็ตาม คำว่า “กบฏ” มิได้ทำให้ ร.ม.ต.ต่างประเทศสะทกสะท้านแม้แต่น้อย

นโปเลียนยิ่งรู้สึกเดือดดาลเป็นทวีคูณ ปราดเข้าไปประชิดนายทาลีแรง พลางตะโกนใส่หน้าว่า “เจ้านี่ขี้ขลาดตาขาวจริง เลวชาติที่สุด เจ้าคงยอมขายแม้กระทั่งพ่อตัวเอง ข้าฯ ได้ทำให้เจ้าร่ำรวยมีบารมี แต่เจ้ากลับยอมทำทุกอย่างเพื่อลอบกัดข้าฯ” รัฐมนตรีทั้งสองมองหน้ากันด้วยความทึ่งใจ ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า นายพลผู้ไม่เคยกลัวใครอย่างนโปเลียน ผู้พิชิตยึดครองอาณาบริเวณส่วนใหญ่ของทวีปยุโรปไว้ได้ จะมีอาการ “น๊อตหลุด” แตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไม่มีชิ้นดีอย่าง “หม้อดิน” ปานนั้น

“น่าจะจับพวกเจ้ามาทุบให้ละเอียดเป็นเศษแก้ว ข้าฯ นี่มีอำนาจนะ จะทำเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ไม่อยากทำ เพราะพวกเจ้าเลวเกินกว่าที่ข้าฯ จะทำอย่างนั้น วันของข้าฯ ยังมีอยู่อีกนะ” นโปเลียนตะโกนจนหน้าแดงตาถลน พลางแผดเสียงลั่นใส่นายทาลีแรงต่อ “แกนี่เหมือนอุจจาระในถุงน่องราคาแพง ภรรยาแกน่ะรึ ไม่เห็นเคยบอกข้าฯ เลยว่า นายซาน คาร์ลอส เป็นชู้รักคู่ขาเค้าอยู่”

 “ได้โปรดเถอะท่านจักรพรรดิ ข้อมูลทั้งหลายนี่ไม่เป็นมงคลต่อองค์ท่านหรือฝ่าบาทเลย” นายทาลีแรงตอบอย่างสุขุมหนักแน่นดั่งขุนเขา จากนั้น นโปเลียนก็พ่นพิษคำสบประมาทออกมาอีกหลายชุด แล้วเดินสวนสนามออกจากห้องไป ส่วนร.ม.ต.ต่างประเทศ นั้น ท่านกล่าวขึ้นต่อหน้ารัฐมนตรีท่านอื่นๆ ก่อนเดินออกไปว่า “น่าเวทนา ดูซี่ คนยิ่งใหญ่ปานนี้ ช่างมีมารยาททรามปานไหน”

นโปเลียนไม่ได้สั่งจับกุมรัฐมนตรีทั้งสองด้วยข้อหาใดๆ เพียงแต่ขับไล่ออกจากตำแหน่ง ฉีกหน้าให้เจ็บช้ำเท่านั้น โดยหารู้ไม่ว่า ข่าวเกี่ยวกับอากัปกิริยาอันน่าขยะแขยงของตนได้แพร่สะพัดไปทั่วว่า ท่านจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ได้แสดงฤทธิ์เดชอาละวาดกับใครอย่างไร ในขณะที่นายทาลีแรงก็มิได้แสดงการโต้ตอบด้วยอารมณ์แต่ประการใด โดยสามารถรักษาศักดิ์ศรีของผู้มีสกุลรุนชาติไว้ได้หมด ทั้งนี้ ทำให้นโปเลียนรู้สึกอับอายขายหน้าตัวเองไปทั่วยุโรป

ประวัติศาสตร์ยุโรปเริ่มพลิกผันไปจารึกว่า วันนั้น ตัวจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่นโปเลียนได้แตกโพละออกเป็นชิ้นๆ เหมือน “หม้อดิน” เมื่อเจอไฟ ทั้งนี้ ก่อให้เกิดความรู้สึกทั่วกันว่า ชีพจรของนโปเลียนกำลังเต้นอยู่บนเส้นทาง “ขาลง” อย่างที่นายทาลีแรงได้ทำนายไว้ว่า “วันนั้นคือหัวเลี้ยวสู่จุดจบของเขาละ”

จริงดั่งคำทำนาย สงครามบันลือโลกกับราชนาวีสหราชอาณาจักรอังกฤษที่วอเตอร์ลู ซึ่งนโปเลียนถูกพรหมลิขิตกำหนดให้พ่ายแพ้ย่อยยับล่วงหน้า อยู่ห่างออกไปในอนาคต 6 ปี ในขณะที่นโปเลียนกำลังก้าวสู่ความพ่ายแพ้ยับเยินในสมรภูมิอีกแห่งหนึ่ง เมื่อยกพลบุกรุกราชอาณาจักรรัสเซียในปี ค.ศ.1812 (พ.ศ.2355)

นายทาลีแรงมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล สามารถมองเห็นความหายนะในอนาคตของนโปเลียน โดยได้คัดค้านการทำสงครามกับสเปนมาแต่ต้น แต่นโปเลียนดื้อรั้น อ้างว่าตนจะไปปลดแอกชาวสเปนให้พ้นจากการกดขี่ข่มเหงโดยบรรดาขุนนางศักดินาทั้งหลาย โดยหารู้ไม่ว่า ชาวสเปนไม่ต้องการใครที่คิดไม่เหมือนพวกเขา มาทำการปลดแอก เนื่องจากมีความรักชาติบ้านเมืองตนอย่างเหนียวแน่น นายทาลีแรงมองเห็นชัดเจนด้วยว่า นโปเลียนจักต้องหลุดพ้นจากอำนาจ หากทวีปยุโรปต้องการอยู่ในสันติภาพ จึงได้จับมือกับร.ม.ต.ตำรวจ นายฟูเช่ห์ ต่อต้านนโปเลียน ตามข่าวกรอง

เป็นไปได้ไหมที่การจับมือกับนายฟูเช่ห์คือแผน “ขุดบ่อล่อปลา” ผลักดันให้นโปเลียนตกม้าตาย โดยมุ่งหมายให้นโปเลียนจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่นี้ได้แสดงอะไรที่ไม่ยิ่งใหญ่นักออกมาอวด “ธารกำนัล” เป็นการทำลายความยกย่องนับถือที่ผู้คนเคยมีต่อเขาโดยสิ้นเชิง ส่งผลให้ผู้คนทั่วไป รวมทั้งทหารในบังคับบัญชา หมด “ศรัทธา” ใน “ภาวะผู้นำ” ของเขาอย่างไม่ต้องมีใครมาชี้แนะเลย

การแสดงออกของนายทักษิณโดยผ่านทางกลุ่มเสื้อแดง ก็ไม่แตกต่างไปจากการแสดงอาการ “น๊อตหลุด” “หม้อดินแตก” ดังกล่าวของนโปเลียน ในระยะสั้น คนจำนวนนับหมื่นนับแสนของกลุ่มเสื้อแดงอาจแลดูน่าเกรงขาม โดยเฉพาะในขณะชุมนุมประท้วงขับไล่รัฐบาลและโจมตีผู้วางแผนรัฐประหารปี 2549 ที่โค่นล้มตน ด้วยการใช้คำว่า “แฉ” ผู้วางแผน ตามคำแถลงของตนในวิดีโอลิงก์ 27 มีนาคม 2552

การใช้คำว่า “แฉ” ผู้อยู่เบื้องหลังรัฐประหาร 2549 นั้น ฟังดูราวกับเปิดโปงคนทำผิดจริยธรรม ทว่า สำหรับประชาชนผู้ประจักษ์การขาดจริยธรรมในตัวนายทักษิณแล้ว ผู้วางแผนรัฐประหารล้มล้างระบอบทักษิณคือ “ผู้ทำคุณ” ให้กับแผ่นดิน ตรงกันข้าม สำหรับผู้เสียผลประโยชน์จากรัฐประหาร นั้น ผู้วางแผนดังกล่าวคือ “ปีศาจ” ที่ต้อง “แฉ” ด้วยเหตุนี้ เส้นแบ่งระหว่าง “ผู้ทำคุณ” กับ “ปีศาจ” คือ “เส้นผมบังภูเขา” ที่ทำให้มองเห็น “ผู้ทำคุณ” เป็น “ปีศาจ” อย่างมิรู้ตัว

สำหรับจำนวนกลุ่มเสื้อแดง นั้น มิใช่พลังที่น่ากลัวเลย เมื่อเพื่อนบ้านสองคนทะเลาะกัน เพื่อนบ้านคนอื่นที่เป็น “ไทยมุง” จะมีฝ่ายไม่ติดใจกับฝ่ายติดใจในเหตุการณ์นั้น ฝ่ายติดใจจะเลือกข้างถือหางคู่กรณี โดยคำนึงถึงแต่ “ผลประโยชน์” “ส่วนตัว” หรืออุดมการณ์ “ส่วนรวม”

สำหรับกลุ่ม “ส่วนตัว” นั้น หาได้ไม่ยากเสมอ เพราะจะมีไม่น้อยที่ผิดหวังจากการแต่งตั้งในตำแหน่งงาน การตัดสินคดีความ การหลุดพ้นจากผลประโยชน์ทางการเงิน ฯลฯ ตลอดจนที่รู้สึกหมั่นไส้บุคคลบางกลุ่มในสังคม จึงต้องการใช้นายทักษิณเป็น “อัศวินม้าขาว” ผู้เรียกเก็บหนี้สินที่สังคมยังติดค้างเขาอยู่ โดยฝันใฝ่ว่าสังคมไทยจะได้ยกระดับเป็น “สังคมอรหันต์” เสียที ตรงกันข้าม กลุ่ม “ส่วนรวม” คือกลุ่มที่น่าเกรงขาม เพราะมี “อุดมการณ์” เพื่อส่วนรวม ซึ่งเป็นฝ่ายชนะเสมอในที่สุด ตามประวัติศาสตร์โลก ไม่ว่ากลุ่ม “ส่วนตัว” จะใช้สำนวนโวหารบิดเบือนหลอกลวงโกหกประชาชนอย่างไรก็ตาม

ในระยะยาว การใช้ “อารมณ์” ปรับเปลี่ยน “เหตุการณ์ภายนอก” แทนที่จะใช้สติสัมปชัญญะปรับเปลี่ยน “เหตุการณ์ภายใน” ซึ่งได้แก่ “กิเลส” ในตัวเอง อย่างเช่นนโปเลียนหรือนายทักษิณ รังแต่จะส่อให้เห็นว่า “นายใหญ่” กำลังเจอทางตันเหมือน “หมาจนตรอก” นับเป็นการสารภาพกับประชาชนว่า ตนหมดสิ้นอำนาจบารมีเสียแล้ว จึงพยายามดิ้นเฮือกสุดท้าย เพื่อเอาเชือกรัดออกจากคอตัวเอง ใครเล่าจะ “ศรัทธา” ด้วยความบริสุทธิ์ใจในผู้นำที่ไร้ฝีมือขาดคุณภาพย่ำแย่ขนาดนี้?

นายทักษิณน่าจะมีสติสัมปชัญญะฉุกคิดได้ว่า ใครก็ตามที่คิดทำรัฐประหารโค่นล้มบัลลังก์แห่ง “อัตตาธิปไตย” ของตนเมื่อปี 2549 น่าจะมีหลักการเหตุผลที่ควรแก่การเรียนรู้เป็นบทเรียนไว้ประดับชีวิต อีกทั้งควรเรียนรู้ข้อแนะนำทั้งหลายจากบุคคลผู้ถูก “แฉ” ซึ่งย่อมต้องเคยส่งสัญญาณเป็นเบาะแสก่อนรัฐประหารมาแล้ว เพื่อนำไปแก้ไขปรับปรุงตัวเองเสียก่อน และพิสูจน์ว่าตนมีจิตวิญญาณที่นักจิตวิทยาศาสตราจารย์ ดร.เดวิด แมคคลีแลนด์ สหรัฐฯ เรียกว่า “สำเร็จ” หรือ “บ้างาน” คือ รู้จักเรียนรู้ปรับปรุงตนเองให้เจริญยิ่งๆ ขึ้น จนมี “ผลงาน” สามารถเอาชนะใจบุคคลดังกล่าวและประชาชนทั่วประเทศได้ กลายเป็นนักประชาธิปไตยผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

ทว่า อนิจจา นายทักษิณหามีจิตวิญญาณเช่นนั้นไม่ มีแต่การดูหมิ่นเหยียดหยามผู้อื่น ไม่เว้นหน้าอินทร์หน้าพรหมหรือหัวขาวหัวดำ จึงถูกรัฐประหารเรียบร้อยโรงเรียนจีนไป ฉะนั้น การใช้กลุ่มเสื้อแดงคือการหมุนเข็มนาฬิกาย้อนหลังกลับไปในอดีตกาล สู่ความฝันใฝ่ มิใช่สู่ความเป็นจริงในปัจจุบันกาล

โปรดอย่าลืมว่า โลภโกรธหลง โดยเฉพาะอาการ “โกรธ” ที่แสดงออกทางกลุ่มเสื้อแดง มิได้เพิ่มพูนหรือลบล้าง “ความจงรักภักดี” ต่อนายทักษิณจากประชาชนทั่วไปเลย เพราะธรรมชาติได้บันทึก “ศีลธรรม” มาไว้ในส่วนลึกของจิตใจเสมอเหมือนกันหมดทุกคน ตรงกันข้าม กลับก่อให้เกิดความเคลือบแคลงใจและความไม่สบายใจอย่างเงียบเชียบและกว้างขวาง ต่อการใช้ “อำนาจในเงินทอง” ของนายทักษิณโดยนายทักษิณและเพื่อนายทักษิณเอง

เมื่อได้ประจานตัวเองออกมาอย่างหมดเปลือกเช่นนี้แล้ว อาการชูกำปั้นกระทืบเท้าอย่างที่กลุ่มเสื้อแดงกำลังแสดงอยู่ คือบันไดสู่ระดับสูงที่เลื้อยลงก้นเหวลึกสำหรับนายทักษิณ.

 

น้ำแข็งอาร์กติกมีโอกาสละลายจนหมดในปี 2556 พิมพ์บทความนี้


ภาพจากโครงการโนอา แสดงให้เห็นพื้นที่น้ำแข็งในคาบสมุทรอาร์กติก
ตั้งแต่ พ.ศ.
2522 – 2550 (ที่มา: NOAA/AP)

 

 

นักวิทยาศาสตร์สำรวจพื้นที่คาบสมุทรอาร์กติก ตอนเหนือของแคนาดา พบ ก้อนน้ำแข็งจำนวนมากกำลังละลาย อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น 15 องศา คาดน้ำแข็งในเขตนี้มีโอกาสละลายจนหมดใน พ.ศ. 2556 (ค.ศ.2013) และระดับน้ำที่สูงขึ้นเนื่องจากน้ำแข็งละลายในตอนนี้ส่งผลให้การเดินเรือสายเอเชีย-ยุโรป ไม่สามารถใช้เส้นทางทะเลเหนือได้

 

จากการศึกษาครั้งล่าสุดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิโลกบอกว่า คาบสมุทรอาร์กติกบริเวณขั้วโลกเหนือกำลังร้อนขึ้นอย่างรวดเร็วจนอาจทำให้น้ำแข็งที่ปกคลุมอยู่ละลายลงจนหมดในปี 2556 ซึ่งเร็วกว่าที่เคยคาดการกันเอาไว้ถึงสิบปี

 

วอร์วิค วินเซนท์ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาพื้นที่เขตตอนเหนือจากมหาวิทยาลัยลาวัลในเมืองควิเบกกล่าวว่า ข้อมูลชุดนี้ "ดูเหมือนจะติดตามร่องรอยจากโมเดลที่มองโลกในแง่ร้ายที่สุด" เขายังกล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์อีกว่า "การพูดถึงเหตุที่จะเกิดขึ้นในปี 2556 เริ่มถูกมองว่าอย่างเป็นเหตุเป็นผลมากกว่าเป็นการทำนาย"

 

"แต่ทุกปีๆ เราก็คาดผิดมาตลอด ทุกปีที่ผ่านมาเรามักจะพบว่ามันจะเกิดขึ้นเร็วกว่าที่เราคาดทีละเล็กละน้อยเสมอ" วินเซนท์กล่าว

 

 

ความเสียหายที่ไม่อาจหยุดยั้ง

มีทีมนักวิทยาศาสตร์จำนวนหนึ่งใช้เวลาสิบปีก่อนหน้านี้อยู่ในเกาะ วอร์ด ฮันท์ เกาะที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือห่างออกไป 4 พันกิโลเมตร จากเมืองออตตาวา ประเทศแคนาดา นักวิทยาศาสตร์ทีมนี้ศึกษาเกี่ยวกับน้ำแข็งที่ปกคลุมอยู่ช่วงฤดูร้อนในคาบสมุทรอาร์กติกของแคนาดา ห่างจากขั้วโลกเหนือไม่มากนัก

 

หลังจากที่วินเซนท์ได้รายงานสิ่งที่ค้นพบให้กับรัฐสภาฟังแล้ว เขาก็บอกว่า "ผมแปลกใจว่าทำไมการเปลี่ยนแปลงถึงเกิดขึ้นเร็วมาก สิ่งที่เราไม่เคยพบมาก่อนเลยในช่วงที่ผมทำงานเมื่อสิบปีที่ผ่านมาคือ การที่แหล่งน้ำตามธรรมชาติมีการขยายตัวขึ้น"

 

"พวกเรากำลังพ่ายแพ้ อย่างไม่มีทางหวนกลับ สิ่งที่เกิดขึ้นกับพื้นน้ำแข็งของแคนาดากำลังแสดงให้เห็นให้เห็นว่า โมเดลที่มองในแง่ร้ายที่สุดนี้เริ่มเข้าใกล้ความจริงเข้าไปทุกที"

 

ขั้วโลกเหนือมีอุณหภูมิเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับที่อื่นในโลก และพื้นที่น้ำแข็งที่ปกคลุมทะเลอยู่ก็ลดจำนวนลงมากในปี 2550 ก่อนจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในปี 2551

 

นักวิจัยบอกว่าความเสียหายบางอย่างจะคงอยู่ตลอดไป และการที่ขั้วโลกเหนือร้อนขึ้นก็เป็นสิ่งบ่งชี้อะไรบางอย่างที่ทั่วทั้งโลกนึกถึง

 

"มีผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมบางอย่างที่ไม่อาจหยุดยั้งได้ พวกเราอยู่ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกัน เมื่อใดก็ตามที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เมื่อนั้นเราก็ไม่อาจย้อนกลับไปได้ ตัวอย่างเช่น การที่ก้อนน้ำแข็งเหล่านี้สูญไป" วินเซนท์กล่าว

 

"แต่สิ่งที่เราทำได้คือการทำให้กระบวนการนี้ช้าลง และเราก็ควรจะทำให้มันช้าลง เพราะว่าเราต้องการจะยื้อเวลาไว้มากกว่านี้ พวกเราไม่มีเทคโนโลยีที่จะเป็นอารยธรรมสำหรับต่อกรกับความไม่มั่นคง ซึ่งกำลังจะเกิดกับเราในวันข้างหน้า"

 

ในปี 2547 คณะปฏิบัติงานหลักของนานาชาติ พยากรณ์ว่าพื้นที่ที่เป็นน้ำแข็งปกคลุมจะหายไปภายในปี 2643 ส่วนในเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมาผู้เชี่ยวชาญบางคนกล่าวว่าน้ำแข็งในฤดูร้อนจะหมดไปภายใน 10 หรือ 20 ปี

 

 

ข้อสรุปที่สำคัญ

แลร์รี่ ฮินซ์แมน ผู้อำนวยการจากศูนย์วิจัยขั้วโลกเหนือนานาชาติใน อลาสก้า บอกกับสำนักข่าว อัล จาซีรา ว่า งานศึกษาชิ้นล่าสุดนี้ เป็นไปในแนวทางเดียวกับที่นักวิทยาศาสตร์คนอื่น ๆ ค้นพบ

 

"งานศึกษาชิ้นนี้สอดคล้องกับ งานสังเกตการณ์การลดลงของจำนวนน้ำแข็ง ถ้าน้ำแข็งละลายไปจริง เช่นที่ในรายงานนำเสนอไว้ มันจะกลายเป็นข้อสรุปที่สำคัญได้เลย" ฮินส์แมนกล่าว "หากน้ำแข็งในทะเลละลาย ก็จะทำให้มหาสมุทรดูดซับความร้อนไว้มากขึ้นกว่าเดิมด้วย"

 

ในปี 2551 อุณหภูมิสูงสุดในวอร์ด ฮันท์ เขตขั้วโลกเหนือช่วงฤดูร้อนสูงถึง 20 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับปกติแล้วจะมีอุณหภูมิสูงสุดเพียง 5 องศาเซลเซียสเท่านั้น

 

ในฤดูร้อนปีที่ผ่านมาแผ่นน้ำแข็ง 5 ก้อน ในเขตเกาะเอลส์แมร์ ทางตอนเหนือของแคนาดา จมลงไปกว่า 23 เปอร์เซ็นต์ ก้อนน้ำแข็งเหล่านี้มีอายุกว่า 4,000 ปีแล้ว

 

"เมื่อขั้วโลกเหนือร้อนขึ้น เช่นเดียวกับทั่วโลกที่ร้อนขึ้น ก็จะทำให้เกิดผลที่ตามมา ดังที่เราได้เห็นกันแล้วว่าระดับน้ำทะเลบางแห่งสูงขึ้น" ฮินท์แมนกล่าว "ตอนนี้เรือส่วนใหญ่ที่มีเส้นทางเดินเรือระหว่างเอเชียกับยุโรปต้องเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือไปเป็นผ่านคลองปานามา หรือผ่านในแถบปลายแอฟริกาใต้"

 

"หากเส้นทางทะเลเหนือเปิดให้ใช้ได้ มันจะเป็นเส้นทางที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการเดินเรือระหว่างเอเชียกับยุโรป ... เรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบมากและมีผลกับคนทั้งโลก"

 

จนถึงปัจจุบัน บริษัทเดินเรือได้สั่งเลื่อน การใช้เส้นทางลัดผ่านแถบขั้วโลกเหนือแล้ว ซึ่งในเขตเดียวกันก็เป็นเขตที่เป็นแหล่งเก็บน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจำนวนมหาศาล

 

 

แปลและเรียบเรียงจาก

Arctic ice ‘could meld by 2013’, Al Jazeera, 06 March 2009

http://english.aljazeera.net/news/americas/2009/03/200936113147636866.html


           1-ThaiFood

The best Thai Restaurant in Sedro-Woolley, Washington State, USA








 

Thai Restaurant in Washington, USA


1-ThaiFood is the only Authentic Thai Cuisine in Sedro-Woolley City, Washington State, USA

Address : 208  Ferry Street, Sedro-Woolley, WA 98284

Phone / Fax : 360.855.9620

 

We serve Lunch and Dinner everyday 7 days a week

Lunch :   11:00am - 3:00pm

Dinner :   3:00pm - 9pm

Order ToGo : 360.855.9620

Order Online : OneThaiFood@usa.com

Website : www.1-ThaiFood.com

More Information (VDO) : http://www.ruanthairestaurant.com/Multimedia/2men-1.wmv

         =======================================

 

 

อสังหา..น่ารู้
ดิฉันพูดถึง Loan Modification ไปฉบับที่แล้ว หลายท่านถามว่าเป็นเรื่องจริงไหม หลอกต้มหรือไม่ หลายท่านบอกว่ามีบริษัทโทรมาชวนให้ทำ Loan Modify แทบไม่เว้นวัน

ดิฉันเลยคิดว่าถ้ามาบอกเคล็ดลับของการเจรจากับเจ้าหนี้ให้ฟัง ท่านจะได้ทราบว่าทำไมจึงต้องใช้ทนายความ ทำไมเราทำเอง คุยเอง ไม่เห็นได้เรื่อง

ก่อนที่จะไปเจรจากับเจ้าหนี้ เราจะเอาเอกสารเงินกู้ทั้งหมดมาตรวจสอบ หาสิ่งที่ขัดกับกฎหมายอสังหาริมทรัพย์ และกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค 80 เปอร์เซ็นต์ เอกสารเหล่านี้จะมีข้อผิดพลาด โดยเฉพาะถ้าเป็นเงินกู้แบบ Adjustable Rate Mortgage เมื่อพบข้อผิดพลาดของธนาคารแล้ว เราจะใช้ข้อผิดพลาดนั้นเป็นเครื่องต่อรองกับธนาคาร หากธนาคารไม่ยอมลดดอกเบี้ย หรือลดเงินต้น เราก็จะฟ้องร้อง ซึ่งธนาคารจะเสียเงินมากกว่าการมาเจรจายอมความกับเรา โดยลดเงินต้นลดดอกเบี้ย จะลดอะไร เท่าไหร่ อย่างไร ขึ้นอยู่กับข้อผิดพลาดที่ธนาคารทำไว้ ถ้าผิดมาก ก็ลดมาก ประมาณนั้นค่ะ

การตรวจเอกสารเงินกู้นี้เราเรียกว่า Forensic Loan Audit เป็นเรื่องการตรวจเอกสารเงินกู้ Loan Documents ว่ามีข้อมูลที่เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายไหม เอกสารเงินกู้ 4 ใน 5 คนจะมีรายการที่ฝ่าฝืนกฎหมายอย่างร้ายแรง เอกสารที่มีข้อผิดพลาดจะสามารถมีผลบังคับได้ หมายถึงธนาคารปล่อยเงินมาแล้ว แต่สัญญาเป็นโมฆะ บางรายได้บ้านไปฟรีๆ ก็มี บางรายได้ดอกเบี้ยคืนย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่เซ็นชื่อกู้ โดยมากเงินกู้ที่ทำระหว่างปี 2002-2006 จะมีข้อผิด อาจจะเพราะความประมาท เลินเล่อของผู้ตรวจเอกสาร ความโลภ หรือว่าไม่ได้ตั้งใจ

แต่ไม่ว่าข้อผิดพลาดจะเกิดด้วยเหตุใด เจ้าหนี้ก็ต้องรับผิดชอบ อาจจะต้องคืนดอกเบี้ยที่เก็บเราไปตลอดเวลาที่ให้กู้ เงินกู้ที่มีข้อกำหนดที่ขัดต่อกฎหมาย ไม่สามารถใช้บังคับได้ ไม่สามารถมายึดบ้านได้ แม้เราจะขาดการผ่อนส่ง ถ้าตรวจพบปัญหา และช่วงที่ตรวจพบก็ไม่ต้องผ่อนส่งค่างวด แต่ควรจะนำค่างวดไปฝากไว้ที่ธนาคารอีกแห่ง วิธีเดียวที่จะทราบว่าเอกสารเงินกู้มีปัญหาไหมคือ Forensic Audit โดยทนายความ

เมื่อตรวจ ทนายความจะส่งรายงานให้ว่าเอกสารเงินกู้นั้นๆ มีข้อผิดพลาดตรงไหนบ้าง และนี่คือส่วนหนึ่งของข้อต่อรองในการขอลดเงินต้น ยิ่งมีข้อผิดพลาดมากเท่าไหร่ ยิ่งต่อรองได้ง่ายเท่านั้น

ดังนั้น หากท่านกำลังจะถูกยึดบ้าน ทางที่อาจจะช่วยได้คือ เอาเอกสารเงินกู้มาให้ทนายความตรวจดู เพื่อหาข้อผิดพลาดที่ขัดกับกฎหมาย เพื่อนำไปต่อรองกับเจ้าหนี้ สิ่งที่เป็นข้อผิดพลาดเช่น การคำนวณการปรับตัวของดอกเบี้ยต้องถูกต้อง ต้องมีการเปิดเผยข้อมูลของเงินกู้ประเภทดอกเบี้ยไม่คงที่ ต้องบอกอัตราดอกเบี้ยต่อปีให้ชัดเจน หากเอกสารเงินกู้ผิดกฎหมาย เราสามารถบอกเลิกและได้รับดอกเบี้ย Points, Fees คืนหมด รวมทั้งค่าเสียหายด้วย ส่วนที่ต้องดูและตรวจสอบคือ


            1. State and Federal Predatory Lending Laws

2. Real Estate Settlement & Procedures Act (RESPA)

3. Truth in Lending Act (TILA)

4. Home Mortgage Disclosure Act (HMDA)

5. Fair Housing Act (FHA)

6. Equal Credit Opportunity Act (ECOA) and more สำหรับท่านที่กำลังจะทำ Loan Modification


            ข้อผิดพลาดเหล่านี้คือข้อต่อรอง ที่จะลดเงินต้น และดอกเบี้ย เพราะค่าใช้จ่าย ค่าเสียหายจะน้อยกว่าให้เราไปฟ้องร้องเพื่อให้สัญญาเป็นโมฆะ

หากท่านกำลังจะถูกยึดบ้าน ต้องรีบทำ Forensic Audit เพื่อหยุดขั้นตอนการถูกยึด ทีนี้มาดูว่าจะรู้ได้อย่างไรว่าบริษัทไหนน่าเชื่อถือ เราก็ถามหมายเลขใบอนุญาต หรือตรวจสอบจาก Department of Real Estate เพื่อดูว่าบริษัทนั้นๆ มีการขออนุญาตจากหน่วยงานนี้ไหม ถามว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงไหม บอกว่าจริงค่ะ แต่ว่ากรณีของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน บางคนต่อรองได้มาก บางคนได้น้อย แต่เรื่องดอกเบี้ยได้ลดแน่นอน ส่วนเงินต้นจะลดหรือไม่ ลดเท่าไหร่ ต้องดูสถานการณ์ของแต่ละกรณี

 ดิฉันเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทำได้จริง และทราบว่าถ้าดิฉันลงมาทำ จะสามารถช่วยหลายๆ ท่านที่กำลังประสบปัญหาได้ ดังนั้น ท่านใดมีปัญหา โทรมานะคะ แต่ว่าตั้งแต่วันที่ 1 -10 มีนาคม ดิฉันขอลงไปให้กำลังใจลูกสาวลงประกวดนางสาวไทยจักรวาลที่เมืองไทยก่อนค่ะ โทรหาคุณสุพร ที่ 818 300-1930 และอย่าลืมช่วยเชียร์ด้วย ลงรูปให้ดูเผื่อจะส่งกำลังใจไปช่วย ดิฉันจะได้มีกำลังใจมาช่วยแก้เงินกู้ให้ท่านๆไงคะ

 

#### ร้านอาหารแบงคอก ไทยคิวซีน ขอเชิญร่วมสนุกกับงาน "Lucky Party" (ควันหลงจาก St. PADDY'S DAY) ในวันเสาร์ที่ 21 มีนาคม เริ่มตั้งแต่ 10.00 P.M.- 3.00 A.M. พบกับบรรยากาศเป็นกันเอง สำหรับคนพิเศษ ใครเอ่ย??? ทีมงานสีเขียว อย่าลืมใส่อะไรที่เป็นสีเขียวมาร่วมงานนะจ๊ะ ราคาเพียง $10 อาหาร เครื่องดื่ม แถม 1 ดริ๊ง พร้อมคาราโอเกะ

#### สมาคมหอการค้าไทย ดัลลัส-ฟอร์ทเวิร์ท ขอแนะนำกิจกรรมดีๆ สนุกๆ และเชิญชวนพี่น้องชาวดัลลัสทุกท่าน ร่วมงาน "St. PADDY'S DAY Dash Down Greenville 2009 5K Run & Fun Walk"  ร่วมวิ่ง หรือเดินการกุศล เป็นระยะ 5 กิโลเมตร ในวันที่ 14 มีนาคม เพื่อหารายได้สมทบทุนแก่ North Texas Food Bank
          โดยสามารถสมัครร่วมเดินหรือวิ่งได้ทางเว็บไซต์ www.dashdowngreenville.com หรือด้วยตนเองที่ร้าน Run on ทุกสาขาในดัลลัส ค่าสมัคร $30 หน้างาน แต่หากสมัครก่อน 3 มีนาคม ลดเหลือ $20 สมัครหลัง 4 มีนาคม แต่ก่อนวันงาน ลดเหลือ $25 
          ผู้สมัครจะได้รับของสมนาคุณจากเหล่าสปอนเซอร์ เช่น เสื้อวิ่ง เครื่องดื่มจากร้านอาหาร Two Rows นักวิ่งออกตัวเวลา 8:30 A.M. ที่ลานจอดรถของ Central Market สาขา Lover's Lane           
          หากท่านวิ่งหรือเดินเสร็จแล้วอย่ารีบไปไหน มีดนตรี และพาเหรดขำขันวัน St.Patrick's day 
          งานนี้ได้ทั้งบุญ ทั้งสนุก และเสริมสร้างสุขภาพด้วยนะคะ ใครไม่อยากตื่นเช้าก็มาเชียร์เพื่อนๆ ตอนเข้าเส้นชัยก็ได้ เผลอๆ จะได้ช่วยจองที่นั่งดูพาเหรดด้วย 
          แต่อย่าลืมใส่สีเขียวมาร่วมงาน ไม่งั้นอาจเจอชาวไอริชแกล้งหยิก  ขอเตือนอีกนิดนึงว่าพาเหรดนี้อาจเหมาะกับผู้ใหญ่มากกว่าเด็กเล็กนะคะ

#### ความคืบหน้าสำหรับโครงการช่วยเหลือเด็กๆ "ครูติ๋ว สุธาสินี น้อยอินทร์" แห่งบ้านโฮมฮัก จ๊ะจ๋า ดัลลัส-ฟอร์ทเวิร์ท ตอนนี้เราสามารถส่งเงินบริจาคช่วยเหลือบ้านโฮมฮัก เดือนละ $335 เดือนนี้เรามีสมาชิกเพิ่มอีกหนึ่งท่าน และต้องขอขอบคุณ คุณปุ้ม สมาชิกใหม่ของโครงการของเรา

          ทางโครงการของเรายังคงได้รับเสียงตอบรับจากพี่น้องชาวดัลลัส-ฟอร์ทเวิร์ทอยู่เรื่อยๆ บ้างก็ส่งTEXT Message, บางคนเจอหน้าก็จะถามถึงโครงการนี้ แล้วก็บริจาคแบบเฉพาะกิจ 
          ตอนนี้โครงการของเรารับบริจาค 2 รูปแบบ คือ 1. บริจาคแบบเป็นสมาชิกบริจาครายเดือน เดือนละ $10 หรือมากกว่านั้นก็ได้ 2. บริจาคแบบเฉพาะกิจ คือบริจาคตอนไหนก็ได้ 
          ตอนนี้โครงการของเราได้ยอดเงินบริจาคเดือนละ $335 และยังคงได้รับบริจาคแบบเฉพาะกิจอยู่เรื่อยๆ ล่าสุดคืนวันสุนทราภรณ์ไนท์ ทางโครงการของเราก็ได้รับเงินบริจาคแบบเฉพาะกิจมากกว่า $300 
          ต้องขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนโครงการนี้ และได้ช่วยน้องๆ ที่ด้อยโอกาสเพียงเพื่อให้เขามีอาหารประทังชีวิต เพื่อความอยู่รอด จ๊ะจ๋าขอบคุณ และซาบซึ้งกับเพื่อนๆ ที่ร่วมโครงการนี้ด้วย
          แล้วคุณล่ะ อยากทำอะไรดีๆ ให้กับเด็กๆ บ้านโฮมฮักไม๊? มาช่วยกันต่อลมหายใจให้กับเด็กๆ ที่ไร้โอกาสในบ้านโฮมฮักกัน  ชีวิตเรามีค่า ไม่ใช่เพราะร่ำรวย มีเกียรติ ชีวิตที่มีค่าคือชีวิตที่ตัวเรามีคุณค่า และทำให้คนอื่นมีค่า

          หากผู้อ่านท่านใดที่อยู่ในละแวกแถบดัลลัส-ฟอร์ทเวิร์ท ต้องการร่วม "โครงการแบ่งฝันปันรักให้กับบ้านโฮมฮัก" กรุณาติดต่อ คุณอมาวรินทร์ (ปุ๋ม) อินทรีย์สุข 214-649-1153

..จ๊ะจ๋า ดัลลัส-ฟอร์ทเวิร์ท ขอเป็นสื่อกลางในการช่วยเหลือเด็กๆ ที่บ้านโฮมฮัก และช่วยเป็นกำลังใจให้กับ คุณสุธาสินี น้อยอินทร์ หญิงเหล็กหัวใจแกร่งให้ต่อสู้กับโรคร้ายต่อไป..





มาฉลองต้อนรับ Spring Break กันหน่อย!!!!! ปาร์ตี้หนุกหนาน หนุกหนาน กับวงดนตรี บี๋และเพื่อนๆ แจมกับวงดนตรีจากร้านZense ต้องมันส์ระเบิดแน่ๆ อย่าลืม วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม ที่ร้านอาหาร Asian Grill Thai Fusion งานเริ่มประมาณ สี่ทุ่มก่าๆ ไปจนถึงไหนถึงกัน



คุณวีระ ร.ประเสริฐ ได้มอบเงิน $520 กับคุณอมาวรินทร์ อินทรีย์สุข แกนนำในการจัดตั้ง "โครงการแบ่งฝันปันรักให้กับบ้านโฮมฮัก" เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นเงินบริจาคจากการจัดงานการกุศลเมื่อวันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ ที่ร้านอาหารไทยธานี 

ขอขอบคุณทุกๆ ท่านที่มาร่วมงานบุญในค่ำคืนนั้นด้วย ซึ่งมีจุดประสงค์เดียวกันคือเพื่อช่วยน้องๆ แห่งบ้านโฮมฮัก


เก็บตก: คุณวิวิต-คุณสัมฤทธิ์ เลอวิศิษฏ์ เลี้ยงต้อนรับท่านอัครราชทูต ดำรง ใคร่ครวญ พร้อมคณะ จากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ที่ร้านอาหารนานดิน่า เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ ก่อนที่จะพบพี่น้องชาวดัลลัส-ฟอร์ทเวิร์ทในช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ ซึ่งได้มาบรรยาย โครงการ Economic Roadshow Program





The world's billionaires

by Luisa Kroll, Matthew Miller and Tatiana Serafin, Forbes.com
Wednesday, March 11, 2009
provided by

The world has become a wealth wasteland.

Like the rest of us, the richest people in the world have endured a financial disaster over the past year. Today there are 793 people on our list of the World's Billionaires, a 30 per cent decline from a year ago.

Of the 1,125 billionaires who made last year's ranking, 373 fell off the list—355 from declining fortunes and 18 who died. There are 38 newcomers, plus three moguls who returned to the list after regaining their 10-figure fortunes. It is the first time since 2003 that the world has had a net loss in the number of billionaires.

Go to Forbes.com to view the slideshow

(Opens new window)

The world's richest are also a lot poorer. Their collective net worth is $2.4 trillion (Can$3.0 trillion), down $2 trillion (Can$2.5 trillion) from a year ago. Their average net worth fell 23 per cent to $3 billion (Can$3.7 billion). The last time the average was that low was in 2003.

Bill Gates lost $18 billion (Can$22.3 billion) but regained his title as the world's richest man. Warren Buffett, last year's No. 1, saw his fortune decline $25 billion (Can$31.0 billion) as shares of Berkshire Hathaway (nyse: BRK-B) fell nearly 50 per cent in 12 months, but he still managed to slip just one spot to No. 2. Mexican telecom titan Carlos Slim Helú also lost $25 billion (Can$31.0 billion) and dropped one spot to No. 3.

It was hard to avoid the carnage, whether you were in stocks, commodities, real estate or technology. Even people running profitable businesses were hammered by frozen credit markets, weak consumer spending or declining currencies.

The biggest loser in the world this year, by dollars, was last year's biggest gainer. India's Anil Ambani lost $32 billion (Can$39.7 billion)—76 per cent of his fortune—as shares of his Reliance Communications, Reliance Power and Reliance Capital all collapsed.

Ambani is one of 24 Indian billionaires, all but one of whom are poorer than a year ago. Another 29 Indians lost their billionaire status entirely as India's stock market tumbled 44 per cent in the past year and the Indian rupee depreciated 18 per cent against the dollar. It is no longer the top spot in Asia for billionaires, ceding that title to China, which has 28.

Russia became the epicenter of the world's commodities bust, dropping 55 billionaires—two-thirds of its 2008 crop. Among them: Dmitry Pumpyansky, an industrialist from the resource-rich Ural mountain region, who lost $5 billion (Can$6.2 billion) as shares of his pipe producer, TMK, sank 84 per cent. Also gone is Vasily Anisimov, father of Moscow's Paris Hilton, Anna Anisimova, who lost $3.2 billion (Can$4.0 billion) as the value of his Metalloinvest Holding, one of Russia's largest ore mining and processing firms, fell along with his real estate holdings.

Twelve months ago Moscow overtook New York as the billionaire capital of the world, with 74 tycoons to New York's 71. Today there are 27 in Moscow and 55 in New York.

After slipping in recent years, the U.S. is regaining its dominance as a repository of wealth. Americans account for 44 per cent of the money and 45 per cent of the list's slots, up seven and three percentage points from last year, respectively. Still, it has 110 fewer billionaires than a year ago.

Those with ties to Wall Street were particularly hard hit. Former head of AIG (nyse: AIG) Maurice (Hank) Greenberg saw his $1.9 billion (Can$2.4 billion)  fortune nearly wiped out after the insurance behemoth had to be bailed out by the U.S. government. Today Greenberg is worth less than $100 million (Can$124.0 million). Former Citigroup (nyse: C) Chairman Sandy Weill also falls from the ranks.

Last year there were 39 American billionaire hedge fund managers; this year there are 28. Twelve American private equity tycoons dropped out of the billionaire ranks.

Blackstone Group's (nyse: BX) Stephen Schwarzman, who lost $4 billion (Can$5.0 billion), and Kohlberg Kravis & Roberts' Henry Kravis, who lost $2.5 billion (Can$3.1 billion), retain their billionaire status despite their weaker fortunes.

Worldwide, 80 of the 355 drop-offs from last year's list had fortunes derived from finance or investments.

While 656 billionaires lost money in the past year, 44 added to their fortunes. Those who made money did so by catering to budget-conscious consumers (discount retailer Uniqlo's Tadashi Yanai), predicting the crash (investor John Paulson) or cashing out in the nick of time (Cirque du Soleil's Guy Laliberte).

So is there anywhere one can still make a fortune these days? The 38 newcomers offer a few clues. Among the more notable new billionaires are Mexican Joaquín Guzmán Loera, one of the biggest suppliers of cocaine to the U.S.; Wang Chuanfu of China, whose BYD Co. began selling electric cars in December, and American John Paul Dejoria, who got the world clean with his Paul Mitchell shampoos and sloppy with his Patrón Tequila.

 

Go to Forbes.com to view the slideshow

In Pictures: The World’s Billionaires




Full Furnished 2 Bed Room in Surrey Central, B.C.

Full Furnished 2 Bed Room in Great Location (Surrey Central)

Bathrooms (#): 2 bathrooms
Pets Allowed: No

Address: 100 Avenue & King George Hiway, Surrey, BC View map


2 Bed Rooms Apartment in Great Location on 100 Avenue & King George Hiway, with 2 full bath rooms, large living room, kitchen (New Fridge, Dish washer, Magnetic-stove), dining cornor, storage, fireplace and balcony in totally area about 950 Sq-feet, 
Close to all Surrey Central amenities and walking distance to SkyTrain (2 blocks), buses loop, T&T Supermarket, Best-Buy, SFU, and the main intersection of Surrey Central
Available only October 1, 2011 - January 31, 2012 with only $1,600 / month (Heat, Hot water, Garbage collection, gardening & monthly Maintenance fee and 2 parking stalls are included) 
Extra rental contract for all furniture is required. (Dining table for 4person, Chesterfield, One Double Bed, entertainment counter with Plama TV 37", DVD, VCR player, and alot of stuffs that ready for you to move in. Only $3.xx / day OR $100 per month)
 for more detail  mailto:flabeg@yahoo.com
 
 
 



Images

Kijiji: Full Furnished 2 Bed Room in Great Location (Surrey Central)
Kijiji: Full Furnished 2 Bed Room in Great Location (Surrey Central) Kijiji: Full Furnished 2 Bed Room in Great Location (Surrey Central) Kijiji: Full Furnished 2 Bed Room in Great Location (Surrey Central) Kijiji: Full Furnished 2 Bed Room in Great Location (Surrey Central)




Thai Restaurant in Washington, USA
1-ThaiFood is the only Authentic Thai Cuisine in

         Sedro-Woolley City, Washington State, USA

                     Address : 208  Ferry Street,

                     Sedro-Woolley, WA 98284

                         Phone : 360.855.9620

 

We serve Lunch and Dinner everyday 7 days a week

Lunch :   11:00am - 3:00pm

Dinner :   3:00pm - 9pm

Order ToGo : 360.855.9620

Order Online : OneThaiFood@usa.com

Website : www.1-ThaiFood.com

More Information (VDO) : http://www.ruanthairestaurant.com/Multimedia/2men-1.wmv

=======================================

 

    

s

By The Associated Press


BAY CITY, Mich. - A 93-year-old man froze to death inside his home just days after the municipal power company restricted his use of electricity because of unpaid bills, officials said.

Marvin Schur died "a slow, painful death," said Kanu Virani, Oakland County's deputy chief medical examiner, who performed the autopsy.

Neighbours discovered Schur's body on Jan. 17. They said the indoor temperature was below zero Celsius at the time, the Bay City Times reported Monday.

"Hypothermia shuts the whole system down, slowly," Virani said. "It's not easy to die from hypothermia without first realizing your fingers and toes feel like they're burning."

Schur owed Bay City Electric Light & Power more than $1,000 in unpaid electric bills, Bay City manager Robert Belleman told The Associated Press on Monday.

A city utility worker had installed a "limiter" device to restrict the use of electricity at Schur's home on Jan. 13, Belleman said. The device limits power reaching a home and blows out like a fuse if consumption rises past a set level. Power is not restored until the device is reset.

The limiter was tripped sometime between the time of installation and the discovery of Schur's body, Belleman said. He didn't know if anyone had made personal contact with Schur to explain how the device works.

Schur's body was discovered by neighbour George Pauwels.

"His furnace was not running, the insides of his windows were full of ice the morning we found him," Pauwels told the newspaper.

Belleman said city workers keep the limiter on houses for 10 days, then shut off power entirely if the homeowner hasn't paid utility bills or arranged to do so.

He said Bay City Electric Light & Power's policies will be reviewed, but he didn't believe the city did anything wrong.

"I've said this before and some of my colleagues have said this: Neighbours need to keep an eye on neighbours," Belleman said. "When they think there's something wrong, they should contact the appropriate agency or city department."

Schur had no children and his wife had died several years ago.

Bay City is on Saginaw Bay, just north of the city of Saginaw in central Michigan.

 


Home
Turning In The Widening Gyre
User Rating: / 9
Written by Sean Stubblefield   
Monday, 12 November 2007
Turning In The Widening Gyre
source:

Quoting Yeats: “The Second Coming! Hardly are those words out When a vast image out of Spiritus Mundi Troubles my sight.”

What happens when astrology merges with astronomy?

Be first to comment this article | Add as favourites (0) | Quote this article on your site | Views: 3408

Last Updated ( Monday, 12 November 2007 )
Read more...
 
This Age Ends in 2012 on the Winter Solstice
User Rating: / 55
Written by WILLIAM B STOECKER   
Monday, 05 November 2007

 

Source San Francisco Sentinel

Repeatedly throughout history people have imagined that the end of the world, or at least the end of the present age, was nigh. This is particularly true in times of plague, famine, unrest, tyranny, and war, which pretty well covers most of human history

1-ThaiFood is the only Authentic Thai Cuisine in

         Sedro-Woolley City, Washington State, USA

                     Address : 208  Ferry Street,

                     Sedro-Woolley, WA 98284

                         Phone : 360.855.9620

 

We serve Lunch and Dinner everyday 7 days a week

Lunch :   11:00am - 3:00pm

Dinner :   3:00pm - 9pm

Order ToGo : 360.855.9620

Order Online : OneThaiFood@usa.com

Website : www.1-ThaiFood.com

More Information (VDO) : http://www.ruanthairestaurant.com/Multimedia/2men-1.wmv

=======================================

 

    

s

By The Associated Press


BAY CITY, Mich. - A 93-year-old man froze to death inside his home just days after the municipal power company restricted his use of electricity because of unpaid bills, officials said.

Marvin Schur died "a slow, painful death," said Kanu Virani, Oakland County's deputy chief medical examiner, who performed the autopsy.

Neighbours discovered Schur's body on Jan. 17. They said the indoor temperature was below zero Celsius at the time, the Bay City Times reported Monday.

"Hypothermia shuts the whole system down, slowly," Virani said. "It's not easy to die from hypothermia without first realizing your fingers and toes feel like they're burning."

Schur owed Bay City Electric Light & Power more than $1,000 in unpaid electric bills, Bay City manager Robert Belleman told The Associated Press on Monday.

A city utility worker had installed a "limiter" device to restrict the use of electricity at Schur's home on Jan. 13, Belleman said. The device limits power reaching a home and blows out like a fuse if consumption rises past a set level. Power is not restored until the device is reset.

The limiter was tripped sometime between the time of installation and the discovery of Schur's body, Belleman said. He didn't know if anyone had made personal contact with Schur to explain how the device works.

Schur's body was discovered by neighbour George Pauwels.

"His furnace was not running, the insides of his windows were full of ice the morning we found him," Pauwels told the newspaper.

Belleman said city workers keep the limiter on houses for 10 days, then shut off power entirely if the homeowner hasn't paid utility bills or arranged to do so.

He said Bay City Electric Light & Power's policies will be reviewed, but he didn't believe the city did anything wrong.

"I've said this before and some of my colleagues have said this: Neighbours need to keep an eye on neighbours," Belleman said. "When they think there's something wrong, they should contact the appropriate agency or city department."

Schur had no children and his wife had died several years ago.

Bay City is on Saginaw Bay, just north of the city of Saginaw in central Michigan.

 


Home
Turning In The Widening Gyre
User Rating: / 9
Written by Sean Stubblefield   
Monday, 12 November 2007
Turning In The Widening Gyre
source:

Quoting Yeats: “The Second Coming! Hardly are those words out When a vast image out of Spiritus Mundi Troubles my sight.”

What happens when astrology merges with astronomy?

Be first to comment this article | Add as favourites (0) | Quote this article on your site | Views: 3408

Last Updated ( Monday, 12 November 2007 )
Read more...
 
This Age Ends in 2012 on the Winter Solstice
User Rating: / 55
Written by WILLIAM B STOECKER   
Monday, 05 November 2007

 

Source San Francisco Sentinel

Repeatedly throughout history people have imagined that the end of the world, or at least the end of the present age, was nigh. This is particularly true in times of plague, famine, unrest, tyranny, and war, which pretty well covers most of human history

หน้าแรกสยามมีเดีย | ข่าวเมืองไทย

“เหลี่ยมจัด”อ้างขายบ้านเลี้ยงชีพ

Siam Media News 23 มกราคม 2552

        นักโทษหนีคุก“ทักษิณ ชินวัตร”ยังไม่เข้าใจเศรษฐกิจพอเพียง ครวญต้องวิ่งหารายได้ให้พอค่าใช้จ่ายในต่างแดนปีละ 4-5 ล้านเหรียญ อ้างขายแมนฯซิตี มาเลี้ยงชีพ แท้จริงหวัง “ชักดาบ” โดยมั่นใจ“เสื้อแดง”จะสู้แม้ตัวเองจะถังแตก แถมพูดหมิ่นศาล-กองทัพ-องคมนตรีอีก ยอมรับ“สนธิ-บิ๊กบัง-บิ๊กป๊อก” เป็นความผิดพลาดสำคัญของชีวิต

        เมื่อวันที่ 17 ม.ค.2552 หนังสือพิมพ์อาซาฮี ของญี่ปุ่น ได้ตีพิมพ์บทสัมภาษณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และผู้ต้องโทษจำคุก 2 ปี จากศาลฎีกาฯกรณีทุจริตจัดซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษก โดยบทสัมภาษณ์ดังกล่าว เป็นการสัมภาษณ์ โดย นายโนจิ ชิบาตะ ผู้จัดการสาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของหนังสือพิมพ์อาซาฮี เมื่อวันที่ 15 ม.ค.2552 ณ ห้องสวีทของโรงแรมห้าดาวแห่งหนึ่งในดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่มีราคาค่าพักต่อคืนประมาณ 500 เหรียญสหรัฐฯโดยผู้สื่อข่าว ระบุว่า โรงแรมดังกล่าวไม่ใช่โรงแรมหรูที่สุดในดูไบ

        พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวกับผู้สื่อข่าวชาวญี่ปุ่น ว่า ทุกๆ วัน เขาพยายามหาแหล่งรายได้ใหม่ๆ เพื่อให้เพียงพอกับค่าใช้จ่ายประจำวัน ที่ตกปีละประมาณ 4-5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ  โดย พ.ต.ท.ทักษิณ อ้างด้วยว่า สาเหตุที่เขาบอกขายสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี ก็ด้วยเหตุผลนี้เช่นเดียวกัน

        ในส่วนของการเมืองไทย พ.ต.ท.ทักษิณ คาดหวังว่า พรรคเพื่อไทย ที่ปัจจุบันเป็นพรรคฝ่ายค้านจะยังให้สนับสนุนตัวเขาอยู่ แต่ก็กล่าวอ้างด้วยว่า ในบรรยากาศเช่นนี้ เขาไม่สามารถให้การสนับสนุนทางการเมืองกับพรรคใดๆ ได้ โดยในบทสัมภาษณ์ชิ้นดังกล่าว พ.ต.ท.ทักษิณได้กล่าวย้ำหลายครั้งหลายหน ว่า จากสถานะทางการเงินที่ยากลำบากในปัจจุบันของเขา ทำให้เขาไม่สามารถจะให้การสนับสนุนทางการเงินกับผู้สนับสนุนเขาและพรรคเพื่อไทยได้

        สำหรับบทสัมภาษณ์บางส่วนของ พ.ต.ท.ทักษิณ กับ นสพ.อาซาฮี มีรายละเอียดดังนี้

        อาซาฮี : อะไรเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้คุณต้องตกอยู่ในสภาวะอันยากลำบากเช่นนี้ เพราะการที่คุณขายหุ้นของคุณ (หุ้นชินคอร์ป) โดยไม่จ่ายภาษีหรือเปล่า

       ทักษิณ : ผมคิดว่านั่นไม่ใช่ต้นเหตุสำคัญ ความจริงมันไม่ใช่เรื่องยากสำหรับผมในการจ่ายภาษีตามกฎหมายในตอนนั้น ทว่า มันก็เป็นเรื่องจริงที่เรื่องนี้ส่งผลต่อฝ่ายต่อต้านทักษิณในตอนนั้น แต่มันมีกระบวนการใต้ดินบางอย่างที่แปะป้าย “หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ (lese majeste)” ให้กับผม โดยคนบางกลุ่ม ด้วยเหตุที่ว่าตอนนั้นเป็นช่วงที่สถานะของผมขึ้นถึงจุดสูงสุดในฐานะนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย จริงๆ แล้ว ผมเคารพราชวงศ์ไทยมากกว่าใคร แต่ดูเหมือนว่าจะมีความเข้าใจผิดอะไรบางประการในหมู่ผู้ที่ปรึกษา (องคมนตรี) ขององค์พระมหากษัตริย์ของเรา

         อาซาฮี : คุณมีความเห็นยังไงกับรัฐบาลใหม่ของไทย

       ทักษิณ : พรรคประชาธิปัตย์ได้อำนาจจากเสียงส่วนใหญ่ ด้วยการสนับสนุนจากศาล จากกองทัพ และคณะองคมนตรี สาเหตุที่พวกเขาเรียกร้องให้ผมเลิกยุ่งกับการเมืองไทย ก็เพราะพวกเขาไม่มั่นใจว่าจะกุมอำนาจได้ ถ้าผมยังยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ผมเชื่อว่า จริงๆ แล้วกองทัพและคณะองคมนตรีนั่นแหละที่ต้องเลิกยุ่งกับการเมือง

        อาซาฮี : คุณยังจะสู้ต่อหรือเปล่า

       ทักษิณ : ผมกำลังจะอายุครบ 60 ปี ในเดือนกรกฎาคมปีนี้ ผมอยากจะใช้ชีวิตอย่างสงบ และหวังว่า จะได้เห็นความสมานฉันท์อีกครั้งในหมู่คนไทย แต่ผมยังไม่ได้รับข้อเสนออะไรจากรัฐบาล หรือกลุ่มต่อต้านทักษิณ ว่า ต้องการจะเจรจา ผมยังตายไม่ได้ก่อนที่จะพิสูจน์ว่าผมได้รับความยุติธรรม และผมเชื่อว่า กลุ่มผู้สนับสนุนผมจะสู้กับพวกเขาต่อ แม้ว่าผมจะตายไปแล้วที่นี่

       อาซาฮี : บอกหน่อยสิว่าใครเป็นแกนนำในกลุ่มต่อต้านทักษิณ

       ทักษิณ : สนธิ (ลิ้มทองกุล) หนึ่งในแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เป็นหุ่นเชิดของกลุ่มพลังต่อต้านผม เขาเคยเป็นผู้สนับสนุนสำคัญของผม ตอนที่ผมยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอยู่ เขาบอกว่า เขาต้องการจะเป็นเจ้าของสถานีโทรทัศน์ แต่ผมบอกเขาไปว่ามันคงเป็นเรื่องยาก เพราะติดปัญหาทางกฎหมาย นี่เองเป็นเหตุผล ว่า ทำไมเขาถึงประกาศตัวเป็นศัตรูกับผมทันที นอกจากนี้ มันก็เป็นเรื่องผิดพลาดอย่างยิ่งที่ผมมอบตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกให้กับ พล.อ.สนธิ (บุญยรัตกลิน) ผู้นำในการรัฐประหารในปี พ.ศ.2549 ผมไม่ควรเลือกเขาเป็นผู้บัญชาการสูงสุด นี่คือ ความผิดพลาดใหญ่ของชีวิตผม พล.อ.อนุพงษ์ (เผ่าจินดา) ผบ.ทบ.คนปัจจุบันก็เป็นหุ่นเชิดเหมือนกับ พล.อ.สนธิ

       อาซาฮี : คุณเสียใจไหม กับการตัดสินใจเล่นการเมือง

       ทักษิณ : เสียใจ ผมเสียใจแน่นอน บางทีอาจเป็นการลงโทษจากสิ่งที่ผมทำเมื่อชาติปางก่อน

       คุณเห็นไหมว่าผมเสียเงิน เสียทรัพย์สิน งานการเมืองเป็นสิ่งที่ต้องให้ “โดเรมอน” รับมือ ไม่ใช่ “โนบิตะ” …

       ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนธันวาคม 2551 ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ ก็เพิ่งให้สัมภาษณ์กับนิตยสารซีอีโอ ตะวันออกกลาง (CEO Middle East) ที่ดูไบ โดยนิตยสารดังกล่าว ระบุว่า สหราชอาณาจักรได้อายัดทรัพย์สินจำนวน 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 140,000 ล้านบาท) เอาไว้ โดยเงินจำนวนดังกล่าวยังไม่รวมกับที่ถูกประเทศไทยอายัดเอาไว้หลังการรัฐประหาร 19 ก.ย.2549 ราว 6-7 หมื่นล้านบาท ก่อนที่ในเดือนกันยายน 2551 พ.ต.ท.ทักษิณ จะฟันกำไรก้อนใหญ่ราว 50 ล้านปอนด์ (3,150 ล้านบาท) จากการขายทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี ให้กับ กลุ่มอาบูดาบี ยูไนเต็ด กรุ๊ป ที่มีชีคมานซูร์ บิน ซาเยด อัล นาห์ยาน แห่งดูไบเป็นเจ้าของ( ผู้จัดการออนไลน์)

Published: October 21 2008 10:46 | Last updated: October 21 2008 10:46

Thai prosecutors are to request the extradition of Thaksin Shinawatra, the former prime minister, after the Supreme Court on Tuesday found him guilty in absentia of abuse of office and sentenced him to two years in jail.

Mr Thaksin fled to the UK in August and says he will not return to answer charges he believes are politically motivated. His wife, Pojaman, who shares his exile and was his co-accused in the case, was acquitted.

Seksan Bangsomboon, the chief prosecutor, said: “We set up a special taskforce to handle Thaksin’s extradition process some time ago. On Thursday we will come and get the verdict and have it translated into English and then send it with our request to the British government asking for the extradition of Thaksin.”

The court’s verdict relates to a case which began in 2003, shortly after Mr Thaksin became prime minister.

Mrs Pojaman bought a prime plot of land in Bangkok from the central bank’s Financial Institutions Development Fund for 772m baht ($22.5m, €17.1m, £13.3m), outbidding two real estate developers in a process that observers say was clean.

The prosecutors’ argument was not that the deal was corrupt, but that it contravened the National Counter-Corruption Act, which says that officials and spouses are prohibited from entering into or having interests in contracts with state agencies under their supervision.

Mr Thaksin said he was unsurprised by the verdict. “I have been informed of the result. I had long anticipated that it would turn out this way,” he said.

Legal experts said his conviction, even in absentia, might streamline the extradition efforts, as the government would not have to show the former prime minister had a case to answer, as is usual in most extradition requests based on criminal charges or accusations. However, Mr Thaksin would still be free to challenge extradition on other legal and human rights grounds.

In August, the couple absconded to Britain, from where Mr Thaksin faxed a letter to media outlets saying he feared for his life if he returned and that the charges were part of a politically motivated witch-hunt.

Mr Thaksin has been banned from politics for five years, and is still facing at least 10 more charges.

He accuses the judicial system of being part of the politically motivated programme designed to remove him and his allies from office. His opponents say the courts are exercising new-found independence since escaping Mr Thaksin’s autocratic rule.




New Thai Restaurant in Washington State

 

      1-ThaiFood is the only Authentic Thai Cuisine in

         Sedro-Woolley City, Washington State, USA

                     Address : 208  Ferry Street,

                     Sedro-Woolley, WA 98284

                         Phone : 360.855.9620

 

We serve Lunch and Dinner everyday 7 days a week

Lunch :   11:00am - 3:00pm

Dinner :   3:00pm - 9pm

Order ToGo : 360.855.9620

Order Online : OneThaiFood@usa.com

Website : www.1-ThaiFood.com

More Information (VDO) : http://www.ruanthairestaurant.com/Multimedia/2men-1.wmv

=======================================

 

    

s

By The Associated Press


BAY CITY, Mich. - A 93-year-old man froze to death inside his home just days after the municipal power company restricted his use of electricity because of unpaid bills, officials said.

Marvin Schur died "a slow, painful death," said Kanu Virani, Oakland County's deputy chief medical examiner, who performed the autopsy.

Neighbours discovered Schur's body on Jan. 17. They said the indoor temperature was below zero Celsius at the time, the Bay City Times reported Monday.

"Hypothermia shuts the whole system down, slowly," Virani said. "It's not easy to die from hypothermia without first realizing your fingers and toes feel like they're burning."

Schur owed Bay City Electric Light & Power more than $1,000 in unpaid electric bills, Bay City manager Robert Belleman told The Associated Press on Monday.

A city utility worker had installed a "limiter" device to restrict the use of electricity at Schur's home on Jan. 13, Belleman said. The device limits power reaching a home and blows out like a fuse if consumption rises past a set level. Power is not restored until the device is reset.

The limiter was tripped sometime between the time of installation and the discovery of Schur's body, Belleman said. He didn't know if anyone had made personal contact with Schur to explain how the device works.

Schur's body was discovered by neighbour George Pauwels.

"His furnace was not running, the insides of his windows were full of ice the morning we found him," Pauwels told the newspaper.

Belleman said city workers keep the limiter on houses for 10 days, then shut off power entirely if the homeowner hasn't paid utility bills or arranged to do so.

He said Bay City Electric Light & Power's policies will be reviewed, but he didn't believe the city did anything wrong.

"I've said this before and some of my colleagues have said this: Neighbours need to keep an eye on neighbours," Belleman said. "When they think there's something wrong, they should contact the appropriate agency or city department."

Schur had no children and his wife had died several years ago.

Bay City is on Saginaw Bay, just north of the city of Saginaw in central Michigan.

 


Home
Turning In The Widening Gyre
User Rating: / 9
Written by Sean Stubblefield   
Monday, 12 November 2007
Turning In The Widening Gyre
source:

Quoting Yeats: “The Second Coming! Hardly are those words out When a vast image out of Spiritus Mundi Troubles my sight.”

What happens when astrology merges with astronomy?

Be first to comment this article | Add as favourites (0) | Quote this article on your site | Views: 3408

Last Updated ( Monday, 12 November 2007 )
Read more...
 
This Age Ends in 2012 on the Winter Solstice
User Rating: / 55
Written by WILLIAM B STOECKER   
Monday, 05 November 2007

 

Source San Francisco Sentinel

Repeatedly throughout history people have imagined that the end of the world, or at least the end of the present age, was nigh. This is particularly true in times of plague, famine, unrest, tyranny, and war, which pretty well covers most of human history

ไทยทาวน์ข่าวสังคม(แอลเอ) ประจำฉบับที่ 389
ไทยทาวน์ข่าวสังคม ฉบับที่ 389 ประจำวันที่ 18-24 มกราคม 2009

 

วิกฤติการเงินของรัฐแคลิฟอร์เนียยังไม่มีวี่แววว่าจะคลี่คลาย ล่าสุดเมื่อวันพฤหัสฯ ที่ผ่านมา จอห์น เชียง เสตทคอนโทรลเล่อร์ ซึ่งดูแลคลังของรัฐ ออกประกาศเรียกร้องให้ผู้ว่าการรัฐ อาร์โนลด์ ชวาซีเนเกอร์ และเหล่านักการเมืองผู้ออกกฎหมาย ยอมเสียสละ รอมชอมกันเพื่อผ่านงบประมาณของปี 2009 ก่อนที่สถานการณ์จะเลวร้ายถึงขีดสุด โดยกล่าวว่า “ผมขอเรียกร้องให้รัฐสภาทำงานร่วมกับผู้ว่าการรัฐในการหาทางออกที่เหมาะสมของปัญหาวิกฤติการเงิน การแก้ไขความขัดแย้งระดับนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ว่าการรัฐและนักการเมืองผู้ออกกฎหมายจะต้องเลือกทางออกอันเจ็บปวด แต่ความรับผิดชอบในการตัดสินใจนั้น มาพร้อมหน้าที่ของนักการเมืองที่ผ่านการเลือกตั้งจากประชาชนเข้ามา”

ภาวะ “เงินสดขาดมือ” ของคลังรัฐแคลิฟอร์เนีย ขนาดจะต้องออกเอกสาร “ไอโอยู” แทนเงินสด กดดันให้ จอห์น เชียง หนุ่มเชื้อสายจีนวัยแค่ 40 เศษ มีอาการ “ฮาร์ทแอทแทค” ขั้นเบาไปเมื่อช่วงก่อนปีใหม่ที่ผ่านมา... โถ

สัปดาห์หน้า นับจากวันที่ 20 มกราคมเป็นต้นไป เราก็จะมีผู้นำคนใหม่ จากพรรคการเมืองที่มีแนวคิดในการบริหารชาติบ้านเมืองแบบใหม่กันแล้ว เพราะวันดังกล่าวคือวันสาบานตัวเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการของ บารัก โอบาม่า... เสร็จแล้วเขาจะเริ่มลงมือทำงานแก้ไขปัญหาเร่งด่วนที่คนอเมริกันทั่วประเทศฝากความหวังเอาไว้กับเขาในทันที ซึ่งแน่นอนว่า ปัญหาเศรษฐกิจ คือความเร่งด่วนอันดับหนึ่ง..

มิเชลล์ ปาร์ค สตีล กรรมาธิการภาษีของรัฐแคลิฟอร์เนีย จัดแถลงข่าวกิจกรรมช่วยเหลือชุมชนไทยที่ไทยแลนด์พลาซ่า เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ฝากให้กำลังใจชาวไทยให้อดทน ปรับตัวให้กับเข้าสภาพแวดล้อม จะสามารถผ่านวิกฤติเศรษฐกิจครั้งนี้ไปได้

คณะกรรมาธิการที่ปรึกษาด้านภาษีของชุมชนไทย ที่มี กอพัฒน์ เจริญบรรพชน สมาชิกสภาเมืองลาพัลม่า เป็นประธาน จะจัดผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีของรัฐ มาช่วยทำภาษีส่วนบุคคลให้พี่น้องชาวไทยสามหนก่อนถึง “เดทไลน์” คือวันที่ 21 กุมภาพันธ์, 1 มีนาคม และ 11 เมษายน ณ วัดไทย แอลเอ เวลาบ่ายโมงเป็นต้นไป... ข้อมูลเพิ่มเติมถาม คีธ ฉัตรประภาชัย ที่ 310-377-1032

อย่าลืมว่าวันพฤหัสฯ ที่ 22 มกราคมนี้ คนไทยในอเมริกามีนัดกับ พ.ต.วันชนะ สวัสดี หรือ ผู้พันเบิร์ด, ศรราม เทพพิทักษ์, ร.อ.สมจิตร จงจอหอ, สดใส รุ่งโพธิ์ทอง, สันติ ลุ่นเผ่ รวมถึง ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก ไซม่อน ในรายการกุศล “ร้อยพลังไทย ร้อยล้านใจ เทิดไท้องค์ราชันย์” จัดโดยมูลนิธิ 5 ธันวามหาราช เพื่อหารายได้สร้างหอเฉลิมพระเกียรติราชาภิเษกสมรส และนำรายได้ช่วยเหลือเหล่าทหารตำรวจและครูที่ปฏิบัติหน้าที่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายอยู่ที่ชายแดนภาคใต้ ถ่ายทอดสดตั้งแต่เวลาห้าโมงเย็นเป็นต้นไป ทางช่องสี่ของไอพีทีวี

คนไทยในแอลเอ มีสิทธิ์ได้ดู “องค์บาก 2” ที่ อาร์คไลท์ซีนีม่า โรงหนังหรูกลางเมือง รวมถึงหนังไทยชั้นเยี่ยมอีกห้าเรื่อง คือ หนึ่งใจ...เดียวกัน อันเป็นภาพยนตร์ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ฯ, พระเจ้าช้างเผือก, อหิงสาจิ๊กโก๋มีกรรม, บุญชู 9 และ โปรแกรมหน้าวิญญาณอาฆาต ในเทศกาล “ไทยฟิล์มมิราเคิล, เคาน์เจอร์มิราเคิล” ที่กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับสมาพันธ์ภาพยนตร์จัดขึ้นระหว่าง 25-26 มกราคม เปิดให้ชมฟรี แต่ต้องลงทะเบียนขอรับบัตรก่อนล่วงหน้าที่เว็บไซต์ www.thaitownusa.com/thaifilmmiracles ระหว่าง 14-24 มกราคม ลงทะเบียนแล้วไปรับบัตรหน้างาน แต่ต้องรีบหน่อย เพราะแต่ละเรื่องมีที่นั่งแค่ 200 กว่าๆ เท่านั้น... รายละเอียดดูจากข่าวหน้าหนึ่งไทยทาวน์ฯ เล่มนี้

สำหรับชาวไทยในวอชิงตันดีซี และเมืองใกล้เคียง ก็ไปชมหนังไทยดีๆ ได้ในงาน “ไทยฟิล์มวีค” ที่ห้องมัลติมีเดียรูมของสถานทูตไทยฯ มีหนังดีๆ หลายเรื่องรอฉายอยู่ เช่น มนต์รักทรานซิสเตอร์, ช็อกโกแล็ต, นางนาค, 15 ค่ำเดือน 11 ฯลฯ ดูรายละเอียดและขอรับบัตรได้ที่ www.thaiembdc.org หรือโทร 202-298-4795

กอล์ฟคิงส์คัพปีนี้ ได้ รังสิต คงจันทร์ คนกว้างขวางของสังคมเป็นประธานจัดงาน... เจ้าตัวฝากข่าวการประชุมเตรียมงานครั้งแรกมาถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย รวมถึงสื่อมวลชนด้วย โดยนัดคุยกันที่ร้านบานาน่า เบย์ ในวันที่ 18 มกราคมนี้ ส่วนกอล์ฟคิงส์คัพ 2009 จะมีที่สนามไอเซ่นฮาวน์ เมืองอินดัสตรีฮิลส์ ในวันที่ 23 พฤษภาคมที่จะถึงนี้... นักกอล์ฟทั้งหลายเตรียมตัวเอาไว้ให้ดี

ศูนย์ส่งเสริมชาวไทย เปิดรับสมัครเข้าอยู่ในอพาร์ทเมนท์สำหรับผู้มีรายได้น้อยแห่งใหม่ ที่สร้างเกือบเสร็จแล้ว บนถนนซานตามอนิก้า ตัดกับนอร์มังดี ติดต่อทางศูนย์ฯ โดยด่วนที่ 323-468-2555 โดยจะเปิดรับใบสมัครจนถึงวันที่ 23 มกราคมนี้เท่านั้น

วรนุช บุญประกอบ, ธนายุทธ และ สุภาวดี นุชละออ ขอบคุณพี่ๆ น้องๆ ที่มาร่วมทำบุญงานศพของ โกเหลี่ยง หรือ ประพนธ์ เหล่ารามพงศ์ ที่วัดไทย เมื่อวันที่ 8 มกราคม เงินรายรับหลังหักค่าทำศพ 3,500 ดอลลาร์ เจ้าภาพแบ่งมอบให้กองทุนสวัสดิการฯ 1,000 ดอลลาร์, คนดูแลโกเหลี่ยง 1,000 ดอลลาร์, วัดไทย 500 ดอลลาร์, โรงเรียนพุทธศาสนาวัดไทย 500 ดอลลาร์, วัดพุทธปัญญา 300 ดอลลาร์ และมูลนิธิขาเทียม 200 ดอลลาร์

ขออวยพรย้อนหลังคนเกิดเดือนมกราคม แต่คนละปี สงวน-ชวนชม ศรีเพ็ญเบ็ญจา และ กิตตินัน กลับดี ทั้งสามเป่าเค้กวันเกิดบนเรือสำราญกลางทะเล เมื่อค่ำวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยมี พิเชียร โรจร์ศิริวัฒน์ เจ้าของ เพรสซิเดนท์ ทัวร์ เป็นผู้จัดหาเค้กมาให้ สมกับคำที่ว่า “อบอุ่นใจ เมื่อใช้บริการท่องเที่ยว ของคนไทย”

ในงานดินเนอร์บนเรือสำราญทุกคนตกใจเหมือนเห็น (ช่างแซม) สมศักดิ์ ปฐมฤกษ์ ใส่สูท เจ้าตัวบอกว่า “ไม่ใช่ผมอยากโก้ หรืออยากหล่อ แต่ที่ใส่สูทเพราะ คุณวันดี (เมียผม) สั่งมา” หมวย และ เอ๋ย (กลาโหม) ได้ยิน หัวเราะเสียงดังลั่น ทำเอาแขกต่างชาติโต๊ะข้างๆ เป็นงง

“น้องแหม่ม” อัญชิษฐา โกวะประดิษฐ์ ขอลาหยุดเพื่อพา คุณพ่อพิศิษฐ์ และ คุณแม่อัมพร ซึ่งเดินทางมาจากเมืองไทยมาเยี่ยมลูกๆ ไปเที่ยวแม็กซิโก ก็ขอให้เที่ยวให้สนุกก่อนกลับเมืองไทยนะครับ

ค่ำวันศุกร์ที่ 9 มกราคม ที่ผ่านมา เพื่อนๆ ร่วมกันจัดเลี้ยงฉลองวันเกิด เซอร์ไพรส์ให้กับ พอตา จลาพงษ์ ที่ร้านอาหาร กระเพรา เมืองไซเปรส ก็ขออวยพรย้อนหลัง ขอให้มีแต่ความสุขตลอดไป สุขสันต์วันเกิด

เวลคัม สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์ กลับแอลเอ หลังจากกลับไปทำธุระที่เมืองไทยพักใหญ่ แล้วก็ขอ “แฟร์เวล” วัลลา ดิเรกวัฒนะ ที่อำลาแอลเอ ไปทำงานที่เท็กซัสในอีกไม่กี่วันข้างหน้า... ข่าวว่า ปกรณ์ พงศ์ธราธิก นัดเลี้ยงส่งที่ไทยแลนด์พลาซ่า วันที่ 17 มกราคมนี้

ตีฆ้องร้องป่าว บอกให้รู้กันว่า สนั่น เจมส์ วอทช์ ช่างซ่อมนาฬิกที่มีชื่อของ แอลเอ ตอนนี้ปักหลักรับซ่อมนาฬิกาอยู่ที่เดิม บนถนนเมลโรส ติดกับร้านข้าวแกงเสริมมิตร ใครต้องการใช้บริการก็ไปที่นั่นได้

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เชษฐา และ อลิษา ยินดีผลเจริญ พร้อมกับครอบครัว ได้นำขนมกะหรี่พัฟ 1 ถาดใหญ่ ขึ้นไปบนเขากริฟฟิธพาร์ค เพื่อนำไปถวายพระเพล เสร็จแล้วยังเลี้ยงคนต่ออีกด้วย ก็ขออนุโมทนาสาธุ

ใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของโฆษกชื่อดัง แจ๊ค หน้าหวาน ติดตามชมรายการของเขาได้ที่ไอซีทีวี ทางช่อง 5 สถานีไอพีทีวี ทุกวันอังคาร, พุธ, พฤหัส ตั้งแต่เวลา บ่าย 2 โมงเป็นต้นไป อย่าพลาดชม!

พบกันใหม่ฉบับหน้า... อย่าลืมส่งข่าวและรูปภาพมายังคอลัมน์นี้ได้ทาง news@thaitownusa.com หรือแฟ็กซ์ 323-254-4068 ไม่รับแจ้งทางโทรศัพท์ครับ...


............................................


 

 

ช่วยสังคมไทย : มิเชลล์ สตีล กรรมการภาษีของแคลิฟอร์เนีย (4 จากซ้าย) กับคณะกรรมาธิการที่ปรึกษาด้านภาษีของชุมชนไทยที่เธอแต่งตั้งขึ้น (ซ้ายไปขวา) กอพัฒน์ เจริญบรรพชน, สุทิน ทิวาศาสตร์, สุเมธี ธีระมงคลกุล, ดอน จิว, สมหมาย ปัทมคันธิน, เอนก พลอยแสงงาม โดยมีคิด ฉัตรประภาชัย เป็นผู้ประสานฯ

  

เจ้านายใจดี : เชาว์ ซื่อแท้ ผู้บริหารร้าน โพธิสยามไทยสปา หนึ่งในผู้บุกเบิกต่อสู้ จนนวดแผนไทย กลายเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในอเมริกา กำลังกล่าวอวยพรปีใหม่กับแขกเหรื่อและพนักงานของร้าน ที่ไปร่วมสนุกสนานกันในงานปาร์ตี้ประจำปี เมื่อ 12 มกราคมที่ผ่านมา


 

ตำรวจไทย : พีท เพิ่มแสงงาม บรรยายเทคนิคการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงาน แอลเอพีดี ให้กับคณะกรรมาธิการการปกครอง รัฐสภา รับฟังที่สถานกงสุลใหญ่ฯ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมฝากถึงชุมชนไทยให้สนใจสมัครเป็นตำรวจมากขึ้น สวัสดิการและเงินเดือนดีมาก แถมได้ช่วยเหลือชุมชนไทยด้วย สนใจติดต่อ 866-444-LAPD

  

มือเบา : สุวรรณา ธนะสมบัติ พยาบาลอาสาของศูนย์พัฒนาสุขภาพชุมชน ซึ่งมี นงเยาว์ วรานนท์ เป็นหัวหน้าศูนย์ กำลังฉีดวัคซีนให้กับ เจด สุมนเสาวดิษฐ์ ฝ่ายเทคนิคของไอพีทีวี เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา หน่วยงานใดสนใจฉีดวีคซีนให้พนักงาน ติดต่อทางศูนย์ฯ ได้ที่ 323-661-2008


 

คนไทยตัวอย่าง : ดอน จิว นักธุรกิจและเจ้าของสนามแบดมินตันมาตรฐานในออเรจน์เคาน์ตี ผู้อยู่เบื้องหลังการผลักดันให้นักแบดมินตันทีมชาติอเมริกัน ได้ไปโอลิมปิกที่ปักกิ่งครบห้าประเภทเป็นครั้งแรก อาสาสมัครเป็นที่หนึ่งในกรรมาธิการที่ปรึกษาด้านภาษีให้กับชุมชนไทย ภาพนี้ถ่ายกับภรรยาคู่ชีวิต คิม จิว

  
แฮปปี้เบิร์ดเดย์ : ปกรณ์-ขวัญตา พงศ์ธราธิก (ยืนที่ 4-5) นัดเพื่อนฝูงไปร่วมฉลองวันเกิดให้กับ พอตา จลาพงษ์ (นั่งซ้าย) ที่ร้านกระเพรา เมืองไซเพรส เมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา ชาวไทยทาวน์ฯ ขอร่วมร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ด้วยคน


 

เก้าอี้รับแขก : ชาญชัย ดวงจิตต์ (นั่งขวา) ผอ.ททท.สำนักงานแอลเอ พาภริยา รัชรินทร์ ดวงจิตต์ (ยืนที่สามจากซ้าย) และ จารินี จีนะวิจารณะ (ยืนซ้ายสุด) มาเยี่ยมไอพีทีวี และให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับแผนการท่องเที่ยวปี 2009 ในรายการเก้าอี้รับแขก ที่มีภาณุพล รักแต่งาม (นั่งขวา) เป็นพิธีกร แพร่ภาพ 22 มกราคมนี้

  

เอเชี่ยนแปซิฟิก : สุธาดา นันธพันธ์, อารยา นุชิต และนิตยา โชติรโส สามเจ้าหน้าที่คนไทยของศูนย์เอเชี่ยนแปซิฟิกเฮลท์แคร์ เวนเจอร์ มาร่วมรายการ “เก้าอี้รับแขก” ของไอพีทีวี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พูดคุยกันถึงโครงการความช่วยเหลือต่างๆ ที่ศูนย์ฯ มีให้กับชุมชน แพร่ภาพพฤหัสฯ ที่ 29 มกราคม เวลาบ่ายสองโมง


 

ปุ๋ยมา : ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก ไซม่อน ตอบรับคำเชิญของ ดร.จรินทร์ สวนแก้ว ประธานมูลนิธิ 5 ธันวามหาราช มาร่วมรายการพิเศษ “ร้อยพลังไทย ร้อยล้านใจ เทิดไท้องค์ราชันย์” ที่ไอพีทีวี วันที่ 22 มกราคมนี้ ถ่ายทอดสดตั้งแต่เวลา 5 โมงเย็นเป็นต้นไป ภาพนี้นางฟ้าปุ๋ยกำลังสวยแข่งกับนางงามจักรวาลปี 2006 ซูเลก้า ริเวร่า

  

ขอบคุณ : เจี๊ยบ กับน้อย เจ้าของร้านอาหาร ไทย ดีส เมืองเดน่าพอยท์ มามอบช่อดอกไม้ขอบคุณ มิเชลล์ สตีล กรรมาธิการภาษีของรัฐ และคีธ ฉัตรประภาชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีประจำสำนักงาน ที่ช่วยเหลือให้คำแนะนำเกี่ยวกับปัญหาเรื่องภาษีด้วยดี เมื่อวันที่ 13 มกราคม ที่ไทยแลนด์พลาซ่า


 

ของที่ระลึก : มิเชลล์ สตีล กรรมาธิการภาษีของแคลิฟอร์เนีย มอบแก้วกาแฟให้ พลอย อำพรเพชร แห่งรายการ “ไทยทาวน์นิวส์” เป็นที่ระลึก หลังการแถลงข่าวเปิดเว็บไซต์ภาษาไทยของหน่วยงานภาษีรัฐแคลิฟอร์เนีย และเปิดตัวคณะกรรมาธิการที่ปรึกษาด้านภาษีของชุมชนไทย ที่ไทยแลนด์พลาซ่า เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

  

เฮฮา : เชาว์ - รัชนี ซื่อแท้ จัดงานรื่นเริงประจำปีให้เหล่าพนักงานของร้านโพธิ์สยาม กว่า 70 คนได้สนุกสนานรับปีใหม่กันที่ร้าน อิกคิว เมื่อวันที่ 12 มกราคม มีลูกค้าและเพื่อนฝูงไปร่วมสนุกกันแน่นร้าน สนุกสนานแค่ไหนดูบรรยากาศได้จากประมวลภาพที่หน้า 7 ส่วนบันเทิง

"จอห์น เมฆพงษ์สาทร"
เจ้าของร้านอาหาร "นูเดิล เวิลด์"

 

แอล.เอ ไทมส์สดุดีร้าน "นูเดิลเวิล์ด"


โดย สยามมีเดีย  16 มกราคม 2552


       นสพ.ยักษ์ใหญ่ “แอล.เอไทมส์”ลงข่าวในหน้าธุรกิจ ชมเชย "จอห์น เมฆพงษ์สาทร" เจ้าของร้านอาหาร "นูเดิลเวิลด์" ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้สัญญลักษณ์ตุ๊กตา  Big Boy แขวนไว้ข้างผนังร้าน เพื่อให้ระลึกถึงอดีต ความสุขในวัยเด็กที่ได้รับจากร้านนี้ ซึ่งเดิมเป็นร้าน Bob's Big Boy

       หนังสือพิมพ์ แอล.เอไทมส์ ฉบับประจำวันที่ 13 มกราคม 2009 ในส่วนธุรกิจได้นำเรื่องของร้านอาหารไทยชื่อ นูเดิลเวิลด์ มาเขียนถึงโดยบรรยายถึง สถานที่ ซึ่งตั้งอยู่บนถนนแวลลีย์ ในเมืองแอลแฮมบร้า โดยในร้านมีสัญญลักษณ์ เป็นรูป ตุ๊กตาเด็กยืน ถือจานอาหารแฮมเบอร์เกอร์ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในนามของ "BOB'S BIG BOY" อันเป็นสัญญลักษณ์ที่ร้านอาหาร BOB'S BIG BOY ใช้มาเป็นประจำเป็นเวลายาวนาน

       สำหรับ BOB'S BIG BOY เป็นร้านอาหารอเมริกันที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ ค.ศ.1936 มีศูนย์กลางจัดการของบริษัทอยู่ที่เมือง Warren มลรัฐมิชิแกน เป็นร้านอาหารอเมริกันสำหรับครอบครัว โดยนาย BOB WIAN เป็นผู้ก่อตั้ง ส่วนที่มาเปิดอยู่ในเมือง แอลแฮมบร้า นั้นเดิมเมืองนี้ยังไม่มีคนเอเชียนอยู่มากเหมือนในปัจจุบันนี้ ประชาชนส่วนมากจะเป็นคนอเมริกันและฮิสแปนนิกส์

       ร้านนูเดิลเวิลด์ ร้านแรกตั้งอยู่ที่ 46 W. Valley ในเมืองแอลแฮมบร้า ซึ่งเป็นร้านอาหารที่นายสุรพล เมฆพงษ์สาทรได้ เปิดกิจการเป็นร้านอาหารที่รวมอาหารของคนเอเชียนเข้าอยู่ในเมนูเดียว โดยจัดการดัดแปลงร้านซึ่งเดิมเป็น โอลิมปิกคอฟฟี่ ช๊อป และได้ตกแต่งร้านให้ทันสมัยจนเป็นส่วนหนึ่งที่วัยรุ่น และลูกค้าทุกชนชั้นทุกชาติภาษาได้เข้ามาแวะเวียนชิมรสอาหาร ที่มี ปริมาณมากและราคาย่อมเยาว์

       ต่อมาเมื่อมีลูกค้ามากจนสถานที่คับแคบลงไม่สามารถต้อนรับลูกค้าได้เท่าที่ควร ทำให้นูเดิล เวิลด์ ต้องเปิดร้านใหม่อีก แห่งหนึ่งในถนนเดียวกัน แต่ห่างออกไปทางทิศตะวันออกประมาณ 1 ไมล์ ให้ชื่อว่า นูดเดิล แพลเน็ท เลขที่ 700 Valley Blvd. Alhambra, CA  ซึ่งได้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีเช่นเดียวกัน

       สำหรับร้านอาหารนูดเดิล เวิลด์ เป็นร้านแรกที่รวมเมนูอาหารจานเดียวทุกๆ ชาติของชาวเอเชียนมาอยู่ในสถานที่แห่ง เดียว โดยเฉพาะอาหารที่ใช้ก๋วยเตี๋ยวเป็นหลัก ซึ่งในช่วงนั้น ถนน Valley ในเมือง Alhambra แทบจะไม่มีผู้คนขวักไขว่เหมือน เช่นในขณะนี้ และร้านนูดเดิล เวิลด์ เป็นร้านอาหารเอเชียนประเภทจานเดียว ร้านแรกในละแวกนี้ นับได้ว่าเป็นประวัติศาสตร์ของ เมืองแอลแฮมบร้า ที่มีร้านอาหารจานเดียวของชนชาติเอเชียนร้านแรก ซึ่งต่อมาได้มีการลอกเลียนแบบโดยชาวเอเชียนชาติ อื่นๆ ที่เปิดร้านอาหารจานเดียวเช่นเดียวกัน จนเป็นเหตุหนึ่งให้ถนนสายนี้กลายเป็น “แหล่งอาหาร” ชาติเอเชียน และกลายเป็น แหล่งธุรกิจใหญ่ที่คึกคักจนในปัจจุบันนี้ ซึ่งโดยก่อนหน้านั้นความเจริญในเชิงพานิชย์ได้ก่อตัวขึ้นด้านทิศใต้ของฟรีเวย์สาย 10 คือในเมือง มอนเทอเรย์ พาร์ค โดยมีร้านค้าตามถนน Garvey แต่ปัจจุบันนี้ความเจริญในเชิงพานิชย์ได้ข้ามฟรีเวย์สาย 10 ไปทาง ด้านทิศเหนือ ไปตามถนนแวลลีย์ สู่เมืองแอลแฮมบร้า ไปทางทิศตะวันออก ผ่านเมืองแซน การเบรียล เมืองโรสหมีด และไปสู่ เมืองเอล มอนเต้

       นักวิเคราะห์ด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้กล่าวว่า “แซน กาเบรียล แวลลีย์ มีพื้นที่กว้างขว้าง รวมเมือง แอลแฮมบร้า แซนกาเบรียล โรสหมีด อาร์เคเดีย พาซาดีน่า แซนมาริโน่ฯลฯซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและทำมาหากินของคนเอเชียน
ที่ใหญ่ ที่สุดในอเมริกา มีอนาคตในเชิงพานิชย์ที่ดีมาก อย่างเมืองโรสหมีด มีชาวจีน-เวียตนาม มาอยู่เป็นจำนวนมากจนสามารถเลือก นายกเทศมนตรีเป็นชาวอเมริกัน เวียตนาม ชื่อ นายจอห์น แทรน ”

       ร้านนูเดิลเวิรด์ร้านแรกได้เปลี่ยนชื่อเป็น "ไทยเวิลด์" และได้เปลี่ยนรายการอาหารในเมนูเป็นร้านอาหารไทยแต่อย่าง เดียว และตกแต่งร้านให้มีบรรยากาศเป็นร้านอาหารไทยที่มีระดับ

       ส่วนร้านนูเดิล แพลเน็ทได้เปลี่ยนชื่อเป็นนูเดิล เวิล์ด และได้เปิดสาขาแห่งใหม่อีกที่เมืองพาซาดีน่า โดยใช้ชื่อเดียวกัน ว่า นูเดิลเวิลด์ ซึ่งเดิมเป็นร้านของทอมมี่ แทง เจ้าของตำรับอาหารไทยอันลือชื่อในรายการทีวีของคนอเมริกัน

       สำหรับหนังสือพิมพ์แอล.เอไทมส์ได้เขียนถึงว่า ลูกค้าเดิมของร้าน BOB'S BIG BOB หลายคนได้แวะเข้าไปดูในร้าน เมื่อทราบว่าร้านได้เปลี่ยนเป็นร้านขายอาหารของชาวเอเชียนและเขาเหล่านั้นก็แปลกใจที่ยังเห็นสัญญลักษณ์ BIG BOY ถือจานอาหารแฮมเบอร์เกอร์ ยังติดตั้งอยู่บนข้างฝาทางสุดร้านด้านหนึ่ง

       เมื่อปี 2002 หลังจากที่แอล.เอ ไทมส์ได้เขียนวิจารณ์ถึงอาหารไทยในร้านนูเดิลเวิลด์ จนเป็นเหตุให้บริษัท BIG BOY INTERNATIONAL ได้ส่งจดหมายเรียกร้องให้ ร้านนูเดิลเวิลด์ (เดิม "นูเดิล แพลเน็ท") ห้ามใช้ ตุ๊กตา BIG BOY เป็น สัญญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับ นูเดิลเวิลด์ ซึ่งร้านนูเดิลเวิลด์ก็ได้ปฏิบัติตามโดยปลดตุ๊กตา BIG BOY ออกเนื่องจากไม่ต้องการ มีปัญหา

       การที่นูเดิลเวิลด์ได้ปลดตุ๊กตา BIG BOY ออกทำให้ลูกค้าเป็นจำนวนไม่พอใจและเรียกร้องให้นูเดิลเวิลด์นำสัญลักษณ์ นี้กลับไปไว้ที่เดิม

       นายจอนห์ เมฆพงษ์สาทร เกิดในสหรัฐฯ เป็นบุตรคนโตของนายสุรพล เมฆพงษ์สาทร ซึ่งได้รับมอบหมายให้ดำเนินธุรกิจ ต่างๆแทน จึงได้เขียนจดหมายถึงบริษัท BIG BOY อธิบายในจดหมายว่า ที่ได้นำตุ๊กตา BIG BOY มาติดไว้ในร้านเพราะว่า เมื่อสมัยที่ตนเองเป็นเด็กทุกครั้งที่ได้ไปทานอาหารที่ร้าน BOB'S BIG BOY เขาจะขอดินสอน้ำมันและกระดาษ (ที่ทางร้าน แจกให้เด็กเอาไประบายเล่น) พร้อมกับชอบมองดูสัญญลักษณ์ของ BIG BOY ที่ติดไว้ตามแก้วน้ำ (แลในร้าน) ดังนั้นการที่เขานำเอาสัญญลักษณ์นี้มาติดไว้บนข้างฝาในร้าน
ก็เพื่อให้ระลึกถึงความสุขในวัยเด็กที่ BOB'S BIG BOY ได้มีส่วนช่วยให้เขามี ความสุข

       หลังจากที่นายจอห์น เมฆพงษ์สาทรเขียนจดหมายไปถึงบริษัท BIG BOY เขาไม่ทราบว่าทางบริษัทนั้นจะให้คำตอบ อย่างไร แต่ในใจเขานึกว่า หากทางบริษัท BIG BOY ไม่อนุญาตให้เขาใช้สัญญลักษณ์ตุ๊กตาตัวนี้ในร้านได้อีกต่อไป เขาอาจ จะทำหนังสือชักชวนให้ลูกค้าร่วมกันลงชื่อเรียกร้องให้บริษัทบิ๊ก บอย ยินยอมให้ติดตั้งตุ๊กตาและได้คิดเลยไปว่้าบริษัทบิ๊ก บอย ไม่ยินยอมให้ เขาจะปรับปรุงสัญญลักษณ์ตุ๊กตาเดิมโดยเปลี่ยนเป็นมืออีกข้างหนึ่งถือตะเกียบและอีกมือถือชามก๋วยเตี๋ยว

       เป็นที่น่าแปลกใจว่าเดือนหนึ่งต่อมา บริษัท BIG BOY ได้ตอบกลับมาว่าอนุญาตให้นูดเดิล เวิลด์ใช้สัญญลักษณ์ในร้าน ได้ตามเดิม โดยเสียค่าไลเซ่นต์ ปีละ 1 เหรียญ พร้อมกับต้องเขียนข้อความไว้ใต้รูปอธิบายถึงสัญญาที่ได้จากบริษัท Big Boy International

       หากเดินเข้าไปในร้านแห่งนี้จะทางด้านซ้ายมือสุดบนฝาผนังจะมีรูปตุ๊กตา“บิ๊ก บอย”มือถือจานแฮมเบอร์เกอร์ โดยใต้รูป จะมีป้ายเขียนไว้เป็นภาษาอังกฤษว่า “THIS BIG BOY STATUTE IS ON DISPLAY UNDER A LICENSED AGREENMENT WITH BIG BOY RESTUARANT INTERNATIONAL, LLC. NOODLE PLANET IS NOT ASSOCIATED IN ANY WAY WITH BIG BOY RESTURANT INTERNATIONAL,LLC ”
                     จอห์น เมฆพงษ์สาทร กล่าวว่าด้วยความยินดีว่า “แน่นอนครับทุกๆปี ผมจะต้องส่งเงิน ๑ เหรียญไปให้ บิ๊ก บอย อินเตอร์ เนชั่ลแนล โดยการส่งทางเมล์ ที่ลงทะเบียน

Move to extradite Thaksin after court verdict

By Tim Johnston in Bangkok

Published: October 21 2008 10:46 | Last updated: October 21 2008 10:46

Thai prosecutors are to request the extradition of Thaksin Shinawatra, the former prime minister, after the Supreme Court on Tuesday found him guilty in absentia of abuse of office and sentenced him to two years in jail.

Mr Thaksin fled to the UK in August and says he will not return to answer charges he believes are politically motivated. His wife, Pojaman, who shares his exile and was his co-accused in the case, was acquitted.

Seksan Bangsomboon, the chief prosecutor, said: “We set up a special taskforce to handle Thaksin’s extradition process some time ago. On Thursday we will come and get the verdict and have it translated into English and then send it with our request to the British government asking for the extradition of Thaksin.”

The court’s verdict relates to a case which began in 2003, shortly after Mr Thaksin became prime minister.

Mrs Pojaman bought a prime plot of land in Bangkok from the central bank’s Financial Institutions Development Fund for 772m baht ($22.5m, €17.1m, £13.3m), outbidding two real estate developers in a process that observers say was clean.

The prosecutors’ argument was not that the deal was corrupt, but that it contravened the National Counter-Corruption Act, which says that officials and spouses are prohibited from entering into or having interests in contracts with state agencies under their supervision.

Mr Thaksin said he was unsurprised by the verdict. “I have been informed of the result. I had long anticipated that it would turn out this way,” he said.

Legal experts said his conviction, even in absentia, might streamline the extradition efforts, as the government would not have to show the former prime minister had a case to answer, as is usual in most extradition requests based on criminal charges or accusations. However, Mr Thaksin would still be free to challenge extradition on other legal and human rights grounds.

In August, the couple absconded to Britain, from where Mr Thaksin faxed a letter to media outlets saying he feared for his life if he returned and that the charges were part of a politically motivated witch-hunt.

Mr Thaksin has been banned from politics for five years, and is still facing at least 10 more charges.

He accuses the judicial system of being part of the politically motivated programme designed to remove him and his allies from office. His opponents say the courts are exercising new-found independence since escaping Mr Thaksin’s autocratic rule.

เท็กซัสกับกม.ใหม่อิมมิเกรชั่น

  ในปี 2009 รัฐเท็กซัสได้เสนอร่างกฎหมายอิมมิเกรชั่นหลายฉบับโดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายเอาผิดนายจ้างที่จ้างงานคนอยู่อย่างผิดกฎหมาย  

 ร่างกฎหมายที่เสนอเข้ามาสู่สภาของรัฐในปี 2009 ยังประกอบด้วย 1.ให้จัดเก็บประวัติสถานภาพการอยู่อาศัยของนักเรียน-นักศึกษา 2.วางข้อกำหนดการส่งเงินไปยังประเทศละตินอเมริกัน 3.ผู้ลงคะแนนเสียงในหน่วยเลือกตั้งต้องแสดงบัตร 4.ห้ามการรอลงอาญาแก่ผู้อยู่อย่างผิดกฎหมาย 5.ตั้งข้อหาการข้ามเขตอย่างผิดกฎหมายแก่ผู้อยู่อย่างผิดกฎหมายและอนุญาตให้ตำรวจท้องที่บังคับใช้กฎหมายนี้ได้

  มีหลายร่างกฎหมายเสนอเข้ามา แต่ส่วนใหญ่แล้วมักไม่ผ่านการพิจารณาของสภาเพราะถือว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ( unconstitutional)

 เมื่อปี 2008 การเสนอร่างกฎหมายเกี่ยวกับข้อจำกัดผู้อยู่อย่างผิดกฎหมายมักไม่ผ่านเพราะแต่ละรัฐให้ความสนใจในการเลือกตั้งประธานาธิบดี แต่ในปีปัจจุบันสถานการณ์อาจเปลี่ยนไปเพราะเศรษฐกิจถดถอยลงนายจ้างอาจหันมาให้ความร่วมมือมากขึ้น

  ตัวอย่างเช่นที่รัฐมิสซิสซิปปี้บังคับให้นายจ้างทุกคนต้องเข้าสู่ฐานข้อมูลของรัฐบาลกลางเพื่อใช้

E-Verify หรือสถานภาพการอยู่อาศัยของลูกจ้าง นอกจากนี้รัฐยังสามารถยื่นฟ้องอาญาแก่ผู้ทำงานที่ไม่ถูกกฎหมายได้ รวมทั้งผู้อยู่ถูกกฎหมายสามารถยื่นฟ้องบริษัทนายจ้างได้หากถูกเลิกจ้างและนำคนงานที่อยู่อย่างผิดกฎหมายเข้ามาทำงานแทน

นายจ้างรัฐอริโซนาจะต้องใช้ฐานข้อมูล E-Verify และจะถูกลงโทษหากจ้างคนที่อยู่อย่างผิดกฎหมาย ส่วนที่รัฐเท็กซัสหากนายจ้างรับคนผิดกฎหมายเข้าทำงานเมื่อถูกจับได้จะถูกเพิกถอนใบอนุญาต

  อย่างไรก็ตามกฎหมายเหล่านี้มักจะขัดรัฐธรรมนูญเช่นเทศบัญญัติที่เมืองHazleton รัฐเพนซิลเวเนียกำหนดลงโทษนายจ้างที่จ้างงานคนอยู่อย่างผิดกฎหมาย แต่ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางพิพากษาว่าผิดรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกับรัฐอริโซนากฎหมายการแซงชั่นนายจ้างที่จ้างคนงานผิดกฎหมายถูก”แขวน”ไว้

  ขณะเดียวกันส.ส.ระดับรัฐลีโอ เบอร์แมน แห่งเท็กซัสยื่นร่างกฎหมายเพื่อแก้ไขกรณีที่ให้นักศึกษาผู้อยู่ผิดกฎหมายจ่ายค่าเล่าเรียนเท่ากับนักศึกษาที่ถือเป็นผู้อยู่อาศัยของรัฐ(in-state tuition)แทนที่จะเสียเท่ากับนักศึกษาต่างชาติ

ร่างกฎหมายต่อต้านผู้อยู่อย่างผิดกฎหมายถูกนำเสนอเข้าสู่สภาของแต่ละรัฐกว่า 1,000 ฉบับในปี 2007 แต่มีเพียง 11 ฉบับเท่านั้นที่ได้รับการเซ็นเป็นกฎหมายบังคับใช้ โดยสรุปก็คือมีความพยายามที่จะลงโทษคนอยู่อย่างผิดกฎหมายหลายวิธีการแต่จะขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ต้องพิจารณากันต่อไป.....อ่านต่อ

การย้ายถิ่นฐานหรือคนเข้าเมือง

 ฉบับนี้ขอพูดถึงคำว่าอิมมิเกรชั่น(Immigration) คนไทยส่วนใหญ่จะใช้ทับศัพท์ เป็นที่รู้กันว่าหมายถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐที่คอยอำนวยคสวามสะดวกเรื่องการเข้าเมืองและยังหมายถึงคอยตรวจจับผู้อพยพที่อยู่อย่างผิดกฎหมาย สหรัฐประสบปัญหาผู้อพยพเข้าเมืองที่ผิดกฎหมายและยังไม่อาจแก้ปัญหาได้ เช่นมีผู้เสนอว่าควรจะผลักดันผู้อพยพที่อยู่อย่างผิดกฎหมายออกนอกประเทศ คำถามก็มีว่าผู้อยู่อย่างผิดกฎหมายในสหรัฐมีประมาณ 12 ล้านคนจะผลักดันอย่างไร หากใช้เรือรบขนออกไปจะใช้จำนวนกี่ลำและจะอพยพได้สิ้นสุดเมื่อใด

 ดังนั้นปัญหาคนอยู่อย่างผิดกฎหมายในสหรัฐจะยังดำรงอยู่ต่อไป เจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นที่ออกกวาดจับตามโรงงานที่ได้คนนับ 100 ขึ้นไปก็จะทำงานของตน ขณะที่ผู้หลบเข้าทางชายแดนก็มีทุกวันจึงกลายเป็นเรื่อง”จับปูใส่กระด้ง”

 ความหมายของคำว่าอิมมิกรชั่นแปลตามตัวคือคนเข้าเมืองหมายความว่าเป็นการอพยพของประชากรระหว่างประเทศ จากประเทศหนึ่งไปยังประเทศหนึ่งและเกิดขึ้นมาตั้งแต่ยุคประวัติศาสตร์ ในสมัยใหม่การอพยพของคนไปอยู่ประเทศอื่นก็เกิดขึ้นทุกวัน ลักษณะของ”คนเข้าเมือง”อาจจะเรียกว่าเป็นนักท่องเที่ยวและผู้มาเยือน(visitors and tourists) ที่เดินทางไปยังประเทศอื่นแล้วกลับออกมา

 แต่หากบุคคลผู้นั้นเมื่ออพยพไปอยู่ประเทศอื่นแล้วไม่ยอมกลับออกมา เป็นการผิดกฎหมายของดินแดนประเทศนั้นเช่นอยู่เกินกำหนดจึงจะเรียกผู้เข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย (illegal immigration)และนอกจากนี้ยังหมายถึงบุคคลที่เล็ดรอดเข้าทางชายแดนไม่มีเอกสารใดยืนยันว่าเข้าเมืองถูกต้อง ตัวอย่างเช่นเดินทางจากชายแดนเม็กซิโกเข้าอยู่ในสหรัฐ หรือเดินทางจากพม่า,ลาวและเขมรเข้าอยู่ในประเทศไทย เป็นต้น ไม่ว่าการเดินทางนั้นจะเข้ามาทางอากาศ,ทางน้ำและทางภาคพื้นดินก็ตาม

 คนอพยพอาจจะถูกว่าจ้างให้เข้ามาทำงานตามฤดูกาลเช่นหน้าเก็บเกี่ยวผลไม้และพืชผักในสหรัฐอเมริกา ก็จะจ้างแรงงานต่างชาติเข้ามาจัดเก็บ เมื่อเสร็จฤดูกาลแล้วก็กลับออกไป คนอพยพประเภทนี้ถือว่ากฎหมายยอมรับว่ามาอยู่อย่างถูกต้อง

   ตัวเลขปี 2005 ของสมาคมนานาชาติเพื่อรวมประเทศและผู้ลี้ภัยอพยพ (The International Integration and Refugee Association)ประเมินว่ามีผู้อพยพไปอยู่ประเทศอื่นประมาณ 190 ล้านคนหรือ 3 % ของประชาชนกรโลก ดังนั้นอีก 97 % ของประชาชกรโลกยังอาศัยอยู่ในประเทศเดิมที่ตนเกิดมา

แหล่งที่ผู้อพยพอพยพมากที่สุดคือประเทศตะวันออกกลาง,บางส่วนของทวีปยุโรป,บางส่วนของประเทศเอเชียอาคเนีย์รวมทั้งหมู่เกาะอินเดียตะวันตก เมื่อดูจากภาพรวมแล้วคนเหล่านี้มีวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ใกล้ชิดกันจนกลมกลืน เช่นคนยุโรปที่ถูกเรียกว่าพวกคอเคเชียน ผมสีทองบรอนหรืออื่นๆแยกกันออกลำบาก คนไทย-ลาว-เขมรและพม่าก็แยกกันลำบากยกเว้นจะพูดขึ้นมาจึงรู้ว่า”สำเนียงส่อภาษา” หรือคนในโลกอาหรับที่มีการไว้หนวดเคราเหมือนๆกันก็ยากที่จะแยกออกว่ามาจากประเทศใด นี่คือความหมายแท้จริงของคำว่า”อิมมิเกรชั่น”.....อ่านต่อ

 

    ===================================================

 

ประวัติคนแอฟริกาอพยพเข้าเมือง

 ห้วงเวลาที่บารัค โอบามา ประธานาธิบดีผิวสีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งถนนหลายสายหันกลับไปมองคนแอฟริกัน-อเมริกัน โดยจับหลักขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนส่งผลให้เกิดกฎหมายคนเข้าเมืองปี 1965 ( the 1965 immigration act)เป็นการเปิดประตูให้คนจากทวีปแอฟริกาเดินทางเข้ามาอยู่ในสหรัฐได้มากขึ้นในช่วง 2 ทศวรรษหลังจากนั้นมีคนแอฟริกันอพยพเข้ามาปักหลักชีวิตใหม่ในสหรัฐกว่า 1 ล้านคน ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในรัฐอริโซนา

 คนอพยพแอฟริกันรุ่นใหม่เหล่านี้แม้จะไม่ได้เข้ามาในยุคค้าทาสของอเมริกัน แต่สภาพของสีผิวก็ยังเป็นกระจกสะท้อนที่สลัดไม่ออก อย่างไรก็ตามเมื่อบารัค โอบามา ได้เป็นประธานาธิบดีทำให้คนแอฟริกัน-อเมริกันเหล่านี้เกิดความรู้สึกใกล้ชิดขึ้นมาอย่างแท้จริงเพราะโอบามามีเชื้อสายที่พ่อเป้นคนจากประเทศคีเนีย จะทำให้สองประเทศนี้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมากขึ้น

  การเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนของดร.มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ในช่วงทศวรรษ 1960 ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างเครือข่ายการเคลื่อนไหวของคนแอฟริกันทั้งมวลรวมทั้งสนับสนุนคนแอฟริกันให้อพยพเข้ามาอยู่ในสหรัฐมากขึ้น

  กฎหมายปี 1965 Immigration and Nationality Act ผ่านสภาคองเกรสและลงนามโดยประธานาธิบดีลินดอน จอห์นสัน ทำให้เกิดการเปิดกว้างรับคนแอฟริกันเข้าสู่สหรัฐมากขึ้น แต่หากมองภาพการอพยพมาสู่ทวีปอเมริกาแล้วในครึ่งแรกของศตวรรษที่ 20 คนยุโรปอพยพมาอยู่สหรัฐมากที่สุดกและครึ่งหลังของศตวรรษที่ 20 กลายเป็นคนอพยพจากทวีปแอฟริกามากที่สุด

 กฎหมายฉบับดังกล่าวถือว่าเป็นการทำลายระบบโควต้าคนเข้าเมืองซึ่งปกติจะสงวนไว้แก่คนผิวขาวจากทวีปยุโรป จึงกลายมาเป็นว่าคนจากทวีปแอฟริกาและเอเชียก็มีสิทธิ์อพยพเข้ามาปักหลักในสหรัฐ ด้วยการเปิดวีซ่าคนงานประเภทฝีมือและวีซ่าครอบครัวหมายความว่ามีญาติพี่น้องสามารถนำเข้ามาอยู่ในสหรัฐได้ รวมทั้งยังมีวีซ่าพิเศษให้กลุ่มผู้ลี้ภัยอพยพ(refugees)อีกด้วย

  การศึกษาของสถาบันนโยบายอพยพ(the Migration Policy Institute)จากวอชิงตันดี.ซี.พบว่าคนแอฟริกันอพยพเข้ามาอยู่ในสหรัฐ 1.4 ล้านคนหรือคิดเป็น 4 % ของคนที่เกิดในต่างประเทศอาศัยอยู่ในสหรัฐซึ่งมีคนเกิดจากต่างประเทศทั้งหมด 38 ล้านคน

 ทั้งหมดคือภาพรวมของผู้อพยพจากทวีปแอฟริกายุคใหม่(ไม่ใช่ที่มาช่วงการค้าทาส).....อ่านต่อ

คนอพยพเข้าคานาดาเพิ่ม หลังเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก

แอลเอ (ซันมีเดีย) : คานาดา เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งของเหล่าผู้อพยพทั่วโลก คาดปี 2009 ตัวเลขผู้ยื่นขอใบเขียวคานาดายิ่งกระฉูด เพราะสภาพเศรษฐกิจขาลงที่ทำให้ผู้คนจำนวนมากต้อง “หนี” ความจนจากบ้านเกิดไปแสวงหาโอกาสในต่างแดนมากขึ้น

ซันมีเดีย หนังสือพิมพ์ของคานาดา อ้างคำกล่าวของทนายความด้านอิมมิเกรชั่น กุยดี มาแมนน์ ว่า ประเทศคานาดา ยังคงเป็นประเทศที่มีชาวต่างชาติยื่นเรื่องขออยู่อาศัยแบบถาวรมากที่สุด และจะยิ่งมากขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำไปทั่วโลก เพราะจะทำให้ประชาชนในประเทศต่างๆ ตัดสินใจหนีปัญหาเศรษฐกิจในบ้านเกิด มาแสวงหาโอกาสในต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานระดับสูง หรือนักธุรกิจระดับผู้บริหาร จากอินเดีย ปากีสถาน จีน หรือประเทศอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจโลก จะตัดสินใจอพยพโยกย้ายครอบครัวมาคานาดา ซึ่งยังไม่มีผลกระทบทางเศรษฐกิจมากนัก

ข่าวระบุโดยอ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่หน่วยงานอิมมิเกรชั่นของคานาดา ริชาร์ด โบแร็ค ว่า ปัญหาสภาพเศรษฐกิจที่กำลังอยู่ในช่วงขาลง น่าจะมีผลให้รัฐบาลคานาดา เพิ่มปริมาณวีซ่าแรงงานชั่วคราวให้มากขึ้นสำหรับกลุ่มประเทศ “VISA-FREE” เช่นแม็กซิโก, ฮังการี, เชก รีพับลิก, เกาหลี และญี่ปุ่น แต่เชื่อว่าปริมาณแบบฟอร์มที่มากกว่าที่เคยมีมา จะทำให้จำนวนวีซ่าแรงงานชั่วคราวของคานดา ไม่พอกับจำนวนผู้ยื่นขออย่างแน่นอน

ทั้งนี้ ข่าวระบุว่า ปี 2009 นี้ คานาดา จะออกใบอนุญาตทุกประเภท เพื่อให้ชาวต่างชาติสามารถอยู่ได้อย่างถาวรในคานาดารวมทั้งสิ้น 240,000-250,000 ใบ.




The best Thai Restaurant in Blain, WA



New Original Thai Restaurant in Sedro-Woolley, WA

1-ThaiFood is the only Authentic Thai Cuisine in Sedro-Woolley City, Washington State, USA

Address : 208  Ferry Street, Sedro-Woolley, WA 98284

Phone / Fax : 360.855.9620

 

We serve Lunch and Dinner everyday 7 days a week

Lunch :   11:00am - 3:00pm

Dinner :   3:00pm - 9pm

Order ToGo : 360.855.9620

Order Online : OneThaiFood@usa.com

Website : www.1-ThaiFood.com

More Information (VDO) : http://www.ruanthairestaurant.com/Multimedia/2men-1.wmv

=======================================

ถลกหนัง "ทักษิณ-ซุกหางเห่า" ภาค ๒

Siam Media News 31 ตุลาคม 2551

        จากบทความของ “เปลวสีเงิน” เขียนลงในไทยโพสต์” ฉบับประจำวันที่ 25 ตุลาคม 2551  “วันนี้จะยังไม่ คุยอะไร ต้องการให้ท่านได้อ่านแถลงการณ์ "ซุกหางเห่า" ภาค ๒ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผมคัดลอกจาก "มติชน" และพร้อมกันนี้ ก็ไม่จำเป็นที่ผมต้องพูดอะไร เพราะมีคน "แกะลาย"

       ให้เห็นลาย "โจรทรยศชาติ" ไว้เสร็จสรรพ!

       เท้าความนำเรื่องไว้นิดนะครับ  คือหลังจากที่ พ.ต.ท.ทักษิณถูก "ศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง" ตัดสินจำคุก ๒ ปีโดยไม่รอลงอาญา ส่วนคุณหญิงพจมานศาลสั่งยกฟ้อง ในคดีซื้อขายที่ดินย่านรัชดาฯ เมื่อ ๒๑ ต.ค.๕๑

       วานซืนนี้ พ.ต.ท.ทักษิณก็ออกแถลงการณ์ ประกาศตัวเป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบันและหยันหยามต่อคำตัดสินศาล โดยส่ง ให้สื่อต่างประเทศเหยียบย่ำทำลายชาติบ้านเมืองตัวเอง ดังข้อความต่อไปนี้

       วูดซัม แมเนอร์ เซอร์เรย์, อังกฤษ 22 ต.ค.51

       เรียน เพื่อนสื่อมวลชนต่างประเทศ

       สิ่งที่ผมกำลังเขียนถึงพวกคุณในวันนี้เพื่อให้ความกระจ่างในข้อเท็จจริงบางอย่าง ข่าวพาดหัวที่มีการรายงานว่าผมถูก ตัดสินว่ามีความผิดจากการทุจริต ต้องโทษจำคุก 2 ปีจากการซื้อที่ดินของภรรยาผม, คุณหญิงพจมาน ชินวัตร

       สิ่งที่คุณจะได้อ่านต่อไปนี้คือความจริง ผมถูกตัดสินโทษจำคุก 2 ปี ไม่ใช่เพราะข้อหาทุจริต เหตุผลเดียวที่ผมถูกสั่ง จำคุก เพราะในช่วงเวลาที่ภรรยาของผมซื้อที่ดินโดยการเปิดประมูลนั้น ผมดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

       ผมได้ฟังคำตัดสินเมื่อวันก่อนและจนถึงตอนนี้  ผมยังคงสับสน เพราะไม่มีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่ามีการฉ้อฉล  คอรัปชั่น หรือกระทั่งการใช้อำนาจในทางมิชอบที่เกี่ยวเนื่องกับประมูล คำถามคือ ภรรยาของผมเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องและ ตัดสินใจยื่นประมูลที่ดินดังกล่าว  เป็นผู้ยื่นเสนอราคาจำนวนมากแก่ผู้ขายซึ่งคือ กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบัน การเงิน มากกว่าผู้ยื่นประมูลรายอื่นๆ  เป็นผู้เซ็นสัญญาซื้อขายกับผู้ขาย  จ่ายเงินค่าที่ดินโดยที่สามีไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ เลย  ยกเว้นเมื่อต้องเซ็นชื่อยินยอมในเอกสาร

       ในแง่ของข้อกล่าวหาเรื่องอิทธิพลอำนาจที่ผมอาจมีเหนือกองทุนฟื้นฟูฯ มันเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องชี้ให้เห็นว่า คณะ รัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีไม่ได้มีอำนาจควบคุมโดยตรงเหนือกองทุนฟื้นฟูฯ  เป็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งที่ศาลไม่ได้พบว่า การซื้อ ขายที่ดินของภรรยาผมมีอะไรที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือเป็นการกระทำนอกกฎหมาย  เขาไม่ได้ตัดสินว่าเธอมีความผิด  เพราะเธอไม่ใช่นักการเมือง  แต่ผมเป็น ผมเชื่อว่าพวกคุณจะตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เหลืออย่างอิสระเยี่ยงผู้สื่อข่าวมืออาชีพ ปฏิบัติกัน แต่น่าเสียดายที่เพื่อนร่วมอาชีพของคุณส่วนใหญ่ในประเทศไทยปฏิเสธที่จะทำเช่นนั้น

       สิ่งที่ผมจะสามารถทำความเข้าใจได้ดีที่สุดก็คือ  ผมถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงอย่างง่ายๆ เพียงเพราะผมเป็นนักการเมือง คนหนึ่งเท่านั้นเอง ผมผิดเพราะผมเป็นนักการเมืองที่ประสบความสำเร็จ ผมได้รับเลือกตั้งขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีถึง 2 สมัย เพราะเสียงส่วนใหญ่จากประชาชน

       ถ้าหากผมจะมีความผิดอะไรสักอย่าง นั่นก็คงเป็นสิ่งที่ผมได้แสดงออกมาให้ประชาชนชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคน ไทยกลุ่มที่อยู่ในชนบทและไม่มีอภิสิทธิ์ใดๆ ได้เห็นว่าพวกเขาสามารถเรียกร้อง และมีสิทธิ์เรียกร้องให้รัฐบาลของพวกเขาจัด ทำนโยบายที่มีประสิทธิภาพ และทำโครงการต่างๆ ที่จะยังผลให้ชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาดีขึ้น

       ผมยอมรับคำตัดสินนี้ด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกัน  รู้สึกโล่งใจสำหรับภรรยาที่ผมดึงเธอเข้าไปสู่ความยากลำบากมาก ทีเดียว  เพราะความทะเยอทะยานทางการเมืองของผม ในการที่จะนำความยิ่งใหญ่และความเป็นอยู่ที่ดีมาสู่ประเทศและ ประชาชนของผม  ทั้งรู้สึกนึกขันปนขมขื่นกับคำตัดสินที่ไร้เหตุผล และรู้สึกกังวลแทนนักการเมืองในประเทศไทยว่า พวกเขา สามารถเดินเข้าคุกไปได้ง่ายๆ เพียงเพราะภรรยาที่โชคร้ายของพวกเขาพยายามทำตามกฎหมาย  

       สำหรับพวกคุณที่อาจไม่คุ้นเคยกับประเทศไทย ภาครัฐและภาคเอกชนในไทยที่กำลังดำเนินธุรกิจหลายๆ  ด้าน  ตั้งแต่ สื่อสารโทรคมนาคม ธนาคาร ไฟฟ้า หรือแม้กระทั่งปั๊มน้ำมัน

       ผมไม่ทราบว่าควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี กับทิศทางที่ประเทศไทยกำลังมุ่งไป ผู้นำที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบ ประชาธิปไตยถูกขับพ้นจากตำแหน่ง เพียงเพราะว่าเขาทำรายการโทรทัศน์ แต่กลุ่มคนที่ล่วงละเมิดผิดกฎหมายและยึดครอง ทำเนียบรัฐบาล กลับได้รับความคุ้มครองจากศาล

       ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับผม ล้วนแต่เป็นการกระทำที่เกิดจากแรงขับเคลื่อนทางการเมือง ซึ่งเป็นการสมคบกันของบรรดา ชนชั้นสูงที่มีอภิสิทธิ์ทั้งหลาย ผู้เชื่อในทุกสิ่งอย่างยกเว้นประชาธิปไตย ผมเป็นภัยคุกคามต่อพวกเขา เพียงเพราะผมเป็น ตัวแทนของหลักการแห่งระบอบเสรีประชาธิปไตย ซึ่งส่งเสริมความหวังและความภาคภูมิใจของคนยากคนจนในประเทศ ของผม

       ประเทศไทยเป็นและจะยังคงเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่และสวยงาม คนจำนวนไม่มากที่ไม่สามารถเผชิญกับความจริงได้  กำลังขัดขวางเจตจำนงของคนส่วนใหญ่ ผมเชื่อว่าในท้ายที่สุด พี่น้องชาวไทยจะเป็นผู้ชนะในการต่อสู้ครั้งนี้ และการสิ้นสุด ของฝันร้ายอยู่ไม่ไกล

       ผมขอขอบคุณที่ให้โอกาสผมได้ร่วมแบ่งปันข้อเท็จจริงกับคุณ

       ด้วยความนับถือ  (ลงชื่อ) พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

       ครับ..ผมอ่านไปก็อนาถในใจไป "ทำไม..แผ่นดินไทย ไม่มีคุณงามความดีที่จะให้คนคนหนึ่งที่ชื่อทักษิณ ได้รู้ถึงคุณ แผ่นดินบ้างเชียวหรือ?" แต่ก็เหมือนฟ้าส่งใบเสร็จมาให้  คือผมเปิดเมล์ ก็พบว่ามีท่านหนึ่งส่งข้อความมาบอกว่า "นายเสนาะ เทียนทอง" ผู้ปั้นทักษิณเป็นนายกฯ เคยเขียนไว้ในหัวข้อ "จะเอาทักษิณหรือประเทศไทย"

       ช่างพอเหมาะ-พอเจาะเสียจริงๆ ผมอ่านแล้วก็ขอยกมาต่อท้าย "แถลงการณ์ซุกหางเห่า" ภาค ๒ เดี๋ยวนี้เลย

       -นายเสนาะได้เขียนในหัวข้อ "จะเอาทักษิณ หรือประเทศไทย" มีเนื้อหาสาระที่สำคัญว่า รู้จัก พ.ต.ท.ทักษิณ ตั้งแต่ปี 2529 แบบผิวเผิน ตั้งแต่เป็นนายตำรวจติดตามรัฐมนตรี

       -พ.ต.ท.ทักษิณพยายามสร้างความสัมพันธ์กับหัวหน้าพรรค คือทำธุรกิจกับการเมือง วิ่งเต้นเข้าทางผู้ใหญ่สูงสุดของ พรรค

       -ต่อมาตนย้ายไปเป็นเลขาธิการพรรคความหวังใหม่ พ.ต.ท.ทักษิณได้สนับสนุนปัจจัยการเมืองผ่านไปทาง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ หัวหน้าพรรคความหวังใหม่ในขณะนั้น พ.ต.ท.ทักษิณจึงได้เข้ามาเป็นรองนายกรัฐมนตรี

       -เมื่อก่อนเกิดวิกฤติค่าเงินบาท นายอำนวย วีรวรรณ รมว.คลังในขณะนั้นลาออก มีการคิดกันว่าจะให้ตำแหน่งนี้กับ พ.ต.ท.ทักษิณด้วยซ้ำ ตนได้ไปทาบทามคนที่น่าเชื่อถือในสังคม โดยนายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รับปากว่าจะเข้ามาช่วยเป็น รมว.คลัง

       -ปรากฏว่า พ.ต.ท.ทักษิณไปนำนายทนง  พิทยะ  ผู้บริหารธนาคารทหารไทยมารับตำแหน่งนี้แทน โดยที่ตนไม่รู้เรื่อง พ.ต.ท.ทักษิณไปซุบซิบกับ พล.อ.ชวลิต และนายโภคิน พลกุล อดีต รมต.สำนักนายกฯ แล้วจึงมีคำสั่งแต่งตั้งนายทนง

       -ก่อนเงินบาทลอยตัว  ผมไม่รู้เรื่องด้วย เพราะอยู่นอกวงของพวกเขา คนที่เกี่ยวข้องกับการลดค่าเงินบาทในขณะนั้นมี  4  คนคือ  พล.อ.ชวลิต  พ.ต.ท.ทักษิณ นายทนง และนายโภคิน

       -ส่วนจะรู้เห็นกันขนาดไหน  ผมไม่รู้  เขาบอกว่าเขาไม่รู้ อันนี้ไม่มีใบเสร็จ แต่ถ้าถามผมว่า ผลที่เกิดหลังค่าเงินบาทลอย ตัวออกมาอย่างไร

       "มันส่อชัดว่าทักษิณและบริษัทรอดวิกฤติคนเดียว คือผลลัพธ์มันสะท้อนชัดอยู่แล้ว การที่มีคนไปซื้อประกันความเสี่ยง เรื่องค่าเงินบาทเอาไว้มากๆ  หรือไปซื้อดอลลาร์เอาไว้มากๆ ก่อนประกาศลอยค่าเงินบาท ก็เหมือนจุดไฟเผาบ้านตัวเอง เพื่อเอาเงินประกัน เศรษฐกิจของชาติพังเสียหาย  แต่ตัวเองรอดพ้นวิกฤติเพราะได้ประกัน" นายเสนาะกล่าว

       -นายเสนาะกล่าวว่า หากต้องการจะรู้ทันทักษิณ ต้องเข้าใจเสียก่อนว่า พ.ต.ท.ทักษิณเป็นคนอย่างไร เพราะลักษณะ เฉพาะและตัวตนของ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นตัวกำหนดพฤติกรรมการใช้อำนาจและบริหารราชการแผ่นดินของทักษิณ  ทั้งหมด นั้นประกอบขึ้นมาเป็นระบอบทักษิณ ซึ่งมีทั้งระบบการใช้อำนาจและการแสวงหาผลประโยชน์อยู่ร่วมกัน

       -พ.ต.ท.ทักษิณเป็นคนมีวุฒิการศึกษา แต่ขาดวุฒิภาวะการเป็นผู้นำ ไม่มีสภาวะผู้นำโดยเฉพาะในระดับประเทศ  เป็น คนไม่มีประสบการณ์ในการบริหารราชการ แม้เคยรับราชการตำรวจก็อยู่ไม่นาน และใช้เวลาว่างไปกับการประกอบธุรกิจ

       -พ.ต.ท.ทักษิณเป็นนักเสี่ยงโชค  ขาดความรอบคอบ เคยประสบปัญหาทางธุรกิจ แลกเช็คและถูกฟ้องเช็คเด้ง นิยม บริหารธุรกิจแบบคิดไวทำไว โดยใช้การตลาดเป็นเครื่องมือ

       -การจดทะเบียนคนจนนั้น  ผมเคยแนะนำว่ามันทำไม่ได้ ไปประกาศเฉยๆ ไม่ได้ เอามาขึ้นทะเบียนเฉยๆ คนที่เป็นหนี้สิน อยู่ที่ไม่ใช่คนจนก็ไปจดทะเบียนด้วย มันจะบานปลายไปใหญ่

       "พี่ไม่เห็นด้วย มองด้วยจิตสำนึกมันปฏิบัติไม่ได้ มันได้แค่โชว์ตัวเลขตอนเลือกตั้ง จากนั้นไม่มีผลจริง" แต่ทักษิณ ตอบว่า         

       "โธ่...พี่เหนาะ คนตาบอดมันกลัวเสือเหรอ  ถ้าเราไม่พูดแบบนี้เราจะได้เสียงเหรอ"

       -เขาพูดอย่างนี้แสดงว่าไม่ได้จริงใจกับนโยบาย ประกาศไปก่อนค่อยหาวิธีการทำการตลาดทีหลัง  ไปเสี่ยงเอาข้างหน้า ขอให้ได้คะแนนเสียงไว้ก่อน

       -ไม่สนวิธีปฏิบัติราชการ  แม้แต่โครงการเอสเอ็มแอล  ผมก็เตือนว่าเข้าข่ายซื้อเสียงเพราะอยู่ในภาวะเลือกตั้ง ทักษิณ ตอบว่า

       "โธ่...อำนาจอยู่ที่เรา กกต.ก็ของเรา คนก็ของเรา"

       "ล่าสุดก่อนการเลือกตั้ง  2 เมษายน  2549  มีการกระทำผิดกฎหมาย คือขนคนมาฟังการปราศรัยโดยจ้างมา  มันผิด กฎหมายแน่นอน แต่ กกต.กลับเฉย" นายเสนาะกล่าว

       -นายเสนาะกล่าวว่า  พ.ต.ท.ทักษิณเคยบอกรัฐมนตรีในรัฐบาลว่า "ไม่ต้องคิดอะไรมาก ขอให้ทำตามก็พอ"

       -หากรัฐมนตรีของ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นคนที่คิดมาก  รอบคอบ คอยตักเตือน จะอยู่ไม่ได้เลย คนที่อยู่ได้จะต้องตอบ "เยส" อย่างเดียว  เช่น  นายพินิจเคยพูดว่า "ท่านนายกฯ ผมไม่เคยเห็นใครคิดได้ดีเท่านี้เลย" หรือนายเนวินก็มักพูดว่า "ดีนายๆ"

       -ด้วยเหตุนี้ รัฐมนตรีบางคนในช่วงเทศกาลเลือกตั้งมักมีบัตรเลือกตั้งที่พิมพ์เกินอยู่เต็มรถ จึงได้รับการฟูมฟักอย่างดี เหนียวแน่น ถูกเรียกใช้งานบ่อยๆ ในช่วงหลัง นายเสนาะกล่าวว่า

       -ยิ่งกว่านั้น ยังมีการใช้ระบบธุรกิจครอบครัวมาจัดการผลประโยชน์ในรัฐบาลแบบเบ็ดเสร็จ ตั้งแต่ขนคนที่เคยทำงานกับ ตัวเองในบริษัทแบบยกชุด วางคนของตัวเองไปในทุกกระทรวง โดยไม่จำเป็นต้องมีตำแหน่งที่มีอำนาจอย่างเป็นทางการ

       -แต่ทุกคนในกระทรวงจะรู้ดีว่า คนคนนี้คือคนของเขา จะทำอะไรก็ต้องผ่านคนคนนี้ เรียกว่ามีสองสามคนไปดูแล ผลประโยชน์ทุกกระทรวง

       -เป็นเสมือนหลงจู๊ แล้วยังส่งคนไปยึดตำแหน่งใน กมธ.ชุดต่างๆ ของสภาผู้แทนฯ ใน ครม.ก็ไม่ต่างกัน ทุกโครงการที่จะ มีการอนุมัติ ถ้ารัฐมนตรีคนไหนเสนอเรื่องขอใช้งบกลางที่จัดสรรไว้มหาศาล ก็ต้องไปเคลียร์กับคนของเขาให้เรียบร้อยก่อน

       -รัฐมนตรีหลายคนจะมีคนของเขาเข้ามาบอกว่า "เดี๋ยวทำงบฯ จะเอากี่พันล้าน แต่ต้องเอาเข้าพรรค 10  เปอร์เซ็นต์" หมายความว่าจะไปทำอะไรขึ้นมาก็ได้ ไปเขียนโครงการมา

       นายเสนาะกล่าวว่า -ถ้ารัฐมนตรีคนไหนทำไม่ได้ก็อยู่ไม่ได้ เวลาทำโครงการก็ต้องจ้างที่ปรึกษาที่เป็นคนของตัวเอง  แล้วใช้วิธีที่เก่งที่สุด คือยกเว้นระเบียบพิเศษ ยิ่งใช้วิธีขีดเส้นตายว่าต้องเสร็จวันนั้นวันนี้  เหมือนกรณีสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อจะได้ใช้วิธีจัดซื้อจัดจ้างแบบพิเศษ

       -นโยบาย  10  เปอร์เซ็นต์  รัฐมนตรีต้องทำโครงการ โดยตบแต่งงบประมาณขึ้นมาก่อนว่ามูลค่าของโครงการจะ ครอบคลุม 10 เปอร์เซ็นต์ที่ต้องหักเข้าพรรค จากนั้นไปตกลงกับคนของเขาผ่านคุณหญิง  เมื่อเรียบร้อยเมื่อใดก็ส่งมาให้ ตัวตายตัวแทนทางการเมืองที่เขาไว้ใจ

       -พอเข้า  ครม. นายกฯ จะเสนอโครงการและอนุมัติให้เองเสร็จสรรพ รัฐมนตรีไม่ต้องคิด ไม่ต้องสงสัย ทุกวันนี้ยังไม่มี ใครรู้ ใครเข้าใจว่า 10 เปอร์เซ็นต์มีอยู่เท่าไร คงต้องไปถามคุณหญิง

       นายเสนาะกล่าวว่า -สิ่งที่สุดทนจริงๆ  คือ  กรณีผู้ว่าฯ  สตง.ที่ถูกแทรกแซงการทำงาน แทรกแซงองค์กรอิสระ และ ละเมิดพระราชอำนาจ มันเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่สำคัญ ที่ทำให้ตนลุกขึ้นอภิปรายเมื่อ 8 มิ.ย.2548 การประกาศตัดขาดแตก หักกลางสภาฯ พูดได้ว่า ถ้ามันเอาชีวิตได้มันเอาไปแล้ว มันแค้น แต่ก็ไม่กล้า

       -ตอนหลังคนของ พ.ต.ท.ทักษิณก็ติดต่อมาหลายครั้ง ตนพูดตรงๆ ไปว่า

       "เรื่องมันมาถึงขนาดนี้แล้ว  เมื่อไม่ยอมลดละเองจนเราต้องแตกหักไปสู่สาธารณชนแล้ว สิ่งสำคัญนายกฯ ก็ต้องแก้ข้อ กล่าวหาทั้งหมดให้ได้"

       -และตนยังพูดอีกว่า  "ถ้าบอกจะกินข้าวกันตอนนี้ มันยังไงล่ะ ให้พี่เป็นผู้เป็นคนดีกว่า อย่าให้พี่เป็นหมาเลย"

       -นายเสนาะกล่าวว่า ก่อนที่จะเกิดปัญหาทั้งหมดตนก็พยายามไปเตือน แต่เรื่องที่เตือนก็เป็นการขัดผลประโยชน์เขา ทุกเรื่อง เช่นคิดว่ารัฐมนตรีคอรัปชั่น ตนก็ไปเตือนเพราะคิดว่าไม่รู้ ที่ไหนได้มันสั่งเอง ขนาดกลายเป็นว่ารัฐมนตรีคนไหน ไม่ทำตามสั่ง ภายหลังก็อยู่ไม่ได้

       -ความขัดแย้งในปัจจุบัน  สาเหตุมาจากตัวปัญหาคนเดียวคือ  พ.ต.ท.ทักษิณ คนคนนี้โกงเพื่อเข้ามาสู่อำนาจ เมื่อมี อำนาจก็โกงอีก อันตรายต่อบ้านเมืองสุดๆ พ.ต.ท.ทักษิณน่ากลัวเพราะเป็นคนมีวุฒิการศึกษา จ้องวางแผนเอาเปรียบคนอื่น ถือว่าต่ำต้อยเหลือเกินในการเป็นผู้นำประเทศ

       "ผมจำคำพูดของทักษิณที่เคยบอกว่า พี่เหนาะผมพร้อมแล้ว  สมบัติส่วนหนึ่งผมให้ลูก  อีกส่วนเก็บไว้สำหรับตายาย กินจนตายก็ไม่หมด สมบัติอีกส่วนจะทำเพื่อบ้านเมือง จะใช้หนี้แผ่นดิน

       คำพูดนั้นๆ  ผมเคยหลงคิดว่าคนคนหนึ่ง  รวยแล้วกลับใจ  คิดใช้หนี้แผ่นดิน ตอนนี้ผมรู้ความจริงแล้วว่า รวยจากโกงชาติ กล้าทำแม้เผาบ้านเมืองเพื่อเอาประกัน คนรวยคนนี้รวยแล้วไม่รู้จักพอ  ไม่ใช้หนี้แผ่นดินยังไม่พอ มันยังโกงกิน ทรยศต่อ แผ่นดิน" นายเสนาะกล่าวและว่า

       -ตนเคยพูดและเตือนกับคุณหญิงอ้อว่า "น้อง ถ้ามันได้มาอีกแสนล้าน เอาไปทำไม" เขาพากันตอบว่า "ก็รู้ แต่ในเมื่อเล่น การเมืองมันต้องควักเงิน ก็ต้องถือว่าเป็นธุรกิจ"

       -เคยเตือนหนักๆ ถึงขั้นว่า "ในอนาคตถ้ามันจะเดือดร้อนหนักๆ คือคนเป็นหัวนะ" เขาก็ตอบอย่างไม่สะทกสะท้านว่า

       "ก็รู้ ถ้าพี่ทักษิณจะลง ต้องให้พรรคไทยรักไทยมีอำนาจอย่างน้อยสองสมัยถึงจะปลอดภัย"

       ครับ..ใครช่วยแปลเป็นภาษาอังกฤษตอบ "แถลงการณ์ทักษิณ" ให้สื่อนอกได้รู้ทันต่อแถลงการณ์ลวงโลกของไอ้กาก เดนมนุษย์ตัวนี้หน่อยเป็นไร ที่ซุกหางเห่าเอาดีใส่ตัวว่า "เพราะความทะเยอทะยานทางการเมืองของผม ในการที่จะนำความ ยิ่งใหญ่ และความเป็นอยู่ที่ดีมาสู่ประเทศและประชาชนของผม" นั้น

       แท้จริงแล้ว ๕ ปีที่มันบริหารประเทศ เป็น ๕ ปีที่ ๒ ผัว-เมียอัปรีย์ มันทำกาลีกับบ้านเมืองสถานเดียว

HOME | ABOUT US | ADS | CONTACT US
Established since 1981
Copyright © 2000-2005 Siam Media News. All Rights Reserved.
webmaster@siammedia.org
 
StatCounter - Free Web Tracker and Counter

แอลเอเก็บภาษีบ้านคนรวย เกิน5พันตารางฟุตเสีย1พัน
แอลเอ (เดลี่นิวส์) : สภาเมืองเสนอเทศบัญญัติ “ภาษีคนรวย” เก็บเงินเจ้าของคฤหาสน์ พื้นที่ 5,000 ตารางฟุตขึ้นไป ปีละ 1,000 ดอลลาร์ และอีก 1,000 ดอลลาร์ต่อพื้นที่ ทุกๆ พันตารางฟุต

    
     แอลเอ เดลี่นิวส์ รายงานข่าวเมื่อวันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม ถึงข้อเสนอของคณะกรรมาธิการงบประมาณและการเงินของลอส แอน-เจลิส ซิตี้ (the Los Angeles City Council's Budget and Finance Committee) ว่าด้วยการเสนอเก็บภาษีพิเศษที่เรียกว่า “ภาษีฟุ่มเฟือย” (luxury tax) เพื่อหาเงินมาอุดงบประมาณบริการเมือง ที่กำลังอยู่ในสภาพขาดดุลรุนแรง โดยภาษีฟุ่มเฟือยดังกล่าว จะเก็บภาษีเจ้าของบ้านที่มีพื้นที่มากกว่า 5,000 ตารางฟุต เป็นเงิน 1,000 ดอลลาร์
     เทศบัญญัติที่เสนอโดย สมาชิกสภาเมือง ริชาร์ด อลาร์คอน ระบุด้วยว่าภาษีดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นตามพื้นที่ของบ้าน คือบ้านที่มีเนื้อที่เกิน 5,000 ตารางฟุต จะเสียภาษีเพิ่มอีก 1,000 ดอลลาร์ต่อเนื้อที่ 1,000 ตารางฟุต โดยจะเก็บภาษีสูงสุดที่ 10,000 ตารางฟุต หรือ 6,000 ดอลลาร์ต่อปี
     ข่าวระบุด้วยว่า ในเขตเทศบาลลอส แอนเจลิส มีบ้านเดี่ยวจำนวน 6,336 หลังที่มีพื้นที่เกิน 5,000 ตารางฟุต และมีอีก 534 หลังที่มีพื้นที่มากกว่า 10,000 ตารางฟุต ดังนั้นหากเทศบาลสามารถผ่านเทศบัญญัติภาษีฟุ่มเฟือยได้อย่างที่หวัง จะทำให้ลอส แอนเจลิส มีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 15 ล้านดอลลาร์ต่อปี
     อย่างไรก็ดี มีข้อโต้แย้ง โดยฝ่ายวิเคราะห์กฎหมายของซิตี้ ที่พบว่า “ภาษีฟุ่มเฟือย” จะฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญของรัฐ หากใช้หลักการเพิ่มภาษี 1,000 ดอลลาร์ต่อพื้นที่ 1,000 ตารางฟุต โดยแนะนำว่าให้จัดเก็บภาษีฟุ่มเฟือยบ้านที่มีเนื้อที่ระหว่าง 5,000-10,000 ตารางฟุต ปีละ 1,000 ดอลลาร์ และเก็บภาษีบ้านที่มีพื้นที่มากกว่า 10,000 ตารางฟุต 6,000 ดอลลาร์ ซึ่งวิธีนี้จะทำให้เทศบาลลอส แอนเจลิส มีรายได้ปีละ 9 ล้านดอลลาร์

ทั้งนี้ เทศบัญญัติภาษีฉบับนี้ ส่วนใหญ่จะมีผลกระทบกับเจ้าของบ้านย่านเบลแอร์, เบฟเวอร์ลี่ เครสท์, แบรนท์วูด, แปซิฟิก พาลิเสดส์, เอ็นซิโน่, ทาร์ซาน่า, ฮอลลีวูด, เชอร์แมนโอ๊ก, สตูดิโอซิตี้, โทลูก้าเลค และย่านวิลเชอร์

“ภาษีฟุ่มเฟือยนี้ จะมีผลกับประชาชนที่เป็นเจ้าของแมนชั่น ซึ่งมีพื้นที่มากกว่า 5,000 ตารางฟุต ซึ่งจะใช้บริการของเทศบาลมากกว่าบ้านหลังเล็กๆ นี่เป็นโอกาสที่พวกเขาจะคืนผลประโยชน์ให้กับชุมชน เพราะรายได้ทั้งหมดที่เกิดขึ้น จะตรงไปยังกองทุนทั่วไปของเทศบาล” ริชาร์ด อลาร์คอน กล่าว

อย่างไรก็ดี การจัดเก็บหรือปรับขึ้นภาษีทุกชนิด จะต้องผ่านการออกเสียงสนับสนุนโดยประชาชนสองในสาม ดังนั้นหากเทศบัญญัติภาษีฟุ่มเฟือยฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบของสภาเมืองลอส แอนเจลิส ก็จะต้องบรรจุเป็นหนึ่งในหัวข้อให้ประชาชนโหวตในการเลือกตั้งกลางเทอมที่จะมีขึ้นในอีกสองปีข้างหน้า

ผู้พิพากษาอิมมิเกรชั่นไม่พอเพียง

                  คดีอิมมิเกรชั่นในศาลแอล.เอ.เพิ่มขึ้น ขณะที่จำนวนผู้พิพากษาคดีเข้าเมืองยังคงที่จึงทำให้คดีดำเนินไปด้วยความล่าช้า  จากตัวเลขพบว่าเมื่อปีงบประมาณ 2007 ผู้พิพากษาขึ้นพิจารณาคดี 27,000 หรือเพิ่มจากปี 2000 ที่มีเพียง 17,800 คดี  เฉพาะปีงบประมาณที่ผ่านมาคดีคนเข้าเมืองเพิ่มประมาณ 40 % ปัจจุบันศาลคดีคนเข้าเมืองแอล.เอ.มีผู้พิพากษาเพียง 23 คน หรือเพิ่ม 2 คนจากปี 2000

                หากดูสถิติจากทั่วประเทศพบว่าคดีคนเข้าเมืองปีงบประมาณที่แล้วรวม 334,600 คดีเพิ่มจากปี 2000 ที่มีเพียง 254,500 คดี  ในห้วงเดียวกันนี้มีผู้พิพากษา 220 คนจากปี 2000 รวม 207 คน

                คดีคนเข้าเมืองมีความยุ่งยากมากขึ้นเพราะกฎหมายและกฎเกณฑ์ใหม่ๆเพิ่มขึ้นทำให้ผู้พิพากษตัดสินคดีล่าช้าไปด้วย เป็นคำพูดของผู้พิพากษาเดน่า เลจ์ มาร์ค แห่งซาน ฟรานซิสโก ท่านผู้นี้เป็นประธานสมาคมผู้พิพากษาอิมมิเกรชั่นแห่งชาติหรือเปรียบเสมือนสหภาพแรงงานของผู้พิพากษาคดีอิมมิเกรชั่น “มันเหมือนกับพวกคุณให้เราทำคดีที่ต้องลงโทษด้วยการประหารชีวิต  แต่กลับนำคดีขึ้นศาลจราจรและมีเครื่องไม้เครื่องมือให้เหมือนศาลจราจร”

                 ขณะที่เวอร์จิเนีย ไคซ์ โฆษกของกลุ่ม Immigration and Customs Enforcement  กระทรวงความมั่นคงภายในให้ความเห็นว่าเหตุที่คดีคั่งค้างศาล ส่วนหนึ่งเป็นเพราะรัฐบาลสั่งให้เจ้าหน้าที่ออกกวาดล้างผู้อยู่อย่างผิดกฎหมาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ปฏิบัติตามคำสั่ง  ครั้นส่งศาลดำเนินคดีเรื่องก็ไปคั่งค้างมากขึ้น   

                เมื่อเร็วๆนี้ที่ศาลคดีคนเข้าเมืองแอล.เอ.ผู้พิพากษา 1 คนต้องว่าคดีถึง 44 คดี ผู้พิพากษาต้องเร่งไต่สวนแบบรวดเร็วรวมทั้งต้องนัดหมายคดีหลังจากไต่สวนแล้ว หลายรายต้องรอไปถึง 6 เดือนกว่าจะได้ขึ้นไต่สวนอีก ตัวอย่างเช่นนายพี.โจเซฟ แซนโดวาล ทนายความยอมรับว่าเขาพยายามมาเช็คอินก่อนเวลา 15 นาที แต่มีทนายความคนอื่นๆอีก 7 คนเช็คอินล่วงหน้าไปแล้ว  เขาว่าความให้สตรีชาวรัสเซียผู้หนึ่งขึ้นไต่สวนครั้งแรกปี 2002 จนกระทั่งปัจจุบันคดียังไม่เสร็จ

                เช่นเดียวกับเอ็ด ไพล็อต ทนายความเบฟเวอร์ลี่ย์ ฮิลส์ ว่าความให้ลูกความชาวไนจีเรียเรื่องการขอลี้ภัย เริ่มไต่สวนในปี 1999 โดยคาดว่าคดีจะสิ้นสุดในปี 2007 แต่ผู้พิพากษาเจ้าของคดีเกษียณอายุงานไป จึงเลื่อนไปตัดสินเดือนธันวาคม 2008

                แนวทางการแก้ปัญหาโดยสำนักงานthe Executive Office for Immigration Review ผู้ทำหน้าที่ดูแลศาลคดีคนเข้าเมืองทั่วประเทศได้ใช้วิธี videoconferencing,กำหนดระยะเวลาให้ผู้พิพากษาดำเนินคดีให้เสร็จ,เพิ่มจำนวนผู้พิพากษา โดยสำนักงานแห่งนี้ได้รับงบประมาณเพิ่มเป็น 227 ล้านดอลลาร์ จากปี 2000 ที่ได้รับเพียง 147 ล้านดอลลาร์

                นอกจากนี้ทนายของรัฐในเขตแอล.เอ.ก็มีเพียง 45 คนที่ต้องหมุนเวียนไปช่วยว่าความแก่ผู้ถูกจับในคดีอิมมิเกรชั่น แน่นอนย่อมไม่พอเพียง อีกทั้งบางคดีก็ซับซ้อนต้องใช้เวลาในการช่วยเหลือ เป็นต้น – ก็เป็นภาพสะท้อนปัญหาอิมมิเกรชั่นหรือคนเข้าเมืองอีกด้านหนึ่ง.....อ่านต่อ

ตีทะเบียนอาชญากร ประกาศจับ’แม้ว-อ้อ’

กทม : ขึ้นทะเบียนอาชญากร พ.ต.ท.ทักษิณ-พจมาน ชินวัตร ใช้เป็นหลักฐานในการตามจับทั่วราชอาณาจักร หลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองออกหมายจับกรณีไม่มารายงานตัวต่อศาลในคดีทุจริตซื้อที่ดินรัชดา

พล.ต.ท.วัชรพล ประสารราชกิจ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ว่า ขณะนี้ กองทะเบียนประวัติอาญชากร ได้ขึ้นทะเบียน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร สองผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ว่าได้บันทึกรายชื่อทั้งสองลงในทะเบียนประวัติอาชญากรแล้ว หลังจากศาลได้ส่งหมายจับให้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. โดยคดีดังกล่าว พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกฟ้องข้อหาเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐดำเนินกิจการเป็นคู่สัญญาของรัฐหรือมีส่วนได้เสียในสัญญาที่ทำกับหน่วยงานของรัฐ, ปฎิบัติหรือเว้นการปฎิบัติหน้าที่ อายุความ 15 ปี ส่วนคุญหญิงพจมาน ถูกข้อหาร่วมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐดำเนินกิจการเป็นคู่สัญญาหรือมีส่วนได้เสียในสัญญา ที่ทำกับหน่วยงานของรัฐและเป็นผู้สนับสนุน อายุความ 10ปี แต่จำเลยทั้งสองไม่มารายงานตัวต่อศาลตามวันนัดจึงถูกออกหมายจับและริบเงินประกัน โดย พ.ต.อ.โสฬส พินิจศักดิ์ รอง ผบก.กองบังคับการกองทะเบียนประวัติอาชญากร เป็นผู้ลงนามในประกาศดังกล่าว และได้ให้ทุกหน่วยงานช่วยติดตามจับกุม หากผู้ใดพบเห็น หรือทราบแหล่งสถานที่หลบซ่อนของผู้กระทำผิด ให้รับแจ้งให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ เพื่อจัดการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล ที่ปรึกษากฎหมายส่วนตัวของพ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่าการดำเนินการของ สตช.อาจเข้าข่ายประจาน เพราะไม่มีความจำเป็นต้องออกประกาศไปทั่วประเทศเช่นนี้ เนื่องจากพ.ต.ท.ทักษิณได้ชี้แจงชัดเจนแล้วว่าตนและครอบครัวเดินทางไปอังกฤษ เนื่องด้วยเหตุผลการทางการเมืองและเหตุผลความไม่ปลอดภัย การดำเนินการของสตช.เช่นนี้ไม่มีความเหมาะสมและอาจเข้าข่ายหมิ่นประมาท ซึ่งตนยืนยันจะดำเนินการฟ้องร้องต่อไป

ด้านนายศิริศักดิ์ ติยะพรรณ อธิบดีอัยการฝ่ายต่างประเทศ กล่าวว่าขั้นตอนการยื่นคำร้องขอส่ง พ.ต.ท.ทักษิณ และภรรยาเป็นผู้ร้ายข้ามแดนว่า นายชัยเกษม นิติสิริ อัยการสูงสุด ยังไม่ลงนามแต่งตั้งคณะทำงานอัยการเพื่อดำเนินการอย่างเป็นทางการ แต่มีการเตรียมคณะทำงานจากอัยการฝ่ายต่างประเทศรองรับไว้แล้ว เพราะหากจะต้องดำเนินการขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนก็จะต้องจัดเตรียมเอกสารจำนวนมาก ส่วนของข้อมูลคดีที่เตรียมจะยื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นคดีแพ่ง ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สิน 76,000 ล้านบาทตกเป็นของแผ่นดินนั้น นายศิริศักดิ์ กล่าวว่ายังไม่แน่ว่าจะต้องนำเอกสารบรรจุในสำนวนประกอบคำร้องขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนที่ต้องส่งไปประเทศอังกฤษหรือไม่

แหล่งข่าวอัยการ กล่าวว่าการยื่นคำร้องส่ง พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน เป็นผู้ร้ายข้ามแดน ไม่สามารถดำเนินการได้ทันที แม้ศาลจะมีคำส่งให้ออกหมายจับ แต่เป็นหมายจับให้จำเลยทั้งสองมารายงานตัวที่ผิดสัญญาประกัน ยังไม่ใช่การให้นำตัวมารับโทษในคดีที่ศาลมีคำตัดสิน หากจะดำเนินการขอให้ประเทศอังกฤษส่งจำเลยทั้งสองเป็นผู้ร้ายข้ามแดนกลับมา คงต้องรอจนกว่าศาลฎีกา ฯ จะมีคำพิพากษาตัดสินว่าทั้งสอง ร่วมกันกระทำผิดกฎหมายอาญาเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจในตำแหน่งปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งเป็นฐานความผิดที่ระบุว่าไว้ว่าเป็นความผิดของทั้งสองประเทศที่จะพิจารณาส่งเป็นผู้ร้ายข้ามแดนได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีทุจริตซื้อขายที่ดินรัชดา ฯ แม้ตัวจำเลยทั้งสองจะอยู่ต่างประเทศ แต่ศาลก็ยังสามารถดำเนินการไต่สวนพยานจำเลยได้ต่อไปจนกว่าจะเสร็จสิ้นกระบวนการ โดยใน วันที่ 15 สิงหาคม ศาลฎีกาฯ จะนัดไต่สวนพยานจำเลย ตามที่ได้นัดไว้ล่วงหน้าแล้ว

นายธฤต จรุงวัฒน์ อธิบดีสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า กระทรวงการต่างประเทศได้ออกแถลงการณ์ไปยังสถานทูตและรัฐสภาต่างๆ ทั่วโลก ชี้แจงถึงระบบตุลาการของไทยว่าไม่มีการแทรกแซงใดๆ จากภายนอก ตามที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ใช้เป็นเหตุผลในการไม่เดินทางกลับประเทศไทย ส่วนการเพิกถอนหนังสือเดินทางทางการทูตของอดีตนายกฯ นั้น ต้องรอรวมรวมข้อมูลทั้งหมดก่อนพิจารณา

 นายเตช บุญนาค รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ไม่ได้หนักใจในการขอตัว พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้ร้ายข้ามแดน เพราะเราไม่สามารถไปแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของต่างประเทศได้ เช่นเดียวกับที่ต่างประเทศไม่สามารถแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมได้ ส่วนระยะเวลา ความยากง่ายในการนำตัวผู้ร้ายข้ามแดนมาดำเนินคดีตนไม่สามารถตอบได้

นายปณิธาน วัฒนายากร อาจารย์ประจำภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การนำตัวพ.ต.ท.ทักษิณ มาสู่กระบวนการยุติธรรมในประเทศไทยเป็นเรื่องยาก เพราะอังกฤษจะไม่พิจารณาแค่เฉพาะตัวบทกฎหมายอย่างเดียว แต่จะมองในหลายองค์ประกอบ รวมถึงภาพลักษณ์ของไทยต่อสายตาชาวโลก เพราะอังกฤษเป็นแม่แบบประชาธิปไตย ดังนั้นการเรียกร้องของประเทศไทย ซึ่งเพิ่งผ่านการรัฐประหาร อาจไม่ได้รับการตอบรับโดยง่าย หรืออาจต้องใช้เวลาอีกหลายปีจึงถึงได้รับการพิจารณา

นายปณิธาน กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณที่มีความสามารถในเรื่องการล็อบบี้เพื่อสร้างภาพลักษณ์ว่าตนเป็นนักประชาธิปไตยที่ถูกกลั่นแกล้ง ตนเชื่อว่าหลังจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเคลื่อนไหวทางการเมืองหนักขึ้น โดยจะพบกับนักธุรกิจชั้นนำของโลก ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศเพื่อสื่อสารว่าถูกรังแก

วันที่ 14 สิงหาคม สำนักข่าวเอพีรายงานข่าว โดยอ้างท่าทีของโฆษกกระทรวงกิจการภายในของอังกฤษซึ่งไม่เปิดเผยนาม ระบุว่า สถานภาพแท้จริงของ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณชนและการฟ้องคดีอาญาในประเทศอื่น จะไม่ส่งผลกระทบต่อสถานภาพการอพยพเข้าเมืองของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง  ส่วนสถานภาพการเป็นเจ้าของสโมสรแมนเชสเตอร์ซิตี้นั้น ริชาร์ด สกูดามอร์ ประธานบริหารพรีเมียร์ลีก เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า หาก พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกศาลฎีกาตัดสินว่ามีความผิดในคดีซื้อที่ดิน ก็คงจะไม่เหมาะสมที่จะอยู่ในตำแหน่งประธานสโมสรแมนเชสเตอร์ซิตี้อีกต่อไป และว่าเรื่องนี้คงไม่ต้องรอนานเพราะศาลมีกำหนดขจะตัดสินในเดือนกันยายนนี้

ส่วนเว็บไซต์ อีเอสพีเอ็นซอกเกอร์เน็ต เผยแพร่บทความที่เขียนโดย จอห์น เบรวิน ว่า เป็นเรื่องที่น่าสงสัยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เข้ามาซื้อสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี้ ท่ามกลางการตีข่าวป่าวร้องอย่างเอิกเกริกได้อย่างไร ในเมื่อเขา ต้องข้อหาทุจริตคอร์รัปชั่นหลากหลายเรื่อง ตลอดจนถูกกล่าวหาว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนด้วย และกล่าวโทษพรีเมียร์ลีกว่า ไม่มีมาตรการที่ดีเพียงพอในการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่คิดจะเป็นเจ้าของสโมสร และว่าการที่ ริชาร์ด สคูดามอร์ ออกมาบอกว่ากำลังติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิดนั้น คือเหตุการณ์วัวหายล้อมคอก อันจะนำมาซึ่งปัญหาทางการเงินของสโมสรแมนเชสเตอร์ซิตี้

"พ.ต.ท.ทักษิณสามารถที่จะเข้าควบคุมแมนเชสเตอร์ซิตี้ได้ ทั้งที่สาธารณชนทั่วไปว่าทราบว่าทรัพย์สินส่วนใหญ่ของเขาถูกรัฐบาลไทยสั่งอายัด นี่ยังน่าจะหมายถึงการหลีกเลี่ยงไม่ตั้งคำถามว่าเขาเป็นเจ้าของตัวจริงของทรัพย์สินที่จะใช้ซื้อและจากนั้นก็บริหารสโมสรฟุตบอลในพรีเมียร์ลีกหรือเปล่า" บทความดังกล่าวระบุ

Immigration Policy - Does McCain and Obama hold similar views on immigration?


โดย เอเดรียน เมดเวย์ ทนายความผู้เชี่ยวชาญด้านอิมมิเกรชั่น

 

 

คู่แข่งระหว่าง จอห์น แมคเคน และ บารัก โอบามา ต่างก็ชูนโยบายต่อสาธารณะในเรื่องของการปฏิรูประบบอิมมิเกรชั่น โดยเป็นประเด็นที่ทางกลุ่มการเมืองต่างๆ ต้องให้ความสนใจ บทความในวันนี้จะเสนอภาพรวมของนโยบายและแนวทางของทั้งสองฝ่ายเพื่อให้ท่านผู้อ่านที่สนใจและมีสิทธิ์ในการไปเลือกตั้งประธานาธิบดีที่กำลังจะมีขึ้นในเร็วๆ นี้ได้รับทราบถึงวิสัยทัศน์ของทั้งคู่ แมคเคนดูเหมือนว่าจะมีความสนใจต่อประเด็นการปฏิรูประบบอิมมิเกรชั่นมานานพอสมควรแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะหยิบยกทุกปัญหามาพิจารณา ในส่วนของโอบามาเองก็ยืนอยู่ข้างนโยบายการปฏิรูปนี้มาโดยตลอดเช่นกัน ทั้งนี้ทั้งสองฝ่ายต่างมาจากคนละพรรคการเมือง นายแมคเคนเป็นผู้สมัครตัวแทนของพรรครีพับลิกันที่ลงชิงชัยกับ นายโอบามา ตัวแทนจากฝ่ายเดโมแครต โดยภาพรวมทั้งคู่ต่างมีวิสัยทัศน์ในเรื่องนี้อย่างค่อนข้างบวก แต่ในส่วนที่ลึกลงไปในเรื่องดังกล่าวนั้นทั้งสองฝ่ายยังไม่มีใครมีนโยบายไปมากกว่ากัน

อย่างไรก็ตาม ผู้สมัครทั้งสองคนต่างก็ชูนโยบายในเรื่องดังกล่าวที่จะเป็นผู้นำประเทศพาคนจำนวน 12 ล้านคนที่อยู่อย่างไม่ถูกกฎหมายในประเทศไปสู่ทิศทาง “การเป็นประชาชนของประเทศสหรัฐฯ อย่างถูกกฎหมาย”

“ทางก้าวไปสู่การเป็นคนของประเทศสหรัฐฯอย่างถูกกฎหมายจากอดีตสู่ปัจจุบัน”

แมคเคนและโอบามาได้เคยสนับสนุนร่างพรบ. การกั้นขอบเขตชายแดนในปี 2006 ให้ผ่านสภาคองเกรสเพื่อที่จะช่วยเหลือบุคคลที่ไม่มีใบอาศัยและทำงานอยู่ในประเทศให้สามารถสมัครขอเป็นซิติเซ่น โดยเนื้อหานั้นคือจะมีการสร้างรั้วชายแดนยาว 370 ไมล์ที่กั้นชายแดนระหว่างประเทศอเมริกาและประเทศเม็กซิโก และปรับปรุงระบบการตรวจสอบการทำงานของนายจ้าง แมคเคน และวุฒิสภาคนอื่นอย่างเช่น เอ็ดเวิร์ด เคเนดี้ ดีแมส มีความพยายามในการดำเนินเรื่องดังกล่าวและต้องการการสนับสนุนจากกลุ่มการเมือง แต่ในท้ายที่สุดแล้วกลับไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภา โดยฝ่ายรีพับลิกันหลายคนคิดว่าวิธีการและมาตรการดังกล่าวเป็นเหมือนการให้รางวัลแก่บุคคลเข้าเมืองอย่างไม่ถูกกฎหมาย สรุปแล้วแนวคิดของทั้งแมคเคนและโอบามานั้นต่างก็ไม่ประสบความสำเร็จมากนัก กล่าวคือยังคงจำเป็นได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายรีพับลิกันในเรื่องนี้เพื่อผลักดันนโยบายดังกล่าว

“มุมมองในปัจจุบัน”

โอบามา ได้ปฏิญาณตนจะเป็นผู้นำในด้านระบบอิมมิเกรชั่น เขาจะเน้นไปที่ระบบของการทำงานสำหรับผู้ที่ทำงานอย่างไม่ถูกกฎหมายในประเทศโดยที่ไม่มีประวัติอาชญากรรมหรือต้องคดีใด จะยอมให้เสียค่าปรับและจะสนับสนุนให้เรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมและรอคิวการขอซิติเซ่นต่อไป โดยทั้งนี้เขาจะเพิ่มระบบรักษาความปลอดภัยและเทคโนโลยีทันสมัยตลอดแนวขอบชายแดน แมคเคนเองก็มีมุมมองคล้ายกัน แต่ว่ามีข้อแตกต่างกันอยู่บ้าง โดยเขารู้ดีว่าเมื่อปีที่แล้วนั้นความคิดเห็นของเขาต่อเรื่องดังกล่าวนี้ได้สร้างความไม่พอใจต่อผู้ที่โหวตพรรครีพับลิกัน ตั้งแต่ที่ตัวแมคเคนได้เน้นในเรื่องของระบบแนวชายแดนก่อนนั้น กลุ่มอื่นๆ มองว่าแมคเคนมีการเน้นในเรื่องนี้อยู่ค่อนข้างมาก และคาดว่านโยบายในเรื่องอิมมิเกรชั่นของเขาคงไม่อ่อนข้อลงแต่อย่างไร

 

========================

 

 

กวาดล้าง 300 ที่เซาท์ แคโรไลนา

 เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม เจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นบุกเข้าจับกุมคนงานกว่า 300 คนที่โรงงานบรรจุหีบห่อไก่ชื่อ The House of Raeford's Columbia Farms แห่งเมืองกรีนวิลล์ รัฐเซาท์ แคโรไลนา การจับกุมนี้กระทำในระหว่างเปลี่ยนกะการทำงานจึงได้คนงานผู้ต้องสงสัยว่าอยู่อย่างผิดกฎหมายจำนวนมาก

  ทุกคนจะถูกเจ้าหน้าที่ให้แสดงบัตรประจำตัว บางรายไม่มีบัตรประจำตัวอาทิเช่นสตรีผู้หนึ่งวัย 68 ปี แต่ในตอนหลังก็ได้รับการปล่อยตัวเธอเป็นผู้อพยพชาวกัวเตมาลาและอยู่อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยให้หลานไปนำใบเขียวมาแสดงกับเจ้าหน้าที่

  เจ้าหน้าที่ควบคุมทุกคนให้อยู่ในโรงงานและสอบสวนว่ามีคนงานเท่าใดที่อยู่ในสหรัฐอย่างผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่พบว่าจากเอกสารการทำงานของโรงงานแห่งนี้ 825 รายพบว่ามีถึง 775 รายเป็นเอกสารปลอม

  บริษัทHouse of Raeford เป็นโรงงานฆ่าไก่และไก่งวงมีโรงงาน 8 แห่งอยู่ในรัฐ North Carolina, South Carolina, Georgia, Louisiana และ Michigan โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมื่อโรส ฮิลส์ รัฐนอร์ธ แคโรไลนา 

 ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่เคยเข้าสอบสวนโรงงานมาแล้วหลายเดือนถึงลักษณะการจ้างงาน จากนั้นได้ตั้งข้อหา 12 คนระบุว่าร่วมมือกันในการปลอมแปลงเอกสาร ในจำนวนนี้ 7 คนยอมรับสารภาพ อีก 3 คนอยู่ในระหว่างการดำเนินคดีและ 2 คนหลบหนีไปแล้ว

ตามข่าวกล่าวว่าหนังสือพิมพ์ The Charlotte Observer รายงานเมื่อเดือนกุมภาพันธ์พบว่ามีผู้อยู่อย่างผิดกฎหมายจำนวนมากทำงานในโรงงาน โดยฝ่ายบริหารก็รับทราบเรื่องดี 

   สำหรับบรรดาเด็กลูกๆของคนงานที่ถูกจับกุมตัวนั้นได้ถูกนำส่งไปเลี้ยงดูโดยองค์กรต่างๆ ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในรอบปีนี้

  เมื่อเดือนสิงหาคมเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมคนงานกว่า 600 คนที่โรงงานทำหม้อแปลงไฟในรัฐมิสซิสซิปปี้ เมื่อเดือนพฤษภาคมก็เข้ากวาดล้างโรงงาน Agriprocessorsซึ่งเป็นโรงงานบรรจุเนื้อประเภท    kosher ใหญ่ที่สุดในประเทศที่ไอโอวา มีคนงานถูกจับกุมประมาณ 400 คน การจับกุมส่วนใหญ่เป็นเรื่องของผู้อยู่อย่างผิดกฎหมาย บางคนต้องคดีเพิ่มเติมคือปลอมแปลงเอกสารโดยเฉพาะถือใบเขียวปลอม .....อ่านต่อ

 

Immigrants and Taxes: Contributing, Not Collecting

 

เมื่อเร็วๆ นี้ทางสมาคมทนายความอิมมิเกรชั่นของสหรัฐฯได้ออกหนังสือการวิเคราะห์เกี่ยวกับผลกระทบของระบบเศรษฐกิจในปัจจุบันต่อผู้ที่อพยพเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศอเมริกา เนื่องจากเศรษฐกิจในขณะนี้อยู่ในภาวะขาลง ผู้ที่เกิดในช่วงที่มีการส่งเสริมให้มีบุตรหรือที่เรียกกันว่าเบบี้ บูมเมอร์ (baby boomer) ที่มีอยู่จำนวนกว่า 78 ล้านคนในปัจจุบันนี้ใกล้จะเกษียณอายุแล้ว เขาเหล่านี้ใกล้ที่จะหยุดงานและรอรับความช่วยเหลือจากระบบโซเชียลซีเคียวริตี้เพียงอย่างเดียว ซึ่งดูยอดแล้วคาดว่าน่าจะเป็นจำนวนเงินมหาศาลที่ระบบจะต้องรองรับ ทั้งนี้ในภาวะระบบเศรษฐกิจขาลงนี้เช่นนี้ ผู้ที่ดูเหมือนว่าจะมีส่วนเข้ามารับผิดชอบกับปัญหานี้ก็คือประชากรที่เป็นบุคคลเข้าเมืองและอาศัยอยู่ในประเทศอเมริกานี่เอง โดยที่พวกเขาเหล่านี้จะเป็นผู้เสียภาษีให้แก่ตัวระบบโซเชียลซีเคียวริตี้แต่กลับไม่ได้รับผลของมัน

บุคคลที่เดินทางเข้าเมืองและอาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐอย่างไม่ถูกกฎหมาย หรือบุคคลที่ไม่มีใบมีจำนวนทั้งสิ้น 5% ของกำลังแรงงานในประเทศ โดยมีจำนวนครึ่งหนึ่ง หรือสามในสี่นี้ที่เสียภาษีให้แก่รัฐบาลท้องถิ่น และรัฐบาลกลาง รวมถึงภาษีระบบโซเชียลและระบบเมดิแคร์ (Medicare tax) นอกจากนี้ยังมีภาษีอสังหาริมทรัพย์และภาษีทั่วไปในการจับจ่ายซื้อของ ในเดือนตุลาคม 2005 ระบบโซเชียลได้สรุปยอดตัวเลขของบุคคลเข้าเมืองที่ไม่มีใบและอาศัยอยู่ในประเทศได้จ่ายเงินจำนวนกว่า 520 พันล้านเหรียญให้แก่ตัวระบบ ซึ่งถ้าบุคคลเหล่านี้ได้ปรับเปลี่ยนสถานภาพเป็นคนถูกกฎหมาย ยอดเงินจำนวนนี้อาจจะสูงกว่าที่เป็นอยู่ก็ได้

ถึงแม้ว่าไม่มีความคืบหน้าของการปฏิรูประบบการเข้าเมืองในประเทศให้แก่บุคคลเข้าเมือง แต่ในทางกลับกันบุคคลเข้าเมืองเหล่านี้กลับเป็นผู้ที่ต้องจ่ายภาษีต่างๆ แม้แต่ในระดับรัฐบาลท้องถิ่นของรัฐ บุคคลเหล่านี้จ่ายภาษีไปมากกว่าจะได้ใช้ระบบบริการสาธารณะต่างๆ ที่รัฐจัดขึ้น

อย่างเช่นในรัฐเท็กซัส หน่วยงานจัดเก็บภาษีของรัฐได้ศึกษาและประมาณเงินรายได้ของรัฐในปี 2006 ว่าบุคคลที่เป็นผู้เดินทางเข้ามาในประเทศสหรัฐนี้ได้สร้างรายได้ให้แก่ตัวรัฐกว่า 1.58 พันล้านเหรียญ ซึ่งเป็นยอดเกินกว่า 1.16 พันล้านเหรียญที่พวกเขาเหล่านั้นได้ใช้สอยกับระบบบริการต่างๆ ภายในรัฐ

ในรัฐโอเรกอน หน่วยงานกลางระบบการจัดทำนโยบายสาธารณะของโอเรกอนได้ประมาณยอดรายได้ของรัฐในปี 2007 ที่บุคคลเหล่านี้เสียภาษีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาษีรายได้ ภาษีอสังหาริมทรัพย์ ระบบโซเชียล และเมดิแคร์เป็นยอดรวมทั้งสิ้น 134 ล้าน - 187 ล้านเหรียญต่อปี ในขณะที่ผู้ที่เป็นนายจ้างในรัฐจ่ายภาษีให้แก่รัฐประมาณ 97 ล้าน - 136 ล้านเหรียญต่อปี

ในรัฐไอโอวา ได้ประมาณยอดเอาไว้คร่าวๆ ที่บุคคลเข้าเมืองที่ไม่มีใบนี้ได้เสียให้แก่รัฐเป็นจำนวนเงิน 40 ล้าน - 62 ล้านเหรียญต่อปี เป็นที่น่าสังเกตว่านอกจากการเสียภาษีทั่วไปแล้ว บุคคลเหล่านี้ได้จ่ายภาษีจากการจับจ่ายใช้สอยสินค้าต่างๆ ซึ่งเป็นจำนวนมหาศาลด้วยเช่นกัน

ในรัฐชิคาโก มหาวิทยาลัยชิคาโกได้ทำการสำรวจในปี 2001 พบว่าบุคคลเหล่านี้ได้ใช้จ่ายเงินเป็นจำนวน 2.81 พันล้านเหรียญ โดยสามารถทำให้ธุรกิจร้านค้า และงานต่างๆ ในระบบเศรษฐกิจดำรงอยู่ได้กว่า 31,908 งาน

บุคคลเข้าเมืองต่างๆ เหล่านี้เป็นตัวหลักสำคัญในการอนุเคราะห์จุนเจือแก่ระบบโซเชียลซีเคียวริตี้ซึ่งมีภาระหนักหน่วงที่ต้องรับผิดชอบต่อบุคคลในช่วงเบบี้บูมเมอร์ที่ใกล้จะเกษียณอายุนี้ ถ้าบุคคลเข้าเมืองเหล่านี้ได้ปรับเปลี่ยนสถานภาพมาเป็นบุคคลที่ถูกกฎหมาย พวกเขาเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะเป็นผู้ที่จ่ายภาษีต่างๆ ให้แก่รัฐแล้ว บุคคลเหล่านี้ยังเป็นผู้ค้ำจุนหรือเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบโซเชียลซีเคียวริตี้และอาจจะเป็นผู้ที่สร้างเงินงบประมาณของประเทศให้มากขึ้นอย่างไม่คาดคิดอีกด้วย

 

เมื่อนายจ้างแจ้งโรบินฮู้ดต่อตำรวจ

  เมื่อเร็วๆนี้ได้เกิดข้อถกเถียงกันขึ้นที่เมือง Carrollton อยู่ไม่ไกลจากดัลลัส รัฐเท็กซัสไปไม่มากนัก โดยนางมาเรีย มาร์ติเนซ ได้ยื่นใบสมัครเข้าทำงานในคาเฟทีเรียของโรงพยาบาล Trinity Medical Center เธอถูกจับขณะนี้อยู่ในห้องขังกำลังรอถูกเนรเทศ สาเหตุเพราะเธอใช้ใบโซเชียลปลอม ขณะที่เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลได้นำเรื่องรายงานต่อตำรวจเป็นเหตุให้เธอถูกจับกุม ประเด็นที่ถกเถียงก็คือโรงพยาบาลทำหน้าที่เกินเลยแทนสำนักงานอิมมิเกรชั่นหรือไม่

 แคเธอรีน วอล์คเกอร์ ทนายความอินนิเกรชั่นให้ความเห็นว่าในทางปฏิบัติแล้วนายจ้างไม่จำเป็นต้องทำหน้าที่นี้เพราะกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจไว้แม้ว่าจะเป็นผู้ต้องสงสัยว่าอยู่ในสหรัฐอย่างผิดกฎหมายก็ตาม ซึ่งเป็นไปตามความเห็นของ คาร์ล รัสนก โฆษกของสำนักงานอิมมิเกรชั่นและศุลกากรเพราะบุคคลอื่นๆเช่นนายจ้างและตำรวจท้องที่ไม่ได้รับการฝึกมาทำหน้าที่ในการตรวจสอบว่าใครอยู่อย่างผิดกฎหมาย

  ขณะเดียวกันนโยบายของนากเทศมนตรีเมือง Carrollton ยอมรับว่าเป้าหมายต้นของซิตี้ก็คือการกำจัดผู้อยู่อย่างผิดกฎหมายให้พ้นเมือง คงจำกันได้ว่าเมื่อเร็วๆนี้เมืองที่อยู่ใกล้กันคือเมือง Farmers Branch ซิตี้แห้งนี้พยายามออกเทศบัญญัติเพื่อห้ามไม่ให้แลนด์ลอร์ดเปิดเช่าแก่ใครก็ตามที่พิสูจน์ตัวเองไม่ได้ว่าอยู่ในสหรัฐอย่างถูกต้องตามกฎหมาย 


The Biggest Thai Restaurant in Blaine City, WA

* *  Now we are Open !  * *

    Chada Thai Restaurant   

The Best Thai Restaurant in Blaine City, Washington, USA

We Serve Lunch & Dinner everyday.

 

Menu Online is available at "www.chadathaiusa.com

=====================================================

 

Illegal Immigrants could apply for work permit! By Bill at August 23, 2011 20:21 Filed Under: Immigration News Obama's Surprising New Immigration Policy: Illegal Immigrants could stay and apply for work permit! The White House announced on August 18 2011 that it would review the deportation cases of 300,000 illegal immigrants and might allow many of them to stay in the US and apply for work permit, a decision that angered immigration hard-liners and pleased Hispanic advocacy groups. Those illegal immigrants who haven't committed crimes and who aren't considered a threat to public safety will have a chance to stay in the U.S. and to later apply for a work permit. “There are more than 10 million people who are in the U.S. illegally; it’s clear that we can’t deport such a large number. So the Administration has developed a strategy to make sure we use those resources in a way that puts public safety and national security first", Cecilia Munoz, the White House Director of Intergovernmental Affairs, wrote on his blog. In deciding who to deport, Department of Homeland Security and Justice Department will apply “common sense guidelines,” Munoz writes. She links to a June 17, 2011 memo written by John Morton, director of U.S. Custom and Immigration Enforcement, which spells out the sort guidelines that will be used. In deciding whether to prosecute an individual, Morton writes, immigration officials should consider such factors as: • the person’s length of presence in the United States; • the circumstances of the person’s arrival in the United States, particularly if the alien came to the United States as a young child; • the person’s pursuit of education in the United States, with particular consideration given to those who have graduated from a U.S. high school or have successfully pursued or are pursuing a college or advanced degrees at a legitimate institution; • whether the person, or the person’s immediate relative, has served in the U.S. military, reserves, or national guard; • the person’s criminal history, including arrests, prior convictions, or outstanding arrest warrants; • the person’s ties and contributions to the community, including family relationships; • the person’s age, with particular consideration given to minors and the elderly; • whether the person has a U.S. citizen or permanent resident spouse, child, or parent; • whether the person is the primary caretaker of a person with a mental or physical disability, minor, or seriously ill relative; • whether the person or the person’s spouse is pregnant or nursing. Morton cautions that the list of factors he provides is not exhaustive and that no one factor is determinative of whether a person will stay or go. A senior administration official told WSJ that the new immigration policy is designed to make better use of limited immigration-enforcement resources and to help ease overburdened immigration courts. But a natural question that arises is whether immigration authorities, with their limited resources, will have the bandwidth to make the sort of case-by-case deportation determinations called for by the new policy. Immigrants and Taxes: Contributing, Not Collecting


โดย เอเดรียน เมดเวย์ ทนายความผู้เชี่ยวชาญด้านอิมมิเกรชั่น

แปลและเรียบเรียงโดย วรลักษณ์ โลหะบำรุงกุล ผู้ช่วยทนายความไทย

 

เมื่อเร็วๆ นี้ทางสมาคมทนายความอิมมิเกรชั่นของสหรัฐฯได้ออกหนังสือการวิเคราะห์เกี่ยวกับผลกระทบของระบบเศรษฐกิจในปัจจุบันต่อผู้ที่อพยพเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศอเมริกา เนื่องจากเศรษฐกิจในขณะนี้อยู่ในภาวะขาลง ผู้ที่เกิดในช่วงที่มีการส่งเสริมให้มีบุตรหรือที่เรียกกันว่าเบบี้ บูมเมอร์ (baby boomer) ที่มีอยู่จำนวนกว่า 78 ล้านคนในปัจจุบันนี้ใกล้จะเกษียณอายุแล้ว เขาเหล่านี้ใกล้ที่จะหยุดงานและรอรับความช่วยเหลือจากระบบโซเชียลซีเคียวริตี้เพียงอย่างเดียว ซึ่งดูยอดแล้วคาดว่าน่าจะเป็นจำนวนเงินมหาศาลที่ระบบจะต้องรองรับ ทั้งนี้ในภาวะระบบเศรษฐกิจขาลงนี้เช่นนี้ ผู้ที่ดูเหมือนว่าจะมีส่วนเข้ามารับผิดชอบกับปัญหานี้ก็คือประชากรที่เป็นบุคคลเข้าเมืองและอาศัยอยู่ในประเทศอเมริกานี่เอง โดยที่พวกเขาเหล่านี้จะเป็นผู้เสียภาษีให้แก่ตัวระบบโซเชียลซีเคียวริตี้แต่กลับไม่ได้รับผลของมัน

บุคคลที่เดินทางเข้าเมืองและอาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐอย่างไม่ถูกกฎหมาย หรือบุคคลที่ไม่มีใบมีจำนวนทั้งสิ้น 5% ของกำลังแรงงานในประเทศ โดยมีจำนวนครึ่งหนึ่ง หรือสามในสี่นี้ที่เสียภาษีให้แก่รัฐบาลท้องถิ่น และรัฐบาลกลาง รวมถึงภาษีระบบโซเชียลและระบบเมดิแคร์ (Medicare tax) นอกจากนี้ยังมีภาษีอสังหาริมทรัพย์และภาษีทั่วไปในการจับจ่ายซื้อของ ในเดือนตุลาคม 2005 ระบบโซเชียลได้สรุปยอดตัวเลขของบุคคลเข้าเมืองที่ไม่มีใบและอาศัยอยู่ในประเทศได้จ่ายเงินจำนวนกว่า 520 พันล้านเหรียญให้แก่ตัวระบบ ซึ่งถ้าบุคคลเหล่านี้ได้ปรับเปลี่ยนสถานภาพเป็นคนถูกกฎหมาย ยอดเงินจำนวนนี้อาจจะสูงกว่าที่เป็นอยู่ก็ได้

ถึงแม้ว่าไม่มีความคืบหน้าของการปฏิรูประบบการเข้าเมืองในประเทศให้แก่บุคคลเข้าเมือง แต่ในทางกลับกันบุคคลเข้าเมืองเหล่านี้กลับเป็นผู้ที่ต้องจ่ายภาษีต่างๆ แม้แต่ในระดับรัฐบาลท้องถิ่นของรัฐ บุคคลเหล่านี้จ่ายภาษีไปมากกว่าจะได้ใช้ระบบบริการสาธารณะต่างๆ ที่รัฐจัดขึ้น

อย่างเช่นในรัฐเท็กซัส หน่วยงานจัดเก็บภาษีของรัฐได้ศึกษาและประมาณเงินรายได้ของรัฐในปี 2006 ว่าบุคคลที่เป็นผู้เดินทางเข้ามาในประเทศสหรัฐนี้ได้สร้างรายได้ให้แก่ตัวรัฐกว่า 1.58 พันล้านเหรียญ ซึ่งเป็นยอดเกินกว่า 1.16 พันล้านเหรียญที่พวกเขาเหล่านั้นได้ใช้สอยกับระบบบริการต่างๆ ภายในรัฐ

ในรัฐโอเรกอน หน่วยงานกลางระบบการจัดทำนโยบายสาธารณะของโอเรกอนได้ประมาณยอดรายได้ของรัฐในปี 2007 ที่บุคคลเหล่านี้เสียภาษีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาษีรายได้ ภาษีอสังหาริมทรัพย์ ระบบโซเชียล และเมดิแคร์เป็นยอดรวมทั้งสิ้น 134 ล้าน - 187 ล้านเหรียญต่อปี ในขณะที่ผู้ที่เป็นนายจ้างในรัฐจ่ายภาษีให้แก่รัฐประมาณ 97 ล้าน - 136 ล้านเหรียญต่อปี

ในรัฐไอโอวา ได้ประมาณยอดเอาไว้คร่าวๆ ที่บุคคลเข้าเมืองที่ไม่มีใบนี้ได้เสียให้แก่รัฐเป็นจำนวนเงิน 40 ล้าน - 62 ล้านเหรียญต่อปี เป็นที่น่าสังเกตว่านอกจากการเสียภาษีทั่วไปแล้ว บุคคลเหล่านี้ได้จ่ายภาษีจากการจับจ่ายใช้สอยสินค้าต่างๆ ซึ่งเป็นจำนวนมหาศาลด้วยเช่นกัน

ในรัฐชิคาโก มหาวิทยาลัยชิคาโกได้ทำการสำรวจในปี 2001 พบว่าบุคคลเหล่านี้ได้ใช้จ่ายเงินเป็นจำนวน 2.81 พันล้านเหรียญ โดยสามารถทำให้ธุรกิจร้านค้า และงานต่างๆ ในระบบเศรษฐกิจดำรงอยู่ได้กว่า 31,908 งาน

บุคคลเข้าเมืองต่างๆ เหล่านี้เป็นตัวหลักสำคัญในการอนุเคราะห์จุนเจือแก่ระบบโซเชียลซีเคียวริตี้ซึ่งมีภาระหนักหน่วงที่ต้องรับผิดชอบต่อบุคคลในช่วงเบบี้บูมเมอร์ที่ใกล้จะเกษียณอายุนี้ ถ้าบุคคลเข้าเมืองเหล่านี้ได้ปรับเปลี่ยนสถานภาพมาเป็นบุคคลที่ถูกกฎหมาย พวกเขาเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะเป็นผู้ที่จ่ายภาษีต่างๆ ให้แก่รัฐแล้ว บุคคลเหล่านี้ยังเป็นผู้ค้ำจุนหรือเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบโซเชียลซีเคียวริตี้และอาจจะเป็นผู้ที่สร้างเงินงบประมาณของประเทศให้มากขึ้นอย่างไม่คาดคิดอีกด้วย

 

*** บทความฉบับนี้ เขียนขึ้นโดยทนายความ เอเดรียน เมดเวย์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการให้ความรู้ความเข้าใจแก่ท่านในด้านอิมมิเกรชั่นเท่านั้น

 

 

 




รัฐแคลิฟอร์เนียให้บริษัทห้างร้าน,เอกชนเคลมทรัพย์สินตกค้างคืน
ที่ห้องอาหารไทยแลนด์ พลาซ่า ฮอลลีวู้ดเมื่อวันที่ 19 มกราคมกงสุลใหญ่จักร บุญ-หลง ขึ้นกล่าวในงานเลี้ยงเป็นเกียรติแก่กอพัฒน์ เจริญบรรพชน มิเชล สตีล กรรมการบอร์ด เขต 3 (Board of Equalization)ของรัฐแคลิฟอร์เนียขึ้นกล่าวสนับสนุนให้ชุมชนไทยเข้าสู่การเมืองสหรัฐ มิเชล สตีล มอบเกียรติบัตรแก่ อเนก พลอยแสงงาม เจ้าของไทยแลนด์ พลาซ่าเอื้อเฟื้อสถานที่และอาหารเลี้ยง จากนั้นได้มอบเกียรติบัตรแก่ สมหมาย ปัทมคันธินประธานสภาหอการค้าไทยในฐานะผู้ประสานจัดงาน แสดงความยินดีกับ กอพัฒน์ เจริญบรรพชน นายกเทศมนตรีเมือง La Palma นักการเมืองไทย-อเมริกันคนแรกที่ขึ้นสู่ตำแหน่งท้องถิ่น เทเรซ่า ไทยภิรมย์สามัคคี(2 จากซ้าย)นายกสมาคมไทยฯได้มอบโล่แก่กอพัฒน์ เพื่อแสดงความยินดีที่ได้รับเลือกเป็นนายกเทศมนตรีเมืองลา พัลมา แสดงความยินดีกับ กอพัฒน์ เจริญบรรพชน นายกเทศมนตรีเมือง La Palma นักการเมืองไทย-อเมริกันคนแรกที่ขึ้นสู่ตำแหน่งท้องถิ่น รัฐแคลิฟอร์เนียเปิดรายชื่อชักชวนให้เคลมทรัพย์สินคืน ทั้งร้านค้าคนไทยคนลาวห้องอาหารรวมถึงการบินไทย รัฐแคลิฟอร์เนียให้บริษัทห้างร้าน,เอกชนเคลมทรัพย์สินตกค้างคืนเผยรายชื่อมีทั้งธนาคารกรุงเทพฯ การบินไทย สมาคมชมรมคนไทย เอกชน บางบริษัทมีกว่าหมื่นดอลลาร์ สมาคมไทยฯพร้อมให้ความสะดวกด้านคำแนะนำ ที่ศูนย์อาหารไทยแลนด์ พลาซ่าเมื่อวันเสาร์ที่ 19 มกราคมสภาหอการค้าไทยฯได้เชิญนักธุรกิจ ผู้นำสมาคมและชมรมตลอดจนสื่อมวลชนไปร่วมงานที่จัดขึ้นเพื่อแสดงความยินดีกับนายกอพัฒน์ เจริญบรรพชน ซึ่งได้รับเลือกเป็นนายกเทศมนตรีเมืองลา พัลมา รวมทั้งเชิญให้ไปรับฟังเกี่ยวกับภาษี ในวันนั้นนายคิด ฉัตรประภาชัย เจ้าหน้าที่สำนักงานภาษีได้เชิญ มิเชล สตีล ซึ่งเป็นบอร์ดของสำนักงานสรรพากร (Board of Equalization)เขต 3 รัฐแคลิฟอร์เนีย ดูแลเรื่องภาษีแก่คนทั่วไปประมาณ 8 ล้านคนในเขตImperial, Orange, Riverside, San Diego, บางส่วนของ Los Angeles และ San Bernardino เคาน์ตี้ ภายหลังจากมีการแนะนำตลอดจนมอบประกาศเกียรติคุณแก่นายเอนก พลอยแสงงาม เจ้าของไทยแลนด์พลาซ่าผู้ให้สถานที่และออกค่าจัดเลี้ยง,นายสมหมาย ปัทมคันธิน ประธานสภาหอการค้า ผู้ประสานงานและนายกอพัฒน์ เจริญบรรพชน เสร็จแล้วก็มีการพูดถึงเรื่องภาษีเซลส์แท็กซ์ จากนั้นนายคิดได้มอบหมายให้กับ นางสาวเทเรซา ไทยภิรมย์สามัคคี นายกสมาคมไทยแห่งแคลิฟอร์เนียภาคใต้ขึ้นมาชี้แจงเรื่องทรัพย์สินต่างๆที่คนไทยในแคลิฟอร์เนียมีอยู่และถูกส่งไปจัดเก็บไว้ที่รัฐบาลแคลิฟอร์เนียและสามารถเคลมกลับคืนได้ เทเรซ่ากล่าวว่า Unclaimed Property นี้เป็นทั้งเงินบัญชีในธนาคาร,เช็ค,เงินจากบริษัทประกันภัย,บริษัทสาธารณูปโภคและอื่นๆซึ่งทางรัฐอาจหาตัวเจ้าของไม่พบเพราะมีการย้ายที่อยู่ไปแล้ว เรื่องนี้นายจอห์น เชียง มนตรีกรมตรวจสอบและควบคุม( State Controller) แห่งรัฐแคลิฟอร์เนียได้เสนอเป็นกฎหมายออกมามีผลบังคับให้สำนักงานสามารถแจ้งรายชื่อไปยังเจ้าของทรัพย์สินเหล่านี้ได้เพื่อให้ทำเรื่องเคลมกลับไป ทรัพย์สินเหล่านี้หากธนาคารหรือบริษัทต่างๆหาตัวเจ้าของไม่พบภายใน 3 ปีจะถูกส่งไปไว้ที่กรม State Controller เทเรซ่ากล่าวว่าอยากให้บริษัทคนไทยทุกคนได้เคลมทรัพย์สินของตนกลับไป โดยสมาคมไทยจะให้ความช่วยเหลือด้านการตรวจหาและการกรอกเอกสารเพื่อส่งไปยังสำนักงานเคลม จากการตรวจสอบเอกสารที่นายคิด ฉัตรประภาชัยได้พิมพ์ออกมาจากเว็บไซท์นั้นโดยพิมพ์คีย์เวิร์ด Thai ก็จะมีบริษัทและห้องอาหารที่ใช้ชื่อว่า Thai ออกมาจำนวนมาก หรือพิมพ์คำว่า Bangkok, Siam ก็จะมีคำดังกล่าวตามมา APN ได้ร่วมในการตรวจสอบซึ่งเจ้าของทรัพย์สินมีมากมายแต่จะยกตัวอย่างบริษัทห้างร้านและบุคคลอันเป็นที่รู้จักบางครอบครัว เพราะเมื่อมีการพิมพ์นามสกุลที่สะกดได้ถูกต้อง หากครอบครัวนั้นมีทรัพย์สินอยู่ก็จะปรากฎให้เห็นหมายเลขเคลม ,ชื่อบุคคล,บริษัทที่จ่าย,ที่อยู่ของเจ้าของทรัพย์สิน เป็นต้น ตัวอย่างมีดังนี้ Owner's Name: SIAM DEVELOPEMENT COMPANY Amount: $1,778.00 Type of Property: Refunds, Reported By: HARTFORD FIRE INSURANCE COMPANY Reported Address: 1024 Westminster Ave., Alhambra, CA และOwner's Name: SIAM DEVELOPMENT COMPANY Amount: $12,775.70 , Type of Property:Checking account/demand deposit Reported By:BANK OF AMERICA - CALIFORNIA-S ,Reported Address: 1024 Westminster Ave., Alhambra, CA นอกจากนี้ยังมีOwner's Name: BANGKOK BANK PUBLIC COMPANY Amount:$383.30 Type of Property: Dividends , Reported By: State Compensation Insurance Fund ที่อยู่ 801 S FIGUEROA ST 1600 , LOS ANGELES,CA. Owner's Name: THAI AIRWAYS INTL LT Amount: $180.18 Type of Property:Vendor payments, Reported By: CARLSON COMPANIES, INC Reported Address: 222 SEPULVEDA BLVD. 1950 , EL SEGUNDO, CA. อีกรายการหนึ่ง Owner's Name: THAI AIRWAYS INTL LTD Amount: $1,304.79 Type of Property: Refunds, Reported By:MCGRAW-HILL COMPANIES INC THE ที่อยู่ของการบินไทยเดียวกัน สำหรับห้างร้านอาหารอาทิเช่น BANGKOK 101 REST จำนวน $779.00 ซึ่งบริษัทประกันภัยชื่อ National American Insurance Co of California เป็นผู้แจ้ง ร้านนี้อยู่ที่ 250 Entrada Dr.,Novato , CA. ร้าน BANGKOK BAY $831.18 เป็น Credit balances รายงานโดย AICCO INC. ร้านนี้อยู่ 731 S. Highway 101, Ste 1-B1, Solona Beach , CA 92075 THAI B B Q INC จำนวน $740.00 แจ้งโดย Allstate Insurance Co. ร้านนี้ตั้งอยู่เลขที่ 4055 W. 3rd St., แอล.เอ.และอีกชื่อหนึ่งคือTHAI BARBEQUE & RESTAURANT จำนวน $2,361.06 รายงานโดย State Compensation Insurance Fund ที่อยู่ของไทยบาร์บีคิวอยู่ที่เดียวกับข้างต้น ห้องอาหาร Thai On Van Nuys ในนาม พัทยา ศรีเพชร จำนวน $303.94 เป็นค่าคอมมิชชั่น รายงานโดยแปซิฟิกเบล อยู่เมือง VAN NUYS, CA. ห้องอาหาร THAI PARADISE จำนวน 400 ดอลลาร์ เป็น Refunds รายงานโดย Southern California Gas Co. บุคคลนี้อยู่เมือง MONROVIA CA 91016- 3204 พร้อมกันนี้มีบริษัท THAILAND PRODUCTS $743.50 เป็นDrafts รายงานโดยบริษัท American Express Co.ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ 607 S.Hill St., Plaza 7 , L.A., CA. บริษัท THAILAND TRAVEL & TOUR จำนวน $4,186.05 เป็น Drafts รายงานโดย American Express Co.ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ 4222 Santa Monica Blvd., L.A., CA. บริษัท SIAM CONTINENTAL INC. $708.22 เป็น Savings accounts/credit union รายงานโดย Bank of America เลขที่ของบริษัทอยู่ที่ 1519 E.La Palma , Anaheim, CA. ร้าน SANAM LUANG CAFE RESEDA ; SIAM FOODS CORP จำนวน $296.37 เป็น Checking account/demand deposit รายงานโดย Bank of America NT& SA Branch 2140 Hollywood-Western ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ 7255 Reseda Blvd., Reseda, CA บริษัท FINE INTERTRADE, THE ; SIAM INDUSTRIAL GROUP INC จำนวน $3,856.64 เป็น Checking account/demand deposit รายงานโดยธนาคารอเมริกา สาขา 0402 Paramount Branch บริษัทอยู่ที่ 17024 S .Broadway , Gardena, CA ร้าน SIAM RESTAURANT จำนวน $750.00 เป็น Savings accounts/credit union รายงานโดยธนาคารอเมริกา เลขที่ร้านอยู่ที่ 704 S. Long Beach Blvd., CA สำหรับสมาคมก็มีสภาหอการค้าไทย THAI CHAMBER OF COMMERCE IN US จำนวน $110.54 เป็นSavings accounts/credit union และอีกบัญชีหนึ่งเป็นบัญชีเช็ค $28.96 รายงานโดยธนาคารอเมริกา สภาหอการค้านไทยฯขณะนั้นตั้งอยู่เลขที่ 3356 W. First St., L.A., CA THAI STUDENT ASSOCIATION จำนวน $242.19 ประเภท Checking account/demand deposit รายงานโดย Wells Fargo Bank,N.A. ที่อยู่ของสมาคมนี้ 1019 Bilton Way, San Gabriel,CA 91776-2905 , THAI STUDENT ASSOCIATION AT UC $70.72 เป็นChecking account/demand deposit รายงานโดยธนาคารแห่งอเมริกา สาขา 0703- Davis Branch ที่อยู่ใช้ UC DAVIS , DAVIS, CA. นอกนี้ยังมี THAI STUDENTS ASSOC CSULA $308.53 ประเภท Savings accounts/credit union รายงานโดยธนาคารแห่งอเมริกา ที่อยู่ของสมาคมนี้อยู่ที่ 5151 University , Los Angeles, CA. ทางด้านส่วนบุคคลเอกชนมีครอบครัว”ธัญญพันธุ์” ประกอบด้วยนายสมยศ ธัญญพันธุ์ จำนวน $222.52 เป็นSavings accounts/credit union โดยธนาคาร Security Pacific National Bank (ปิดไปนานแล้ว) น.ส.ทัสดาว ธัญญพันธุ์ จำนวน $92.43 ประเภทPension/retirement fund รายงานโดย Union Bank of California และนางทัศนีย์ ธัญญพันธุ์ $65.13 เป็น Savings accounts/credit union จาก Allied Healthcare Federal Credit Union นายเสวี เรืองตระกูล จำนวน $93.58 ประเภท Matured/Terminated Policy โดยบริษัท Primerica Life Insurance , นายเสถียร นันทวิจารณ์ (ปัจจุบันบวชอยู่วัดพุทธิชิโนฮิลส์) เป็นเงินค่าคอมมิชชั่นจาก Pacific Bell 2 รายการจำนวน $41.87 และ $80.25 นายปฐมพงษ์ สิงหะ $41.46 ประเภท Insurance premiums รายงานโดย Allstate Insurance Co. นายสมชาย สิงหพัฒน์พงษ์ $67.40 เป็น Refunds โดย Midland National Life Insurance นายพูนผล คูภิรมย์และแซนดี้ กระจ่างศรี จำนวน $77.25 เป็น Savings accounts/credit union รายงานโดยธนาคารแห่งอเมริกา จากการตรวจสอบครอบครัว”บูรณะสมบัติ” อดีตเจ้าของห้องอาหารเทพรส ในฮอลลีวู้ดพบดังนี้ นางศรีประภา บูรณะสมบัติ จำนวน $906.67 เป็นCourt settlements รายงานโดย Standard Fire Insurance Co. และอีก $259.65 เช่นเดียวกันโดยใช้ที่อยู่ที่ 16631 San Jose St., Granada Hills ,CA. นายเชาวน์ บูรณะสมบัติ $190.00 เป็น Interest checks จาก OMNI Bank อีกบัญชีหนึ่งใช้ชื่อว่า BURANASOMBATI, C จำนวน $32.07 จาก Pacific Bell นางกัณหา บูรณะสมบัติ จำนวน $215.57 เป็น Savings accounts/credit union รายงานโดย Glendale Federal Saving and Loan Association นันทนา สิงห์วังชา $400.00 เป็น Insurance premiums รายงานโดย Mercury Casualty Co. อยู่ฮอลลีวู้ด, ภาลิณี คงจันทร์ศิริ(KONGCHANSIRI PALINEE)อยู่ Daly City จำนวน $490.43 จากบริษัทอเมริกัน เอ็กซ์เพรสและ $949.93 จาก Credit balances โดย Citibank(South Dakota) แสนสนั่น สิงหโกวิน $500.00 เป็น Credit balances รายงานโดยธนาคารแห่งอเมริกา บุคคลนี้ใช้ที่อยู่ในซาน เบอร์นาดิโน ทางด้านชาวลาวก็เช่นกันใช้นามสกุลว่า “สิงหรัฐ” (Singharath) ส่วนใหญ่จะอยู่ทางแคลิฟอร์เนียภาคเหนือประกอบด้วยชื่อต่างๆดังนี้ เวียง,บุนสี,บุนทวี,คำ,คำไส,นา,เพ็งสะหวัน,แสงจันทร์,สีพัน เป็นต้น สำนักงาน State Controller ได้เริ่มส่งจดหมายออกไปยังเจ้าของทรัพย์สินที่ยังไม่ได้เคลมตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2008 เป็นต้นไป โดยจะใช้ที่อยู่เดิมที่ปรากฎในบัญชีนั้นๆ แต่ผู้อ่านไม่จำเป็นต้องรอเพราะอาจย้ายที่อยู่จึงขอแนะนำให้ใช้เว็บไซท์ www.sco.ca.gov ค้นหาด้วยตัวเองตามขั้นตอนที่แจ้งไว้ด้านล่างนี้ ขั้นตอนการตรวจสอบและเงื่อนไขการเคลม จากการรวบรวมของ APN วิธีการตรวจสอบให้เข้าไปเว็บไซท์ของ the State Controller’s Office ที่ www.sco.ca.gov จากนั้นคลิกเข้าไปที่ Search for Unclaimed Property จะเห็นคำว่าIndividual Search ให้ใส่นามสกุลสะกดอย่างถูกต้องเข้าไปแล้วคลิก หรือหากจะใส่ชื่อบริษัทธุรกิจก็กดเข้าไปที่ Business Search นอกจากนี้ยังหาได้จากหมายเลข Property ID Search หากรู้ว่ามีหมายเลขใด เมื่อพิมพ์คีย์เวิร์ดเช่นคำว่า Thai เสร็จแล้วก็คลิกเข้าไปจะปรากฎรายชื่อออกมาจำนวนมาก จากนั้นให้คลิกเข้าไปที่ด้านขวาสุดอันเป็นหมายเลขเคลม ซึ่งแต่ละคนจะต้องมี จะเห็นรายละเอียดว่าทรัพย์สินที่ตกค้างของบุคคลหรือบริษัทเหล่านั้นมาจากที่ใดเช่นบริษัทเครดิต คาร์ด,บริษัทอินชัวรันซ์,ธนาคาร,บริษัทสาธารณูปโภค ฯลฯเป็นจำนวนเท่าใด จะต้องกรอกแบบฟอร์มเพื่อเคลมโดยกรอกรายละเอียดเสร็จจากนั้นก็สั่งพิมพ์ออกจากเครื่อง Printer เพราะจะต้องนำมาแนบกับหลักฐานอื่นๆก่อนที่จะส่งไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้อง โดยจะมีการบอกขั้นตอนการเคลม(instructions)ไว้ด้วย สำหรับหลักฐานการเคลมโดยทั่วไปแล้วจะต้อง 1.ถ่ายเอกสารบัตรประจำตัวหรือใบขับขี่ที่มีรูปภาพในแต่ละหมายเลขที่ต้องเคลม 2.ถ่ายบัตรโซเชี่ยล เซเคียวริตี้ หรือ TIN( tax identification number)แต่ละรายการเคลม 3.ใส่ที่อยู่ปัจจุบันหากแตกต่างไปจากที่อยู่เดิมที่ปรากฎในรายการเคลม 4.อาจมีหลักฐานบางประการแนบไปด้วยเช่นสมุดบัญชีธนาคาร,แคชเชียร์เช็คหรือใบหุ้น เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับแล้วจะตรวจสอบ เพื่อพิสูจน์ว่าเป็นเจ้าของทรัพย์สินนั้นจริง หากหลักฐานพบว่าท่านไม่ใช่เจ้าของ เจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับมาและคืนหลักฐานมาให้รวมทั้งจดหมายระบุเหตุผลว่าทำไม เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารการเคลมจากเราแล้วท่านจะได้รับจดหมายตอบเรียกว่าa "claim receipt letter" เพื่อแจ้งวันที่สำนักงานได้รับกลับมาตามที่อยู่ของเรา ระยะเวลาการเคลมไม่สิ้นสุดจนกว่าบุคคลผู้นั้นหรือทายาทจะมาเคลมทรัพย์สินกลับคืนไป การเคลมจะไม่เสียค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการใดๆหากส่งตรงถึง the State Controller's Office ยกเว้นบุคคลผู้นั้นจะไปแจ้งผ่านบริษัทหรือฝ่ายสืบเพื่อช่วยสืบหาให้ อาจจะถูกเรียกเก็บค่าป่วยการ แต่ก็จะไม่เกิน 10 % ของมูลค่าทรัพย์สินนั้นๆเพราะการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมอยู่ภายใต้ข้อบังคับของกฎหมายมาตรา Section 1582 of California's Unclaimed Property Law อย่างไรก็ตามการเคลมเงินอาจใช้ระยะเวลา 30-60 วัน แต่หากเคลมเรื่องหุ้นส่วนหรือด้านบริษัทอาจใช้เวลานานขึ้นเพราะจะต้องทบทวนเอกสารการรวมบริษัท,การเข้าเทคโอเวอร์,เงินปันผลและอื่นๆซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาระหว่าง 90-180 วัน สำหรับผู้ที่เปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล หากไม่ตรงกับชื่อและนามสกุลเดิมของตนจะต้องถ่ายเอกสารแล้วแนบเป็นหลักฐานการเปลี่ยนชื่อและนามสกุลไปด้วยอาทิเช่นใบทะเบียนสมรส,เอกสารจากศาลว่าได้เปลี่ยนชื่อนามสกุล,เอกสารการแปลงสัญชาติเป็นพลเมืองอเมริกัน,ใบขับขี่,พาสปอร์ต เป็นต้น จากนั้นให้รวบรวมเอกสารทั้งหมดส่งไปยัง Unclaimed Property Division P.O. Box 942850


ต้องการผู้ร่วมทุน Thai Ocean Shores Restaurant, WA

ด่วน!! ตั้งอยู่เมือง Ocean Shores, Washington, USA

มี 80 ที่นั่ง ร้านสวยตกแต่งใหม่ กว้างขวาง โอ่อ่ามีระดับ ยอดขายดี ค่าเช่า 1700/Month ทำเลดี เป็นร้านไทยร้านเดียวในเมืองนี้ อยู่ไกล้ทะเล และ Shopping Mall (เดินประมาณ 5 นาทีเท่านั้น)  มีที่จอดรถมากมาย ตัวร้านตั้งอยู่ริมถนนสายหลักของ Ocean Shores City และอยู่ตรงข้ามกับโรงแรม Holiday Inn และรายล้อมด้วยโรงแรมต่างๆ อีกมากมาย

เป็นสถานที่ท่องเที่ยว มีคนมาเที่ยวมากมาย ตลอดปี โดยเฉพาะช่วง Summer จะมีคนมาพักผ่อน โดยพักอยู่หลายสัปดาห์เลยทีเดียว โดยมากเป็นฝรั่ง และมีฐานะดี เพราะรีไทร์แล้วก็มาก ก็ใช้แต่เงิน พักผ่อน และ หาของอร่อยๆ ทานไปวันๆ ก็มาก เพราะมีแต่บ้านเศรษฐีรายล้อม พร้อมด้วย โรงแรมใหญ่ และ Apartment ต้องการผู้ร่วมทุน $25,000 โดยให้ถือหุ้น 49% หรือ $35,000 (70%)  (อ่านต่อ คลิ๊ก "Next")

 

ขายร้านอาหารไทย ที่ Pittsburg,Kansas ร้าน 50 ที่นั่ง และ ที่ Blue Spring ,Missouri 100 ที่นั้ง

ขายร้านอาหารไทย ที่ Blue Springs,Missouri ร้าน 100 ที่นั่ง ราคา 130,000.00 ร้านสวย ยอดขายดี Full Bar ค่าเช่า 4800/Month ทำเลดีมากเป็นร้านไทยร้านเดียวในเมืองนี้ อยู่ไกล้ High Way 70 E ออกจาก High Way ผ่านหนึ่งไฟแดงเจอร้านเลย เป็นถิ่นคนมีเงินตึกใหม่แอร์ใหม่ ที่จอดรถแยะ พร้อมดำเนินกิจการได้ทันที ราคาต่อลองได้ติดต่อมาได้ครับ สอบถามรายละเอียดดู 720-4270130,620-2329900 คุณโด่ง ruk_dong@hotmail.com (more detail click "Next")

w260แบล็คฟรายเดย์

ลูกค้าเข้าแถวรอจ่ายเงินยาวเหยียดที่ทาร์เก็ต สาขาเมืองออโรร่า โคโลราโด้ อันเป็นภาพที่เห็นได้ตามร้านค้าทั่วประเทศในวันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน ซึ่งถือว่าเป็นวันแรกของเทศกาลจับจ่ายของขวัญ ร้านค้าใหญ่ๆ มักจะเปิดประตูตั้งแต่เที่ยงคืน และมีการลดราคาแบบ “กระหน่ำ” โดยข่าวระบุว่าทุกๆ ปี จะมีชาวคานาดาข้ามเข้ามายังอเมริกาเพื่อร่วมช็อปปิ้งกันเป็นจำนวนมาก จนเจ้าหน้าที่ด่านตรวจของคานาดาไม่สามารถทำงานได้ทัน แม้จะมีการเตรียมเจ้าหน้าที่เสริมสำหรับวันที่เรียกกันว่า “แบล็คฟรายเดย์ บาร์เกนส์” เอาไว้แล้วก็ตาม (เอพี)




ขายร้านอาหารไทย ที่ Pittsburg,Kansas ร้าน 50 ที่นั่ง และ ที่ Blue Spring ,Missouri 100 ที่นั้ง

1. ขายร้านอาหารไทย ที่ Pittsburg,Kansas ร้าน 50 ที่นั่ง ราคา 38,000.00 ร้านสวยตกแต่งใหม่ ปูพรมใหม่ ยอดขายดี ค่าเช่า 1100/Month ทำเลดี เป็นร้านไทยร้านเดียวในเมืองนี้ อยู่ไกล้ มหาวิทยาลัย Pittsburg State University พร้อมดำเนินกิจการได้ทันที ราคาต่อลองได้ติดต่อมาได้ครับ สอบถามรายละเอียดดู 720-4270130,620-2329900 คุณโด่ง ruk_dong@hotmail.com

2.ขายร้านอาหารไทย ที่ Blue Springs,Missouri ร้าน 100 ที่นั่ง ราคา 130,000.00 ร้านสวย ยอดขายดี Full Bar ค่าเช่า 4800/Month ทำเลดีมากเป็นร้านไทยร้านเดียวในเมืองนี้ อยู่ไกล้ High Way 70 E ออกจาก High Way ผ่านหนึ่งไฟแดงเจอร้านเลย เป็นถิ่นคนมีเงินตึกใหม่แอร์ใหม่ ที่จอดรถแยะ พร้อมดำเนินกิจการได้ทันที ราคาต่อลองได้ติดต่อมาได้ครับ สอบถามรายละเอียดดู 720-4270130,620-2329900 คุณโด่ง ruk_dong@hotmail.com (more detail click "Next")


ความยุติธรรมทางสังคม

เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2008 มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เชิญนางชัญชนิฐ มาร์เทอเรลล์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมชาวไทย ไปกล่าวคำปราศรัยอันสำคัญในเรื่องความยุติธรรมทางสังคม ซึ่งเป็นงานประชุม Annual Listen to the Silence Asian American Issues Conference ครั้งที่ 12

หัวข้อในปีนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับ ความยุติธรรม ความเป็นเอกภาพและการกระทำ ซึ่งเป็นที่คาดหวังว่าหลังการประชุมแล้วจะเพิ่มความสามัคคีให้แก่กลุ่มชนชาวอเมริกันเชื้อสายเอเซียมากขึ้น ในขณะที่คนเอเซียยังคงต่อสู้เพื่อความยุติธรรมทางสังคมอยู่

ทุกปีการประชุมนี้สามารถดึงดูดนักเรียนไฮสกูลท้องถิ่น นักศึกษามหาวิทยาลัยจากทั่วประเทศและนักกิจกรรมจากชุมชนทั่วแคลิฟอร์เนียหลายร้อยคนเข้าร่วมรับฟัง

เมื่อได้รับคำเชิญครั้งแรก นางชัญชนิฐรู้สึกแปลกใจที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้กล่าวปราศรัยในสถาบันที่มีชื่อเสียงและตอบรับคำเชิญด้วยความรู้สึกปลาบปลื้มและเป็นเกียรติยิ่ง

 นางชัญชนิฐกล่าวว่า “ดิฉันหวังว่าคำพูดของดิฉันในวันนี้จะเป็นแรงกระตุ้นที่สำคัญในการส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในชุมชนของเราและ สร้างความเสมอภาคและความยุติธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ถูกเอาเปรียบได้ง่ายในชุมชนของเรา” หัวข้อที่เธอพูดคือใครจะเป็นผู้จ่ายค่าความยุติธรรม (เพราะว่าความยุติธรรมไม่มีฟรี) หรือWho Will Pay the Price of Justice? Because Justice Ain’t Free

ดูเหมือนว่าตารางการทำงานของแชนซี่ยาวเหยียดอาทิเช่นวันที่ 25 เข้าร่วม Town Hall Meeting ก่อนจะไปพูดที่สแตนฟอร์ดและวันที่ 27 มกราคมก็เข้าร่วมประชุมงานไทยนิวเบียร์ เดย์ สงกรานต์เฟสติวัล.....อ่านต่อ


ขายหุ้นกิจการ -Everett, North Seattle, Washington $42,000 รับรองโดยอจ. Jorn T.

เป็นร้านอาหาร & Apartment 4.5 stars rated ร้านเดียวในเมือง Everett, รัฐ Washington, USA  (The best tasty of Thai food in North Seattle area), locate in Down town of Everett city, Washington State (Reference : www.Yelp.com)

ห่างสนามบิน Seattle, (SEA-TAC), Washington State, USA ประมาณ 20 mins.

ขนาด 40 ที่นั่ง ทำเลดี ลูกค้าเป็นฝรั่งชอบอาหารไทยมาก เป็นลูกค้าประจำส่วนใหญ่

ยอดขาย + Renting income วันละ US$450 - US$650 (เฉลี่ยวันละ $500) ในช่วงปกติของทุกฤดูกาล และ $650 - $900 /day ในช่วงเทศกาล

เจ้าของมีกิจการหลายแห่ง เลยต้องการขาย หรือหุ้นส่วนมาช่วยดำเนินกิจการ

ถือหุ้น 50% ขึ้นไป สามารถขอวีซ่านักธุระกิจได้ ต่อทุก 2 ปี

รับรองความเชื่อถือโดยอาจารย์ Jorn T. RV

For more info, please call K.Korn : 1.484.485.7875

ร้านอาหารไทย Full Licensed อยู่DownTown Everett, WA

1.ค่าเช่าถูก 1,575/ด + 3N, Lease 5 + 5ปี

2.ร้านสวย 35ที่นั่ ง มีOutdoor-seats 3 โต๊ะ +2 Rest Rooms

3.Locationดีใกล้รพ.รร.Resident area,เห็นทะเล

4.ที่จอดรถมากมาย สะดวก หน้าร้านก็จอดได้ตลอด

5.อุปกรณ์ครบWokx1,Burnx4,Freezerx2,Frigex2,PrepCoolerx1,Sinkx5

6.ลูกค้าประจำเยอะ เพราะมีลูกค้าToGo/Delivery & ลูกค้าOnline (Eat24 & BeyondMenu)มาก

7.ภายในร้านสวย สะอาด

8.มีStorage 1unitอยู่ด้านนอกอาคาร

9.เครื่องรูด,เครื่องเสียง,Internet,โทรศัพท์ และ computerพร้อม (โทรไทยฟรี)

มีoptions ธุรกิจห้องเช่า 6ห้อง(อยู่ชั้นบน/รับค่าเช่า$450ต่อห้อง,ปัจจุบันเต็มทุกห้อง

** ค่าเช่าทั้งหลัง $3,500 +3N (ร้านและ6ห้องด้านบน)

Option;

1.Business Sales (จาย100% $20,000) ต่อรองได้หลังมาดูสถานที่จริง

2.Finance $25,000 (จ่ายDown 65% =$16,250) + ผ่อนรายเดือนไม่มีดอก

3.เป็นหุ้นส่วนอย่างต่ำ 50% $10,000 และเข้าทำงานโดยได้ค่าแรง + ผลประโยชน์ร่วมได้ทันที

****Options 1,2 พร้อมโอนกิจการเมื่อชำระ และรับรายได้ทันที

เจ้าของจำเป็นต้องขายด่วนเพราะดูแลกิจการหลายอย่าง หรือสนใจจะเป็น Partnerก็รับพิจารณา

แต่ต้องทำครัวหรือเสริฟได้ด้วย โดยจะได้ค่าแรง/ผลประโยชน์ต่างหาก

@ รับติดต่อเฉพาะผู้สนใจจริงเท่าน้ัน (Serious Buyer Only Plz)

โทรฝากข้อความชื่อและเบอร์โทรกลับได้ที่ 484.485.7875

(อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม จุดคุ้มทุน Break Event Point, รายได้ประชากร Click "Next")

 

               =================================

 

1,800ft² - Onsale now, Turn key
Thai Restaurant (Everett, Washington)

Turn key well-known Thai Restaurant forsale $42,000.00 price to sell
Annual Gross Income approximately $180,000 - $220,000
more rooms to growth with delivery and surrounding area, close to Hospital, City Hall, College, High School and Residential Area... 
Seating area for up to 45 people.
full liquor license ready 
Very nice kitchen with cooler and freezer, 1 head wok & 4 pans, deep-fryer, Sandwich Prep cooler, etc...
Rent with triple net $1,9xx.xx
if you like to get more information please contact email below...
serious inquiry only contact   Jorn@thaibusinesscenter.net or call (+1) 484.485.7875

 

 

** โน่นนิดนี่หน่อย **

 

เท็กซัสเลิก“มื้อสุดท้าย”นักโทษประหาร

รัฐเท็กซัสประกาศยกเลิกสิทธิพิเศษ “อาหารมื้อสุดท้าย” ตามคำขอของนักโทษประหารชีวิต หลังวุฒิสมาชิกไม่พอใจที่เห็นอาหารที่นักโทษประหารรายหนึ่งสั่งอาหารมากเกินไป

ลอเรนส์ บริวเวอร์ อายุ 44 ปี ผู้ต้องโทษประหารด้วยข้อหาฆาตกรรมและเรียกตัวเองว่าเป็นไวท์ ซุเพรเมซี (ผู้คิดว่าผิวขาวสูงสุด) ได้สั่งอาหารมื้อสุดท้ายก่อนการประหารเป็น สเต็คไก่ทอดราดน้ำเกรวี่ 2 ที่ เบคอนชีสเบอร์เกอร์หนา 3 ชั้น 1 ที่ ออมเลทชีส เนื้อบด มะเขือเทศ หอม พริกเบลและพริกฮาลาเพนโน่ 1 ที่ ผักกระเจี๊ยบทอดและซอสมะเขือเทศ 1 ชาม บาร์บีคิว 1 ปอนด์พร้อมขนมปังครึ่งแถว แป้ง fajitas 3 แผ่น พิซซ่าหน้าเนื้อ 1 ถาด ไอศครีม 1 ถัง ฟัดจ์เนยถั่วโรยถั่วลิสงบด 1 ก้อน และรู้ดเบียร์ 3 แก้ว

บริวเวอร์ ถูกตัดสินประหารด้วยการฉีดสารเคมี ตั้งแต่ปี 1998 จากการฆ่า เจมส์ บรายด์ จูเนียร์ ด้วยการผูกกับ ยานพาหนะ แล้วลากไปกับพื้นถนนจนเสียชีวิต (dragging death) ในเมือง Jasper รัฐเท็กซัส คดีดังกล่าวเป็นที่สนใจไปทั่วโลกและทำให้เกิดกฎหมายอาชญากรรมจากความชัง (Hate-crimes) ขึ้นเป็นครั้งแรกในรัฐเท็กซัส

อาหารทั้งหมดดังกล่าว ถูกจัดเตรียมในครัวของเรือนจำ Huntsville ที่ที่บริวเวอร์ถูกประหารชีวิตเมื่อวันพุธที่ 21 กันยายน 2011 แต่ อาหารทั้งหมดนี้ ไม่ถูกกินแม้แต่คำเดียว

วุฒิสมาชิกจอห์น วิธมายอ์ พรรคเดโมแครทเมืองฮุสตัน แสดงความไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง หลังได้รับข้อมูลทั้งหมด หลังจากวันประหารหนึ่งวัน เขาได้ส่งจดหมายฉบับหนึ่งไปถึง แบรด ลิฟวิงตัน ผู้อำนวยการเรือนจำรัฐเท็กซัส เรียกร้องให้ยกเลิกสิทธิพิเศษอาหารมื้อสุดท้ายตามคำขอของนักโทษประหารชีวิต

วิธมายอ์ให้สัมภาษณ์แก่แอลเอไทมส์ว่า “เขา (บริวเวอร์) เป็นคนร้าย ซึ่งผมไม่คิดว่ารัฐเท็กซัส ควรจะให้สิทธิพิเศษใดๆ”

วิธมายอ์ เป็นผู้ที่คัดค้าน “เมนูประหาร” ของรัฐเท็กซัสนี้มาเป็นเวลานานแล้ว เมื่อเหตุครั้งนี้เกิดขึ้น ที่นักโทษบริวเวอร์ไม่กินอาหารที่สั่ง เป็นสิ่งที่ให้เห็นว่า นักโทษประหาร “โกงระบบ” โดยการ ”สั่งอาหารขนาดครอบครัว 4 คนกินได้ทั้งสัปดาห์”

“สิ่งที่ผมเสียใจมีเพียงอย่างเดียวคือ ผมน่าจะยื่นเรื่องให้เร็วกว่านี้” วิธมายอ์กล่าว “พูดตรง ๆ ผมคิดว่าเรื่องนี้ควรต้องมีการลงโทษเจ้าหน้าที่ด้วย ทำไม ไม่มีใครคิดว่ามันมากเกินไป?”

ลิฟวิงตัน ในฐานะผู้อำนวยการเรือนจำรัฐเท็กซัส ตอบกลับจดหมายของวิธมายอ์อย่างเป็นทางการภายในวันเดียวกันว่า เห็นด้วยที่จะยกเลิกการปฏิบัติของเรือนจำในเรื่องนี้

 การให้อาหารตามคำขอของรัฐเท็กซัสนี้ มีมาตั้งแต่การประหารชีวิตครั้งแรกในรัฐตั้งแต่ปี 1924 ซึ่งเป็นการประหารด้วยเก้าอี้ไฟฟ้า

วิธมายอ์ ผู้คัดค้านการให้มื้อสุดท้าย เคยถูกนักโทษประหารชีวิต ใช้โทรศัพท์มือถือที่ลักลอบนำเข้าไปในเรือนจำ โทรด่าเมื่อปี 2008 และได้รับอีเมล์ เขียนมาขอให้เขามีความเห็นอกเห็นใจนักโทษด้วย แต่ทั้งหมด ไม่ทำให้เขาล้มเลิกความตั้งใจ

“เขาไม่เห็นให้ความเห็นอกเห็นใจแก่เหยื่อของเขาบ้าง เหยื่อของเขาไม่เห็นได้อาหารมื้อสุดท้ายบ้างเลย” วิธมายอ์ พาดพิงถึงบริวเวอร์ ยิ่งแสดงให้เห็นว่าไม่มีทางที่วิธมายอ์จะเปลี่ยนความคิด

แคเธอรีน เคส รักษาการผู้อำนวยการบริหารองค์กรทนายจำเลยแห่งเท็กซัส (Texas Defenders) องค์กรการกุศลที่ให้ความช่วยเหลือทนายความผู้ว่าความให้แก่นักโทษประหารชีวิตกล่าวว่า การตัดสินใจของรัฐเท็กซัสครั้งนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐขาด “ความเอื้ออาทรต่อผู้รับโทษ”

ด้านงบค่าใช้จ่าย มิชเชล ไลออนส์ โฆษกหญิง กระทรวงยุติธรรมแห่งมลรัฐเท็กซัส ให้ข้อมูลว่า ไม่ได้มีการบันทึกเรื่องค่าใช้จ่ายในมื้อสุดท้าย เนื่องจากอาหารจะถูกปรุงขึ้นจากวัตถุดิบซึ่งจัดซื้อไว้อยู่แล้วในเรือนจำ 

เมนูที่นักโทษประหารขอมากทีสุดคือ แฮมเบอร์เกอร์  ทั้งนี้ กุ๊กของเรือนจำ มีแนวโน้มที่จะทำให้ตามคำขอของผู้จะถูกประหาร หากไม่ได้ตามปริมาณ ก็ให้แทนด้วยคุณภาพ ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีของบริวเวอร์ เขาขอเนื้อบาร์บีคิว 1 ปอนด์ แต่เขาได้รับน้อยกว่านั้น และมีนโยบายว่าอาหารที่ไม่สมเหตุสมผลจะไม่ถูกทำให้  

“มันจะต้องเป็นอาหารที่เรามีส่วนประกอบอยู่ในมืออยู่แล้ว ดังนั้น นักโทษจะรู้ว่า หากเขาสั่งทีโบนสเต็ค สั่งปู หรือสั่งบิ๊กแมค เขาจะไม่ได้ตามที่ขอ เพราะเราทำให้ไม่ได้”

นักโทษประหารดูเวน บั๊ค ได้ไก่ทอด สลัด เฟรนฟรายด์ ปลาทอด พริกฮาลาเพนโน่และแอ๊ปเปิ้ลเป็นมื้อสุดท้าย แต่ท้ายสุด เขาได้รับลดหย่อนโทษโดยศาลสูงแห่งสหรัฐ

ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า จะมีรัฐอื่นที่ยกเลิกมื้อสุดท้ายตามรัฐเท็กซัสหรือไม่

ในวันเดียวกัน การประหารชีวิตนักโทษทรอย เดวิส ในรัฐจอร์เจียก็เป็นที่สนใจกันทั่วโลกเนื่องจาก เดวิส ยืนยันตลอดเวลาว่าตนเป็นผู้บริสุทธิ์

เดวิส ผู้ถูกประหารตอนอายุ 42 ปี ปฏิเสธที่จะสั่งอาหารมื้อสุดท้ายของเขา แต่ก็ได้รับอาหารที่เรือนจำจัดให้ เป็นกริลชีสเบอร์เกอร์ มันเทศอบ ถั่วอบ โควสลอร์ คุ๊กกี๊ และน้ำองุ่น

อย่างไรก็ตาม นักข่าวผู้เป็นพยานการประหารของเดวิส บันทึกว่า เขายังไม่ยอมรับประทานอาหารนั้น พร้อมยืนยันหนักแน่นว่า “นี่ จะไม่เป็นอาหารมื้อสุดท้ายของผม!”

บางรัฐ เช่น รัฐฟลอริดา กำหนดค่าอาหารมื้อสุดท้ายไว้ไม่เกิน $40 และต้องเป็นอาหารที่มีในเขตนั้น ในขณะที่รัฐเวอร์จิเนีย กำหนดมื้อสุดท้ายต้องอยู่ภายในตารางรายการอาหาร 28 วันของเรือนจำ

บางรัฐไม่เปิดเผยข้อมูลนี้ต่อสาธารณะ หรืออนุญาตให้นักโทษกำหนดว่าจะให้สื่อ ได้รู้อาหารมื้อสุดท้ายของตนหรือไม่ จอห์น อัลเลน มูฮัมหมัด นักโทษเจ้าของฉายา "Beltway sniper" ขอต่อเจ้าหน้าที่ไม่ให้เปิดเผยข้อมูลอาหารมื้อสุดท้ายก่อนถูกประหารในปี 2009

สำหรับรัฐเท็กซัส มีการบันทึกมื้อสุดท้ายของนักโทษประหารแต่ละรายและขึ้นไว้ในเวบไซท์ชื่อ death row แต่ก็ได้ถอดออกไปเมื่อเริ่มได้รับคำร้องเรียนตั้งแต่ปี 2003

ในอินเตอร์เนต มีบล็อกจำนวนมากที่บันทึกเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับคดีประหารและมื้อสุดท้ายของผู้ถูกประหารแต่ละคน เช่น บล็อกชื่อ Famous Last Meals และ Dead Man Eating.

 กรณีที่น่าสนใจ เช่น พีแคนพาย ของ ริคกี้ เรย์ เรคเตอร์ นักโทษวิกลจริตจากอาร์คันซอ ที่ เขาพูดว่าจะเก็บพายนี้ไว้กิน”ทีหลัง” หรือไอศครีมมินท์ช็อคโกแลตชิปของ ทีโมธี แมคเว หรือมื้อสุดท้ายที่เป็นเพียงกาแฟหนึ่งถ้วยของฆาตกรต่อเนื่อง ไอลีน โวโนส์

 




The best Thai Restaurant in Langley, BC

The best Thai Restaurant in Lower mainland, British Columbia, Canada

Located at Brookwood Plaza, #118-4061  The corner of 200th Hiway Street @ 41th Avenue, Langley, BC, Canada

Phone & Fax : 604.534.2200

Mon to Sat : 11:30am - 9:30 pm

      Sunday : 4:30pm - 9:30pm

ToGo menu is available at ;

www.ruanthairestaurant.com

Free Delivery !! with min. $20 order, within 5 kms (After 5pm only)

หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุกรกิจ
หนังสือพิมพ์แนวหน้า
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์
หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
หนังสือพิมพ์ข่าวสด
หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน
หนังสือพิมพ์มติชนรายสัปดาห์
 
ดูรายการทีวีออนไลน์


พันธมิตรฯ ในแอล.เอ.เดินขบวนอีกครั้งหน้าสถานกงสุลใหญ่ เมื่อวันที่ 8 มิย. 08 เพื่อต่อต้านรัฐบาลหุ่นเชิด ของนายสมัคร สุนทรเวช และเลือกให้ นายบุญเรือง เกตุพงษ์สุดา เป็นตัวแทนรับร้องเรียน เพื่อส่งต่อให้สว.ในประเทศไทย

  ส่งเงินช่วย ASTV USA โดยตรงที่ Bank of America ในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย บัญชีเลขที่ 29716 41282

จุดจบพปช.!! พบกกต.ชั่ว “สมชาย-สดใส” สมคบให้ “ยุทธ ตู้เย็น” พ้นผิด NEW!!

ผิดกม. “ห้าม” โทรมือถือขณะขับรถ NEW!!

ทีวีรัฐ NBT จี้ “คุณหญิงจารุวรรณ” NEW!!

พันธมิตรบุกเยี่ยมให้กำลังใจ คตส. NEW!!

วุฒิสมาชิกร่วมชื่อยื่นฟอกรัฐบาล NEW!!

เตือนช่างผมคนไทยระวังถูกบุก! NEW!!

แคลิฟอร์เนียนจะกันดารน้ำร้อนนี้ NEW!!

-เชิญชม VDO (Hi-speed Internet required) งานสงกรานต์ Thai New year USA ในเมือง "ไทยทาวน์" ซึ่งอยู่ตอนใต้ของเมือง Hollywood ในมหานคร Los Angeles  (โดยให้ copy แล้วไป paste ใน Address ของ Internet Explorer แล้วก็คลิ๊ก อีกทีค่ะ) :

mms://stm.thaitownusa.com/mms_files/resource/TNY2008/TNY2008_080419_080420.wmv

‘อาร์โนลด์’ชื่นชมคนไทย ทำแคลิฟอร์เนียเข้มแข็ง

แอลเอ (ไทยทาวน์ยูเอสเอนิวส์) : อาร์โนลด์ ชวาซีเน็กเกอร์ ส่งสารร่วมงานไทยนิวเยียร์ฯ ชื่นชมชุมชนไทยมีส่วนเสริมสร้างสังคม สร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจแคลิฟอร์เนีย

ระหว่างพิธีเปิดงานไทยนิวเยียร์เดย์ สงกรานต์เฟสติวัล ประจำปี 2008 บนเวทีที่จัดตั้งขึ้นกลางถนนฮอลลีวูด ช่วงไทยทาวน์ ของนครลอส แอนเจลิส เมื่อวันที่ 13 เมษายนที่ผ่านมา นายคีธ ฉัตรประภาชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีของรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมการจัดงานฯ และรับผิดชอบในการเชิญผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย อาร์โนลด์ ชวาซีเน็กเกอร์ มาร่วมเป็นเกียรติในงานฯ ได้ขึ้นกล่าวบนเวทีว่า ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียไม่สามารถมาร่วมงานได้ เพราะติดภารกิจบางอย่าง จึงได้ส่งสารแสดงความยินดีมาถึงชุมชนไทยแทน

โดยสารของผู้ว่าการรัฐระบุว่า รัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นแหล่งรวมของวัฒนธรรมและประเพณีอันหลากหลาย และวันนี้ตนขอบคุณชาวไทย สำหรับสิ่งที่พวกท่านอุทิศให้กับรัฐนี้ พวกท่านทำให้ชุมชนของเรางดงาม เสริมความแกร่งให้กับเศรษฐกิจ และมีผลต่อชีวิตของชาวแคลิฟอร์เนียโดยทั่วไป ตนถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมในงานนี้

“ในฐานะที่เป็นอิมมิแกรนท์เช่นกัน ผมทราบเป็นอย่างดีถึงความสุขที่ได้เฉลิมฉลองวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของเรา วันเช่นนี้ ไม่เพียงแค่เตือนให้เราระลึกถึงขนบธรรมเนียมประเพณี แต่ยังเตือนให้เราเห็นถึงความหลากหลายของรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งทำให้เรามีความสุขด้วย” ผู้ว่าการรัฐระบุ และว่า “ในนามของชาวแคลิฟอร์เนียทั้งมวล ผมขออวยพรให้ทุกๆ ท่านมีความสุขในวันปีใหม่นี้”

ทั้งนี้ งานไทยนิวเยียร์เดย์ สงกรานต์เฟสติวัล ประจำปี 2008 ซึ่งถือเป็นงานวัฒนธรรมขนาดใหญ่ที่ชุมชนไทยในรัฐแคลิฟอร์เนียภาคใต้ร่วมกันจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 นี้ ได้รับความร่วมมืออย่างดี ทั้งจากรัฐบาลและเอกชน รวมถึงเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของลอส แอนเจลิส เป็นอย่างดี เห็นได้จากพิธีเปิดงาน ซึ่งมีขึ้นในเวลาประมาณ 12.30 น. นั้น มีแขกผู้มีเกียรติมาร่วมด้วยเป็นจำนวนมาก เช่น ดร.กฤษณ์ กาญจนกุญชร เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงวอชิงตัน ดีซี นายวีระ  โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายจักร บุญ-หลง กงสุลใหญ่ ณ นครลอส แอนเจลิส, นางมิเชล ปาร์ค สตีล กรรมาธิการภาษีของแคลิฟอร์เนีย, เคาน์ซิลเมมเบอร์ทอม ลาบอง, แวนดี กรูเอล, รองหัวหน้าแอลเอพีดี เทอรี่ ฮาร่า ฯลฯ ส่วนนายกเทศมนตรีของนครลอส แอนเจลิส นายแอนโตนิโอ วิลลาไรโกซ่า ซึ่งปีนี้ติดภารกิจสำคัญ จึงไม่สามารถมาร่วมงานได้เหมือนปีที่ผ่านๆ มา ได้มอบหมายให้ผู้นำ นำสารแสดงความยินดีมาอ่านในพิธีเปิดด้วย ส่วนเคาน์ซิลเมมเบอร์ อีริค การ์เซ็ตติ ในฐานะประธานสภาเมืองนั้น ปีนี้ไม่ได้มาร่วมในพิธีเปิดงานเช่นกัน เนื่องจากได้ลงแข่งขันวิ่ง 5 เค ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในงานไทยนิวเยียร์เดย์ สงกรานต์เฟสติวัล ในปีนี้ด้วย

นอกจากนี้ ยังมีกงสุลใหญ่และตัวแทนจากประเทศต่างๆ ที่มีสำนักงานอยู่ในลอส แอนเจลิส มาร่วมงานนี้เป็นจำนวนมาก เช่นเดียวกับภาคเอกชนจากประเทศไทย เช่นนายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ผู้บริหารบริษัทบุญรอดบริวเวอรี่ เจ้าของผลิตภัณฑ์เบียร์สิงห์ ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ของงานไทยนิวเยียร์เดย์ฯ อีกทั้งยังได้รับเกียรติจากคุณชาลอต โทณวนิก กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท มีเดีย ออฟ มีเดียส์ จำกัด (มหาชน) ด้วย.

w260


 

@ Call to Thailand $15 / Month with no limit @

 

 

Try free one week NOW !

(Only Thai People in any country can try with more number)

Not only destination in any location of Thailand, but more countries that you current live in as well.

Try now, send your Name, phone number including your destination number in any location to :

jorn@thaibusinesscenter.net

 Then enjoy talking after activation with in 24 hours !! (You will get  confirmation back by emai/phone.)

            =================================

Do you want to invest in US, take a look ;

 

Online Classroom - Video Presentation of the Small Business Tax Workshop

 

Welcome to the Small Business/Self-Employed Virtual Small Business Tax Workshop.  This extensive video workshop is designed to help new and existing small business owners understand and meet their federal tax obligations. Please select lessons from the links on the bottom left.

For resources discussed in each lesson, please visit the Lesson 10 Supplement.

The VSBTW DVD is a new product with some technical innovations that may be unfamiliar to some users. These FAQs address some of the questions that partners are asking.

If you have problems viewing the videos, or wish to download them directly select the "d". If you wish to view the transcripts only, select the "t". Please download the Windows Media Player (specific to your operating system) if you don't already have it.

Title Download Transcript
Introduction d t
Lesson 1 -What you need to know about Federal Taxes and your new business d t
Lesson 2 - How to set up and run your business so paying taxes isn't a hassle d t
Lesson 3 - How to file and pay your taxes using a computer, including Sole Proprietors d t
Lesson 3 - How to file and pay your taxes using a computer, including Partnerships d t
Lesson 3 - How to file and pay your taxes using a computer, including Corporations d t

Lesson 3 - How to file and pay your taxes using a computer, including Charities/Non-profits

d

t
Lesson 4 - What you need to know when you run your business out of your home d t
Lesson 5 - How to set up a retirement plan for yourself and your employees d t
Lesson 6 - What you need to know about federal taxes when hiring employees/contractors d t
Lesson 7 - How to manage payroll so you withhold the right amount from employees d t
Lesson 7a - Salaries paid to Indian tribal council members d t
Lesson 7b - Payments to ministers d t
Lesson 7c - Employees of non-profit organizations d t
Lesson 7d - Tips d t
Lesson 8 - How to make tax deposits and file your payroll taxes using a computer d t
Lesson 9 - What you need to know about Federal Unemployment Taxes (FUTA) d t
Lesson 10 - HELP! Where to go and who to ask d t




Thai SteakHouse the best Thai restuarant in Washington

Thai Cuisine in Washington
8124 Birch Bay Dr., Blaine, WA 98230

 

Mon, Tue, Thur, Fri

             : 11am  -  3pm (Lunch) /  4:30pm  -  9pm (Dinner)

      Sat :  4pm  -  9pm

     Sun :  4pm  -  9pm

***   Wed :  Now we are open every wednesday too. (Start from Valentine day 14-Feb-2007)

Call : 360.371.5910 for To Go / Reservation

The Thai Steakhouse TO GO!

...a quick and easy way toenjoy great Thai food at home or in the office.  Just call ahead and we'll have your order hot and ready to pick up at your convenience! 

CALL NOW 360.371.5910

 

ข่าวสังคมซีแอตเติล

สวัสดีครับ มุมข่าวซีแอตเติล นำข่าวความเคลื่อนไหวของพี่น้องไทยในมลรัฐวอชิงตันมาเสนออีกเช่นเคย ฉบับนี้ คณะสงฆ์ และคณะกรรมการบริหารวัดอตัมมยตาราม ซึ่งนำโดยพระครูสิทธิธรรมวิเทศ เจ้าอาวาส คุณสมศักดิ์ มหกฤติยาธร ประธานกรรมการบริหารบอร์ด ขอขอบคุณ พี่น้องชาวไทย ลาว เขมร ฯลฯ ในรัฐวอชิงตัน และแคนาดา ที่ไปร่วมงานปิกนิก และกิจกรรมวันแม่ ประจำปี 2550 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 สิงหาคม ที่ผ่านมา ในปีนี้ได้รับเกียรติจากกงสุลใหญ่ ณ นครแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา ท่านโฆษิต ฉัตรไพบูรณ์ ได้มาเป็นประธาน กล่าวคำถวายพระพรและกล่าวเปิดงาน และมีคุณแม่ประจวบ สุกุลเป็นประธานนำจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ซึ่งมีพี่น้องไปร่วมงานกันอย่างคับคั่งมีความสุข น่ารักและอบอุ่น อิ่มบุญ อิ่มกายด้วยอาหารเด็ดๆ และอิ่มใจอย่างทั่วหน้า ทางคณะกรรมการจัดงานหวังว่าในปี 2551 คงอบอุ่นมากขึ้นครับ หากมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดบกพร่อง ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

ขอนำภาพงานวันปิกนิก และกิจกรรมวันแม่ประจำปี 2550 ณ วัดอตัมมยตาราม เมืองวู้ดดิลวิลล์ มาฝากทุกท่าน

 


 


คุณเดชา ชุมรุม และคุณลาวัลย์ (พี่อ๊อดคนสวย) เจ้าของร้านใจดี มีฝีมือ ก๋วยเตี๋ยวห้อยขา ลือชื่อความอร่อย ใครได้ลิ้มลอง...ต้องติดใจ ลูกค้าแน่นร้านทุกวัน รสชาติแซบถึงใจ ท่านใดไม่กินเผ็ด สั่งได้นะคะ อาหารตามสั่งก็อร่อย..โทร. 323-468-9302

 


คุณอัมรา บรรจงศิริ (ผู้จัดการบริษัท มาม่า) มาช่วยดูแล และให้คำแนะนำหลานๆที่น่ารัก ร่วมกันเปิดร้านอาหารไทย ชื่อเก๋ไก๋ You & I Thai Cuisine สถานที่กว้างขวางโอ่อ่า จุได้ 70-80 คน, ทำเลดี อยู่ในพลาซ่าใหญ่เมือง Anaheim ที่จอดรถสะดวกสบาย ลองแวะมาสักครั้งซิค่ะ 714-490-0555


สุขสันต์วันเกิด คุณศรีเรียม (เจ้าของร้านเสริมสวย) ถึงแม้จะเป็นคุณยาย ก็ยังสวยไม่สร่าง มีลูกๆหลานๆ และเพื่อนๆมาร่วมอวยพร จัดเลี้ยงฉลองที่ You & I Thai Cuisine ไม่ผิดหวัง ประทับใจทั้งบรรยากาศ และรสชาติความอร่อย พร้อมมีคาราโอเกะให้สนุกกันเต็มที่อีกด้วย 714-490-0555

 




New Thai Restaurant in Blain, WA

We are open everyday.

 




ขายร้านอาหาร อยู่ North San Diego

ขายร้านอาหาร อยู่ North San Diego

ขายร้านอาหาร Fast Food American อยู่ North San Diego
ทำเลดี ติดกับ StarBucks, Subway, Major HighSchool.
ราคาถูกมาก เหมือนได้ฟรี ค่าเช่า $2500 เจ้าของต้องย้ายไปต่างรัฐ
ร้านสวย ตกแต่งดี ทำได้ง่าย ถูกกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว ขายแค่ $35,000

ติดต่อ jorntan@thaibusinesscenter.net

 




ขายร้านอาหาร อยู่ North San Diego

ขายร้านอาหาร อยู่ North San Diego

ขายร้านอาหาร Fast Food American อยู่ North San Diego
ทำเลดี ติดกับ StarBucks, Subway, Major HighSchool.
ราคาถูกมาก เหมือนได้ฟรี ค่าเช่า $2500 เจ้าของต้องย้ายไปต่างรัฐ
ร้านสวย ตกแต่งดี ทำได้ง่าย ถูกกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว ขายแค่ $35,000

ติดต่อ jorntan@thaibusinesscenter.net

 






<<Back    <Home>




 

 



Tell your friend   Make us your Homepage
  Home  | Today News | Web-Board | Sponsor | News | Menu Links | Miscellanous



thaibusinesscenter.net
Copyright (C) 2000-2006 All Rights Reserved